
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศหลักของเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามตอนกลาง และเป็นท่าอากาศนานาชาติที่สามของประเทศนอกเหนือจากท่าอากาศยานนอยไบกับท่าอากาศยานโฮจิมินห์ ท่าอากาศยานนี้ถูกสร้างขึ้นโดยรัฐบาลอาณานิคมของฝรั่งเศสในทศวรรษที่ 1940 ที่นี่ยังเคยเป็นท่าอากาศยานของทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามอินโดจีน รวมถึงสงครามเวียดนาม

เป็นเมืองท่าสำคัญของเวียดนามกลางตอนใต้ ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลจีนใต้ จัดเป็น 1 ใน 5 เขตการปกครองส่วนท้องถิ่นในเวียดนาม
.jpg)
เมืองเว้ตั้งอยู่ใจกลางของประเทศ อยู่ห่างจากชายฝั่งทะเล 12 กิโลเมตร เป็นเมืองของกษัตริย์ในราชวงศ์เหวียน ซึ่งได้ปกครองต่อกันมาเพียง 33 ปี ฝรั่งเศสก็บุกเข้าโจมตีเมืองเว้ มาถึงปีพ.ศ.2488 ญี่ปุ่นก็เข้ามายึดครองบังคับให้พระเจ้าเบาได๋สละราชสมบัติ ต่อมาเมืองเว้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเวียดนามใต้ ตามการแบ่งประเทศออกเป็น 2 ส่วน และได้เสื่อมสลายลงภายใต้การปกครองของโงดินห์เยียม เมืองเว้ดึงดูดนักท่องเที่ยวเพราะมีแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เสน่ห์ที่ไร้กาลเวลาของสถาปัตยกรรมที่ล้ำค่ามีแบบฉบับของตนเอง และยังมีความงามตามธรรมชาติบนฝั่งแม่น้ำหอมด้วย

เป็นวัดพุทธมหายาน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำหอม เป็นอาคารทรงเจดีย์แปดเหลี่ยม 7 ชั้น สูง 21 เมตร ซึ่งสร้างขึ้นใน ค.ศ.1601 ในสมัยขุนนางเหวียนฮวาง คำว่าเทียนมู่ แปลว่า เทพธิดา ดังนั้นนักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญมาเยือนจึงตั้งชื่อภาษาไทยให้ว่า “วัดเทพธิดาราม” ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของริมแม่น้ำหอมของประเทศเวียดนาม ทางไปสุสานของพระเจ้ามิงห์หม่าง วัดแห่งนี้นับเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนานิกายเซน จุดเด่นที่สุดของวัดแห่งนี้คือเจดีย์ทรงเก๋ง 8 เหลี่ยม สูงลดหลั่นกัน 7 ชั้น แต่ละชั้นเป็นตัวแทนของชาติภพต่างๆ ของพระพุทธเจ้า

ล่องเรือมังกร ชมแม่น้ำหอม ซึ่งเป็นแม่น้ำที่มีแหล่งกำเนิดมาจากบริเวณต้นน้ำที่อุดมไปด้วยดอกไม้ป่าที่ส่งกลิ่นหอม เป็นแม่น้ำสายสั้นๆ ระหว่างทางจะได้พบเห็นหมู่บ้านชาวน้ำให้เห็นอยู่เป็นระยะๆ (ใช้เวลาล่องเรือโดยประมาณ 45-60 นาที)

เป็นพระราชวังเพียงแห่งเดียวในประเทศเวียดนาม และเป็นที่ประทับของกษัตริย์ในราชวงค์เหงียนทั้ง 13 พระองค์ ในช่วงระหว่าง ค.ศ. 1802 – 1935 โดยมีกษัตริย์องค์แรกชื่อกษัตริย์ยาลอง พระองค์สร้างพระราชวังนี้เมื่อ ค.ศ.1805 แต่แล้วเสร็จในปี ค.ศ 1832 รวมระยะเวลาก่อสร้างนานถึง 27 ปี กษัตริย์องค์สุดท้ายที่ประทับคือกษัตริย์เบ่าได๋ ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของเวียดนาม

เป็นจักรยานสามล้อปั่นรับจ้างในเวียดนาม หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ "ซิโคล่" เป็นที่ดึงดูดทั้งคนธรรมดาสามัญ ไปถึงบุคคลสำคัญระดับประเทศนี้ ด้วยลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวรถเปิดกว้างรับอากาศบริสุทธิ์ เคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์รอบข้าง โดยไม่มีสิ่งกีดขวางสายตาจากบรรยากาศรอบตัว สามารถที่จะมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นบนถนน ไปจนถึงร้านค้าข้างทางได้ง่ายกว่าการโดยสารรถแท็กซี่ หรือยานพาหนะอื่นๆ

ยอดเขาบานาฮิลล์อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร ที่นี่เป็นรีสอร์ท โรงแรม ความสนุกสนานอยู่ที่เครื่องเล่นใน Disney vietnam ที่สูงที่สุดอีกแห่งหนึ่ง สามารถสัมผัสความสวยงามท่ามกลางทัศนียภาพของภูเขาสูงของที่นี่ การเดินทางด้วยกระเช้าสู่เขาบานาฮิลล์ อาจทำให้เราลืมเวลาไปเลยก็ได้ เพราะสายตาจะจดจ่ออยู่กับความสวยงามของทัศนียภาพในหุบเขาสีเขียวเหนือพื้นดิน

เป็นสะพานที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือหุบเขาบานาฮิลล์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1400 เมตร มีความยาว 150 เมตร ทางเดินแบ่งออกเป็น 8 ช่วง โค้งไปตามแนวเขา สิ่งที่สะดุดตานักท่องเที่ยวมากที่สุดคงจะเป็นอุ้งมือหินขนาดยักษ์ ที่แบกรับสะพานสีทองนี้เอาไว้ ที่นี่เหมาะมากที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจ สูดอากาศสดชื่น และชมทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ที่ไกลออกไปเหมือนไม่มีสิ้นสุด รู้สึกราวกับว่ายืนอยู่บนสวรรค์

เป็นสวนดอกไม้สไตล์ฝรั่งเศสที่ตั้งอยู่บนบานาฮิลล์ จัดไว้อย่างสวยงามให้เราไปถ่ายรูปเล่นได้ อีกทั้งยังมีรถรางสำหรับชมธรรมชาติอีกด้วย และด้วยอากาศที่เย็นเกือบตลอดปีบนยอดเขา Bana Hills ทำให้ดอกไม้บนเขาแห่งนี้มีสีสันสวยสดงดงามมาก

Moon Kingdom มีปราสาทใหญ่โตสวยอลังการ Lunar Castle หรือ ปราสาทพระจันทร์ และ Eclipse Plaza ที่มีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากโซนอื่นๆ บรรยากาศเทพนิยายมหัศจรรย์ นอกจากมุมถ่ายรูปต่างๆ ด้านบนของบานาฮิลล์

ภูเขาหินอ่อน Marble Mountains เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนาที่สำคัญ ต้องเดินขึ้นบันไดร้อยขั้นสำหรับขึ้นไปบนภูเขา เป็นภูเขาหินอ่อนและหินปูนของเวียดนาม ประกอบด้วยเนินเขาน้อยใหญ่ ชาวเวียดนามเรียกภูเขานี้ว่า ภูเขาแห่งธาตุทั้ง 5 ภายในภูเขามีแทนบูชา พระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ และเทพองค์อื่นๆอีกด้วย

หมู่บ้านกั๊มทาน สนุกสนานไปกับกิจกรรม!! นั่งเรือกระด้ง Cam Thanh Water Coconut Village หมู่บ้านเล็กๆ ในเมืองฮอยอันตั้งอยู่ในสวนมะพร้าวริมแม่น้ำ ในอดีตช่วงสงครามที่นี่เป็นที่พักอาศัยของเหล่าทหาร อาชีพหลักของคนที่นี่คือ อาชีพประมง ระหว่างการล่องเรือท่านจะได้ชมวัฒนธรรมอันสวยงาม ชาวบ้านจะขับร้องเพลงพื้นเมือง ผู้ชายกับผู้หญิงจะหยอกล้อกันไปมานำที่พายเรือมาเคาะกันเป็นจังหวะดนตรีสุดสนุกสนาน

เป็นเมืองขนาดเล็กริมฝั่งทะเลจีนใต้ทางตอนกลางของประเทศเวียดนาม ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดกว๋างนาม มีประชากรอาศัยอยู่ราว 80,000 คน ในอดีตเคยเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในเวียดนาม องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเขตเมืองเก่าของฮอยอันให้เป็นมรดกโลก

เป็นสะพานเก่าแก่ที่เชื่อมโยงถนนสองแห่ง สร้างขึ้นอย่างแข็งแรงตั้งแต่ปี 1593 โดยชาวญี่ปุ่น ที่มาอาศัยอยู่ในเเมืองฮอยอัน ต่อมามีการขยายถนนลอดใต้สะพานเพื่อให้รถผ่านได้โดยชาว ฝรั่งเศสเมื่อครั้งที่เข้ามามีบทบาทในการปกครองเวียดนาม และต่อมาได้มีการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่ในปี 1986 ซึ่งบนสะพานจะมีศาลเจ้าเล็กๆ ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสซึ่งเป็นศาลเก่าแก่อยู่คู่เมืองนี้มานาน

สะพานแห่งความรัก ตั้งอยู่ทางตะวันออกของถนน Tran Hung Dao ระหว่างสะพานมังกรและสะพานแม่น้ำฮัน นี่เป็นสถานที่นัดพบที่โรแมนติคมากสำหรับคู่รักที่รักกันและราวกับจะพิสูจน์ความรักอันภักดีของพวกเขามีคู่รักจำนวนมากที่ปิดกั้นความรักไว้บนสะพาน "สะพานแห่งความรัก" ยังเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับ "คู่รัก" ถ่ายภาพงานแต่งงาน

รูปปั้นปลามังกร มีน้ำหนักเกือบ 200 ตันสูง 7.5 เมตรจากบล็อกหินอ่อนสีขาว 5 ก้อน เป็นอัญมณีที่มีคุณภาพสูงลายสวยๆ มีผู้เข้าชมมากมายในการเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวสำรวจ และถ่ายรูปที่ระลึก

สะพานมังกร เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวที่สำคัญของเมืองดานัง มีความยาว 666 เมตร ความกว้างเท่าถนน 6 เลน ด้วยงบประมาณราคาเกือบ 1.5 ล้านล้านดอง เชื่อมต่อสองฟากฝั่งของแม่น้ำฮัน เปิดให้บริการเมื่อ 29 มีนาคม พ.ศ. 2556 เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 38 ปี แห่งอิสรภาพของเมืองดานัง สะพานมังกรแห่งนี้ถือเป็นแลนมาร์คสำคัญที่หนึ่งของเมืองดานัง ซึ่งมีรูปปั้นที่มีหัวเป็นมังกรและหางเป็นปลา พ่นน้ำ คล้ายๆ สิงคโปร์

วัดหลิงอิ่น (Lingyin Temple) เป็นวัดพุทธนิกายเซนที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง สร้างขึ้น โดยพระภิกษุชาวอินเดีย ขึ้นชื่อเรื่องสถาปัตยกรรมไม้ที่สวยงาม พระพุทธรูปแกะสลักหินบนยอดเขาเฟยไหล (Feilai Peak) และความศักดิ์สิทธิ์ในการขอพรโชคลาภ บรรยากาศร่มรื่นด้วยธรรมชาติ

ตลาดฮาน ตลาดสดของเมืองดานัง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำฮาน ไม่ไกลจากสะพานข้ามแม่น้ำ ด้านหน้าตลาดมีประติมากรรมริมแม่น้ำเป็นรูปปั้นหญิงสวยงาม มีทั้งของสดและของที่ระลึกให้เลือกซื้อ

เป็นท่าอากาศหลักของเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามตอนกลาง และเป็นท่าอากาศนานาชาติที่สามของประเทศนอกเหนือจากท่าอากาศยานนอยไบกับท่าอากาศยานโฮจิมินห์ ท่าอากาศยานนี้ถูกสร้างขึ้นโดยรัฐบาลอาณานิคมของฝรั่งเศสในทศวรรษที่ 1940 ที่นี่ยังเคยเป็นท่าอากาศยานของทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามอินโดจีน รวมถึงสงครามเวียดนาม

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย