
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นสนามบินทีให้บริการกับเมืองหลันโจว มนฑลกานซู ตั้งอยู่ ทางเหนือของหลานโจว เปิดให้บริการ เมือปี 1970 ให้บริการสายการบินหลักของกานซูและทางตะวันตก

เมืองจางเย่ เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนาน มีอุทยานเขตภูมิทัศน์จางเย่ฉีเหลียนซานตันเสียตี้เม่า หรือภูเขาสายรุ้ง จัดเป็นหนึ่งในภูมิทัศน์มหัศจรรย์ของจีนอันงดงามแปลกตา ตั้งอยู่ในเขตภูเขาฉีเหลียนซาน จากตัวเมืองจางเย่ 40 กม.

วัดพระใหญ่ หรือ วัดต้าฝอซื่อ สร้างในปีค.ศ.1098 สมัยซีเซี๊ยะ ภายในวิหารใหญ่เป็นที่ประดิษฐานของพระนอนศักดิ์สิทธิ์องค์ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน มีความยาว 34.5 เมตร ฐานสูง 1.2 เมตร พระอังสา(ไหล่)กว้าง 7.5 เมตร พระกรรณ(หู) ยาว 4 เมตร สามารถให้คนนั่งเรียงกันได้ถึง 8 คน พระบาทยาว 5.2 เมตร

ย่านท่องเที่ยวและแหล่งรวมของกินยามค่ำคืนที่ตกแต่งในบรรยากาศสถาปัตยกรรมจีนโบราณสมัยราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง ภายในตลาดเต็มไปด้วยร้านอาหารท้องถิ่น อาหารสตรีทฟู้ด ของที่ระลึก และงานหัตถกรรมพื้นเมือง นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่น ชิมอาหารพื้นเมืองหลากหลายชนิด เลือกซื้อของฝาก พร้อมสัมผัสบรรยากาศวัฒนธรรมจีนโบราณที่คึกคักและสวยงามยามค่ำคืน เหมาะสำหรับการพักผ่อนและเก็บภาพบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองอย่างเพลิดเพลิน

จัดเป็นหนึ่งในภูมิทัศน์มหัศจรรย์ของจีนอันงดงามแปลกตา ตั้งอยู่ในเขตภูเขาฉีเหลียนซาน จากตัวเมืองจางเย่ไปทางตะวันตก 40 กิโลเมตร ครอบคลุมอาณาบริเวณกว้างขวางถึง 300 ตร.กม. ตั้งอยู่บนระดับความสูง 2,000-3,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในทางธรณีวิทยาสันนิษฐานว่ามีอายุมานานกว่า 2 ล้านปี ผ่านการกัดกร่อนของธรรมชาติ สายลม แสงแดด และความแห้งแล้งของภูมิประเทศ เผยให้เห็นถึงชั้นของแร่ธาตุใต้ดิน ที่บ้างเป็นริ้วเลื่อมลายหลากสีสันพาดผ่านทั้งเนินภูแลซับซ้อน ดูสวยงามน่าชม

เป็นเมืองระดับจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลกานซู มีชื่อเสียงในฐานะเป็นที่ตั้งของกำแพงเมืองจีนด่านเจียอวี้กวน ซึ่งถือเป็นด่านกำแพงเมืองจีนที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่ง

ถนนคนเดินวัฒนธรรมสมัยราชวงศ์ถัง ต้าถัง ถนนราชวงศ์ถัง ถนนคนเดินวัฒนธรรมราชวงศ์ถัง ราชวงศ์ถัง ถนนคนเดินวัฒนธรรมถัง

ปะติมากรรมขนาดใหญ่ท่ามกลางทะเลทราย

แหล่งท่องเที่ยวสำคัญบนเส้นทางสายไหม เนินทรายครวญ หรือ หรือที่ในอดีตสมัยราชวงศ์ฮั่นมีชื่อว่า เนินซาเจี่ยว และเนินทรายเทพ เป็นกลุ่มของเนินทรายที่มีความยาวราว 40 กิโลเมตร จากทิศตะวันตก ณ หุบเขาตั่งเหอไปจรดยังตะวันออกที่ถ้ำหินสลักม่อเกา และมีความกว้างจากทิศเหนือจรดทิศใต้ราว 20 กิโลเมตร โดยยอดที่สูงที่สุดของเนินทรายครวญแห่งนี้นั้นมีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,715 เมตร

เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลกานซู ทางภาคตะวันตกของจีน เป็นเมืองวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของจีน ในฐานะเป็นหนึ่งในเมืองที่ตั้งอยู่ในเส้นทางสายไหม และเป็นแหล่งบรรจบที่มีความสำคัญของอารยธรรมจีนกับอารยธรรมตะวันตกที่สำคัญ

เป็นสระน้ำที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดินเสมือนเป็นโอเอซิสกลางทะเลทราย เดิมสระน้ำนี้มีชื่อว่า ซาจิ่ง ที่แปลได้ว่า “บ่อน้ำกลางทะเลทราย” มีพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ ลึกโดยเฉลี่ย 3 เมตร น้ำในสระใสจนสะท้อนแสงได้ราวกับกระจก ความมหัศจรรย์ของสระน้ำแห่งนี้คือ ถึงแม้จะอยู่กลางทะเลทราย แต่ทว่าน้ำในสระไม่เคยเหือดแห้งหายไปเลย

เป็นตลาดกลางคืนขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองตุนหวง ชื่อของตลาดมาจากชื่อของเมืองในอดีต โดยคำว่าซาโจว (沙洲) มีความหมายว่าเนินทราย ปัจจุบันตลาดแห่งนี้จะมีทั้งร้านอาหารกลางแจ้ง ร้านนั่งชิลล์ และร้านจำหน่ายของที่ระลึกต่างๆ จำนวนมาก โดยเฉพาะของที่ระลึกจากเส้นทางสายไหม อาทิเช่น ผ้าพันคอไหม น้ำเต้า งานหัตถกรรม ภาพวาดจีน ขนม และอื่นๆ มากมาย

เป็นถ้ำที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองตุนหวง มณฑลกานซู่ ในอดีตเป็นหนึ่งในจุดค้าขายและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่สำคัญในเส้นทางสายไหม ทางด้านหน้าออกแบบเป็นเสมือนวัดจีนที่มีความสวยงาม ส่วนภายในถ้ำงดงามด้วยพุทธศิลป์จีนทั้งพระพุทธรูป และจิตรกรรมฝาผนังแบบต่างๆ จากการเป็นสถานที่สำคัญทั้งของจีนและมองโกลในมิติประวัติศาสตร์ที่มีอายุกว่า 1,000 ปี ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเป็นที่เรียบร้อย
) แหล่งท่องเที่ยวและถนนคนเดินยามค่ำคืนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานภูเขาคุนหลุน ตั้งอยู่ที่เมือง GOLMUD มณฑล Qinghai ประเทศ China ภายในตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรม แสงไฟ และการแสดงที่สะท้อนวัฒนธรรมและตำนานจีนโบราณ มีร้านค้า ร้านอาหาร และกิจกรรมบันเทิงมากมาย ให้ท่านได้อิสระเดินเล่น ถ่ายภาพ และสัมผัสบรรยากาศเมืองท่องเที่ยวยามค่ำคืนที่สวยงาม

ทะเลสาบเกลือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน ตั้งอยู่ใกล้เมือง Golmud มณฑล Qinghai มีพื้นที่กว้างใหญ่และทัศนียภาพแปลกตา น้ำในทะเลสาบสะท้อนท้องฟ้าจนเกิดภาพคล้าย “กระจกแห่งท้องฟ้า” อันสวยงาม อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตเกลือและแร่โพแทชที่สำคัญของจีน นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพกับพื้นเกลือสีขาวและวิวธรรมชาติอันกว้างไกล
.jpg)
เป็นทะเลสาบเกลือสุดสวยที่ตั้งอยู่ในเขตฉาข่า มณฑลชิงไห่ของประเทศจีน โดยผิวน้ำอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 3,100 เมตร เป็นทะเลสาบเกลือที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก มีลักษณะพื้นที่เป็นรูปกลมรี พื้นที่ทั้งหมด 105 ตารางกิโลเมตร เกลือที่นี่ถือว่าบริสุทธิ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รอบๆ ทะเลยังอาจพบผลึกเกลือสีขาวอยู่บนพื้น บ้างก็ตกผลึกเป็นรูปร่างต่างๆ และเนื่องจากน้ำทะเลที่นี่มีความใสบริสุทธิ์มากๆ บวกกับอยู่ที่สูงจึงได้รับขนานนามว่า "กระจกเงาแห่งท้องฟ้าของจีน"
แหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนของเมืองฉาข่า ตั้งอยู่ใกล้กับทะเลสาบเกลือฉาข่า แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของมณฑลชิงไห่ ภายในตลาดมีร้านอาหารพื้นเมือง สตรีทฟู้ด และร้านขายของฝากจากท้องถิ่น นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่น ชิมอาหารพื้นเมือง เช่น เนื้อแกะย่างและโยเกิร์ตนมจามรี พร้อมเลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมและของที่ระลึก ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของเมืองเล็กบนที่ราบสูง เหมาะสำหรับการพักผ่อนหลังการท่องเที่ยวในช่วงกลางวัน.

ทะเลสาบเกลือ ล้อมรอบด้วยภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ พื้นผิวทะเลสาบอันเงียบสงบเปรียบเสมือนกระจกสะท้อนทิวทัศน์ท้องฟ้าที่สวยงามและน่าหลงใหล การเดินบนทะเลสาบก็เหมือนกับการเดินบนเมฆ ข้างบนน้ำสะท้อนท้องฟ้า และท้องฟ้าแตะพื้นโลก ทะเลสาบเกลือมีทิวทัศน์ที่สวยงามแตกต่างกันตลอดทั้งปี ในฤดูใบไม้ผลิ เมฆสีขาวที่ห้อยลงมาต่ำบนท้องฟ้าจะตกลงสู่ผืนน้ำในทะเลสาบ ในฤดูร้อน น้ำเป็นสีเขียวราวกับมรกตและขาวขึ้นและใสแจ๋ว สดชื่นในฤดูใบไม้ร่วง (ทั้งนี้ราคารถไฟเล็กในแต่ละช่วงเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของหน่วยงานการท่องเที่ยว)

เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ตั้งอยู่ในมณฑลชิงไห่บนแอ่งเอนโดเฮริก อยู่ห่างไปทางตะวันตกของเมืองหลวงของซีหนิงประมาณ 100 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นทะเลสาบน้ำเค็มและด่าง มีพื้นที่ทั้งหมด 4,317 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ความลึกสูงสุดที่ 26 เมตร เป็นสถานที่เที่ยวที่ห้ามพลาดหากได้มาชมชิงไห่

เป็นเมืองหลวงของมณฑลชิงไห่ในภาคตะวันตกของจีน และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดบนที่ราบสูงทิเบต ที่นี่เป็นศูนย์กลางการค้าตามเส้นทางสายไหมทางเหนือมานานกว่า 2,000 ปี และเป็นที่มั่นของฮันซุยถังและราชวงศ์ซ่งเพื่อต่อต้านการโจมตีของชนเผ่าเร่ร่อนจากตะวันตกเมื่ออดีต ซีหนิงยังคงเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาสำหรับชาวมุสลิมและชาวพุทธทิเบตด้วย

แหล่งรวมอาหารพื้นเมืองและสตรีทฟู้ดชื่อดังของเมือง Xining มณฑล Qinghai ประเทศ China ภายในมีร้านอาหารท้องถิ่น ขนมพื้นเมือง และของฝากให้เลือกมากมาย ให้นักท่องเที่ยวได้อิสระเลือกชิมอาหารท้องถิ่น พร้อมสัมผัสบรรยากาศตลาดกลางคืนที่คึกคักและเป็นเอกลักษณ์ของเมืองซีหนิง


เป็นสนามบินทีให้บริการกับเมืองหลันโจว มนฑลกานซู ตั้งอยู่ ทางเหนือของหลานโจว เปิดให้บริการ เมือปี 1970 ให้บริการสายการบินหลักของกานซูและทางตะวันตก

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย