
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานประจำประเทศตุรกี อยู่ห่างจากตัวเมืองอิสตันบูลเพียง 20 กิโลเมตร เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 1912 ในฐานะเป็นสนามบินของกองทัพก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นสนามบินพลเรือนในเวลาต่อมา เดิมมีชื่อว่าท่าอากาศยาน Yeşilköy ในปี 1980 ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็นท่าอากาศยานอิสตันบูลอตาเติร์ก เพื่อเป็นเกียรติแก่ Mustafa Kemal Atatürk ประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐตุรกี


เป็นแหล่งช็อปปิ้งที่คึกคัก เป็นที่นิยมของคนพื้นเมืองและชาวต่างชาติมีรถรางแล่นเป็นแนวขนานกับรถตลอดสาย ตามถนนต่างๆ เรียงรายด้วยร้านอาหารนานาประเภท ร้านขายของเก่า และสินค้าที่ทันสมัยประปนและกลมกลืนและมีเสน่ห์

เป็นพระราชวังที่ผสมผสานศิลปะแบบพระราชวังยุโรปกับแบบอาหรับอย่างสวยงาม ตั้งอยู่ในเขต Beşiktaş ของนครอิสตันบูลบนชายฝั่งด้านยุโรป ทำที่นี่เคยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบริหารหลักของจักรวรรดิออตโตมันจากปี 1856 ถึง 1887 และจากปี 1909 ถึง 1922

ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส หนึ่งในช่องแคบเลื่องชื่ออันดับต้นๆ ของโลก เป็นพรมแดนธรรมชาติที่แบ่งอิสตันบูลออกจากยุโรปและเอเชีย ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมต่อกับทะเลดำ เข้ากับทะเลมาร์มาร่า ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 32 ก.ม. ความกว้างตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 ก.ม. ถือว่าสุดขอบของทวีปยุโรปและสุดขอบของทวีปเอเชียมาพบกันที่นี่

มีชื่อเดิมว่า "สุเหร่าสุลต่านห์อาร์เหม็ดที่ 1" ภายในประดับด้วยกระเบื้องสีฟ้าจากอิซนิค ลวดลายเป็นดอกไม้ต่างๆ เช่นกุหลาบ ทิวลิป คาร์เนชั่น เป็นต้น ตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ภายในมีที่ให้สุลต่านและนางในฮาเร็มทำละหมาดและสวดมนต์โดยเฉพาะ สนามด้านหน้าและด้านนอกจะเป็นที่ฝังศพของกษัตริย์และพระราชวงศ์และจะมีสิ่งก่อสร้างที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั่วไป

จัตุรัสสุลต่านอาห์เหม็ด (Sultan Ahmed Complex) มีชื่อเรียกโบราณคือ ฮิปโปโดม (Hippodrome) ตั้งอยู่หน้าสุเหร่าสีน้ำเงิน เดิมเป็นลานแข่งรถม้าและศูนย์กลางเมืองในยุคไบแซนไทน์

ในอดึตสุเหร่าแห่งนี้เป็นโบสถ์ที่ไว้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาคริสต์ แต่ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม สร้างโดย "พระเจ้าจักรพรรดิ์คอนสแตนติน" โดยโบสถ์แห่งนี้ใช้เวลาสร้างถึง 17 ปี แต่ก็ถูกผู้ก่อการร้ายบุกเผาทำลายหลายครั้ง วอดวายนับไม่ถ้วน โดยมีสาเหตุหลักเนื่องจากความขัดแย้งทางศาสนาระหว่างศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลาม

เป็นตลาดเก่าแก่ สร้างครั้งแรกในสมัยสุลต่านเมห์เม็ดที่ 2 เมื่อปี 1461 ตลาดนี้กินเนื้อที่กว่า 2 แสนตารางเมตร ประกอบด้วยร้านค้ากว่า 4,000 ร้าน ที่ขายของสารพัด ตั้งแต่ทองหยอง เครื่องประดับ พรม เครื่องเงิน เครื่องหนัง กระเบื้อง เครื่องทองแดง ทองเหลือง สินค้าหัตถกรรม ของที่ระลึก ฯลฯ ที่นี่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงตั้งราคาสินค้าเอาไว้ค่อนข้างสูง ควรต่อรองราคาให้มาก

เป็นเมืองตากอากาศบนชายฝั่งทะเลอีเจียนของตุรกี เป็นศูนย์กลางของเขตชายทะเลที่มีชื่อเดียวกันภายในจังหวัด Aydın Kuşadası และเป็นจุดหมายปลายทางการล่องเรือสำราญขนาดใหญ่บนชายฝั่งทะเลอีเจียนตะวันตก เมืองคูซาดาสึขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่น่าดึงดูดที่สุดของทะเลอีเจียนและเป็นที่ตั้งของสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากมาย

เป็นอดีตเมืองใหญ่สุดแห่งเอเชีย มีอายุราว 2 พันปี ซึ่งถือว่าเป็นเมืองเก่าที่มีสภาพสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก(เทียบกับเมืองอื่นๆในยุคเดียวกัน) ปัจจุบันจะทำการขุดแต่งบูรณะได้แค่เพียง 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่ว่าเมืองนี้ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งอารยธรรมกรีก-โรมันอันสุดคลาสสิคที่ยังคงอยู่คู่กับตุรกี ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันมากมายผ่านงานสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม รวมไปถึงผ่านทางความเชื่อต่างๆ

โรงงานผลิตเสื้อหนังคุณภาพดี ให้ท่านมีเวลาเลือกซื้อ ผลิตภัณฑ์เสื้อหนัง ตามอัธยาศัย


เป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสุดไฮไลท์คือปราสาทปุยฝ้ายสุดวิจิตร บ่อน้ำร้อนศักดิ์สิทธิ์แห่งตุรกี ทั้งงดงามราวกับเป็นน้ำพุร้อนจากสวรรค์ และมีสรรพคุณในการบำบัดโรคจนกลายเป็นสปาธรรมชาติมานานกว่าพันปี

เป็นเมืองโบราณในเขตปามุคคาเล่ ประกอบด้วยพื้นที่พิพิธภัณฑ์โบราณคดีที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ที่นี่มีไฮไลต์อยู่ที่สระน้ำแร่โบราณที่เชื่อกันว่าถูกใช้งานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 ซึ่งมีน้ำแร่ธรรมชาติผุดขึ้นมาชั่วนาตาปีนับแต่อดีตคราวสร้างเมืองจนถึงปัจจุบัน และเป็นน้ำแร่ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของสรรพคุณการรักษาโรค

เป็นน้ำพุเกลือแร่ร้อนที่มีลักษณะเป็นหน้าผาที่กว้างใหญ่ ด้านข้างของอ่างน้ำจะเป็นรูปร่างคล้ายหอยแครงและน้ำตกแช่แข็ง มองดูเหมือนสร้างจากหิมะ เมฆ หรือปุยฝ้าย นำ้แร่ที่ไหลลงแต่ละชั้นจะกลายเป็นหินปูนย้อยห้อยเป็นรูปต่างๆ อย่างมหัศจรรย์ ในอดีตชาวโรมันเชื่อว่าน้ำที่นี่สามารถรักษาโรคได้

ที่นี่เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุก ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งแรกของพวกเติร์กบนแผ่นดินตุรกี ทำให้สถาปัตยกรรมแบบเซลจุกดั้งเดิมมีให้เห็นอย่างโดดเด่นที่นี่ และยังเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางของนิกายเมฟเลวี ที่ถือกำเนิดมาจากการก่อตั้งของเมฟลานา เยลาเลดิน ผู้ซึ่งเป็นกวีชาวอัฟกานิสถานที่ทำให้ชาวคริสต์จำนวนไม่น้อยหันมานับถือศาสนาอิสลามเขาจึงเปรียบเหมือนผู้วิเศษในสายตาเหล่าสาวก

เป็นโรงแรมที่พักสมัยโบราณที่สามารถให้คนมาจอดรถคาราวานของเขาได้ เป็น 1 ใน 3 อนุสรณ์ที่สำคัญของโรงแรมคาราวานในประเทศตุรกี

เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์

หุบเขานกพิราบ Pigeon Valley หน้าผาที่ชาวเมืองโบราณได้ขุดเจาะเป็นรู เพื่อให้นกพิราบเข้าไปทำรังอาศัยอยู่อย่างมากมาย ณ จุดนี้ ท่านจะสามารถมองเห็น ปราสาทอุชิซาร์ (Uchisar Castle) ได้ในระยะไกล ที่นี่จะมีนกพิราบมากมาย ที่ชาวบ้านเลี้ยงนกพิราบ เพื่อนำอึ มาทำเป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้

โรงงานเซรามิค (Pottery at Avanos Village) คุณภาพดีของประเทศตุรกี ให้เวลาท่านเลือกซื้อตามอัธยาศัย

นครใต้ดินนั้นคือคำเรียกของลักษณะเมืองใต้ดิน ที่เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบเครื่องทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ ซึ่งแม้จะเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่ขุดลึกลงไปใต้ดินหลายชั้น แต่ทว่าอากาศเบื้องล่างนั้นกลับรู้สึกสบาย
พรมเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของตุรกี ซึ่งมีสองแบบตามลักษณะความยาวของเส้นใยที่ใช้ทอคือ ฮาลื่อและคิลิม ฮาลื่อเป็นพรมแบบทั่วไปที่เห็นกัน วัสดุที่ใช้ทอมีทั้งขนสัตว์ฝ้าย ไหม เมื่อผูกปมแล้วจะตัดเส้นใยออก ด้านหนึ่งจึงปุยขึ้นเป็นลายตามที่ช่างต้องการ ส่วนคิลิมใช้วัสดุเหมือนกัน แต่ทอโดยไม่ตัดด้ายพรม จึงมีลายเหมือนกันสองด้าน

เป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการเมืองเนฟเชียร์ของประเทศตุรกี ตั้งอยู่ห่างไป 30 กิโลเมตรทางตะวันตกเฉียงเหนือของเนฟเชียร์ เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 1998 ตัวท่าอากาศยานครอบคลุมพื้นที่ 3,500 ตารางเมตรและมีที่จอดรถสำหรับรถยนต์ 400 คัน

เป็นท่าอากาศยานประจำประเทศตุรกี อยู่ห่างจากตัวเมืองอิสตันบูลเพียง 20 กิโลเมตร เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 1912 ในฐานะเป็นสนามบินของกองทัพก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นสนามบินพลเรือนในเวลาต่อมา เดิมมีชื่อว่าท่าอากาศยาน Yeşilköy ในปี 1980 ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็นท่าอากาศยานอิสตันบูลอตาเติร์ก เพื่อเป็นเกียรติแก่ Mustafa Kemal Atatürk ประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐตุรกี

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย