
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานขนาดใหญ่มากที่ตั้งอยู่ในเขตอัลการ์ฮูดของนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นท่าอากาศยานที่พลุกพล่านที่สุดในโลกจากการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของการบินพาณิชย์และการขนส่งข้ามภูมิภาคต่างๆ ของโลก
.jpg)
ดูไบเฟรม (Dubai Frame) สัญลักษณ์ใหม่ของดูไบ ซึ่งเป็นกรอบรูปฉาบทองคำความสูงขนาด 150 เมตร กว้าง 93 เมตรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใช้เวลาในการก่อสร้างมาถึง 10 ปีเต็ม ด้วยจำนวนเงินประมาณ 43.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.39 พันล้านบาท
.jpg)
เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2022 ที่ผ่านมาทำหน้าที่เสมือนยานลำใหญ่ที่พาทุกคนข้ามเวลาไปสู่โลกอนาคตในปี 2071ภายใต้แนวคิดสำคัญที่ว่า “อนาคตเป็นของผู้ที่สามารถจินตนาการ ออกแบบ และทำให้สำเร็จได้ มันไม่ใช่สิ่งที่คุณจะตั้งตารอแต่คุณจะต้องสร้างมัน” คอนเซ็ปต์การออกแบบของ Museum of the Future แฝงนัยอันลุ่มลึกไว้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเนินเขาสีเขียวเป็นตัวแทนของแทนโลกที่แข็งแรง คงทน และหยั่งรากลึกลงในสถานที่ เวลา และประวัติศาสตร์ ตึกรูปทรงกลมล้ำยุคฉาบด้วยลวดลายสวยงามคือตัวแทนของมนุษยชาติ สะท้อนความหลงใหลในศิลปะและการออกแบบสร้างสรรค์ที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ขณะที่ช่องว่างวงรีกลางอาคารเป็นสัญลักษณ์ของนวัตกรรม พื้นที่ว่างเปรียบเสมือนอนาคตที่เปิดกว้างรอให้ทุกคนมาร่วมกันขีดเขียน
.jpg)

เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์อันสำคัญของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตึกบุรจญ์ อัล อาหรับ ปัจจุบันเป็นโรงแรมรูปทรงเรือใบที่สวยและหรูหราที่สุดระดับโลกที่มีชื่อเสียงของตะวันออกกลาง มีความสูง 321 เมตร หรือ 1,050 ฟุต ตั้งอยู่บนเกาะเทียมที่ถูกถมขึ้นห่างจากแถบชายหาดจูเมร่าห์ 280 เมตร รูปทรงของตึกถูกสร้างให้เหมือนกับใบเรือของเรือใบแบบชาวอาหรับ ซึ่งตัวตึกมีเสา 2 เสาแยกออกมาเป็นรูปตัว V ในขณะที่ช่องว่างระหว่างตัว ส่วนหนึ่งก็ปิดให้เป็นห้องใหญ่ๆ และแบ่งออกเป็นชั้นๆ สถาปนิกได้กล่าวว่า "สิ่งก่อสร้างนี้จะเป็นสัญลักษณ์ของเมืองดูไบ"
.jpg)
เมดิแนท จูไมร่า ซุค (MADINAT JUMEIRAH SOUK) ศูนย์การค้ารูปทรงอาหรับโบราณตั้งอยู่ติดริมทะเลหรือเรียกว่า “เวนิสแห่งดูไบ” เป็นตลาดติดแอร์ ตั้งอยู่ในส่วนเดียวกับโรงแรมหรูระดับ5ดาว Mina Al Salam ของตระกูล Al Maktoum ออกแบบและตกแต่งเป็นศิลปะพื้นเมืองแบบอาหรับคลาสสิก ภายในมีสินค้าระดับ Premiumมากมาย อาทิ ของที่ระลึก พวงกุญแจ ขวดทราย พรมอิหร่าน หัวน้ำหอม โคมไฟ ของประดับตกแต่งบ้าน ขนมหวาน และถั่วรสช็อกโกแลต เป็นต้น

สัมผัสประสบการณ์อันตื่นเต้นกับการนั่งรถตะลุยทะเลทราย พร้อมชมวิวอันงดงามของท้องทะเลทรายและเนินทรายอันสวยงาม
.jpg)
อับร่า (ABRA) เรือท้องถิ่น ซึ่งเป็นพาหนะที่ชาวดูไบใช้กันมาแต่โบราณและยังคงอนุรักษ์ไว้ในปัจจุบัน
.jpg)
ตลาดทอง (GOLD SOUK) เป็นที่ 1 ของตลาดทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยขายทุกอย่างที่เป็น JEWELRY เช่น มุก อัญมณี ต่างๆร้านเล็กๆมากมายกว่าร้อยร้านค้า และท่านยังสามารถเลือกซื้อของที่ตลาดเครื่องเทศ (SPICE SOUK) ซึงเป็นตลาดเครื่องเทศทั้งตลาดตลบอบอวนไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศหลากหลายชนิดจากทั่วทุกมุมโลก โดยสินค้าเด่นๆ ก็มีจำพวกไม้หอม อบเชย ถั่ว กระวาน กานหลู และถั่วร้อยแปดชนิดจากทุกที่ในตะวันออก
.jpg)
เป็นศูนย์การค้าขนาดมหึมาที่มีร้านค้ากว่า 1,200 แห่งร้านอาหารและคาเฟ่กว่า 200 แห่งและซูการ์ทองคำในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำลานสเก็ตน้ำแข็งขนาดโอลิมปิกสวนสนุกในร่มและโรงภาพยนตร์ และอื่นๆอีกมากมาย

เป็นท่าอากาศยานขนาดใหญ่มากที่ตั้งอยู่ในเขตอัลการ์ฮูดของนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นท่าอากาศยานที่พลุกพล่านที่สุดในโลกจากการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของการบินพาณิชย์และการขนส่งข้ามภูมิภาคต่างๆ ของโลก

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย