
เป็นจุดศูนย์กลางทางการบินในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถเชื่อมโยงการคมนาคมทางอากาศไปยังจุดต่างๆ ของโลกได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการบินภายในภูมิภาคเอเชียด้วยกัน หรือระหว่างทวีปยุโรป ทวีปอเมริกา ทวีปออสเตรเลีย ซึ่งสามารถใช้เป็นจุดแวะลงและเชื่อมต่อในการเดินทางของผู้โดยสารตลอดจนพัสดุไปรษณียภัณฑ์ไปยังจุดอื่นๆ ได้อย่างดี

เป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการฉางชา เมืองหลวงของมณฑลหูหนานประเทศจี นรวมถึงเมืองใกล้เคียงเช่นจูโจวและเซียงถาน ตั้งอยู่ห่างไปประมาณ 25 กิโลเมตรจากตัวเมืองฉางชา ท่าอากาศยานแห่งนี้บริหารงานโดยหน่วยงานการท่าอากาศยานแห่งหูหนานซึ่งเป็นบริษัทมหาชนที่บริหารสนามบินทั้งห้าแห่งในมณฑลหูหนาน

เป็นเมืองที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลหูหนาน และเป็นเมืองพี่เมืองน้องกับเมืองฉางซา โดยเมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ แต่ถนนหนทางของเมืองนี้สะอาดสะอ้านเป็นระเบียบในเมือง มีการปลูกต้นไม้อย่างสวยงาม

ถนนโบราณต้าเสี่ยวเหอเจีย เป็นถนนที่ก่อสร้างเป็นแบบลักษณะชุมชนตลาดโบราณ สร้างตามวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเมืองฉางเต๋อ ระหว่างทางจะมีการขายอาหารพื้นเมือง เช่น เส้นหมี่ฉางเต๋อ รวมไปถึงของใช้ และของที่ระลึกต่างๆ ของชุมชน

เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาและมีแม่น้ำถั่วเจียง แม่น้ำที่ใสสะอาดไหลผ่าน สองฝั่งแม่น้ำมีบ้านแบบโบราณที่ยกพื้นสูงเรียงรายกันบนริมแม่น้ำ ถ้ามองจากริมแม่น้ำจะเห็นบ้านเรือนยกสูงสร้างติดริมแม่น้ำเป็นแนวยาว กลางเมืองฟ่งหวงจะมีสะพานเก่าที่คาดว่าสร้างในสมัยราชวงศ์ชิง เชื่อมโยงชีวิตสองฟากแม่น้ำเป็นหนึ่งเดียว หากต้องการนั่งกินลมพร้อมชมเมืองไปด้วย นักท่องเที่ยวก็สามารถเช่าเรือแจวชมเมืองตลอดลำน้ำได้

เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองเซียงซี มณฑลหูหนาน ประเทศจีน ในเมืองนี้มีเมืองโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี โดยมีภาษาชาติพันธุ์เอกลักษณ์ศิลปะและสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นหลายแห่งในสไตล์หมิงและชิง ทั้งยังมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ต่างๆ ที่งดงาม

เมืองโบราณแห่งนี้มีประวัติอันแสนยาวนานกว่า 2,000 ปี โดยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มน้อยที่มีชื่อว่าถู่เจีย เดิมมีชื่อว่า หวางชุน แต่ภายหลังในปี พ.ศ. 2550 ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อที่เรียกในปัจจุบัน ในส่วนใจกลางเมืองโบราณนี้จะเห็นน้ำตกหวางชุนตั้งเด่นเป็นสายธาร ซึ่งภาพของน้ำตก บ้านเรือนโบราณ กับต้นไม้เขียวๆ ที่อยู่ไล่ระดับกัน เป็นความลงตัวอีกอย่างที่แลดูประทับใจยิ่ง

เป็นเขตย่านชุนชมเมืองในพื้นที่จางเจียเจี้ย สถานที่ที่เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของจีนมาตั้งแต่ปี 1992 ตัวเมืองล้อมรอบด้วยธรรมชาติของขุนเขา ต้นไม้ ลำธาร และองค์ประกอบทางระบบนิเวศที่ได้ชื่อว่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ในร้านสมุนไพรและยาแผนจีนโบราณนั้นมีสมุนไพรธรรมชาติต่างๆ ที่น่าสนใจหลายชนิด แต่ชนิดที่อยากแนะนำที่สุดนั้นมีชื่อว่า "เป๋าซูหลิง" ซึ่งรู้จักกันในนาม "บัวหิมะ" ยาประจำบ้านที่มีชื่อเสียง ที่คนไทยนิยมซื้อไปเป็นของฝากกลับบ้าน

เป็นหนึ่งในภูเขาที่สวยงามที่สุดของประเทศจีน "มีคำกล่าวว่า หากใครมาจางเจียเจี้ยแล้วไม่ได้มาขึ้นเขาเทียนเหมินซานแห่งนี้เหมือนมาไม่ถึงจางเจียเจี้ย" ตั้งอยู่มณฑลหูหนาน สาเหตุที่เรียกว่าเทียนเหมินซานเพราะว่า ภูเขาเกิดระเบิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ จนกลายเป็นถ้ำหรือประตูสวรรค์ ประตูนี้มีความสูง 131.5 เมตร ความกว้าง 57 เมตร ความลึก 60 เมตร เราจะได้เดินชมวิวทิวทัศน์ลัดเลาะริมหน้าผาชมความสวยงามของทะเลภูเขาที่มีรูปร่างต่างๆ แปลกตา และวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม

สะพานกระจกบนเขาเทียนเหมินซาน มีระยะทางอันหวาดผวาอยู่ที่ 60 เมตร ล้อมรอบผาสูงชัน ความกว้างของ สะพานกระจก วัดจากขอบผาได้ 3 ฟุต มีความหนา 2.5 นิ้ว ถือเป็นการท้าทายนักท่องเที่ยวที่อยากมาสัมผัสทิวทัศน์อันงดงามบน เขาเทียนเหมินซาน มีกฏอยู่ว่าผู้มาเยือน สะพานกระจก ต้องสวมผ้าหุ้มรองเท้าขณะเดิน สันนิษฐานว่าน่าจะช่วยลดความสกปรก ง่ายต่อการทำความสะอาด

เป็นเขตย่านชุนชมเมืองในพื้นที่จางเจียเจี้ย สถานที่ที่เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของจีนมาตั้งแต่ปี 1992 ตัวเมืองล้อมรอบด้วยธรรมชาติของขุนเขา ต้นไม้ ลำธาร และองค์ประกอบทางระบบนิเวศที่ได้ชื่อว่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
พิพิธภัณฑ์ภาพวาดทราย "จวินเซิงฮว่าเยียน" เมืองจางเจียเจี้ย ภายในพิพิธภัณฑ์เป็นที่รวบรวมและจัดแสดงผลงานที่มีคุณค่าทางศิลปะของศิลปินแห่งชาตินาม "หลี่จวินเซิง" ซึ่งผลงานของเขาทุกชิ้นเป็นภาพเขียนด้วยมือที่ใช้หินทรายและสีธรรมชาติที่สกัดจากเปลือกไม้ใบไม้เป็นวัตถุดิบในการเขียน ภาพเขียนเหล่านี้นอกจากจะทรงคุณค่าทางศิลปะมีเอกลักษณ์เฉพาะ ยังเป็นภาพเขียนที่สวยงาม คมชัดและมีมิติสมจริงอีกด้วย

หยก (Jade) คือชื่อที่ใช้เรียกหินซึ่งเป็นอัญมณีอันล้ำค่ามากชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะชาวจีนถือว่าหยกเป็นเจ้าแห่งหินมีค่าทั้งมวล

มีความยาวทั้งหมดประมาณ 15 กิโลเมตรสถานที่แห่งนี้มีความสำคัญอย่างมากเนื่องจากเป็นสถานที่ ๆ ทหารอื่นไว้ทำการสู้รบ ทำสงครามมากกว่า 100 ครั้งจนได้ชื่อว่า “ป่ายจ้าง”

ถนนคนเดิน "ซีปู้เจีย" ณ เขตอู่หลิงหยวน ที่ถนนคนเดิน "ซีปู้เจีย" นอกเหนือจะเป็นถนนที่มีร้านค้าขายสินค้าพื้นเมืองของที่นี่แล้วยังมีอีกสถานที่อีกแห่งหนึ่งซึ่งน่าสนใจอยากให้ไปชมกัน นั่นก็คือ พิพิธภัณฑ์ภาพวาดทรายกี่เป็นภาพวาดแฮนเมตชื่อดังของที่นี่ ภาพวาดทรายถือเป็นสินค้ายอดนิยมอีกสิ่งหนึ่งที่หมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวต่างชาตินิยมซื้อเป็นของฝากที่เป็นเอกลักษณ์ที่ควรค่าแก่การประดับบนกำแพงบ้าน
.jpg)

เป็นเขตย่านชุนชมเมืองในพื้นที่จางเจียเจี้ย สถานที่ที่เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของจีนมาตั้งแต่ปี 1992 ตัวเมืองล้อมรอบด้วยธรรมชาติของขุนเขา ต้นไม้ ลำธาร และองค์ประกอบทางระบบนิเวศที่ได้ชื่อว่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ยางพาราสินค้าขึ้นชื่อของประเทศจีน

เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำเซียง มีพื้นที่ประมาณ 12,500 ตารางกิโลเมตร แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 5 เขตและ 4 อำเภอ อีกทั้งยังเป็นเมืองหลักของมณฑลหูหนาน มีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์มากว่า 3,000 ปี ในปัจจุบันยังเป็นศูนย์กลางด้านการเมืองและเศรษฐกิจแห่งหนึ่งของจีนอีกด้วย

เป็นถนนช้อปปิ้งเก่าแก่เส้นหนึ่งของเมืองฉางซา มีความยาวของถนนประมาณ 500 เมตรซึ่งเต็มไปด้วยร้านที่ขายสินค้าน่ารักๆ ของฝากจากเมืองจีนน่าซื้อ แล้วก็มีอาหารน่ากินอีกหลากหลายอย่างบนถนนเส้นนี้เรียกได้ว่า เป็นถนนที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง เพราะถนนเส้นนี้มีครบทุกอย่าง

เป็นถนนคนเดินในใจกลางเมืองฉางซา เป็นศูนย์รวมของการช้อปปิ้ง แหล่งรวมสิ้นค้า แบรนด์เนมมากมาย จนกระทั้งสิ้นค้าราคาประหยัดมีให้ได้เลือกซื้อ เลือกชม ถนนคนเดินนี้ยาวประมาณ 1,218 เมตร



เป็นเอาท์เลตระดับไฮเอนด์สาขาหนึ่งในเมืองฉางซา เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อปลายปี 2018 ตัวเอาท์เลตครอบคลุมพื้นที่กว่า 85,000 ตารางเมตร ที่นี่เป็นศูนย์รวมร้านสินค้าแบรนด์เนมยอดนิยมมากกว่า 230 แบรนด์ และร้านของฝากต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกชมเลือกซื้อได้ตามอัธยาศัย

เป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการฉางชา เมืองหลวงของมณฑลหูหนานประเทศจี นรวมถึงเมืองใกล้เคียงเช่นจูโจวและเซียงถาน ตั้งอยู่ห่างไปประมาณ 25 กิโลเมตรจากตัวเมืองฉางชา ท่าอากาศยานแห่งนี้บริหารงานโดยหน่วยงานการท่าอากาศยานแห่งหูหนานซึ่งเป็นบริษัทมหาชนที่บริหารสนามบินทั้งห้าแห่งในมณฑลหูหนาน

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย