
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานขนาดใหญ่มากที่ตั้งอยู่ในเขตอัลการ์ฮูดของนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นท่าอากาศยานที่พลุกพล่านที่สุดในโลกจากการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของการบินพาณิชย์และการขนส่งข้ามภูมิภาคต่างๆ ของโลก

เป็นท่าอากาศยานขนาดใหญ่มากที่ตั้งอยู่ในเขตอัลการ์ฮูดของนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นท่าอากาศยานที่พลุกพล่านที่สุดในโลกจากการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของการบินพาณิชย์และการขนส่งข้ามภูมิภาคต่างๆ ของโลก

เป็นเมืองสกีรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงของนอร์เวย์ เป็นเมืองอีกเมืองหนึ่งที่เป็นปากประตูสู่เขตฟยอร์ดของนอร์เวย์ และอยู่ระหว่างกรุงออสโลและเมืองเบอร์เก้น ที่นี่มีลิฟต์สกี 20 แห่งและลานสกีอัลไพน์ 39 ลานในระดับความสูงและความยากง่ายต่างกันไป ศูนย์เกโลเลียมีลานสกีระดับง่ายสีเขียวและฟ้า ส่วนศูนย์สลัตตามีลานสกีระดับฟ้าและแดงเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังมีลานสกีพื้นราบยาว 135 ไมล์

เป็นเส้นทางรถไฟสายโรแมนติกอันสวยงามซึ่งแสดงถึงเทคโนโลยีการก่อสร้างทางรถไฟสายฟลอมส์บานา ที่พิสูจน์ถึงความสามารถและความชำนาญอันสูงส่งของวิศวกรเมื่อ 88 ปีก่อน ทางรถไฟสายนี้ใช้เวลาก่อสร้างเกือบ 20 ปีกว่าจะเปิดเส้นทางเป็นการชั่วคราวสำหรับรถไฟไอน้ำเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ปี 1940 และสำหรับรถไฟฟ้าในปี 1944 ปัจจุบันเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟท่องเที่ยวชมวิวที่สวยงามมากเส้นหนึ่ของนอร์เวย์

เป็นพื้นที่หมู่บ้านเล็กๆ ในเขต Aurland ของประเทศนอร์เวย์ที่พร้อมต้อนรับแขกผู้มาเยือน และส่งมอบประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่นใดจากหมู่บ้านริมสถานีรถไฟของเส้นทางโณแมนติกนี้

เป็นสายน้ำที่ตกจากความสูง 225 เมตร น้ำตกนี้เกิดจากการละลายของหิมะ ไหลรุนแรงเป็นละอองฟุ้งกระจาย ลงมาจากด้านบนทะเลสาบ Reinungavatnet และทะเลสาบ Seltuftvatnet เกิดกลายเป็นความงดงามที่ตระการตา

เป็นเมืองหลวงแห่งศิลปวัฒนธรรมและเมืองหลวงเก่าแห่งฟยอร์ดของประเทศนอร์เวย์ อีกทั้งยังเป็น “เมืองมรดกโลก” ประกาศโดยองค์การยูเนสโก ที่สำคัญที่นี่ยังเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ และเป็นเมืองท่าสำคัญทางชายทะเลตะวันตกเฉียงใต้ของนอร์เวย์ มีทั้ง เมืองเก่าย่านชาวประมง ท่าเทียบเรือเดินสมุทร และเป็นศูนย์กลางการขุดเจาะน้ำมันของประเทศด้วย

เป็นรถรางที่เชื่อมต่อพื้นที่เมืองเบอร์เก้นกับยอดเขาฟลอเยน หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดของประเทศนอร์เวย์ มีความยาวตลอดทางอยู่ที่ 844 เมตร รถรางนี้มีผู้โดยสารใใช้บริการมากกว่า 1 ล้านคนในแต่ละปี

เป็นเมืองหลวงแห่งศิลปวัฒนธรรมและเมืองหลวงเก่าแห่งฟยอร์ดของประเทศนอร์เวย์ อีกทั้งยังเป็น “เมืองมรดกโลก” ประกาศโดยองค์การยูเนสโก ที่สำคัญที่นี่ยังเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ และเป็นเมืองท่าสำคัญทางชายทะเลตะวันตกเฉียงใต้ของนอร์เวย์ มีทั้ง เมืองเก่าย่านชาวประมง ท่าเทียบเรือเดินสมุทร และเป็นศูนย์กลางการขุดเจาะน้ำมันของประเทศด้วย

เป็นกระเช้าประจำเมืองเบอร์เก้นที่สร้างเชื่อมกับภูเขา Ulriken เข้ากับตัวเมือง ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1954 จากบนกระเช้านักท่องเที่ยวจะได้ชมวิวเมืองเบอร์เก้นอันงดงามจากมุมสูง

เมืองนี้อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 1,560 เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินเขาสูงชัน และชั้นภูเขาที่ลดหลั่นกันและเป็นเจ้าของสกีเลนที่มีระยะทางกว่า 200 ไมล์ ถือเป็นเมืองที่มีความสงบและอากาศดีอีกเมืองหนึ่ง

เป็นหมู่บ้านในเขตเทศบาลเมือง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยม หรือเป็นสถานที่สำหรับ เตรียมจอดท่าเรือลงสำหรับนักท่องเที่ยว จึงเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือนเมืองแห่งนี้

ล่องเรือชมซองน์ฟยอร์ด สถานที่อันงดงามที่ได้ชื่อว่า เป็น King of Fjord ที่สวยงามที่สุดในนอร์เวย์ มีความยาวถึง 204 กม.จากทะเลเข้ามาในแผ่นดินใหญ่นอร์เวย์

เป็นเมืองแห่งปากประตูสู่ดินแดนแถบฟยอร์ด

เป็นเมืองแห่งปากประตูสู่ดินแดนแถบฟยอร์ด

เป็นเมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งสมัยก่อนนั้นเคยเป็นอาณานิคมใหญ่ของชุมชนชาวไวกิ้งโบราณ ปัจจุบันเป็นนครหลวงของประเทศนอร์เวย์ ตั้งอยู่ขอบด้านเหนือของอ่าวฟยอร์ด (fjord) ที่ชื่อ ออสโลฟยอร์ด ตัวเมืองประกอบด้วยเกาะ 40 เกาะ เกาะใหญ่ที่สุดชื่อ Malmøya นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบ 343 แห่งซึ่งเป็นแหล่งน้ำจืดสำคัญของเมือง

เป็นปราสาทหินยุคกลางซึ่งครั้งหนึ่งเคยใช้เป็นที่ประทับของราชวงศ์ในปี 1299 จนกระทั่งปี 1592 จึงมีการปรับปรุงเป็นป้อมปราการโดยใช้แนวกำแพงและปืนใหญ่เพื่อป้องกันเมืองออสโล หลังจากนั้นป้อมปราการแห่งนี้ถูกทอดทิ้งและมีสภาพแย่ลง ต่อมาจึงมีการเริ่มบูรณะในปี 1899 ปัจจุบันมีการนำเที่ยวชมพื้นที่รอบนอกปราสาทและห้องบางห้องที่มีความสำคัญ

เป็นมหาวิหารที่เป็นที่นั่งของสังฆมณฑลแห่งออสโล ตั้งอยู่ที่จตุรัส Stortorvet ถูกสร้างขึ้นในปี 1694-1697 และมีการบูรณะขึ้นใหม่ระหว่างปี 1848-1850 ที่นี่มีลักษณะเด่นๆ คือมีอาคารทรงโค้งยาวที่มีหอคอยหลังคาทองแดงและมีนาฬิกาบอกเวลา ในเดือนสิงหาคม ปี 2001 ที่นี่เป็นสถานที่จัดงานแต่งงานของเจ้าชายฮากอนและเจ้าหญิงเม็ตต์ - มาริทเททเจสเซมเฮเยอร์

National Theatre สถาปัตยกรรมโรงละครแห่งชาติ ของออสโลตั้งอยู่ในอาคารที่สวยงาม ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆอีกมากมาย

สถานที่ตั้งของคณะอุปรากรและบัลเลต์ระดับชาติของนอร์เวย์แห่งนี้เป็นอาคารสร้างจากกระจกและหินอ่อนขนาดใหญ่คล้ายธารน้ำแข็งที่เกิดจากน้ำ โรงอุปรากรออสโลเป็นศูนย์วัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดที่สร้างขึ้นในนอร์เวย์ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 14 มีเวทีสามแห่งและมีมากกว่า 1,000 ห้อง แวะสถานที่ดังกล่าวเพื่อชมการแสดงหรือตื่นตากับสถาปัตยกรรมของตัวอาคารที่เป็นส่วนหนึ่งของทัวร์นำเที่ยว ดีไซน์ที่สะดุดตาของสิ่งก่อสร้างคือหลังคาที่ลาดเอียงสูงชันจากเขตน่านน้ำของออสโลฟยอร์ด บนหลังคายังมีลานกว้างสาธารณะที่สามารถเดินเล่นได้ ช่วงฤดูร้อนคุณจะเห็นผู้คนอาบแดดและปิดนิกบนหลังคา สิ่งก่อสร้างประดับตกแต่งด้วยงานศิลปะแปดอย่าง ไฮไลท์อย่างนึงคือแผงกำแพงเจาะรูจากฝีมือของโอลาเฟอร์ เอเลียสสันและม่านของเวทีหลักที่คล้ายกับอลูมิเนียมฟอยด์ยับย่น

เป็นพื้นที่อุทยานหนึ่งในออสโล ที่ความพิเศษของที่แห่งนี้อยู่ที่ผลงานศิลปะประติมากรรมมนุษย์เปลือยในหลากหลายอิริยาบถ โดยผ่านผลงานการแกะสลักรูปเหมือนจากหินแกรนิต และการหล่อรูปคนด้วยสำริด ในเรื่องราวเกี่ยวกับวัฏจักรชีวิตมนุษย์ เป็นผลงานของกุสตาฟ วิกเกอร์แลนด์ ปฏิมากรชาวนอร์เวย์ชื่อดัง อีกทั้งสวนนี้ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นสวนประติมากรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ท่าอากาศยานนี้ตั้งอยู่ที่การ์เดอร์มอน ในเขตยูลเลนแซเกอร์ ประเทศนอร์เวย์ ห่างจากตัวเมืองกรุงออสโลไปทางเหนือประมาณ 48 กิโลเมตร เริ่มเปิดใช้ในเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 เป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศนอร์เวย์ รวมทั้งเป็นฐานให้บริการของสแกนดิเนเวียน แอร์ไลน์ และนอร์เวเจียนแอร์ชัตเทิล และยังเป็นท่าอากาศยานสำคัญของสเตอร์ลิงแอร์ไลน์ และไวเดเรอร์

เป็นท่าอากาศยานขนาดใหญ่มากที่ตั้งอยู่ในเขตอัลการ์ฮูดของนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นท่าอากาศยานที่พลุกพล่านที่สุดในโลกจากการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของการบินพาณิชย์และการขนส่งข้ามภูมิภาคต่างๆ ของโลก

เป็นท่าอากาศยานขนาดใหญ่มากที่ตั้งอยู่ในเขตอัลการ์ฮูดของนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นท่าอากาศยานที่พลุกพล่านที่สุดในโลกจากการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของการบินพาณิชย์และการขนส่งข้ามภูมิภาคต่างๆ ของโลก

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย