
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการเมืองหนานหนิง เมืองหลวงของเขตปกครองตนเองกวางสี ประเทศจีน ตั้งอยู่ห่างไป 32 กม. ทางตะวันตกเฉียงใต้ของใจกลางเมืองหนานหนิง ท่าอากาศยานแห่งนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสาร 16 ล้านคนต่อปี
.jpg)
เป็นรถไฟความเร็วสูงที่บริหารงานโดยการรถไฟจีน มีความเร็วสูงสุดประมาณ 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง การออกแบบระบบรถไฟความเร็วสูงทั้งหมดได้ถูกออกแบบมาจากต่างประเทศ ใช้สำหรับการเดินทางที่รวดเร็วระหว่างเมือง ปัจจุบันจีนมีแบบรถไฟความเร็วสูงต่างๆ มากมาย ใช้งานไปตามแต่ละสภาพภูมิประเทศ และเศรษฐกิจ

เป็นเมืองเอกเมืองหนึ่งของเขตปกครองตนเองชนชาติจ้วงกว่างซี ตัวเมืองล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศจีน มีพื้นที่ประมาณ 240,000 ตารางกิโลเมตร ทางทิศใต้ติดกับมณฑลยูนนาน ทางเหนือติดกับมณฑลกุ้ยโจว ทางตะวันออกเฉียงเหนือติดกับมณฑลหูหนาน ทางตะวันออกเฉียงใต้ ติดกับมณฑลกวางตุ้ง ทางใต้ติดกับอ่าวตังเกี๋ย และทางตะวันตกเฉียงใต้ติดกับประเทศเวียดนาม

ถ้ำเงิน ซึ่งเป็นถ้ำที่มีความงดงามที่สุดของกุ้ยหลิน ถ้ำนี้เป็นถ้ำที่อยู่ติดกับแม่น้ำหลีเจียง ซึ่ง ภายในถ้ำจะมีน้ำตกสายน้ำใสและปลาต่างๆไหลเวียนเข้าสู่ภายในถ้ำ อีกสัมผัสใหม่ของการท่องถ้ำนี้คือ ท่านจะได้เที่ยวชมปราสาทพระจันทร์และเงาสะท้อนในน้ำ เปรียบประดุจกระจกใน ซึ่งเป็นสถานที่ที่หาที่ใดจะเสมอเหมือนได้ ภายในปราสาท ท่านจะได้พบกับ เสาซึ่งสูงเด่น ร่มที่ประดับด้วยไข่มุกอันมีค่า หินคริสตัลสะท้อนแสงมีค่าที่มาของชื่อถ้ำนี้

ตั้งอยู่ใจกลางเมืองตรงบริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำหลีเจียงและแม่น้ำถาวฮัวเป็นหนึ่งในภูเขาที่ขึ้นชื่อของกุ้ยหลิน ทางตะวันออกเฉียงใต้สุดเขตเมืองกุ้ยหลิน ริมแม่น้ำหลีเจียง เป็นสัญลักษณ์ของเมืองกุ้ยหลิน ที่ได้ชื่อว่าเขางวงช้างนั้น มาจากรูปร่างของภูเขาหินที่คล้ายกับงวงของช้างที่กำลังโน้มลงเพื่อกินน้ำจากแม่น้ำหลีเจียงที่อยู่เบื้องล่าง บริเวณชายฝั่งแม่น้ำบริเวณนี้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมาก

เป็นวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกุ้ยหลิน มีจุดเด่นคือเจดีย์คู่ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำในเมืองกุ้ยหลิน และในเวลากลางคืนจะเห็นสีสะท้อนอย่างงดงาม ที่เชื่อกันว่าเพื่อแสดงถึงอนาคตอันสดใสของกุ้ยหลินในภายภาคหน้า
เมืองในหุบเขาที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ แร่ธาตุ เป็นเมืองน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียง อีกทั้งเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมของชนชาติส่วนน้อย
.jpg)
นาข้าวขั้นบันไดหลงจี๋ หรือที่บ้างก็เรียกว่า “นาขั้นบันไดหลงเซิ่น (龙胜梯田)” รวมรถกอล์ฟไป-กลับ อันเนื่องมาจากมีลักษณะคล้ายคลึงกับเกร็ดของมังกร หรือกระดูกสันหลังของมังกร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประจำชาติระดับ 4A ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอปกครองตนเองหลงเซิ่น ของเมืองกุ้ยหลิน ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน นาขั้นบันไดหลงจี๋ ตั้งอยู่บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเลที่ 600-880 เมตร เป็นการปรับพื้นที่บนภูเขาสูงให้เป็นแปลงนา มีการผสมผสานเรื่องของการทำเกษตรกรรมเข้ากับภูมิทัศน์ของธรรมชาติได้อย่างลงตัวสวยงาม อีกทั้งที่นี่ยังนับเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกข้าวจากฝีมือแรงงานของมนุษย์ในยุคแรกๆของโลก ซึ่งมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 2,300 ปี และสามารถเรียกได้ว่าเป็น “บ้านเกิดของนาขั้นบันไดโลก

เป็นเมืองที่อยู่ภายใต้การปกครองของกุ้ยหลิน ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลกว่างซี ประเทศจีน ล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูง อยุ่ใกล้กับแม่น้ำลี่ สามารถเดินทางเข้าไปได้ง่ายด้วยรถประจำทางหรือเรือจากกุ้ยหลิน

ช้อปปิ้งถนนฝรั่ง ที่ขนาบข้างด้วยทิวเขา หน้าตาคล้ายคลึงกับถนนข้าวสาร มีทั้งโรงแรม ผับ บาร์ ร้านอาหาร และยังมีสินค้าแบบจีนวางขายมากชนิด



ล่องชมแม่น้ำที่เป็นแหล่งภูมิลักษณ์ภูดอยหินปูนขนาดใหญ่ที่สุดของโลก เป็นสุดยอดแห่งความงามของทิวทัศน์เมืองกุ้ยหลิน ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกมาช้านาน

เป็นเมืองที่อยู่ภายใต้การปกครองของกุ้ยหลิน ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลกว่างซี ประเทศจีน ล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูง อยุ่ใกล้กับแม่น้ำลี่ สามารถเดินทางเข้าไปได้ง่ายด้วยรถประจำทางหรือเรือจากกุ้ยหลิน
.jpg)
เป็นรถไฟความเร็วสูงที่บริหารงานโดยการรถไฟจีน มีความเร็วสูงสุดประมาณ 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง การออกแบบระบบรถไฟความเร็วสูงทั้งหมดได้ถูกออกแบบมาจากต่างประเทศ ใช้สำหรับการเดินทางที่รวดเร็วระหว่างเมือง ปัจจุบันจีนมีแบบรถไฟความเร็วสูงต่างๆ มากมาย ใช้งานไปตามแต่ละสภาพภูมิประเทศ และเศรษฐกิจ

ถนนสามสายและเขตประวัติศาสตร์วัฒนธรรมสองซอย มีที่มาจากถนนสายเก่าสามสาย ได้แก่ ถนนซิงหนิง ถนนหมินเซิง และถนนเจี่ยฟ่าง และถนนโบราณสองตรอกของถนนจินซีและถนนหยินซีจากราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง รวมกันเป็น “ถนนสามสายและสองตรอก” ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ซ่ง หนึ่งในย่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในมณฑลกว่างสี และมีกลุ่มอาคารที่อยู่อาศัยจากราชวงศ์ชิงที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ในเขตเมืองหนาน หนิง นอกจากนี้ ยังมีถนนคนเดินช้อปปิ้งที่ทันสมัยอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการเมืองหนานหนิง เมืองหลวงของเขตปกครองตนเองกวางสี ประเทศจีน ตั้งอยู่ห่างไป 32 กม. ทางตะวันตกเฉียงใต้ของใจกลางเมืองหนานหนิง ท่าอากาศยานแห่งนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสาร 16 ล้านคนต่อปี

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย