
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

ถ้ำน้ำแข็งที่ก่อตัวขึ้น เมื่อกว่า 3 ล้านปีก่อน เป็นหนึ่งในสามสิ่งมหัศจรรย์ของถ้ำน้ำแข็งที่สำคัญของโลก แม้แต่สาเหตุของถ้ำก็ยังเป็นเรื่องลึกลับ กลุ่มถ้ำน้ำแข็งทั้งหมดประกอบด้วยโพรงถ้ำ 11 ช่อง และอุณหภูมิต่ำกว่าลบสิบองศาตลอดทั้งปี ฤดูกาลทั้งสี่ในถ้ำนั้นงดงามมาก และทิวทัศน์ของผลึกน้ำแข็งที่ใสราวคริสตัล

เป็นหมู่บ้านโบราณที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาอวิ๋นซิว มณฑลส่านซี มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี และยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมโบราณเอาไว้อย่างดี หมู่บ้านนี้เต็มไปด้วยบ้านเรือนหินและไม้ที่มีการออกแบบแบบดั้งเดิมของชาวส่านซี ซึ่งสะท้อนถึงภูมิปัญญาและวิถีชีวิตของผู้คนในยุคโบราณ บรรยากาศสงบและเรียบง่ายหมู่บ้านตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

เป็นเมืองระดับเขตภายใต้เขตอำนาจของเจิ้งโจวซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลเหอหนานประเทศจีน เมืองนี้ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาซ่งซึ่งเป็นหนึ่งในภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในประเทศจีน ในสมัยโบราณมันเป็นที่รู้จักในนามย่างเชิ่ง (Yangcheng) ทั้งยังเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางจิตวิญญาณที่โด่งดังที่สุดของจีน ในฐานะเป็นที่ตั้งของสถาบันศาสนาและวัดต่างๆ ที่โดดเด่นมากมาย

เป็นวัดเส้าหลินมีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในประเทศจีนและในต่างประเทศ ได้รับการกล่าวขานในเรื่องของกระบวนท่าวิทยายุทธ เพลงหมัดมวย พลังลมปราณและกังฟูเส้าหลินเป็นอย่างมาก เป็นแหล่งวิชาการต่อสู้และศิลปะการป้องกันตัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน ปรากฏชื่อในนิยายกำลังภายในหลายต่อหลายเรื่อง ซึ่งล้วนแต่กล่าวถึงวิชาเพลงหมัดมวย พลังลมปราณและกังฟูเส้าหลินอยู่เสมอ

เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นในสมัยสงครามระหว่างรัฐ (จ้านกั๋วก่อนคริสต์กาล 403-221 ปี) อย่างไรก็ตามประวัติศาสตร์ของพื้นที่อันเป็นที่ตั้งของลั่วหยางนี้มีมาก่อนหน้านั้นยาวนานมานับพัน ๆ ปี เนื่องจากตั้งอยู่ในเขตพื้นที่การดำรงชีพและการปกครองของบรรพบุรุษชาวจีนมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ โดยพื้นที่อันเป็นเมืองลั่วหยางในปัจจุบันก็ปรากฎหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากมาย
_Paifang_in_front_of_Jiangnan_Examination_Hall_3-min.jpg)
ที่แห่งนี้อยู่บนเขาซีซาน ซึ่งตั้งอยุ่ห่างจากตัวเมืองคุนหมิงไปประมาณ 29 กิโลเมตร ประตูมักรนี้เป็นส่วนหนึ่งของวัดในลัทธิเต๋า สร้างในช่วงปี 1718-1843 โดยต้องเดินผ่านอุโมงค์หินที่สกัดไว้ตามไหล่เขา ด้านบนจะมีศาลเจ้าและวัดจีนลัทธิเต๋า ซึ่งสร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาของชาวบ้านที่มีประวัติความเป็นมายาวนานนับ 1,000 ปี


ในบรรดาวัดวาอารามที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่เทพเจ้ากวนอู ทั่วโลกกว่าหลายหมื่นแห่ง ไม่มีที่ใดจะยิ่งใหญ่และสำคัญเท่าศาลกวนอูแห่งนี้ เพราะที่นี่คือมาตุภูมิของท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ และได้รับการขนานนามว่าเป็น ปฐมบรรพบุรุษของการกราบไหว้กวนอู การได้มาเยือนที่นี่เปรียบเสมือนการเดินทางกลับสู่จุดเริ่มต้นของตำนาน เพื่อสัมผัสจิตวิญญาณแห่งความซื่อสัตย์ ความกล้าหาญ และความยุติธรรมที่หยั่งรากลึกในวัฒนธรรมจีนมานับพันปี ศาลแห่งนี้สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์สุย (ค.ศ. 589) และได้รับการบูรณะขยายพื้นที่อย่างต่อเนื่องในทุกยุคทุกสมัย จนกลายเป็นกลุ่มสถาปัตยกรรมโบราณแบบพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดและสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศจีน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 220,000 ตารางเมตร ทุกย่างก้าวภายในวัดคือการเดินทางผ่านกาลเวลา ตั้งแต่ซุ้มประตูที่โอ่อ่าสง่างาม วิหารหลักที่ประดิษฐานรูปเคารพเทพเจ้ากวนอู ไปจนถึง "หอชุนชิว" อาคารไม้แกะสลักอันวิจิตรตระการตา ซึ่งเป็นที่เก็บรักษาเรื่องราวเมื่อครั้งที่ท่านยังคงศึกษาตำราพิชัยสงคราม นับเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ดึงดูดผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เดินทางมาเพื่อแสวงบุญและชื่นชมความงามที่ไม่เสื่อมคลาย

ชาวจีนเรียกสุสานแห่งกองทัพของจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ว่า “ฉินหย่ง” บ้างเรียก “ปิงหม่าหย่ง” โดยปิง หมายถึง ทหาร , หม่า หมายถึง ม้า , หย่ง หมายถึง หุ่น ซึ่งสุสานกองทัพมีทั้งหมด 3 หลุม ซึ่งชาวนาขุดพบโดยบังเอิญ ในปี ค.ศ. 1974 โดยชาวนาในหมู่บ้านซีหยาง ในขณะที่ขุดดินเพื่อทำบ่อน้ำ บริเวณเชิงเขาหลีซาน ห่างจากตัวเมืองซีอาน ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 35 กม. โดยในระหว่างที่ขุดนั้น ก็บังเอิญพบกับซากของทหารดินเผา ที่ทราบภายหลังว่ามีอายุมากกว่า 2,000 ปี ปัจจุบันรัฐบาลจีนขุดค้นพบวัตถุโบราณที่เป็นกองทัพทหารดินเผา สรรพาวุธ รถม้าและม้าศึก จำนวนทั้งสิ้นกว่า 7,400 ชิ้น

เป็นเจดีย์แห่งวัดฉือเอิน สร้างเสร็จในปี 652 โดยถังเกาจง (หลี่จื้อ) ฮ่องเต้องค์ที่สาม แห่งราชวงศ์ถัง และ ได้นิมนต์พระภิกษุสวนจั้ง หรือรู้จักในนามพระถังซัมจั๋ง พระเถระที่มีชื่อเสียงที่สุดในสมัยถัง ซึ่งใช้เวลากว่า 15 ปี จาริกไปถึงอินเดียและได้นำพระธรรมคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา กลับมาเผยแผ่ ในแผ่นดินจีนให้มาอยู่ที่วัดฉือเอินแห่งนี้ พระถังซัมจั๋งได้ใช้เวลาออกแบบและร่วมสร้างเจดีย์ห่านป่าใหญ่ในวัดฉือเอินเพื่อใช้ในการเก็บรักษาพระไตรปิฎก ที่ท่านได้นำมาจากอินเดียและแปลเป็นภาษาจีนนับจำนวนกว่าพันเล่ม
ศูนย์การค้าเทมโปซันที่ผสมผสานเอางานรื่นเริงกับร้านค้ามาอยู่ด้วยกันเป็นที่แรกในญี่ปุ่น ภายในจะประกอบไปด้วยร้านต่างๆมากมาย ร้านอาหาร Fast Food ราคาไม่แพง และสวนสนุกสำหรับเด็ก

เป็นเมืองหลวงของมณฑลส่านซี ในประเทศจีน และเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญในประวัติศาสตร์จีน ซีอานมีประวัติอันยาวนานมากกว่า 3,100 ปี โดยชื่อเดิมว่าฉางอาน ภูมิอากาศของภูมิภาคนี้อบอุ่น มีฝนตกมาก มีปริมาณฝนเทียบได้ใกล้เคียงกับภูมิภาคด้านใต้ของประเทศจีนในปัจจุบัน

เป็นกำแพงเมืองโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง มีอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี และได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี มีแนวกำแพงจากทิศเหนือถึงทิศใต้ยาว 2.8 กิโลเมตร ทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกยาว 4.2 กิโลเมตร ความยาวโดยรอบ 14 กิโลเมตร สูง 12 เมตร มีประตูเข้าออกทั้งสี่ด้านรวม 13 ประตู

จัตุรัสหอกลอง เป็นหนึ่งในจัตุรัสที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซีอาน บนถนนซีต้าเจีย เป็นสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์หมิง ต่อมาในสมัยราชวงศ์ชิงได้ทำการบูรณะขึ้นมาใหม่สองครั้ง โดยรักษารูปแบบเดิมไว้ โครงสร้างหลังคาเป็นไม้ 3 ชั้น ฐานอิฐสูง 77 เมตร กว้าง 52.6 เมตร ยาว 38 เมตร ประตูด้านเหนือและใต้สูงและกว้าง 6 เมตร ชั้นล่างก่อเป็นผนังอิฐและประตูทางเข้าชั้นที่สองและชั้นที่สามเป็นเครื่องใม้หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบ สร้างขึ้นในปีที่ 17 แห่งการครองราชย์ของพระจักรพรรดิหงหวู่ (จูหยวนจาง) ซึ่งเป็นพระจักรพรรดิองค์แรกของราชวงศ์หมิง

วัดลามะกว่างเหริน เป็นวัดลามะแห่งเดียวในนครซีอาน เป็นศาสนสถานของพุทธศาสนานิกายวัชรยาน ซึ่งเป็นนิกายที่ผสมผสานระหว่างนิกายมหายานจากประเทศจีนและนิกายตันตระจากประเทศอินเดีย วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อ 1705 ครั้งฮ่องเต้คังซี ในเสด็จเยือนนครซีอานเห็นว่าการสร้างวัดนี้จะเป็นการสะดวกพักระหว่างทางสำหรับลามะผู้ใหญ่จากทิเบตที่ต้องเดินทางผ่านส่านซีเข้าสู่วังหลวงปักกิ่งเพื่อเข้าเฝ้า ในปัจจุบันวัดแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในวัดลามะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจีน

เป็นถนนคนเดินในใจกลางเมืองฉางซา เป็นศูนย์รวมของการช้อปปิ้ง แหล่งรวมสิ้นค้า แบรนด์เนมมากมาย จนกระทั้งสิ้นค้าราคาประหยัดมีให้ได้เลือกซื้อ เลือกชม ถนนคนเดินนี้ยาวประมาณ 1,218 เมตร


เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย