
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

ที่นี่เป็นท่าอากาศยานแห่งใหม่ของกรุงปักกิ่ง ตั้งอยู่ทางใต้ของกรุงปักกิ่งตรงรอยต่อระหว่างเขต Langfang เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 กันยายน ปี 2019 ท่าอากาศยานนี้อาคาร Terminal ผู้โดยสารที่ได้ชื่อว่าเป็นอาคารสนามบินเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่มากกว่า 1,000,000 ตารางเมตร ซึ่งในอนาคตที่นี่จะเป็นท่าอากาศยานหลักอีกแห่งของประเทศเช่นเดียวกับท่าอากาศยานเดิมที่อยู่ในกรุงปักกิ่ง
.jpg)
เป็นเมืองที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในจีนแผ่นดินใหญ่ และจัดเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศจีน เป็นเมืองท่าขนาดใหญ่ที่มีมีสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก เมืองนี้ยังมีฉายาว่า "เซี่ยงไฮ้ทางเหนือ" เนื่องจากประวัติที่เดิมเคยเป็นเมืองเช่าของตะวันตก

.jpg)
เป็นถนนสายหนึ่งที่อยู่ทางทิศเหนือของเมืองเทียนสิน มีลักษณะเป็นถนนที่มีสิ่งปลูกสร้างซึ่งตกแต่งเป็นสไตล์อิตาลีอยู่กว่า 200 หลัง ที่นี่เป็นจุดถ่ายรูปอันสวยงามของเมืองเทียนสินที่ให้บรรยากาศแบบอิตาลี

เป็นสถานที่แห่งหนึ่งในเทียนจินที่สร้างอาคารบ้านเรือนเลียนแบบในสมัยราชวงศ์ชิง โดยถนนสายนี้เปิดเป็นย่านการค้าตั้งแต่ปี 1986 ถนนสายนี้มีร้านค้ามากมาย โดยสินค้าที่วางจำหน่ายส่วนใหญ่เป็นประเภทของที่ระลึกทางวัฒนธรรม อาทิ อุปกรณ์การเขียนอักษรจีน(เหวินฝางซื่อเป่า) แกะสลักตราประทับ ภาพวาดพู่กัน สินค้าหัตกรรมต่างๆ นอกจากจะได้ช้อปปิ้งแล้วที่นี้ยังมีของกินนานาชนิดให้เลือกชิมระหว่างเลือกซื้อของอีกด้วย
.jpg)
แม่น้ำไห่เหอ เป็น 1 ใน 7 แม่น้ำสายที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และใหญ่ที่สุดสายหนึ่งของภาคเหนือ แม่น้ำไห่เหอประกอบด้วยแม่น้ำสายย่อย 5 สายคดเคี้ยวลัดเลาะผ่านตัวเองเทียนจิน และด้วยความที่สถาปนิกวิศวกรไม่อาจยกแม่น้ำไปวางทางอื่นได้ ผังเมือง ถนนหนทางต่าง ๆ ในตัวเมืองเทียนจินจึงถูกออกแบบเพื่อสอดรับกับแม่น้ำไห่เหอเป็นหลัก

จัตุรัสเทียนอันเหมิน เป็นจัตุรัสกลางเมืองในใจกลางกรุงปักกิ่ง ตั้งชื่อตามเทียนอันเหมิน ('ประตูแห่งสันติภาพแห่งสวรรค์') ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือโดยแยกออกจากพระราชวังต้องห้าม จัตุรัสนี้มีความสำคัญทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่เนื่องจากเป็นที่ตั้งของเหตุการณ์สำคัญหลายอย่างในประวัติศาสตร์จีน นอกจากนี้ที่นี่ยังได้ชื่อเป็นเป็นจัตุรัสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้วย

เป็นพระราชวังที่ในอดีตเคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดิ์ในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง รวม 24 รัชกาล ภายในประกอบด้วยห้องต่างๆ ถึง 9,999 ห้อง ที่ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 720,000 ตารางเมตร ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแลนมาร์คของกรุงปักกิ่งที่ห้ามพลาด

ถนนหวังฟูจิ่ง เป็นศูนย์กลางสำหรับการช้อปปิ้งที่คึกคักมากที่สุดของเมืองหลวงปักกิ่ง ซึ่งมีร้านค้า ร้านแบรนด์เนม ร้านอาหารต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เดินเล่นช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

ถนนโบราณเฉียนเหมิน เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของปักกิ่ง เปิดให้เที่ยวชมเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2551 เพื่อรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่เข้าร่วมพิธีแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2008 หลังจากรัฐบาลปักกิ่งได้ปิดปรับปรุงบูรณะ และก่อสร้างสถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรือนในยุคสมัยราชวงศ์ชิง ราชวงศ์สุดท้ายก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยจำลองบรรยากาศเก่าๆ สมัยราชวงศ์ชิง บริเวณสองฝั่งถนน มีทั้งภัตตาคาร ร้านค้าจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและสินค้าของที่ระลึกในรูปแบบของปักกิ่ง

วัดนี้แต่เดิมเคยเป็นตำหนักที่ประทับของจักรพรรดิหย่งเจิ้น ผู้เป็นพระราชบิดาของจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง ต่อมาที่นี่ได้กลายป็นศูนย์กลางของศาสนาพุทธนิกายมหายาน และศิลปแบบธิเบต ท่านจะได้นมัสการพระพุทธรูปอารยเมตไตรย์ที่งดงาม โดยเชื่อกันว่าเป็นงานแกะสลักจากไม้จันทน์เพียงชิ้นเดียว ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในศาลาหมื่นสุข “ว่านฟู่เก๋อ”

กำแพงเมืองจีนด่านจวีหยงกวน หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งสร้างในสมัยจักรพรรดิ์จิ๋นซี มีความยาว 10,000 ลี้ หรือ 6,788 กิโลเมตร ใช้แรงงาน 300,000 คน ใช้เวลาสร้างนานนับ 10 ปี


ที่นี่เป็นท่าอากาศยานแห่งใหม่ของกรุงปักกิ่ง ตั้งอยู่ทางใต้ของกรุงปักกิ่งตรงรอยต่อระหว่างเขต Langfang เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 กันยายน ปี 2019 ท่าอากาศยานนี้อาคาร Terminal ผู้โดยสารที่ได้ชื่อว่าเป็นอาคารสนามบินเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่มากกว่า 1,000,000 ตารางเมตร ซึ่งในอนาคตที่นี่จะเป็นท่าอากาศยานหลักอีกแห่งของประเทศเช่นเดียวกับท่าอากาศยานเดิมที่อยู่ในกรุงปักกิ่ง

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย