
เป็นจุดศูนย์กลางทางการบินในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถเชื่อมโยงการคมนาคมทางอากาศไปยังจุดต่างๆ ของโลกได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการบินภายในภูมิภาคเอเชียด้วยกัน หรือระหว่างทวีปยุโรป ทวีปอเมริกา ทวีปออสเตรเลีย ซึ่งสามารถใช้เป็นจุดแวะลงและเชื่อมต่อในการเดินทางของผู้โดยสารตลอดจนพัสดุไปรษณียภัณฑ์ไปยังจุดอื่นๆ ได้อย่างดี

เป็นท่าอากาศยานขนาดเล็กในเขตจางเจียเจี้ย ตั้งอยู่ในเขตธรรมชาติที่มีภูมิทัศน์งดงาม
.jpg)

พระราชวังโบราณชนเผ่าถู่เจีย หรือ ถู่เจียซื่อจวน เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังใจกลางเมืองจางเจียเจี้ย ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือ ตึกไม้โบราณ 9 ชั้น ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม และยังได้รับการบันทึกสถิติกินเนสส์บุ๊กว่าเป็นตึกไม้ที่สูงและสวยงามที่สุดในโลก ภายในจะพาทุกท่านย้อนเวลาไปสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวชนเผ่าถู่เจีย ตั้งแต่พิธีกรรมทางศาสนา ศิลปะการป้องกันตัว ไปจนถึงการจัดแสดงของสะสมล้ำค่าและประเพณีการแต่งงานแบบโบราณ ถือเป็นจุดเช็คอินที่ช่วยเติมเต็มความเข้าใจในประวัติศาสตร์ท้องถิ่นให้มีสีสันมากขึ้น

เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาและมีแม่น้ำถั่วเจียง แม่น้ำที่ใสสะอาดไหลผ่าน สองฝั่งแม่น้ำมีบ้านแบบโบราณที่ยกพื้นสูงเรียงรายกันบนริมแม่น้ำ ถ้ามองจากริมแม่น้ำจะเห็นบ้านเรือนยกสูงสร้างติดริมแม่น้ำเป็นแนวยาว กลางเมืองฟ่งหวงจะมีสะพานเก่าที่คาดว่าสร้างในสมัยราชวงศ์ชิง เชื่อมโยงชีวิตสองฟากแม่น้ำเป็นหนึ่งเดียว หากต้องการนั่งกินลมพร้อมชมเมืองไปด้วย นักท่องเที่ยวก็สามารถเช่าเรือแจวชมเมืองตลอดลำน้ำได้

นั่งเรือล่องแม่น้ำถัวเจียง ชมบรรยากาศเมืองโบราณริมน้ำ สัมผัสบรรยากาศไปพร้อมๆ กับฟังเสียงของนักร้องสาวชาวม้งที่มาคอยลอยเรือร้องเพลงขับกล่อมในลำน้ำเป็นระยะๆ (เป็นโชว์ของเมืองนี้) ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเด่นที่น่าสนใจมาก

เป็นสะพานไม้โบราณที่มีหลังคาคลุมเหมือนสะพานข้ามคลองในเวนิส เป็นสะพานประวัติศาสตร์ที่มีความเป็นมาหลายร้อยปี โดยก่อนที่จะเดินถึงสะพานนั้นจะได้เห็นจุดเด่นของฟ่งหวง คือบ้านที่ยกพื้นสูงเรียงราย เป็นทัศนียภาพที่สวยงามและเป็นที่นิยมชอบทั้งชาวจีนและชาวต่างประเทศ

เมืองโบราณแห่งนี้มีประวัติอันแสนยาวนานกว่า 2,000 ปี โดยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มน้อยที่มีชื่อว่าถู่เจีย เดิมมีชื่อว่า หวางชุน แต่ภายหลังในปี พ.ศ. 2550 ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อที่เรียกในปัจจุบัน ในส่วนใจกลางเมืองโบราณนี้จะเห็นน้ำตกหวางชุนตั้งเด่นเป็นสายธาร ซึ่งภาพของน้ำตก บ้านเรือนโบราณ กับต้นไม้เขียวๆ ที่อยู่ไล่ระดับกัน เป็นความลงตัวอีกอย่างที่แลดูประทับใจยิ่ง


เป็นเขตย่านชุนชมเมืองในพื้นที่จางเจียเจี้ย สถานที่ที่เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของจีนมาตั้งแต่ปี 1992 ตัวเมืองล้อมรอบด้วยธรรมชาติของขุนเขา ต้นไม้ ลำธาร และองค์ประกอบทางระบบนิเวศที่ได้ชื่อว่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

เป็นหนึ่งในภูเขาที่สวยงามที่สุดของประเทศจีน "มีคำกล่าวว่า หากใครมาจางเจียเจี้ยแล้วไม่ได้มาขึ้นเขาเทียนเหมินซานแห่งนี้เหมือนมาไม่ถึงจางเจียเจี้ย" ตั้งอยู่มณฑลหูหนาน สาเหตุที่เรียกว่าเทียนเหมินซานเพราะว่า ภูเขาเกิดระเบิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ จนกลายเป็นถ้ำหรือประตูสวรรค์ ประตูนี้มีความสูง 131.5 เมตร ความกว้าง 57 เมตร ความลึก 60 เมตร เราจะได้เดินชมวิวทิวทัศน์ลัดเลาะริมหน้าผาชมความสวยงามของทะเลภูเขาที่มีรูปร่างต่างๆ แปลกตา และวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม
.jpg)
เป็นระเบียงกระจกใสขนาดใหญ่ในพื้นที่อุทยานหลุมฟ้า มีความกว้าง 26 ตารางเมตร ยื่นออกมาจากหน้าผาของภูเขาลูกหนึ่งในอุทยานหลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์ เป็นจุดชมวิวแห่งใหม่ในอุทยาน ด้วยความสูงถึง 1,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

เป็นหนึ่งในภูเขาไฮไลท์ของจางเจียเจี้ย ตั้งอยู่ใกล้กับหุบเขา Suoxi ในภาคกลางตอนใต้ของจีน ภูเขานี้ได้รับการตั้งชื่อตามชาวนา Xiang Dakun ของกลุ่มชาติพันธุ์ Tujia ซึ่งเป็นผู้นำการประท้วงของเกษตรกรในท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จและเรียกตัวเองว่า "Tianzi" นี่หมายถึงบุตรแห่งสวรรค์และเป็นฉายาดั้งเดิมของจักรพรรดิจีน ภูเขานี้เต็มไปด้วยชะง่อนผาอันสูงชัน ลำห้วยลึกและป่าหิน มีหินยักษ์ในรูปลักษณะแปลกตาที่ตั้งยืนตระหง่านค้ำฟ้า

สะพานหนึ่งในใต้หล้านี่อยู่ภายในอุทยานเอี๋ยนเจียเจี้ย มีทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่อง บนสะพานจะมีลูกกุญแจอยู่เต็มไปหมด เป็นความเชื่อของคนหนุ่มคนสาวที่ว่าหากคู่ไหนเอากุญแจไปคล้องไว้ที่สูงๆจะได้ไม่มีใครสามารถพรากคู่รักให้จากกันได้ บางคนก็ทิ้งสู่หุบเหวเบื้องล่าง ก็ให้ความหมายเดียวกันว่าเราจะไม่พรากจากกันตราบชั่วนิรันดร์ โฉมหน้าสะพานเป็นสะพานหินเชื่อมระหว่างเขา 2 ลูก ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ และเป็นจุดชมวิวที่สวยมากอีกที่หนึ่งทีเดียว

ถนนคนเดิน "ซีปู้เจีย" ณ เขตอู่หลิงหยวน ที่ถนนคนเดิน "ซีปู้เจีย" นอกเหนือจะเป็นถนนที่มีร้านค้าขายสินค้าพื้นเมืองของที่นี่แล้วยังมีอีกสถานที่อีกแห่งหนึ่งซึ่งน่าสนใจอยากให้ไปชมกัน นั่นก็คือ พิพิธภัณฑ์ภาพวาดทรายกี่เป็นภาพวาดแฮนเมตชื่อดังของที่นี่ ภาพวาดทรายถือเป็นสินค้ายอดนิยมอีกสิ่งหนึ่งที่หมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวต่างชาตินิยมซื้อเป็นของฝากที่เป็นเอกลักษณ์ที่ควรค่าแก่การประดับบนกำแพงบ้าน

เป็นทะเลสาบบนช่องเขาสูง โดยที่ทะเลสาบจะถูกรายล้อมด้วยยอดเขา และน้ำก็ใสมาก การเที่ยวชมอาศัยการล่องเรือ โดยระหว่างทางก็จะพบแพและมีคนใส่ชุดพื้นเมืองอยู่ นอกจากนี้ยังมีหินที่รูปร่างเหมือนหน้าผู้หญิง ซึ่งเป็นสิ่งที่ธรรมชาติโดยไม่มีการตกแต่งเพิ่มเติมแต่อย่างใด หลังจากล่องเรือเสร็จก็ต้องเดินลงจากเขา พอถึงด้านล่างก็จะเห็นน้ำตกจากทะเลสาบเป่าเฟิงหูไหลลงมากเป็นภาพที่สวยมาก

ภายในพิพิธภัณฑ์เป็นที่รวบรวมและจัดแสดงผลงานที่มีคุณค่าทางศิลปะของศิลปินแห่งชาตินาม "หลี่จวินเซิง" ซึ่งผลงานของเขาทุกชิ้นเป็นภาพเขียนด้วยมือที่ใช้หินทรายและสีธรรมชาติที่สกัดจากเปลือกไม้ใบไม้เป็นวัตถุดิบในการเขียน ภาพเขียนเหล่านี้นอกจากจะทรงคุณค่าทางศิลปะมีเอกลักษณ์เฉพาะ ยังเป็นภาพเขียนที่สวยงาม คมชัด และมีมิติสมจริงอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานขนาดเล็กในเขตจางเจียเจี้ย ตั้งอยู่ในเขตธรรมชาติที่มีภูมิทัศน์งดงาม

เป็นจุดศูนย์กลางทางการบินในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถเชื่อมโยงการคมนาคมทางอากาศไปยังจุดต่างๆ ของโลกได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการบินภายในภูมิภาคเอเชียด้วยกัน หรือระหว่างทวีปยุโรป ทวีปอเมริกา ทวีปออสเตรเลีย ซึ่งสามารถใช้เป็นจุดแวะลงและเชื่อมต่อในการเดินทางของผู้โดยสารตลอดจนพัสดุไปรษณียภัณฑ์ไปยังจุดอื่นๆ ได้อย่างดี