
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

ท่าอากาศยานนานาชาติ เจดดาห์ ท่าอากาศยานนานาชาติเจดดาห์

ท่าอากาศยานนี้ตั้งอยู่ที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นประตูสำคัญในการเข้าออกอียิปต์ และยังเป็นท่าอากาศยานหลักของอียิปต์แอร์

เป็นส่วนหนึ่งของเมืองเก่าไคโร เดินเที่ยวเล่นลัดเลาะตามตรอกซอกซอยเล็ก ๆ คดเคี้ยวเหมือนเขาวงกตแบบยุคเก่า ครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง

เป็นหนึ่งในโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในอียิปต์ที่มีความเป็นมาย้อนไปได้ถึงช่วงศตวรรษที่ 3 โดยเป็นโบสถ์คริสต์นิกายคอปติกออร์โธดอกซ์แห่งอียิปต์ ตัวโบสถ์ตั้งอยู่เหนือประตูเมืองของป้อมปราการบาบิโลนซึ่งเป็นป้อมปราการโรมันในคอปติกไคโรโดยสร้างในสไตล์บาซิลิกัน
_in_Old_Cairo%2C_4th_century_(4)_(52087179896).jpg)
โบสถ์เซนต์เซอร์จิอุสและเซนต์บาคคัส (Church of Saints Sergius and Bacchus) หนึ่งในโบสถ์คริสต์คอปติกที่เก่าแก่และมีความสำคัญทางศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ตั้งอยู่ในย่าน “โคปติกไคโร” (Coptic Cairo) มีอายุย้อนไปถึงราวศตวรรษที่ 4–5 และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อกันว่า พระนางมารีย์ นักบุญโยเซฟ และพระเยซูคริสต์ เคยลี้ภัยมายังอียิปต์ และพำนักอยู่ ณ ถ้ำใต้โบสถ์แห่งนี้ระหว่างหลบหนีการตามล่าจากกษัตริย์เฮโรด โบสถ์สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาซิลิกา ภายในตกแต่งด้วยไม้ฉากไอคอนโบราณ แท่นบูชาหินอ่อน และภาพไอคอนเก่าแก่ที่สะท้อนศิลปะแบบคอปติกอันวิจิตร ส่วนถ้ำศักดิ์สิทธิ์ใต้พื้นโบสถ์ที่เคยเป็นที่พำนักของครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ ยังคงเปิดให้ผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวลงไปเยือนได้

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านคริสเตียนคอปติกไคโร ก่อตั้งโดย Marcus Simaika ในปี 1908 เป็นสถานที่ที่เก็บสะสมและนำเสนอของสะสมที่เกี่ยวกับชาวคริสเตียนในอิยิปต์ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นตัวอย่างของศิลปะคอปติกที่สำคัญที่สุดในโลก

ท่าอากาศยานนี้ตั้งอยู่ที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นประตูสำคัญในการเข้าออกอียิปต์ และยังเป็นท่าอากาศยานหลักของอียิปต์แอร์

เป็นท่าอากาศยานประจำเมืองอัสวาน ถูกสร้างขึ้นในปี 1956 ตั้งอยู่ห่างไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองอัสวานไปประมาณ 16 กิโลเมตร

เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอียิปต์และเป็นเมืองหลวงของเขตปกครองอัสวานที่ได้ขยายตัวและรวมถึงชุมชนที่แยกจากเดิม และยังเป็นส่วนหนึ่งของเมือง Creative Cities โดยยูเนสโก้ในเรื่องของงานฝีมือและศิลปะพื้นบ้านอียิปต์ต่างๆ

วิหารคาลับชา (Kalabsha Temple) หนึ่งในอัญมณีล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ของอียิปต์ตอนใต้ ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบนัสเซอร์ เป็นวิหารขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในสมัยโรมันเพื่ออุทิศแด่เทพ Mandulis เทพแห่งดวงอาทิตย์ของชาวนูเบีย โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอันวิจิตรซึ่งผสมผสานระหว่างศิลปะอียิปต์โบราณและอิทธิพลจากจักรวรรดิโรมัน นอกจากความงดงามทางศิลปกรรม
.jpg)
วิหารฟิเลย์ (Philae) โดยเรือวิหารนี้สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพีไอซิส (Isis) ระหว่างทางแวะชมแหล่งหินแร่แกรนิตที่เก่าแก่และเสาหินโอเบลิก (The Unfinished Obelisk) ที่ยังสร้างไม่เสร็จ หากสร้างเสร็จเมื่อยกขึ้นตั้งจะเป็นเสาโอเบลิกที่สูงที่สุดในอียิปต์
.jpg)
ล่องเรือเฟลุกก้า (Felucca) เรือใบโบราณแบบดั้งเดิมของชาวอียิปต์ ที่ใช้แล่นไปตามลำน้ำไนล์มาตั้งแต่สมัยโบราณ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศยามเย็นของเมืองอัสวาน ท่ามกลางสายลมเย็นและวิวริมแม่น้ำที่เงียบสงบ สัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนท้องถิ่น พร้อมชมความงดงามของแม่น้ำไนล์ในอีกมุมที่แตกต่างออกไป พร้อม Dinner อาหารมื้อเย็น
.jpg)
หมู่บ้านนูเบีย (Nubian Village) หมู่บ้านสีสันสดใสที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไนล์ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวนูเบีย ชนพื้นเมืองโบราณที่มีวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภาษาของตนเอง สัมผัสกับเสน่ห์ของบ้านเรือนทาสีฉูดฉาด ลวดลายพื้นเมืองอันเป็นเอกลักษณ์ ระหว่างเส้นทางล่องเรือ

เป็นเมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบนูเบีย ตั้งอยู่ห่างไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงอัสวานไปประมาณ 240 กิโลเมตร ที่นี่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีว่าเป็นที่ตั้งของวัดอาบูซิมเบลซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์รามเสสที่ 2
.jpg)
เป็นวิหารเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ๆ กับมหาวิหารอาบูซิมเบล ถูกสร้างเพื่ออุทิศให้กับเทพ Hathor และ Ramesses II หัวหน้าเทพเนเฟอร์ทารี ตัววิหารมีลักษณะเป็นวิหารแบบหินสกัด ตรงเสาหน้าวิหารมีการแกะสลักรูปเทพเจ้า

เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอียิปต์และเป็นเมืองหลวงของเขตปกครองอัสวานที่ได้ขยายตัวและรวมถึงชุมชนที่แยกจากเดิม และยังเป็นส่วนหนึ่งของเมือง Creative Cities โดยยูเนสโก้ในเรื่องของงานฝีมือและศิลปะพื้นบ้านอียิปต์ต่างๆ
.jpg)
เป็นวิหารที่สร้างเพื่อถวายแด่เทพเจ้า 2 องค์ คือเทพโซเบ็ก เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์หรือเทพผู้สร้างโลก รักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ ซึ่งมีเศียรเป็นจระเข้ และเทพฮอรัส (HORUS) มีเศียรเป็นเหยี่ยว เป็นเทพเจ้าแห่งความดีและฉลาดรอบรู้ ซึ่งได้รับการนับถืออย่างมากจากชาวอียิปต์โบราณ ที่ผนังของวิหารคอมออมโบ ยังปรากฏภาพสลักเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ปรากฎให้เห็นอยู่ นอกจากนี้ยังมีเครื่องวัดระดับน้ำ ซึ่งเรียกว่า ไนล์โลมิเตอร์ ที่เป็นตัวช่วยประเมินการบอกปริมาณผลผลิตในแต่ละปี และทำให้ทางการสามารถกำหนดระดับภาษีที่ต้องเก็บจากประชาชนได้

วิหารเอ็ดฟู (TEMPLE OF EDFU OR TEMPLE OF HORUS) ได้รับการยกย่องว่าเป็นวิหารอียิปต์โบราณที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุด เป็นวิหารขนาดใหญ่ที่สวยงาม สร้างขึ้นเพื่อบูชา เทพฮอรัส (HORUS) มีเศียรเป็นเหยี่ยว เป็นเทพเจ้าแห่งความดีและฉลาดรอบรู้ มองได้ไกลเหมือนเหยี่ยว ขนาดของวิหารนี้ มีความกว้างบริเวณซุ้มถึง 79 เมตร และมีความยาวถึง 137 เมตร มีหลักฐานแกะสลักไว้ว่า เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ปี 237 ก่อนคริสต์ศักราช

วิหารลักซอร์ (Luxor Temple) สร้างโดยฟาโรห์อเมโนฟิสที่3 พระองค์ทรงสร้างวิหารแห่งนี้พร้อมกับการบูรณะต่อเติมวิหารคาร์นักไปด้วย หากนับวิหารถึงปัจจุบันจะมีอายุรวม 3,400 ปี วิหารได้รับการปฏิสังขรณ์สานต่อจากฟาโรห์องค์ต่อมาหลายพระองค์ แต่ที่เด่นที่สุดจนวิหารแห่งนี้ดูสมบูรณ์แบบสวยงามนั้นเป็นฝีมือของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ที่นี่เปรียบเหมือนบ้านหลังที่สองเพื่อการพักผ่อนของเทพอะมอนราและครอบครัวคือเทวีมัตและเทพคอนส์หรือคอนชู

หุบเขากษัตริย์ (The Valley of the Kings) เป็นหุบเขาแห่งสุสานที่ฝังหลุมศพของกษัตริย์และราชวงศ์ในราชอาณาจักรใหม่ (ตั้งแต่ราชวงศ์ที่ 18 ถึง 20 ของอียิปต์โบราณ) ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ ฝั่งตรงข้ามกับเมืองธีปส์ หรือเมืองลักซอร์ในปัจจุบัน หุบเขากษัตริย์ โด่งดังมาจากการค้นพบสุสานของฟาโรห์ตุตันคามุน (ที่เป็นที่เลื่องลือด้านคำสาปฟาโรห์) และยังถือเป็นหนึ่งในสถานที่โบราณคดีที่โด่งดังที่สุดในโลก ในปี ค.ศ. 1979 ถูกยกให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย
.jpg)
มหาวิหารคาร์นัค (Great Temple of Karnak) มหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดและสวยงามที่สุดของอียิปต์ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองลักซอร์ 3 กิโลเมตร สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพเจ้าอะมอนรา (สุริยะเทพ) และเพื่อเป็นสถานที่จัดพิธีกรรมเกี่ยวกับความเชื่อของอียิปต์โบราณ คาร์นักเป็นชื่อหมู่บ้านของเทพอะมอน เป็นเมืองหลวงแห่งอาณาจักรไอยคุปต์มาตั้งแต่ราชวงศ์ที่ 11 จนถึงราชวงศ์ที่ 21 รวมเวลานับ 1,000 ปี
เป็นท่าอากาศยานหลักประจำเมืองลักซอร์ของประเทศอียิปต์ ตั้งอยู่ 6 กิโลเมตรไปทางตะวันออกของเมือง ตัวท่าอากาศยานรองรับผู้โดยสารได้ 8 ล้านคนต่อปี มีโรงอาหาร ร้านดิวตี้ฟรี ห้องไปรษณีย์ และอื่นอำนวยความสะดวกอื่นๆ ครบครัน

ท่าอากาศยานนี้ตั้งอยู่ที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นประตูสำคัญในการเข้าออกอียิปต์ และยังเป็นท่าอากาศยานหลักของอียิปต์แอร์

เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์อียิปต์โบราณ ชาวอียิปต์ในสมัยนั้นเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาย ดังนั้นจึงต้องแน่ใจว่ากษัตริย์ของพวกเขาจะทรงมีทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับโลกหน้า พวกเขาได้ฝังทรัพย์สินและสิ่งของส่วนพระองค์ไปพร้อมกัน สิ่งที่นักโบราณคดีค้นพบเป็นจำนวนมากในห้องเก็บสมบัติของปิรามิดได้แก่เพชรพลอย อาหาร เครื่องเรือน เครื่องดนตรี และอุปกรล่าสัตว์

สฟิงซ์ (Sphinx) เป็นการผสมกันระหว่างมนุษย์กับสิงโต ส่วนหัวที่เหมือนมนุษย์นั้น มีสัญลักษณ์ของฟาโรห์อียิปต์แสดงไว้คือมีเคราที่คาง ตรงหน้าผากมีงูแผ่แม่เบี้ยและมีเครื่องประดับ รัดเกล้าแบบกษัตริย์ หน้าที่ของสฟิงซ์สฟิงซ์เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของกษัตริย์ หรือเป็นสัตว์ที่มีชาญฉลาดและมีพลังเพื่อปกป้องพระศพและทรัพย์สมบัติภายในพีรามิด

พิพิธภัณฑ์โบราณแห่งใหม่ของอียิปต์ และ เป็นพิพิธภัณฑ์ โบราณคดีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ใกล้กับ พีระมิดแห่งกิซา มีพื้นที่กว่า 490,000 ตารางเมตร จัดแสดงโบราณวัตถุมากกว่า 100,000 ชิ้น พิพิธภัณฑ์อียิปต์เป็นศูนย์กลางของการวิจัย การจัดเก็บ และการจัดแสดง โบราณวัตถุจาก อาณาจักรโบราณของอียิปต์ซึ่งบางชิ้นถูกค้นพบเมื่อนานมาแล้ว และบางชิ้นถูกค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ รวมถึงสมบัติครบชุดจากสุสานของกษัตริย์ตุตันคาเมน.

เป็นตลาดสไตล์อาหรับโบราณที่มีอายุร่วม 600 ปี ที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในฉากหนึ่งในหนังอาหรับย้อนยุค ที่นี่มีสินค้ามากมายหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นครื่องเทศ, เครื่องเงิน, ร้านทอง, เสื้อผ้า รวมถึงร้านกาแฟ ฟิชาวี คอฟฟี่เฮา (El Fishawy)อายุร่วม 200 ปีที่เปิดขายตลอด24 ชม ตลาดแห่งนี้เป็นอีกสถานที่หนึ่งนะคะที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเยือนประเทศอียิปต์

ท่าอากาศยานนี้ตั้งอยู่ที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นประตูสำคัญในการเข้าออกอียิปต์ และยังเป็นท่าอากาศยานหลักของอียิปต์แอร์

ท่าอากาศยานนานาชาติ เจดดาห์ ท่าอากาศยานนานาชาติเจดดาห์

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย