
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย


ท่าเรือประมงหยานไถ มีอาคารสไตล์ยุโรปที่สวยงาม ท่าเรือมีทิวทัศน์สวยงาม มีบ่อน้ำพุร้อน ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และพิพิธภัณฑ์ฉลามวาฬ เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและความบันเทิง ยังมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม

ถนนเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนาน ปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมผสมกลิ่นอายความเก่าแก่กับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว มีทั้งร้านขนม มีร้านคาเฟ่ ร้านหนังสือ ร้านค้าเรียงรายตลอดเส้นทาง



สวนสาธารณะริมทะเลที่นิยมที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองเว่ยไห่ โดดเด่นด้วยพื้นที่สีเขียวกว้างขวาง ทางเดินชมวิวริมทะเล และมุมพักผ่อนสบาย ๆ เหมาะทั้งสำหรับถ่ายรูป เดินเล่น และสัมผัสบรรยากาศเมืองชายฝั่งที่เงียบสงบ ให้ท่านได้ต๋าข่ากับจุดเช็คอินต่างๆไม่ว่าจะเป็น หอประภาคาร จุดเช็คอินสุดแมสของสวนเย่วไห่ ร้านคาเฟ่ที่นำหญ้าทะเลมาตกแต่ง สัมผัสวิถีชีวิตของชาวเมืองเว่ยไห่
สะพานไม้ริมทะเล ถ่ายรูปกับวิวทะเลสวยๆ ตัดกับท้องฟ้าสีคราม ถือว่าเป็นมุมถ่ายรูปที่สวยอีกจุดหนึ่งเลยทีเดียว ในบริเวณนั้นมี ศาลเจ้าเทพทะเลเทียนโหว เป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง อุทิศให้แด่เทพธิดาแห่งท้องทะเล สามารถสักการะขอพรเพื่อเป็นเป็นศิริมงคลแก่ตัวเองได้อีกด้วย

สัญลักษณ์แห่งเวยไห่ ประตูสู่ความปรารถนา ณ ริมชายฝั่งทะเลเหลืองที่งดงามของเมืองเวยไห่ ที่ตั้งของสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นตั้งตระหง่านอยู่ นั่นคือ "ประตูแห่งความสุข" หรือ "ประตูแห่งโชคลาภ" แลนด์มาร์คที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง ความเจริญรุ่งเรือง และความสุขของชาวเมืองเว่ยไห่ ประตูแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของการเปิดท่าเรือเวยไห่ และได้รับการขนานนามว่าเป็น "ประตูแห่งเวยไห่" ที่คอยต้อนรับนักเดินทางทุกคน โครงสร้างที่สูงตระหง่านนี้
ซากเรือขนาดใหญ่ที่เกยตื้นอยู่ริมชายฝั่งของทะเลเว่ยไห่ โครงเรือเก่าที่ดูมีเสน่ห์อย่างประหลาดตัดกับคลื่นน้ำทะเลสีเข้ม เป็นอีกหนึ่งแลนด์มากที่นักท่องเที่ยวหลายคนนนิยมมาถ่ายรูป

สถานที่พักผ่อนในวันสบายๆ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่มีอายุกว่า 90 ปี สวนที่นี่คึกคักมาก เต็มไปด้วยผู้คน เพราะมีต้นไม้ที่ร่มรื่น ถัดไปใกล้ๆ ยังมีสวนสนุกให้เด็กๆ ได้เล่น มีมุมดอกกุหลาบแปลงใหญ่ให้ได้ถ่ายรูปสวยๆ ซึ่งช่วงเดือนมี.ค. เป็นฤดูของดอกเหมย และซากุระเริ่มบานช่วงเดือนเม.ย.

ย่านการค้าชื่อดังเก่าแก่ และเป็นย่านประวัติศาสตร์ที่สำคัญใจกลางเมืองชิงเต่า ถนนเส้นนี้ถือเป็นศูนย์รวมความคึกคักที่ผสมผสานกลิ่นอายของเมืองเก่ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปและอาคารเก่าแก่เข้ากับร้านค้าแฟชั่น บูติก และร้านอาหาร ปัจจุบันยังเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมแฟชั่น และมีการบูรณะฟื้นฟูเพื่อดึงดูดแบรนด์ระดับโลก สองข้างทางเรียงรายด้วยร้านค้าท้องถิ่น ห้างสรรพสินค้า แฟชั่นแบรนด์ และของฝากพื้นเมืองชื่อดัง เช่น เบียร์ชิงเต่า ขนมของฝาก และงานหัตถกรรมพื้นบ้านยามค่ำคืนถนนทั้งสายจะสว่างไสวไปด้วยแสงไฟและป้ายร้านค้า สร้างบรรยากาศครึกครื้นให้ผู้มาเยือนได้เดินเล่น ถ่ายรูป และลิ้มลองอาหารพื้นเมืองรสเลิศ สัมผัสเสน่ห์เมืองท่าชิงเต่าในยามราตรีอย่างเต็มอิ่ม

ตลาดกลางคืนไถ่ตง เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงและคึกคักที่สุดในชิงเต่า มีเสื้อผ้า รองเท้า และของกระจุกกระจิกจำหน่ายและนอกจากนี้ยังมีอาหารเยอะแยะมากมาย ให้ท่านได้เลือกซื้อและได้สัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนของถนนสายนี้
.jpg)
ท่าเรือที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศริมทะเลสุดคลาสสิก มีสะพานไม้ทอดยาวออกสู่ทะเล ปลายสุดสะพานจะมีศาลาเก๋งจีนโบราณ 2 ชั้น “ศาลาหุยหลาน” ด้านบนสามารถขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ของท้องทะเล ผืนฟ้าโปร่ง และเรือประมง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเมืองชิงเต่าได้อย่างชัดเจน ในช่วงพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินก็จะได้ภาพบรรยากาศอีกแบบนึง หากมาเที่ยวช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์จะได้เห็นฝูงนกนางนวลอพยพมาจากแถบจีนทางตอนเหนือหรือไซบีเรีย

ศูนย์เรือใบโอลิมปิกชิงเต่า ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของเมืองชิงเต่า มีเนื้อที่ประมาณ 45 เฮกตาร์ นอกจากจะเป็นสถานที่จัดการแข่งขันเรือใบงานกีฬาโอลิมปิกแล้ว ยังรวมถึงหมู่บ้านนักกีฬา ศูนย์บริหาร ศูนย์ข่าว เป็นต้น

เป็นจัตุรัสที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองชิงเต่า สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในเหตุการเรียกร้องเมืองชิงเต่าคืนจากญี่ปุ่นในวันที่ 4 พ.ค. ปี ค.ศ. 1919 หลังจากที่เยอรมันแพ้สงครามโลกครั้งที่ 1 เหตุการณ์ครั้งนี้นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งพรคคคอมมิวนิสต์จีน

ท่าเรือประมงที่มีชีวิตชีวาและหมู่บ้านชาวประมงอันเงียบสงบซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากเขาเหลาซาน สถานที่ที่คุณจะได้สัมผัสกับกลิ่นอายทะเล ฟังเสียงเรือประมงที่เข้าเทียบท่า และตื่นตาตื่นใจไปกับอาหารทะเลสดๆ ที่เพิ่งขึ้นจากทะเล ด้วยทิวทัศน์ของบ้านเรือนหลังคาสีแดงที่เรียงรายลดหลั่นตามไหล่เขา ตัดกับสีฟ้าครามของน้ำทะเล ทำให้ที่นี่ถูกขนานนามว่าเป็น "ชิงเต่าฉบับหมู่บ้านชาวประมง" และกลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในหมู่บ้านริมทะเลของอิตาลี
จุดชมทะเลสุดฮิตของชิงเต่าที่กำลังไวรัลบน Xiaohongshu และ Douyin ในปี 2024–2025 ธรรมชาติแบบ โขดหินริมทะเล + น้ำสีฟ้าใส ให้ฟีลเหมือนชายฝั่งยุโรปเดินเล่นบน เส้นทางเดินเลียบทะเล มีทั้งสะพานไม้ มุมชมวิว และลานพักผ่อนจุดถ่ายรูปยอดนิยมปลายแหลมมุมสูงที่เห็นโค้งทะเลเต็ม วิวโขดหินคู่รูปหัวใจ มุมชิงช้า และศาลาไม้

ถนนที่เต็มไปด้วยความน่ารักของเมืองชิงเต่า ตลอดเส้นทางจะได้พบกับกำแพงเพ้นท์ลวดลายสีสดใส ลายการ์ตูน “จิบิ” ให้ท่านได้เลือกถ่ายรูปมากมาย ถึงแม้จะเป็นถนนเส้นเล็กๆ สองข้างทางยังเต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านขนม ร้านของฝากให้ท่านได้เลือกสรร ทุกจุดทุกร้านเหมาะกับการเยี่ยมชมทุกจุด

ตรอกซิลเวอร์ฟิช แทบทุกตรอกซอกซอยของถนนเส้นนี้มีมุมเจ๋งๆ ให้ถ่ายรูปมากมาย เป็นสถานที่ที่มีเสน่ห์น่าหลงใหลสำหรับการเดินเล่น รับประทานอาหาร และดื่มด่ำกับบรรยากาศริมทะเล ถนนเรียงรายไปด้วยคาเฟ่น่ารักๆ ร้านอาหารทะเล และร้านค้าท้องถิ่นที่สะท้อนเสน่ห์ริมทะเลของชิงเต่าได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ชมแหล่งผลิตเบียร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน โรงงานเบียร์ชิงเต่า เริ่มตั้งแต่การก่อตั้งโรงงาน กระบวนการพัฒนาตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบันรู้จักกรรมวิธีในการกลั่นเบียร์ของโรงงานเบียร์แห่งแรกของประเทศจีนรวมทั้งกรรมวิธีการกลั่นเบียร์ที่ทันสมัยที่สุดในโลกปัจจุบัน"ชมขบวนการบรรจุเบียร์ใส่ขวด และกระป๋อง เพื่อจำหน่ายสู่ตลาดโลกอีกทั้งยังให้ท่านได้ลิ้มรสชิมเบียร์ชิงเต่าที่มีชื่อเสียง

ตั้งอยู่ใกล้กับโรงงานผลิตเบียร์ชิงเต่า ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศคึกคักโดยเฉพาะช่วงกลางคืนจะเต็มไปด้วยร้านอาหารซีฟู้ด และบาร์เสิร์ฟเบียร์ชิงเต่าสดๆ จากถัง เมนูเด็ดคืออาหารทะเลสดๆ เช่น หมึกย่าง ซีฟู้ดผัด ที่ทานคู่กับเบียร์เข้ากันได้ดี

บนเนิน Signal Hill คืออาคารสไตล์ยุโรปสร้างปี ค.ศ. 1907 แบบ German Baroque Revival เคยเป็นบ้านพักผู้ว่าการชาวเยอรมันในยุคอาณานิคม ภายในจัดแสดงเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ราชการ และภาพถ่ายเก่าที่เล่าเรื่องชิงเต่าในอดีต พร้อมจุดชมวิวบนดาดฟ้าที่มองเห็นเมืองและทะเลได้แบบพาโนรามา นับเป็นจุดชมวิวที่ถ่ายรูปสวยที่สุดแห่งหนึ่งของชิงเต่า




เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย