
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย


เป็นวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกุ้ยหลิน มีจุดเด่นคือเจดีย์คู่ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำในเมืองกุ้ยหลิน และในเวลากลางคืนจะเห็นสีสะท้อนอย่างงดงาม ที่เชื่อกันว่าเพื่อแสดงถึงอนาคตอันสดใสของกุ้ยหลินในภายภาคหน้า
.jpg)
นาข้าวขั้นบันไดหลงจี๋ หรือที่บ้างก็เรียกว่า “นาขั้นบันไดหลงเซิ่น (龙胜梯田)” รวมรถกอล์ฟไป-กลับ อันเนื่องมาจากมีลักษณะคล้ายคลึงกับเกร็ดของมังกร หรือกระดูกสันหลังของมังกร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประจำชาติระดับ 4A ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอปกครองตนเองหลงเซิ่น ของเมืองกุ้ยหลิน ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน นาขั้นบันไดหลงจี๋ ตั้งอยู่บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเลที่ 600-880 เมตร เป็นการปรับพื้นที่บนภูเขาสูงให้เป็นแปลงนา มีการผสมผสานเรื่องของการทำเกษตรกรรมเข้ากับภูมิทัศน์ของธรรมชาติได้อย่างลงตัวสวยงาม อีกทั้งที่นี่ยังนับเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกข้าวจากฝีมือแรงงานของมนุษย์ในยุคแรกๆของโลก ซึ่งมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 2,300 ปี และสามารถเรียกได้ว่าเป็น “บ้านเกิดของนาขั้นบันไดโลก

ถนนคนเดิน "ซีปู้เจีย" ณ เขตอู่หลิงหยวน ที่ถนนคนเดิน "ซีปู้เจีย" นอกเหนือจะเป็นถนนที่มีร้านค้าขายสินค้าพื้นเมืองของที่นี่แล้วยังมีอีกสถานที่อีกแห่งหนึ่งซึ่งน่าสนใจอยากให้ไปชมกัน นั่นก็คือ พิพิธภัณฑ์ภาพวาดทรายกี่เป็นภาพวาดแฮนเมตชื่อดังของที่นี่ ภาพวาดทรายถือเป็นสินค้ายอดนิยมอีกสิ่งหนึ่งที่หมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวต่างชาตินิยมซื้อเป็นของฝากที่เป็นเอกลักษณ์ที่ควรค่าแก่การประดับบนกำแพงบ้าน


เขาพระจันทร์ (Moon Hill) ในอำเภอหยางซั่ว เมืองกุ้ยหลิน ประเทศจีน เป็นยอดเขาหินปูนที่มีรูปร่างโดดเด่นคล้ายพระจันทร์เสี้ยวหรือรูเจาะทรงกลมขนาดใหญ่บนยอดเขา

นั่งบอลลูนชมวิวชมวิว 360 องศาของเมืองหยางซั่ว บอลลูนร้อนความสูงประมาน 100-150 เมตร แม่น้ำและภูเขาหินปูนเรียงรายของเมืองหยางซั่วที่แตกต่างจากวิวที่มองบนพื้นดิน เป็นอีกมุมที่ท่านจะได้เก็บภาพบรรยากาศที่สวยงามไว้ได้

เป็นเมืองโบราณริมแม่น้ำอันเงียบสงบ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและอาคารหลายหลังสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิงและหมิง ด้านในมีตลาดท้องถิ่นของเมือง ซึ่งมีทั้งมีปลา เบียร์ชาวบ้าน น้ำผึ้งสด สินค้างานฝีมือท้องถิ่น รวมถึงร้านกาแฟที่นักท่องเที่ยวสามารถพักผ่อนกันได้ตามอัธยาศัย

ล่องชมแม่น้ำที่เป็นแหล่งภูมิลักษณ์ภูดอยหินปูนขนาดใหญ่ที่สุดของโลก เป็นสุดยอดแห่งความงามของทิวทัศน์เมืองกุ้ยหลิน ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกมาช้านาน

ตั้งอยู่ใจกลางเมืองตรงบริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำหลีเจียงและแม่น้ำถาวฮัวเป็นหนึ่งในภูเขาที่ขึ้นชื่อของกุ้ยหลิน ทางตะวันออกเฉียงใต้สุดเขตเมืองกุ้ยหลิน ริมแม่น้ำหลีเจียง เป็นสัญลักษณ์ของเมืองกุ้ยหลิน ที่ได้ชื่อว่าเขางวงช้างนั้น มาจากรูปร่างของภูเขาหินที่คล้ายกับงวงของช้างที่กำลังโน้มลงเพื่อกินน้ำจากแม่น้ำหลีเจียงที่อยู่เบื้องล่าง บริเวณชายฝั่งแม่น้ำบริเวณนี้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมาก

หอเซียวเหยา ตั้งอยู่ในถนนตงซี ตรอกตะวันออกและตะวันตกเป็นย่านเก่าแก่ที่เก่าแก่ที่สุดในกุ้ยหลิน สร้างขึ้นในสมัย ของราชวงศ์ถัง มีชื่อและเจริญรุ่งเรืองในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง ได้รับการบูรณะในปี 2559 ตามสไตล์หมิงและชิง

เป็นถนนเก่าแก่ที่ยังคงอนุรักษ์ให้คงสภาพเช่นเดิมไว้ เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีอายุประมาณ 300 กว่าปี ถูกสร้างข้ึนในสมยัราชวงค์หมิง-ชิง เป็นย่านที่เจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่ในอดีตเจ้าของธุรกิจและเศรษฐีต่างๆก็อาศัยอยู่ในย่านนี้ โดยในปัจจุบันถูกพัฒนากลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีร้านค้าขายของพื้นเมือง ร้านอาหาร และร้านของที่ระลึกอยู่มากมาย

ถ้ำเงิน ซึ่งเป็นถ้ำที่มีความงดงามที่สุดของกุ้ยหลิน ถ้ำนี้เป็นถ้ำที่อยู่ติดกับแม่น้ำหลีเจียง ซึ่ง ภายในถ้ำจะมีน้ำตกสายน้ำใสและปลาต่างๆไหลเวียนเข้าสู่ภายในถ้ำ อีกสัมผัสใหม่ของการท่องถ้ำนี้คือ ท่านจะได้เที่ยวชมปราสาทพระจันทร์และเงาสะท้อนในน้ำ เปรียบประดุจกระจกใน ซึ่งเป็นสถานที่ที่หาที่ใดจะเสมอเหมือนได้ ภายในปราสาท ท่านจะได้พบกับ เสาซึ่งสูงเด่น ร่มที่ประดับด้วยไข่มุกอันมีค่า หินคริสตัลสะท้อนแสงมีค่าที่มาของชื่อถ้ำนี้
หอศิลปะกุ้ยฮัว พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีรูปทรงหรูหรา ใกล้กับภูเขาและแม่น้ำ และมีของสะสมมากมาย นำเสนอโดยแจกันลายครามสีฟ้าและสีขาวของหมิง มี "นิทรรศการโบราณวัตถุทางประวัติศาสตร์กุ้ยหลิน" ซึ่งใช้โบราณวัตถุทางวัฒนธรรมอันอุดมสมบูรณ์เพื่อแสดงประวัติศาสตร์อันยาวนานและงดงามของกุ้ยหลิน วัฒนธรรมที่มีอายุมากกว่า 30,000 ปี "นิทรรศการ "นิทรรศการโบราณวัตถุวัฒนธรรมพื้นบ้านแห่งชาติ" ของกวางสี จัดแสดงโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมพื้นบ้านมากกว่าพันชิ้นในการผลิตทางสังคมและชีวิตทางวัฒนธรรมของประเทศกวางสี "นิทรรศการของขวัญจากเพื่อนนานาชาติ" รวบรวมวัฒนธรรม แก่นแท้ของประเทศต่างๆ


เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย