
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานขนาดใหญ่มากที่ตั้งอยู่ในเขตอัลการ์ฮูดของนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นท่าอากาศยานที่พลุกพล่านที่สุดในโลกจากการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของการบินพาณิชย์และการขนส่งข้ามภูมิภาคต่างๆ ของโลก
.jpg)
ท่าอากาศยานนี้ตั้งอยู่ที่เมืองเทสเซรา ในแคว้นเวเนโต ประเทศอิตาลี ใกล้กับเมืองเวนิส ตั้งชื่อตามนักเดินทางชาวเวเนเชียน ชื่อมาร์โค โปโล

เป็นท่าเรือที่เชื่อมต่อระหว่างเวนิสกับแผ่นดินใหญ่ การมาเที่ยวเวนิสนักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือไปจากตรงนี้ได้

เวนิส หรือ เวเนเซีย (Venice Mestre) ถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวน 118 เกาะ เข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ด้วยความสวยงามและความน่าอยู่ของบ้านเมืองทำให้ เวนิส เป็นสถานที่ซึ่งได้รับฉายามากมาย ตั้งแต่ เมืองแห่งสายน้ำ เมืองแห่งสะพาน เมืองแห่งแสงสว่าง ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก และที่สำคัญ ยูเนสโก ยกให้เวนิสเป็นหนึ่งในเมือง มรดโลก

เป็นสะพานหินปูนสีขาวในเวนิสที่เชื่อมต่อกับพระราชวังดอจ ซึ่งวังแห่งนี้มีคุกขังนักโทษอันน่าสะพรึงขวัญอยู่ชั้นใต้ดินโดยถูกเชื่อมด้วยทางเดินแคบๆ ไปยังสะพานข้ามคลองนี้เพื่อเข้าสู่แดนคุมขัง สะพานแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกว่า สะพานถอนหายใจ ตามอาการของนักโทษที่เดินข้ามสะพานก่อนที่จะหมดอิสรภาพ

เป็นพระราชวังสไตล์เวนิสโกธิค เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของเมืองเวนิส สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 แต่เกิดเพลิงไหม้และได้รับการบูรณะและก่อสร้างเพิ่มเติมในระหว่างศตวรรษที่ 14 และ 15 ภายในพระราชวังงดงามด้วยการประดับทองคำและภาพจิตรกรรมมากมายโดยเฉพาะภาพเขียนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

เป็นโบสถ์ประจำเมืองเวนิส มีฉายาว่าโบสถ์ทอง (Church of Gold) ตั้งอยู่ที่จัตุรัสซานมาร์โค ตัวโบสถ์สร้างด้วยสถาปัตยกรรมหลายยุคหลายสมัยตั้งแต่ยุคไบแซนไทน์จนถึงยุคเรอเนสซองส์ มีการประดับอย่างงดงามด้วยโมเสก และประติมากรรมต่างๆ แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ อำนาจ และความมั่งคั่งของเวนิส

เป็นโบสถ์ประจำเมืองซานตา มาดดาเลน่า เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาทางตอนเหนือของอิตาลี โบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างเพื่อนักบุญแม็กดาลีนนักบุญอุปถัมภ์ของคริสตจักร ด้านในโบสถ์ออกแบบและตกแต่งด้วยศิลปะสไตล์บาโรคอย่างวิจิตรงดงาม
%20(1).jpg)
เมืองเก่าที่น่ารัก เต็มไปด้วยร้านค้าและร้านกาแฟ จัตุรัสเมืองเก่าที่สวยงาม

เป็นเมืองทางตอนเหนือของอิตาลีที่เป็นประตูเข้าสู่อุทยานแห่งชาติโดโลไมท์ และตัวเมืองโบลซาโนนั้นล้อมรอบด้วยแม่น้ำ งดงามด้วยโบสถ์ วิหาร โดยเมืองนี้เป็นศูนย์กลางการปลูกผลไม้ใหญ่ที่สุดในอิตาลี และยังเป็นเมืองหลสงของแคว้นทิโรลใต้ด้วย

เป็นทะเลสาบสีเขียวมรกตที่รายล้อมไปด้วยป่าสนแห่งเทือกเขาแอลป์ในระดับความสูง 1,496 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ Fanes Sennes Braies เขตป่าสงวนที่ใหญ่ที่สุดใจกลางเทือกเขาโดโลไมท์

ทะเลสาบลาโก ดิ มิซูลิน่า (Lake Misurina) ทะเลสาบแสนสวยทีหลบซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา ถือเป็นเขตสำคัญอีกเขตหนึ่งของ “โดโลไมท์” ที่งดงามเหมาะแก่การเก็บภาพและเยี่ยมชม

โอเบอร์อัมเมอร์เกา เป็นเมืองที่เป็นที่รู้จักมากแห่งหนึ่งในแคว้นบาวาเรียตอนบนเพราะเป็นศูนย์กลางของศิลปะการวาดภาพบนผนังอย่างลุฟเทิลมาลเลไร ก็คงจะจริง เพราะเดินผ่านบ้านหลังไหน อาคารไหน ล้วนแต่วาดภาพประกวดประขันกันไว้อย่างเต็มที่ แต่ละหลังอลังการงานสร้างจริงๆ จุดเด่นที่สุดของเมืองเป็นโบสถ์คาทอลิชเชอร์เคียเช่อ สีเหลืองอ่อนที่มีโดมหัวหอมสีเขียวที่มองจากจุดใดของเมืองก็จะเห็น ตลอดทางที่เราเดินไปร้านค้าส่วนใหญ่มีสินค้าจำพวกของที่ระลึกที่ใช้ฝีมือทำจากไม้
ได้รับการขึ้นทะเบียน UNESCO สร้างขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ. 1330 ตรงกับวันนักบุญวีตาลิสแห่งมิลาน (Vitalis of Milan) โดยAbbey Ettal หรือที่รู้จักในชื่อ Kloster Ettal เป็นอารามเบเนดิกติน (Benedictine Abbey) ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน เอลทัล รัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1330 โดยกษัตริย์ลุดวิกที่ 4 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (Holy Roman Empire) โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อเป็นศูนย์ทางศาสนาและการศึกษา รวมถึงเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของนักบวช

ที่นี่นับเป็นหนึ่งในปราสาทที่โด่งดังที่สุดในโลก ตัวปราสาทตั้งอยู่บนยอดเขา ที่รายล้อมด้วยภูมิทัศน์ที่สวยงามของเทือกเขาแอลป์และทะเลสาบด้านล่าง จุดประสงค์ของการสร้างปราสาทนี้เพื่อให้ผสานกลมกลืนไปกับธรรมชาติอันงดงามรอบด้าน

เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงชันในย่านใจกลางเมือง เป็นที่พำนักของเจ้าชายแห่งลิกเตนสไตน์ ปราสาทแห่งนี้ตั้งชื่อตามเมืองที่อยู่ ปัจจุบันตัวปราสาทนั้นไม่เปิดให้สาธารณะทั่วไปเข้าชมแล้ว

เป็นยอดเขาที่อยู่บนเทือกเขาแอลป์ในเขต Uri ซึ่งตั้งอยู่บนพรมแดนระหว่างรัฐ Obwalden และกรุงเบิร์น มีความสูงอยู่ที่ 3,238 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล บนยอดเขามีภัตตาคารที่สามารถชมทิวทัศน์อันงดงามของทิวเขาโดยรอบได้

เป็นถํ้าที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ที่มีแสงไฟนีออนส่องสว่างเป็นระยะๆ การเดินในถํ้าน้ำแข็งเราต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะพื้นลื่นมากๆ แต่จะมีวางแผ่นกันลื่นไว้ให้ตลอดทาง

สะพานแขวน Titlis Cliff Walk นับเป็นสะพานแขวนที่สูงที่สุดในยุโรป อยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 9,000 ฟุต ยาว 330 ฟุต แต่กว้างเพียง 3 ฟุต และใช้งบประมาณสร้าง 1 ล้านยูโร โดยสร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 100 ปี การเปิดการเชื่อมเคเบิลระหว่างเมืองแองเกิลเบิร์กและเกอร์ชนิอัลป์ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้สำรวจความงามของธารน้ำแข็งเบื้องล่างได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ สะพานแห่งนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นสะพานที่น่าหวาดเสียวที่สุดในโลก เนื่องจากเป็นสะพานที่ชวนให้ต้องขนลุกเมื่่อต้องข้ามเพราะความสูงมาก โดยอยู่เหนือแผ่นน้ำแข็งเหนือเทือกเขาแอลป์ราว 15,000 ฟุต ประกอบกับต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นแบบสุดขั้วอีกด้วย

เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลูเซิน และเป็นอนุสาวรีย์สำหรับทหารสวิสที่ตายในหน้าที่ที่ฝรั่งเศส ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวลูเซิร์น สำหรับความกล้าหาญและความซื่อสัตย์ในหน้าที่ แกะสลักอยู่บนหน้าผา ที่หัวของสิงโตจะมีโล่ ซึ่งมีกากบาทสัญลักษณ์ของสวิสเซอร์แลนด์อยู่ ออกแบบและแกะสลักโดย ธอร์ วอลเส้น ใช้เวลาแกะสลักอยู่ราว 2 ปี สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์และรักภักดี ที่เสียชีวิตไปในฝรั่งเศส

เป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปี ทอดตัวข้ามแม่น้ำรอยส์ เป็นสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นเลยทีเดียว สะพานวิหารนี้เป็นสะพานที่แข็งแรงมากมุงหลังคาแบบโบราณ เชื่อมต่อไปยังป้อมแปดเหลี่ยมกลางน้ำ ที่จั่วแต่ละช่องของสะพานจะมีภาพเขียนเป็นเรื่องราวประวัติความเป็นมาของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เป็นภาพเขียนเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี สะพานนี้เคยถูกไฟไหม้เสียหายอย่าง แต่ได้รับการซ่อมแซมใหม่จนอยู่ในสภาพที่ดีเหมือนเดิม

แลนด์มาร์กที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง ด้วยความสูงของหอถึง 52 เมตรและความโดดเด่น ของหลังคาซึ่งเป็นสีน้ำเงินขาวโดนเด่นตัดกับสีหลังคาสีน้ำตาลของบ้านเมืองสวยงามอย่างยิ่ง

เป็นร้านทำทองอันเก่าแก่ที่เปิดทำการตั้งแต่สมัยศตวรรตที่ 16 ภายในตัวอาคารมีการตกแต่งในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยจักวรรดินโปเลียน มีซุ้มประตูและเสาโรมัน มีรูปปั้นและจิตรกรรมฝาผนัง ด้วยการวาดลายหินอ่อนด้วยมือ ในปี 1971 ได้เปิดร้านนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะล้ำค่าและเครื่องประดับหายาก และบางชิ้นมีเพียงชิ้นเดียวในโลก

เป็นทะเลสาบที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดของอิตาลี ตั้งอยู่ตอนบนของประเทศอิตาลี บริเวณเชิงเทือกเขาแอลป์ที่ใกล้ๆ กับชายแดนของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีพื้นที่ 146 ตารางกิโลเมตร เป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสาม และเป็นอีกทะเลสาบท่องเที่ยวที่สวยงามของอิตาลี มีหลายเมืองรายรอบ ซึ่งเราก็เลือกที่จะไปเมือง Varenna ซึ่งสามารถนั่งเรือไปเที่ยวเมืองอื่นๆ เช่น เมือง Lenno และ Bellagio
_west_facade.jpg)
มหาวิหารโคโม (Como Cathedral) เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่สำคัญและสวยงามที่สุดทางตอนเหนือของอิตาลี มหาวิหารนี้ใช้เวลาสร้างนานเกือบ 400 ปี (เริ่มในปี ค.ศ. 1396 จนถึงปี 1770) จึงมีการผสมผสานสถาปัตยกรรมหลายยุคอย่างลงตัว

เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองมิลาน และเป็นวิหารหินอ่อนสถาปัตยกรรมโกธิกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งใช้เวลาสร้างนานถึง 500 ปี ลักษณะเด่นของวิหารที่นอกเหนือจากความวิจิตรงดงามแล้ว ยังประดับประดาไปด้วยรูปั้นนับกว่า 3000 รูป ที่สวยงามไม่แพ้กัน ลานกว้างด้านหน้าดูโอโมที่มีอนุสาวรีย์ พระเจ้าวิกเตอร์เอมมานูเอลที่ 2 ทรงม้า คือสถานที่จัดงานสำคัญต่างๆ และเป็นที่พบปะของผู้คน รอบๆ ดูโอโมคือศูนย์รวมร้านค้าแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำ

แกลลอเรียวิคเตอร์ เอ็มมานูเอ็ลที่ 2 เป็นอาคารศูนย์การค้าแบบอาคารกระจกเก่าแก่และสง่างามที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ที่นี่เป็นศูนย์รวมสินค้าแบรนด์เนมอันทันสมัย มมีสินค้ามากมายให้เลือกซื้อไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองท้า และนาฬิกา แบรนด์เนมชื่อดังมากมาย อาทิ หลุยส์ วิตตอง,พราด้า,เฟอรากาโม่,อาร์มานี่,เวอร์ซาเช่ หรือจะเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองจากที่นี่ก็ได้

เป็นอนุสาวรีย์ที่สร้างเพื่อรำลึกถึงลีโอนาร์โด ดาวินชี อัจฉริยบุคคลสำคัญคนหนึ่งของโลกที่มีความสามารถหลากหลาย เพราะเป็นทั้งสถาปนิกแห่งยุคเรอเนซองส์ นักดนตรี นักกายวิภาคศาสตร์ นักประดิษฐ์ วิศวกร ประติมากร นักเรขาคณิต นักวาดภาพ นักดาราศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ หลักความคิดและผลงานมากมายของเขาเป็นที่ยอมรับกันไปทั่วโลก

รู้จักกันในอีกชื่อว่าท่าอากาศยานฟีอูมีชีโน เป็นท่าอากาศยานที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี ตั้งอยู่ในเมืองฟีอูมีชีโน ห่างจากศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของโรม 35 กิโลเมตรนอกจากนี้ ยังเป็นท่าอากาศยานที่มีผู้โดยสารคับคั่งมากเป็นอันดับที่ 27 ของโลกใน พ.ศ. 2552 และเป็นท่าอากาศยานหลักของสายการบินอัลอิตาเลีย ชื่อของท่าอากาศยานชื่อของเลโอนาร์โด ดา วินชี ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาวิชาชาวอิตาลี ผู้ออกแบบต้นแบบของเฮลิคอปเตอร์และเครื่องจักรมีปีกบินได้เป็นคนแรกของโลก

เป็นท่าอากาศยานขนาดใหญ่มากที่ตั้งอยู่ในเขตอัลการ์ฮูดของนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นท่าอากาศยานที่พลุกพล่านที่สุดในโลกจากการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของการบินพาณิชย์และการขนส่งข้ามภูมิภาคต่างๆ ของโลก

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย