
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

.jpg)
ตั้งอยู่ชายแดนมณฑลชานซีและมองโกเลียใน จุดเด่นระดับชาติผสานผสานสัญลักษณ์แห่งอารยธรรมจีน ไฮไลท์การท่องเที่ยวคือชมมหัศจรรย์ธรณีวิทยา หน้าผาหินทรายแดงสูงเสียดฟ้า แม่น้ำคดเคี้ยวราวมังกร

ผืนแผ่นดินหลังฝั่งทะเลแห่งที่ราบสูงทางตะวันตกเฉียงใต้ของเขตปกครองตนเองมองโกเลีย ครอบคลุมพื้นที่ 86,752 ตารางกิโลเมตร ล้อมรอบด้วยแม่น้ำเหลืองทางเหนือ ตะวันตก และตะวันออก แยกออกจากมณฑลส่านซี ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ด้วยกำแพงเมืองจีนพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงทางใต้ และลาดต่ำลงมาเป็นลูกเนินทางตะวันออก ส่วนพื้นที่ทางเหนือค่อนข้างราบเรียบและเต็มไปด้วยดินโคลนที่น้ำพัดพามา ซึ่งส่วนกลางของพื้นที่เป็นที่ตั้งของทะเลทราย Khoqi เดิมเมืองแห่งนี้มีชื่อว่า ณ Ih Ju League เคยเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยปราสาทราชวัง มีผู้คนอยู่อาศัยมากกว่า 35,000 มาปีแล้ว ก่อนที่ราชวงศ์ชิง จะแผ่ขยายอำนาจมาครอบครองดินแดนแถบนี้ แต่ก็ยังมีพื้นที่บางส่วนที่ชนเผ่าเร่ร่อนยังคงถือครองอยู่ ซึ่งในสมัยราชวงศ์ชิงมีชนกลุ่มน้อยเร่ร่อนกว่า 6 ชนเผ่าตั้งรกรากอยู่บริเวณนี้
เนินทรายเสี่ยงซาวาน ตั้งอยู่ในเขตทะเลทรายคูบูฉี KUBUQI เป็นทะเลทรายที่ทอดตัวยาวถึง 400 กิโลเมตร จากตะวันตกไปยังตะวันออกและมีความกว้างถึง 50 กิโลเมตร และใหญ่ติด 1 ใน 3 สามของทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในจีน ให้ท่านได้ถ่ายรูปและสนุกกับกิจกรรมอันหลายหลายตามอัธยาศัย เช่น การขี่อูฐชมทะเลทราย, เล่นสไลเดอร์บนเนินทรายที่มีความสูง 110 เมตร ชัน 45 องศา, นั่งกระเช้าลอยฟ้า หรือจะเดินเล่นในทะเลทราย (รวมถุงเท้าป้องกันทรายคนละหนึ่งชุด) นั่งรถ 4WD ลุยทะเลทราย

ขี่อูฐ สู่เนินทรายอันกว้างใหญ่สุดตาเพื่อรอชม พระอาทิตย์ทอแสงยามเช้า แสงทองยามเช้าสาดสู่ทะเลทราย เป็นบรรยากาศยามเช้าที่คุณจะประทับใจมิรู้ลืม
ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องเงินเพราะถือว่าเป็นโลหะศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่แค่เครื่องประดับที่ใส่เพื่อความเท่านั้นแต่ยังมีความเชื่อที่ว่าช่วยขับไล่ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย นำโชคดีมาให้ผู้ที่ได้ครอบครอง จึงเป็นที่นิยมของชาวพื้นเมืองที่จะนำมาสวมใส่ อีกทั้งยังเป็นตัวสะท้อนความมั่งคั่ง

เป็นพิธีพื้นบ้านและถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพ ความจริงใจ และความเคารพที่ชาวมองโกลมีต่อแขกผู้มาเยือน เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำอย่างยิ่ง

ศูนย์วัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิมองโกล ชมการจัดแสดงนิทรรศการเข้ากับการแสดงศิลปะและวัฒนธรรมอันตระการตา ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณของ ชนเผ่ามองโกลได้อย่างลึกซึ้งและมีชีวิตชีวา
ศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และที่นี่ยังเป็นพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ ศรัทธา ของพระพุทธศาสนานิกายทิเบต สถาปัตยกรรมที่นี่ยังผสมผสานระหว่างมองโกล
.jpg)
ศูนย์รวมของความบันเทิง ร้านค้า ร้านอาหาร ที่จะทำให้ท่านได้สัมผัสกับชีวิตชีวาและเสน่ห์ของเมืองใหม่แห่งนี้อย่างแท้จริง


เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย