
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย
-min.jpg)
เป็นท่าอากาศยานหลักของเขตปกครองพิเศษมาเก๊า ซึ่งมีกฏระเบียบการเดินทางเป็นของตัวเอง ที่ไม่เหมือนกันจีนแผ่นดินใหญ่ หรือฮ่องกง


เมืองเยียนไถ, มณฑลซานตง ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งอยู่ที่มุมตะวันตกเฉียงเหนือของคาบสมุทรซานตงบนชายฝั่งทางใต้ของอ่าว Bohai เผิงไหลเป็นเมืองที่ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทางทะเลที่สำคัญของประเทศ

เป็นหนึ่งในสี่หอคอยที่ยิ่งใหญ่ของจีน เป็นที่รู้จักในฐานะ "ดินแดนแห่งเทพนิยาย" ที่มีชื่อเสียงจากตำนาน "แปดเซียนข้ามทะเล" และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผสมผสานประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม พร้อมวิวทะเลสุดอลังการ

เป็นเมืองท่าบริเวณอ่าว Bohai ในมณฑลซานตงทางตะวันออกของประเทศจีน เมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเล เมืองอุตสาหกรรมที่สำคัญ และเป็นที่ตั้งของท่าเรือประมงที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลซานตง


ถนนริมทะเลให้บรรยากาศไวบ์สไตล์ตะวันตกสุดโรแมนติกและ “ถ่ายรูปปัง” นอกจากนี้ถนนฮั่วจวี้ปายังเต็มไปด้วยเหล่าร้านคาเฟ่และร้านช้อปปิ้งสุคชิค ให้ท่านเดินเล่นสัมผัสบรรยากาศสุดชิคและยังสามารถมองชมวิวทะเลได้ด้วย

สัญลักษณ์แห่งเวยไห่ ประตูสู่ความปรารถนา ณ ริมชายฝั่งทะเลเหลืองที่งดงามของเมืองเวยไห่ ที่ตั้งของสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นตั้งตระหง่านอยู่ นั่นคือ "ประตูแห่งความสุข" หรือ "ประตูแห่งโชคลาภ" แลนด์มาร์คที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง ความเจริญรุ่งเรือง และความสุขของชาวเมืองเว่ยไห่ ประตูแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของการเปิดท่าเรือเวยไห่ และได้รับการขนานนามว่าเป็น "ประตูแห่งเวยไห่" ที่คอยต้อนรับนักเดินทางทุกคน โครงสร้างที่สูงตระหง่านนี้

เป็นเมืองท่าบริเวณอ่าว Bohai ในมณฑลซานตงทางตะวันออกของประเทศจีน เมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเล เมืองอุตสาหกรรมที่สำคัญ และเป็นที่ตั้งของท่าเรือประมงที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลซานตง

ถนนเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนาน ปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมผสมกลิ่นอายความเก่าแก่กับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว มีทั้งร้านขนม มีร้านคาเฟ่ ร้านหนังสือ ร้านค้าเรียงรายตลอดเส้นทาง


ท่าเรือประมงที่มีชีวิตชีวาและหมู่บ้านชาวประมงอันเงียบสงบซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากเขาเหลาซาน สถานที่ที่คุณจะได้สัมผัสกับกลิ่นอายทะเล ฟังเสียงเรือประมงที่เข้าเทียบท่า และตื่นตาตื่นใจไปกับอาหารทะเลสดๆ ที่เพิ่งขึ้นจากทะเล ด้วยทิวทัศน์ของบ้านเรือนหลังคาสีแดงที่เรียงรายลดหลั่นตามไหล่เขา ตัดกับสีฟ้าครามของน้ำทะเล ทำให้ที่นี่ถูกขนานนามว่าเป็น "ชิงเต่าฉบับหมู่บ้านชาวประมง" และกลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในหมู่บ้านริมทะเลของอิตาลี

ชมแหล่งผลิตเบียร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน โรงงานเบียร์ชิงเต่า เริ่มตั้งแต่การก่อตั้งโรงงาน กระบวนการพัฒนาตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบันรู้จักกรรมวิธีในการกลั่นเบียร์ของโรงงานเบียร์แห่งแรกของประเทศจีนรวมทั้งกรรมวิธีการกลั่นเบียร์ที่ทันสมัยที่สุดในโลกปัจจุบัน"ชมขบวนการบรรจุเบียร์ใส่ขวด และกระป๋อง เพื่อจำหน่ายสู่ตลาดโลกอีกทั้งยังให้ท่านได้ลิ้มรสชิมเบียร์ชิงเต่าที่มีชื่อเสียง

ตลาดกลางคืนไถ่ตง เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงและคึกคักที่สุดในชิงเต่า มีเสื้อผ้า รองเท้า และของกระจุกกระจิกจำหน่ายและนอกจากนี้ยังมีอาหารเยอะแยะมากมาย ให้ท่านได้เลือกซื้อและได้สัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนของถนนสายนี้

สะพานจ้านเฉียว สร้างในสมัยจักรพรรดิ์กวงสู่ราชวงศ์ชิง (ราวปี ค.ศ.1819) ตัวสะพานยาว 440 เมตร กว้าง 8 เมตร ยื่นลงไปในทะเล

จุดเช็คอินสุดฮิปแห่งชิงเต่าที่ลมหายใจแห่งอดีตยังมีชีวิต ย้อนเวลากลับไปในชิงเต่าเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ที่นี่คือย่านเก่าแก่ที่ถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง กลายเป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าฮิปสเตอร์และนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร ตรอกซอกซอยที่เรียงรายไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมแบบ "หลี่-ย่วน" ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างบ้านสี่ล้อมแบบจีนกับอาคารสไตล์ตะวันตก ที่สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1920-1930 ปัจจุบันได้กลายมาเป็นที่ตั้งของคาเฟ่สุดเก๋ ร้านค้าดีไซน์ และแกลเลอรีศิลปะขนาดย่อม ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่ใครมาเยือนชิงเต่าก็ต้องแวะมาเช็คอิน

เป็นโบสถ์คาทอลิก รูปทรงสถาปัตยกรรมฟื้นฟูโรมันผสมผสานโกธิค ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน สร้างเสร็จปีคศ.1934 บริเวณอาคารด้านหน้ามีหอนาฬิกาสูง 56 เมตร ส่วนด้านในตกแต่งเรียบง่ายตามสไตล์เรเนอซองส์อิตาลี ว่ากันว่า โบสถ์แห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมโกธิคที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และยังเป็นอาคารที่สูงที่สุดทางใต้ของชิงเต่าในอดีต

เป็นจัตุรัสที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองชิงเต่า สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในเหตุการเรียกร้องเมืองชิงเต่าคืนจากญี่ปุ่นในวันที่ 4 พ.ค. ปี ค.ศ. 1919 หลังจากที่เยอรมันแพ้สงครามโลกครั้งที่ 1 เหตุการณ์ครั้งนี้นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งพรคคคอมมิวนิสต์จีน

เป็นถนนอันสวยงามที่อยู่ในเขตหุยเฉวียน จุดชมวิวที่สามารถพบเห็นสถาปัตยกรรม สไตล์ยุโรปได้อย่างหลากหลายกว่า 200 หลัง เนื่องจากเคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเยอรมันมาก่อน เมื่อครั้งที่ชิงเต่าถูกยึดเป็นอาณานิคม นอกจากนี้ ปาต้ากวนยังเป็นสถานที่สุดแสนโรแมนติก ที่คู่รักหลายคู่เลือกมาถ่ายภาพแต่งงาน


-min.jpg)
เป็นท่าอากาศยานหลักของเขตปกครองพิเศษมาเก๊า ซึ่งมีกฏระเบียบการเดินทางเป็นของตัวเอง ที่ไม่เหมือนกันจีนแผ่นดินใหญ่ หรือฮ่องกง

เป็นซากปรักหักพังของศาสนสถานคาทอลิกสมัยศตวรรษที่ 17 เคยเป็นโบสถ์และโรงเรียนเซนต์ปอล ปัจจุบันซากปรักหักพังเป็นหนึ่งในจุดสังเกตที่รู้จักกันดีที่สุดของมาเก๊า ในปี 2005 ที่นี่ได้รับการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการว่าเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ประวัติศาสตร์แห่งมาเก๊าซึ่งเป็นมรดกโลก

เป็นจตุรัสที่อยู่ในเขตเซของเมืองมาเก๊า และเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ประวัติศาสตร์ยูเนสโกมรดกโลกมาเก๊า ที่นี่มีลักษณะเป็นจัตุรัสรูปสามเหลี่ยม ครอบคลุมพื้นที่ 3,700 ตารางเมตร จัตุรัสแห่งนี้ตั้งชื่อตาม Leal Senado สถานที่นัดพบสำหรับชาวจีนและโปรตุเกสในศตวรรษที่ 16 ถึง 18 ส่วนใหญ่ของอาคารรอบจตุรัสเป็นสไตล์ยุโรป ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวห้ามพลาดหากได้มาเยือนมาเก๊า

ตั้งอยู่ใกล้ย่านบาซาร์จีนเก่า เดิมเคยเป็นที่ชุมนุมของพวกพ่อค้าและมีความสำคัญยิ่งต่อชุมชนชาวจีน ซึ่งตอนนี้คือตลาดเซนต์ดอมินิก ในปีค.ศ.1912 บริเวณรอบๆวัดเคยเป็นศูนย์กลางการค้าของชาวจีนในมาเก๊า ที่ยังคงเก็บกลิ่นอายย่านบาซาร์ไว้ได้อย่างครบถ้วน ทำเลที่ตั้งของอาคารโครงสร้างแบบจีนบนจัตุรัสสำคัญของเมืองที่รายล้อมด้วยสถาปัตยกรรมตะวันตก ฉายภาพแห่งความสมัครสมานสามัคคีที่ร่วมหอลงโรงกันอย่างดีของสองวัฒนธรรม วัดซำไกยังข้องเกี่ยวโดยตรงกับหอการค้าจีนที่มีมาช้านาน และเป็นสถานที่สำคัญที่สุดในบริเวณนี้เปิดให้เข้าชม 08.00-18.00 น.

เป็นคาสิโนขนาดใหญ่ที่ออกแบบสไตล์อิตาลี ภายในมีอาหาร ที่พักและกิจกรรมให้ทำมากมาย และตัวบริการต่างๆ นั้นนับว่าอยู่ในระดับ High End สุดๆ เลยทีเดียว

เดอะปารีเซียนมาเก๊าตั้งอยู่ใจกลางเขต Cotai ในมาเก๊า มีห้างสรรพสินค้าหรูหรา สระว่ายน้ำกลางแจ้งและสวนน้ำ โรงแรมหรูในธีมฝรั่งเศส จุดเด่นคือมีแบบจำลองขนาดครึ่งส่วนของหอไอเฟลที่เป็นสัญลักษณ์ของที่นี่
-min.jpg)
เป็นท่าอากาศยานหลักของเขตปกครองพิเศษมาเก๊า ซึ่งมีกฏระเบียบการเดินทางเป็นของตัวเอง ที่ไม่เหมือนกันจีนแผ่นดินใหญ่ หรือฮ่องกง

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย