
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย


ถ้ำหินหลงเหมิน มีอายุราว 1,500 ปี เริ่มก่อสร้างในรัชสมัยเว่ยเหนือ ค.ศ. 494 ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง บูรณะ และต่อเติมยาวนานถึง 400 กว่าปีจนถึงยุคราชวงค์ถังและซ่ง มีความยาวตั้งแต่เหนือจรดใต้ประมาณ 1 กิโลเมตร ปัจจุบันยังคงหลงเหลือถ้ำผาแกะสลักอยู่จำนวน 2,100 กว่าคูหา โพรงแท่นบูชา 2,345 ช่อง ศิลาจารึกสลักอักษรจีนและหมายเหตุบันทึกต่างๆ อีก 3,600 กว่าหลัก รวมถึงเจดีย์พุทธ 50 กว่าแห่ง พระพุทธรูปสลักมากกว่า 100,000 องค์
สวอนเลคพาร์ค (Swan Lake National Urban Wetland Park) สวนชุ่มน้ำระดับชาติชื่อดังของเมืองซานเหมินเซียะ มณฑลเหอหนาน โดดเด่นด้วยทะเลสาบขนาดใหญ่และระบบนิเวศทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาศัยของหงส์ขาวและนกอพยพนานาชนิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง บรรยากาศร่มรื่น เหมาะแก่การเดินชมธรรมชาติและถ่ายภาพ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือกลางเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม โดยเฉพาะเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ จะมีหงส์อพยพมามากที่สุด

ชาวจีนเรียกสุสานแห่งกองทัพของจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ว่า “ฉินหย่ง” บ้างเรียก “ปิงหม่าหย่ง” โดยปิง หมายถึง ทหาร , หม่า หมายถึง ม้า , หย่ง หมายถึง หุ่น ซึ่งสุสานกองทัพมีทั้งหมด 3 หลุม ซึ่งชาวนาขุดพบโดยบังเอิญ ในปี ค.ศ. 1974 โดยชาวนาในหมู่บ้านซีหยาง ในขณะที่ขุดดินเพื่อทำบ่อน้ำ บริเวณเชิงเขาหลีซาน ห่างจากตัวเมืองซีอาน ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 35 กม. โดยในระหว่างที่ขุดนั้น ก็บังเอิญพบกับซากของทหารดินเผา ที่ทราบภายหลังว่ามีอายุมากกว่า 2,000 ปี ปัจจุบันรัฐบาลจีนขุดค้นพบวัตถุโบราณที่เป็นกองทัพทหารดินเผา สรรพาวุธ รถม้าและม้าศึก จำนวนทั้งสิ้นกว่า 7,400 ชิ้น

เป็นถนนคนเดินอิสลามที่เป็นแหล่งรวมของอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อหลากชนิด รวมถึงร้านขายของที่ระลึกและร้านขายผลไม้แห้ง เช่น พุทธา อินทผาลัม ลูกพลับ กีวี่ วอลนัทและถั่วต่างๆ ก็มีให้ท่านได้เลือกซื้อมากมายหลายร้าน ท่านใดที่เป็นนักชิมรับรองว่า อาหารพื้นเมืองหลากหลายชนิดในตลาดมุสลิมแห่งนี้ไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างแน่นอน

ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซีอาน สร้างจากอิฐและไม้ เป็นอาคารหลังคาสามชั้น มีความสูงทั้งหมด 36 เมตร หอระฆังแห่งนี้เริ่มสร้างเมื่อปีที่ 17 สมัยจักรพรรดิหงอู่แห่งราชวงศ์หมิง(ค.ศ.1384) เป็นรูปแบบศิลปะสถาปัตยกรรมที่เด่นชัดของราชวงศ์หมิง เป็นหอระฆังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและรักษาไว้สมบูรณ์แบบที่สุดของจีนโบราณที่สืบทอดจนถึงปัจจุบัน

วัดลามะกว่างเหริน เป็นวัดลามะแห่งเดียวในนครซีอาน เป็นศาสนสถานของพุทธศาสนานิกายวัชรยาน ซึ่งเป็นนิกายที่ผสมผสานระหว่างนิกายมหายานจากประเทศจีนและนิกายตันตระจากประเทศอินเดีย วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อ 1705 ครั้งฮ่องเต้คังซี ในเสด็จเยือนนครซีอานเห็นว่าการสร้างวัดนี้จะเป็นการสะดวกพักระหว่างทางสำหรับลามะผู้ใหญ่จากทิเบตที่ต้องเดินทางผ่านส่านซีเข้าสู่วังหลวงปักกิ่งเพื่อเข้าเฝ้า ในปัจจุบันวัดแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในวัดลามะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจีน

เป็นกำแพงเมืองโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง มีอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี และได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี มีแนวกำแพงจากทิศเหนือถึงทิศใต้ยาว 2.8 กิโลเมตร ทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกยาว 4.2 กิโลเมตร ความยาวโดยรอบ 14 กิโลเมตร สูง 12 เมตร มีประตูเข้าออกทั้งสี่ด้านรวม 13 ประตู

เป็นเจดีย์แห่งวัดฉือเอิน สร้างเสร็จในปี 652 โดยถังเกาจง (หลี่จื้อ) ฮ่องเต้องค์ที่สาม แห่งราชวงศ์ถัง และ ได้นิมนต์พระภิกษุสวนจั้ง หรือรู้จักในนามพระถังซัมจั๋ง พระเถระที่มีชื่อเสียงที่สุดในสมัยถัง ซึ่งใช้เวลากว่า 15 ปี จาริกไปถึงอินเดียและได้นำพระธรรมคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา กลับมาเผยแผ่ ในแผ่นดินจีนให้มาอยู่ที่วัดฉือเอินแห่งนี้ พระถังซัมจั๋งได้ใช้เวลาออกแบบและร่วมสร้างเจดีย์ห่านป่าใหญ่ในวัดฉือเอินเพื่อใช้ในการเก็บรักษาพระไตรปิฎก ที่ท่านได้นำมาจากอินเดียและแปลเป็นภาษาจีนนับจำนวนกว่าพันเล่ม

ถนนคนเดินวัฒนธรรมสมัยราชวงศ์ถัง ต้าถัง ถนนราชวงศ์ถัง ราชวงศ์ถัง ถนนคนเดินวัฒนธรรมถัง

เป็นหนึ่งในห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัยและได้รับความนิยมอย่างสูงในเมืองซีอาน เป็นแหล่งรวมสินค้าแฟชั่น ร้านอาหาร คาเฟ่ และความบันเทิงมากมายที่มีบรรยากาศคึกคักและมีชีวิตชีวา ดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ที่นี่จึงไม่ได้เป็นเพียงศูนย์การค้า แต่ยังเป็นสถานที่สำหรับไลฟ์สไตล์และเป็นแหล่งรวมเทรนด์ใหม่ๆ รวมถึงเป็นที่ตั้งของร้าน Pop Mart ที่คนรักของสะสมต้องไม่พลาด
วัดซีเยว่ (Xiyue Temple หรือ Huayue Temple)วัดเก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาหัวซาน มณฑลส่านซี เป็นศาสนสถานสำคัญที่สร้างขึ้นเพื่อบูชา “เขาหัวซาน” หนึ่งในห้าขุนเขาศักดิ์สิทธิ์ของจีน (Five Sacred Mountains) ตัววัดมีสถาปัตยกรรมแบบพระราชวังจีนโบราณ โดดเด่นด้วยศาลา ประตู และลานวัดที่โอ่อ่า ได้รับการขนานนามว่าเป็น “พระราชวังแห่งลัทธิเต๋า” สะท้อนประวัติศาสตร์และความเชื่อของจีนโบราณอย่างชัดเจน


ประตูอิงเทียนเหมิน (Yingtian Gate) ในเมืองลั่วหยาง เป็นอดีตประตูทางทิศใต้ของพระราชวังหลวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสมัยราชวงศ์สุยและถัง (ค.ศ. 605) มีประวัติศาสตร์กว่า 1,300 ปี เคยเป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญระดับชาติ ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ยอดนิยมที่สร้างขึ้นใหม่ครอบซากเดิม มีจุดเด่นคือสถาปัตยกรรมอลังการและการแสดงไฟช่วงกลางคืน


เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย