
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

ท่าอากาศยานนี้ตั้งอยู่ในเขต Yubei ของเมืองฉงชิ่ง โดยอยู่ขึ้นไปทางเหนือประมาณ 19 กิโลเมตรจากตัวเมืองฉงชิ่ง ที่นี่เป็นศูนย์กลางการบินที่สำคัญสำหรับสายการบินในจีนตะวันตกที่รวมถึง China Express Airlines, China Southern Airlines, Sichuan Airlines และอื่นๆ
ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอยู่กลางเมืองฉงชิ่ง หมู่บ้านโบราณฉือชี่โข่วเป็นหมู่บ้านที่มีชนเผ่ากลุ่มน้อยหลากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ โดยอาคารบ้านเรือนภายในหมู่บ้านจะคงรูปแบบของสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิมไว้

เป็นมหาศาลาประชาคมประจำเมืองฉงชิ่ง ซึ่งจอมพลเฮ่อหลง เป็นผู้ริเริ่มโครงการ เพื่อใช้เป็นที่ประชุมสภาผู้แทนและโรงละครของประชาชน โดยจำลองแบบมาจากหอเทียนถานที่เมืองปักกิ่ง ที่แห่งนี้สามารถจุคนได้กว่า 4,000 คน
.jpg)

เป็นย่านประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจย่านหนึ่งในเมืองฉงชิ่ง ปัจจุบันมีโรงแรม ร้านอาหาร และร้านค้าตั้งอยู่รวมกันหลายๆ

ตั้งอยู่ด้านข้างของหงหยาต้ง โดยสามารถเดินจากสะพานไปยังหงหยาต้งได้ในระยะทาง สั้นๆ สะพานนี้เป็นหนึ่งในมุมที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพหงหยาต้ง โดยเฉพาะตอนกลางคืนเมื่อเปิดไฟประดับ จากสะพานเชียนซีเหมนิ สามารถมองเห็นหงหยาต้งได้อย่างชัดเจน พร้อมกับววิแม่น้ำจยี หลิงและทิวทัศน์ของ เมืองฉงชิ่ง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในนครฉงชิ่ง หงหยาต้งเป็นพื้นที่ที่รวมสถาปัตยกรรมโบราณและ โมเดิร์นเข้าด้วยกัน มีลักษณะเป็นอาคารไม้แบบดั้งเดิมที่ตั้งอยู่ในแนวตั้งบนหน้าผา ซึ่งมีทั้งร้านอาหาร, ร้านค้าของที่ระลึก, และจุดชมวิวที่งดงาม


วัดหลัวฮั่นซื่อ เป็นวัดพุทธโบราณ สร้างขึ้นเมื่อหนึ่งพันปีมาแล้ว ในสมัยราชวงศ์ซ่ง ตัววัดตั้งอยู่ในย่านธุรกิจและชุมชนใจกลางเมืองฉงชิ่ง

เป็นถนนช้อปปิ้งที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าขนาดใหญ่ใจกลางนครฉงชิ่ง บริเวณนี้เต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆ มากมายกว่า 3,000 ร้าน

ท่าอากาศยานนี้ตั้งอยู่ในเขต Yubei ของเมืองฉงชิ่ง โดยอยู่ขึ้นไปทางเหนือประมาณ 19 กิโลเมตรจากตัวเมืองฉงชิ่ง ที่นี่เป็นศูนย์กลางการบินที่สำคัญสำหรับสายการบินในจีนตะวันตกที่รวมถึง China Express Airlines, China Southern Airlines, Sichuan Airlines และอื่นๆ

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย