
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย


ล่องเรือชมทัศนียภาพช่องเขาซานเสีย สัมผัสบรรยากาศความยิ่งใหญ่ของแม่น้ำแยงซีเกียง มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวหมู่บ้าน โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที ระหว่างทางท่านจะได้ชื่นชมทัศนียภาพของภูเขาสูงชันและผืนน้ำสีเขียวมรกตที่โอบล้อมสองฝั่งน้ำอย่างใกล้ชิด

เป็นเขตย่านชุนชมเมืองในพื้นที่จางเจียเจี้ย สถานที่ที่เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของจีนมาตั้งแต่ปี 1992 ตัวเมืองล้อมรอบด้วยธรรมชาติของขุนเขา ต้นไม้ ลำธาร และองค์ประกอบทางระบบนิเวศที่ได้ชื่อว่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

เป็นหนึ่งในภูเขาที่สวยงามที่สุดของประเทศจีน "มีคำกล่าวว่า หากใครมาจางเจียเจี้ยแล้วไม่ได้มาขึ้นเขาเทียนเหมินซานแห่งนี้เหมือนมาไม่ถึงจางเจียเจี้ย" ตั้งอยู่มณฑลหูหนาน สาเหตุที่เรียกว่าเทียนเหมินซานเพราะว่า ภูเขาเกิดระเบิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ จนกลายเป็นถ้ำหรือประตูสวรรค์ ประตูนี้มีความสูง 131.5 เมตร ความกว้าง 57 เมตร ความลึก 60 เมตร เราจะได้เดินชมวิวทิวทัศน์ลัดเลาะริมหน้าผาชมความสวยงามของทะเลภูเขาที่มีรูปร่างต่างๆ แปลกตา และวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม

สะพานกระจกบนเขาเทียนเหมินซาน มีระยะทางอันหวาดผวาอยู่ที่ 60 เมตร ล้อมรอบผาสูงชัน ความกว้างของ สะพานกระจก วัดจากขอบผาได้ 3 ฟุต มีความหนา 2.5 นิ้ว ถือเป็นการท้าทายนักท่องเที่ยวที่อยากมาสัมผัสทิวทัศน์อันงดงามบน เขาเทียนเหมินซาน มีกฏอยู่ว่าผู้มาเยือน สะพานกระจก ต้องสวมผ้าหุ้มรองเท้าขณะเดิน สันนิษฐานว่าน่าจะช่วยลดความสกปรก ง่ายต่อการทำความสะอาด

เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาและมีแม่น้ำถั่วเจียง แม่น้ำที่ใสสะอาดไหลผ่าน สองฝั่งแม่น้ำมีบ้านแบบโบราณที่ยกพื้นสูงเรียงรายกันบนริมแม่น้ำ ถ้ามองจากริมแม่น้ำจะเห็นบ้านเรือนยกสูงสร้างติดริมแม่น้ำเป็นแนวยาว กลางเมืองฟ่งหวงจะมีสะพานเก่าที่คาดว่าสร้างในสมัยราชวงศ์ชิง เชื่อมโยงชีวิตสองฟากแม่น้ำเป็นหนึ่งเดียว หากต้องการนั่งกินลมพร้อมชมเมืองไปด้วย นักท่องเที่ยวก็สามารถเช่าเรือแจวชมเมืองตลอดลำน้ำได้

นั่งเรือล่องแม่น้ำถัวเจียง ชมบรรยากาศเมืองโบราณริมน้ำ สัมผัสบรรยากาศไปพร้อมๆ กับฟังเสียงของนักร้องสาวชาวม้งที่มาคอยลอยเรือร้องเพลงขับกล่อมในลำน้ำเป็นระยะๆ (เป็นโชว์ของเมืองนี้) ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเด่นที่น่าสนใจมาก

เป็นสะพานไม้โบราณที่มีหลังคาคลุมเหมือนสะพานข้ามคลองในเวนิส เป็นสะพานประวัติศาสตร์ที่มีความเป็นมาหลายร้อยปี โดยก่อนที่จะเดินถึงสะพานนั้นจะได้เห็นจุดเด่นของฟ่งหวง คือบ้านที่ยกพื้นสูงเรียงราย เป็นทัศนียภาพที่สวยงามและเป็นที่นิยมชอบทั้งชาวจีนและชาวต่างประเทศ

สะพานแขวนอ่ายจ้ายต้าเฉียว เป็นสะพานแขวนข้ามหุบเขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก สะพานแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของมณฑลหูหนาน ห่างจากเมืองจี๋โสว่ประมาณ 20 กิโลเมตร ตัวสะพานตั้งอยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 330 เมตร เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 2012

เมืองโบราณแห่งนี้มีประวัติอันแสนยาวนานกว่า 2,000 ปี โดยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มน้อยที่มีชื่อว่าถู่เจีย เดิมมีชื่อว่า หวางชุน แต่ภายหลังในปี พ.ศ. 2550 ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อที่เรียกในปัจจุบัน ในส่วนใจกลางเมืองโบราณนี้จะเห็นน้ำตกหวางชุนตั้งเด่นเป็นสายธาร ซึ่งภาพของน้ำตก บ้านเรือนโบราณ กับต้นไม้เขียวๆ ที่อยู่ไล่ระดับกัน เป็นความลงตัวอีกอย่างที่แลดูประทับใจยิ่ง

เป็นอุทยานมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของจีนมาตั้งแต่ปี 1992 เนื้อที่กว่า 9,500 ตารางกิโลเมตรของอุทยาน เต็มไปด้วยแท่งภูเขาหินทราย สูงขึ้นฟ้ามากกว่า 3,000 ยอด สะพานหินตามธรรมชาติ น้ำตก ถ้าใหญ่น้อยกว่า 40 แห่ง เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของจีน ซึ่งลือชื่อด้วยทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง

ลิฟท์แก้วไป่หลงเทียนที เป็นลิฟท์แปลกๆ ตั้งอยู่ข้างข้างหน้าผาของภูเขาหยวนเจียเจี้ย เมืองจางเจียเจี้ย ในอุทยานเขาอู่หลิงหยวน (อุทยานป่าไม้ แห่งแรกของเมืองจีนในปี 1982) ลิฟท์ดังกล่าวได้รับการบันทึกว่าเป็นลิฟท์กลางแจ้งที่สูงที่สุด หนักที่สุดในโลก และเร็วที่สุดในโลกที่มีการบรรทุกมากที่สุด ดังกล่าวเป็นลิฟท์ที่นำผู้ที่โดยสารขึ้นไปจุดสูงสุดของภูเขาที่มีความสูงประมาณ 1,070 ฟุต(330 เมตร) จากพื้นดิน สามารถมองเห็นวิวในมุมกว้างสุดหูลูกตา
.jpg)
จุดชมวิวหยวนเจียเจี้ย ซึ่งมีทัศนียภาพที่สวยงามรายล้อมด้วยหมู่ขุนเขาทรงแท่งนับพัน เกิดจากการยุบตัวของพื้นมหาสมุทรเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน ซึ่งภาพยนตร์ชื่อดัง อวตาร ได้นำมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบสภาพพื้นผิวของดาวแพนโดร่านั้นเอง จากนั้นนำท่านลงจากเขาโดย กระเช้าเทียนจื่อ

สะพานหนึ่งในใต้หล้านี่อยู่ภายในอุทยานเอี๋ยนเจียเจี้ย มีทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่อง บนสะพานจะมีลูกกุญแจอยู่เต็มไปหมด เป็นความเชื่อของคนหนุ่มคนสาวที่ว่าหากคู่ไหนเอากุญแจไปคล้องไว้ที่สูงๆจะได้ไม่มีใครสามารถพรากคู่รักให้จากกันได้ บางคนก็ทิ้งสู่หุบเหวเบื้องล่าง ก็ให้ความหมายเดียวกันว่าเราจะไม่พรากจากกันตราบชั่วนิรันดร์ โฉมหน้าสะพานเป็นสะพานหินเชื่อมระหว่างเขา 2 ลูก ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ และเป็นจุดชมวิวที่สวยมากอีกที่หนึ่งทีเดียว

เป็นลำธารที่ไหลวนไปตามช่องเขาและชะง่อนผาสูงชันเข้าไปกลางภูเขาวงกตด้วยระยะ ทางยาว 7.5 ก.ม ลำธารแซ่ทอง มีน้ำในลำธารมีสีเขียวใสปราศจากมลภาวะสองฝั่งน้ำจะมีภูเขาหินรูปร่างสวยแปลกตาตั้งตระหง่านเรียงรายเป็นล้วนสวยงามอย่างที่ท่านไม่เคยเห็นจากที่ใดมาก่อน

บ้านเกิดกวี ซวีหยวน ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ และวรรณกรรมของจีน บ้านเกิดของซวีหยวน อยู่ที่ช่องเขาซีหลิงแห่งแม่น้ำแยงซี ในอำเภอจื่อกุย จังหวัดอี๋ซาง มณฑณทูลหูเปีย 2000 กว่าปีที่ผ่านมา มีการรำลึกถึงช่วีหยวหยวนกลายเป็นวัฒนธรรรมที่แพร่หลาย คือ เทศกาลไหว้ป๊ะจ่าง เทศกาลแข่งเรือมังกร ที่ได้สืบทอดมานับพันปี

เป็นอุทยานท่องเที่ยวระดับ 4A ของจีน ที่เป็นจุดชมวิวที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแยงซีเกียง ซี่งเป็นช่วงที่แม่น้ำแยงซีเกียงไหล่ผ่านช่องแคบซีหลิงเสียที่ได้ชื่อว่าเป็นช่องแคบที่มีทัศนียภาพสวยงาม ที่นี่มีจุชมวิวแม่น้ำและมุมถ่ายรูปสวย ๆ หลายจุด ภายในสวนมีรูปปั้นของแม่ทัพเตียวหุยแม่ทัพผูโด่งดังในวรรณกรรมสามก๊ก มีรูปปั้นของสามกวีดังในยุคราชวงศ์ถังที่ตั้งอยู่ภายในถ้ำริมแม่น้ำ เล่ากันว่ากวีทั้งสามเคยแวะมาเที่ยวและพบปะกันโดยบังเอิญบริเวณนี้ จนกลายเป็นที่มาของชื่อของอุทยาน ซันโหย่วต้ง


เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย