
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานหลักของนครกวางโจว เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้งในประเทศจีน จากสถิติในปี 2014 ท่าอากาศยานแห่งนี้มีปริมาณผู้โดยสารมากสุดเป็นอันดับสองของจีน รองจากท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง และเป็นอันดับ 16 ของโลก


ท่าเรือประมงที่มีชีวิตชีวาและหมู่บ้านชาวประมงอันเงียบสงบซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากเขาเหลาซาน สถานที่ที่คุณจะได้สัมผัสกับกลิ่นอายทะเล ฟังเสียงเรือประมงที่เข้าเทียบท่า และตื่นตาตื่นใจไปกับอาหารทะเลสดๆ ที่เพิ่งขึ้นจากทะเล ด้วยทิวทัศน์ของบ้านเรือนหลังคาสีแดงที่เรียงรายลดหลั่นตามไหล่เขา ตัดกับสีฟ้าครามของน้ำทะเล ทำให้ที่นี่ถูกขนานนามว่าเป็น "ชิงเต่าฉบับหมู่บ้านชาวประมง" และกลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในหมู่บ้านริมทะเลของอิตาลี

ชมแหล่งผลิตเบียร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน โรงงานเบียร์ชิงเต่า เริ่มตั้งแต่การก่อตั้งโรงงาน กระบวนการพัฒนาตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบันรู้จักกรรมวิธีในการกลั่นเบียร์ของโรงงานเบียร์แห่งแรกของประเทศจีนรวมทั้งกรรมวิธีการกลั่นเบียร์ที่ทันสมัยที่สุดในโลกปัจจุบัน"ชมขบวนการบรรจุเบียร์ใส่ขวด และกระป๋อง เพื่อจำหน่ายสู่ตลาดโลกอีกทั้งยังให้ท่านได้ลิ้มรสชิมเบียร์ชิงเต่าที่มีชื่อเสียง

จุดเช็คอินสุดฮิปแห่งชิงเต่าที่ลมหายใจแห่งอดีตยังมีชีวิต ย้อนเวลากลับไปในชิงเต่าเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ที่นี่คือย่านเก่าแก่ที่ถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง กลายเป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าฮิปสเตอร์และนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร ตรอกซอกซอยที่เรียงรายไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมแบบ "หลี่-ย่วน" ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างบ้านสี่ล้อมแบบจีนกับอาคารสไตล์ตะวันตก ที่สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1920-1930 ปัจจุบันได้กลายมาเป็นที่ตั้งของคาเฟ่สุดเก๋ ร้านค้าดีไซน์ และแกลเลอรีศิลปะขนาดย่อม ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่ใครมาเยือนชิงเต่าก็ต้องแวะมาเช็คอิน

ย่านการค้าชื่อดังเก่าแก่ และเป็นย่านประวัติศาสตร์ที่สำคัญใจกลางเมืองชิงเต่า ถนนเส้นนี้ถือเป็นศูนย์รวมความคึกคักที่ผสมผสานกลิ่นอายของเมืองเก่ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปและอาคารเก่าแก่เข้ากับร้านค้าแฟชั่น บูติก และร้านอาหาร ปัจจุบันยังเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมแฟชั่น และมีการบูรณะฟื้นฟูเพื่อดึงดูดแบรนด์ระดับโลก สองข้างทางเรียงรายด้วยร้านค้าท้องถิ่น ห้างสรรพสินค้า แฟชั่นแบรนด์ และของฝากพื้นเมืองชื่อดัง เช่น เบียร์ชิงเต่า ขนมของฝาก และงานหัตถกรรมพื้นบ้านยามค่ำคืนถนนทั้งสายจะสว่างไสวไปด้วยแสงไฟและป้ายร้านค้า สร้างบรรยากาศครึกครื้นให้ผู้มาเยือนได้เดินเล่น ถ่ายรูป และลิ้มลองอาหารพื้นเมืองรสเลิศ สัมผัสเสน่ห์เมืองท่าชิงเต่าในยามราตรีอย่างเต็มอิ่ม

เป็นโบสถ์คาทอลิก รูปทรงสถาปัตยกรรมฟื้นฟูโรมันผสมผสานโกธิค ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน สร้างเสร็จปีคศ.1934 บริเวณอาคารด้านหน้ามีหอนาฬิกาสูง 56 เมตร ส่วนด้านในตกแต่งเรียบง่ายตามสไตล์เรเนอซองส์อิตาลี ว่ากันว่า โบสถ์แห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมโกธิคที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และยังเป็นอาคารที่สูงที่สุดทางใต้ของชิงเต่าในอดีต

ตลาดกลางคืนไถ่ตง เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงและคึกคักที่สุดในชิงเต่า มีเสื้อผ้า รองเท้า และของกระจุกกระจิกจำหน่ายและนอกจากนี้ยังมีอาหารเยอะแยะมากมาย ให้ท่านได้เลือกซื้อและได้สัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนของถนนสายนี้


ถนนริมทะเลให้บรรยากาศไวบ์สไตล์ตะวันตกสุดโรแมนติกและ “ถ่ายรูปปัง” นอกจากนี้ถนนฮั่วจวี้ปายังเต็มไปด้วยเหล่าร้านคาเฟ่และร้านช้อปปิ้งสุคชิค ให้ท่านเดินเล่นสัมผัสบรรยากาศสุดชิคและยังสามารถมองชมวิวทะเลได้ด้วย

สัญลักษณ์แห่งเวยไห่ ประตูสู่ความปรารถนา ณ ริมชายฝั่งทะเลเหลืองที่งดงามของเมืองเวยไห่ ที่ตั้งของสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นตั้งตระหง่านอยู่ นั่นคือ "ประตูแห่งความสุข" หรือ "ประตูแห่งโชคลาภ" แลนด์มาร์คที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง ความเจริญรุ่งเรือง และความสุขของชาวเมืองเว่ยไห่ ประตูแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของการเปิดท่าเรือเวยไห่ และได้รับการขนานนามว่าเป็น "ประตูแห่งเวยไห่" ที่คอยต้อนรับนักเดินทางทุกคน โครงสร้างที่สูงตระหง่านนี้

เป็นเมืองท่าบริเวณอ่าว Bohai ในมณฑลซานตงทางตะวันออกของประเทศจีน เมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเล เมืองอุตสาหกรรมที่สำคัญ และเป็นที่ตั้งของท่าเรือประมงที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลซานตง

ท่าเรือประมงหยานไถ มีอาคารสไตล์ยุโรปที่สวยงาม ท่าเรือมีทิวทัศน์สวยงาม มีบ่อน้ำพุร้อน ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และพิพิธภัณฑ์ฉลามวาฬ เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและความบันเทิง ยังมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม


ท่าเรือประมงหยานไถ มีอาคารสไตล์ยุโรปที่สวยงาม ท่าเรือมีทิวทัศน์สวยงาม มีบ่อน้ำพุร้อน ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และพิพิธภัณฑ์ฉลามวาฬ เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและความบันเทิง ยังมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม
-min.jpg)
ต้าาเหลียน เป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว ของมณฑลเหลียวหนิง และยังมีท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน จนได้รับการขนานนามเป็น ฮ่องกงแห่งจีนเหนือ ซึ่งครั้งหนึ่ง เคยถูกยึดครองทั้งจากญี่ปุ่น และรัสเซียในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปลายศตวรรษที่ 19 จนถึงศตวรรษที่ 20 จึงยังมีกลิ่นอายของบรรยากาศสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียปะปนหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้างภายในตัวเมือง ปัจจุบันต้าเหลียนมีสถานะเป็นเมืองเศรษฐกิจชายฝั่งทะเลที่สำคัญ และเจริญรุ่งเรืองมากของจีน จึงมีนักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาลงทุนมากมาย โดยเฉพาะนักลงทุนชาวญี่ปุ่น
.jpg)
สู่ สถานีรถไฟต้าเหลียน เพื่อโดยสาร รถไฟความเร็วสูง ด้วยรถไฟความเร็วสูง ที่วิ่งด้วยความเร็วสูง 250 - 350 กิโลเมตร / ชั่ว เป็นเส้นทางรถไฟฟ้าวิ่งจากตะวันตกเฉียงใต้ไปเหนือของนครต้าเหลียน เปิดให้บริการวันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 2002 มีระยะทาง 49.15 กิโลเมตร แต่มีเพียง 12 สถานีเท่านั้น โดยทุกสถานี ใช้ชานชาลาด้านข้าง (side platform)
%20(1).jpg)
อาคารตั้งอยู่อย่างสงบ ท่ามกลางสวนและแนวต้นไม้ใหญ่ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีจุดเริ่มต้นย้อนกลับไปถึงปี ค.ศ. 1915 ในช่วงเวลาที่พื้นที่แห่งนี้ยังอยู่ภายใต้การเช่าของญี่ปุ่น ก่อนจะได้รับการต้ังชื่อว่า “พิพิธภัณฑ์หลี่ซุ่น” มีอักษรพู่กันของกัวโม่รั่วประดับอยู่เหนือประตูหลัก นี่ไม่ใช่เพียงสถานที่เก็บของโบราณ แต่เป็นหลักฐานของช่วงเวลาที่พื้นที่หนึ่งถูกดึงเข้าไปอยู่ใจกลางกระแสประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออก ท้ังสงครามจีน–ญี่ปุ่น สงครามรัสเซีย–ญี่ปุ่น และการเปลี่ยนผ่านของชาติมหาอำนาจในศตวรรษที่ยี่สิบ

เป็นจัตุรัสขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลในเมืองต้าเหลียน เป็นจัตุรัสใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกและ เป็นแลนด์มาร์คของเมืองต้าเหลียน รายล้อมด้วยตึกระฟ้าที่ทันสมัย ภายในมีบ่อน้ำพุดนตรี ลานหญ้าขนาดใหญ่ และลานกว้างสำหรับจัดกิจกรรมกลางแจ้ง อาทิ เทศกาลเบียร์นานาชาติ การแข่งขันวิ่งมาราธอน งานแฟชั่นนานาชาติเมืองต้าเหลียน
.jpg)
ประติมากรรมชิ้นนี้ไม่ได้เป็น เพียงแค่สิ่งก่อสร้างที่สวยงาม แต่เป็นอนุสรณ์ที่มีชีวิต สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปขีองการก่อต้ังเมืองต้าเหลียนปลายด้านหนึ่งของประติมากรรมชี้ไปยังอดีต ส่วนอีกด้านชี้ไปยังอนาคต เป็นจุดนัดพบที่สมบูรณ์แบบระหว่างประวัติศาสตร์และความทันสมัยของเมืองท่าแห่งนี้ที่นี่จึงเป็นมากกว่าจุดถ่ายรูป แต่เป็นประตูสู่การทำความเข้าใจจิตวิญญาณของต้าเหลียน
.jpg)
เป็นถนนที่เก่าแก่ที่สุดของต้าเหลียน อาคารจำนวนหนึ่งสร้างขึ้นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ยี่สิบในยุคที่ รัสเซียมีอิทธิพลเหนือพื้นที่ในช่วงปลายราชวงศ์ชิง เมื่อค่อย ๆ เดินไปตามแนวตึก จะเห็นว่าที่นี่ไม่ใช่เพียง ถนนสำหรับถ่ายรูป แต่เป็นพื้นที่ที่คนเมืองใช้จริง มีร้านค้า ร้านอาหาร และจุดแวะพักแทรกอยู่ระหว่าง อาคารสไตล์รัสเซียที่มีหลังคาแหลม ซุ้มโค้ง และลวดลายไม้ อาคารบางหลังเคยเป็นบ้านขุนนาง ธนาคาร โบสถ์ หรือโรงเรียนในยุคอาณานิคมรัสเซีย แล้วถูกปรับให้เป็นพื้นที่ใช้งานร่วมสมัย

กลุ่มอาคารที่ถอดแบบสถาปัตยกรรมยุคเรอเนสซองส์และกอธิค ปราสาททรงยุโรป หอนาฬิกาตระหง่าน และสะพานหินทรงโค้ง ถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันผ่านเครือข่ายลำคลองที่คดเคี้ยวและทอดตัวยาวกว่า 4 กิโลเมตร

ท่าเรือประมงหยานไถ มีอาคารสไตล์ยุโรปที่สวยงาม ท่าเรือมีทิวทัศน์สวยงาม มีบ่อน้ำพุร้อน ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และพิพิธภัณฑ์ฉลามวาฬ เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและความบันเทิง ยังมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม
.jpg)
ริมทางมีท้ังของว่างสตรีทฟู้ด เครื่องดื่มหวานเย็น เสื้อผ้า ของใช้จิปาถะและของที่ระลึกเล็ก ๆ ที่สะท้อนรสนิยมแบบเมืองชายฝ่งัทางเหนือของจีน บางคนมาเดินดูผู้คนมากกว่าดูสินค้า และนนั่ แหละคือเสน่ห์ของที่นี่

เป็นท่าอากาศยานประจำเมืองต้าเหลียน เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี1975 มีพื้นที่อาคารผู้โดยสาร 136,000 ตร.ม. โดยมีจำนวนเส้นทางการบินทั้งสิ้น 145 เส้นทาง สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 16-20 ล้านคนต่อปี

เป็นท่าอากาศยานหลักของนครกวางโจว เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้งในประเทศจีน จากสถิติในปี 2014 ท่าอากาศยานแห่งนี้มีปริมาณผู้โดยสารมากสุดเป็นอันดับสองของจีน รองจากท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง และเป็นอันดับ 16 ของโลก

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย