
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการเมืองซีหนิง เมืองหลวงของมณฑลชิงไห่ ประเทศจีน ตั้งอยู่ใน Huzhu ซึ่งอยู่ห่างไปทางตะวันออกของเมืองซีหนิงประมาณ 30 กิโลเมตร เปิดดำเนินการในปี 1991 และในเดือนตุลาคมของปี 2011 ได้มีการสร้างรันเวย์ยาว 3,800 เมตรใหม่เพื่อทดแทนของเก่าที่ใช้มานาน


ทางพุทธศาสนาที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจีน ประกอบด้วยกลุ่มถ้ำน้อยใหญ่ที่กระจัดกระจายอยู่ท่ามกลางเทือกเขาหลินซง มีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนไปได้ถึงกว่า 1,500 ปี ความพิเศษที่ทำให้ที่นี่แตกต่างจากหมู่ถ้ำแห่งอื่น คือผลงานศิลปะส่วนใหญ่ไม่ใช่การแกะสลักหิน แต่เป็นการ "ปั้นปูน" หรือ "ปั้นดินเหนียว" เนื่องจากหินทรายของภูเขาบริเวณนี้ไม่เหมาะแก่การแกะสลัก เหล่าช่างฝีมือโบราณจึงได้รังสรรค์ผลงานพุทธศิลป์ผ่านการปั้นขึ้นมาแทน ซึ่งได้กลายเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นและน่าทึ่งที่สุด ตื่นตากับเสาถ้ำขนาดใหญ่ใจกลางโถงที่ประดับประดาไปด้วยพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์ปูนปั้นนูนสูงหลากสีสันที่ยังคงความสดใส

เมืองจางเย่ เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนาน มีอุทยานเขตภูมิทัศน์จางเย่ฉีเหลียนซานตันเสียตี้เม่า หรือภูเขาสายรุ้ง จัดเป็นหนึ่งในภูมิทัศน์มหัศจรรย์ของจีนอันงดงามแปลกตา ตั้งอยู่ในเขตภูเขาฉีเหลียนซาน จากตัวเมืองจางเย่ 40 กม.

จัดเป็นหนึ่งในภูมิทัศน์มหัศจรรย์ของจีนอันงดงามแปลกตา ตั้งอยู่ในเขตภูเขาฉีเหลียนซาน จากตัวเมืองจางเย่ไปทางตะวันตก 40 กิโลเมตร ครอบคลุมอาณาบริเวณกว้างขวางถึง 300 ตร.กม. ตั้งอยู่บนระดับความสูง 2,000-3,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในทางธรณีวิทยาสันนิษฐานว่ามีอายุมานานกว่า 2 ล้านปี ผ่านการกัดกร่อนของธรรมชาติ สายลม แสงแดด และความแห้งแล้งของภูมิประเทศ เผยให้เห็นถึงชั้นของแร่ธาตุใต้ดิน ที่บ้างเป็นริ้วเลื่อมลายหลากสีสันพาดผ่านทั้งเนินภูแลซับซ้อน ดูสวยงามน่าชม

เป็นพื้นที่กำแพงเมืองจีนแห่งทิศตะวันตกที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองเจียอวี้กวน มณฑลกานซู่ โดยด่านเจียอวี้กวนนี้เริ่มสร้างเมื่อปี 1372 เป็นส่วนหนึ่งของกำแพงเมืองจีนอันยิ่งใหญ่ที่มีความยาวนับสองหมื่นกิโลเมตร หรือที่รู้จักกันดีในนาม “กำแพงหมื่นลี้” ซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างด้วยมือของมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกยุคกลาง

เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลกานซู ทางภาคตะวันตกของจีน เป็นเมืองวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของจีน ในฐานะเป็นหนึ่งในเมืองที่ตั้งอยู่ในเส้นทางสายไหม และเป็นแหล่งบรรจบที่มีความสำคัญของอารยธรรมจีนกับอารยธรรมตะวันตกที่สำคัญ

ปะติมากรรมขนาดใหญ่ท่ามกลางทะเลทราย

เป็นตลาดกลางคืนขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองตุนหวง ชื่อของตลาดมาจากชื่อของเมืองในอดีต โดยคำว่าซาโจว (沙洲) มีความหมายว่าเนินทราย ปัจจุบันตลาดแห่งนี้จะมีทั้งร้านอาหารกลางแจ้ง ร้านนั่งชิลล์ และร้านจำหน่ายของที่ระลึกต่างๆ จำนวนมาก โดยเฉพาะของที่ระลึกจากเส้นทางสายไหม อาทิเช่น ผ้าพันคอไหม น้ำเต้า งานหัตถกรรม ภาพวาดจีน ขนม และอื่นๆ มากมาย

แหล่งท่องเที่ยวสำคัญบนเส้นทางสายไหม เนินทรายครวญ หรือ หรือที่ในอดีตสมัยราชวงศ์ฮั่นมีชื่อว่า เนินซาเจี่ยว และเนินทรายเทพ เป็นกลุ่มของเนินทรายที่มีความยาวราว 40 กิโลเมตร จากทิศตะวันตก ณ หุบเขาตั่งเหอไปจรดยังตะวันออกที่ถ้ำหินสลักม่อเกา และมีความกว้างจากทิศเหนือจรดทิศใต้ราว 20 กิโลเมตร โดยยอดที่สูงที่สุดของเนินทรายครวญแห่งนี้นั้นมีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,715 เมตร

เจดีย์สีขาวนวลตั้งอยู่ระะหว่างเมืองตุนหวง สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงม้าของของพระกุมารชีวะ หรือ เทียนหลิว

เป็นถ้ำที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองตุนหวง มณฑลกานซู่ ในอดีตเป็นหนึ่งในจุดค้าขายและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่สำคัญในเส้นทางสายไหม ทางด้านหน้าออกแบบเป็นเสมือนวัดจีนที่มีความสวยงาม ส่วนภายในถ้ำงดงามด้วยพุทธศิลป์จีนทั้งพระพุทธรูป และจิตรกรรมฝาผนังแบบต่างๆ จากการเป็นสถานที่สำคัญทั้งของจีนและมองโกลในมิติประวัติศาสตร์ที่มีอายุกว่า 1,000 ปี ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเป็นที่เรียบร้อย
.jpg)
เป็นรถไฟความเร็วสูงที่บริหารงานโดยการรถไฟจีน มีความเร็วสูงสุดประมาณ 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง การออกแบบระบบรถไฟความเร็วสูงทั้งหมดได้ถูกออกแบบมาจากต่างประเทศ ใช้สำหรับการเดินทางที่รวดเร็วระหว่างเมือง ปัจจุบันจีนมีแบบรถไฟความเร็วสูงต่างๆ มากมาย ใช้งานไปตามแต่ละสภาพภูมิประเทศ และเศรษฐกิจ

เป็นเมืองหลวงของมณฑลชิงไห่ในภาคตะวันตกของจีน และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดบนที่ราบสูงทิเบต ที่นี่เป็นศูนย์กลางการค้าตามเส้นทางสายไหมทางเหนือมานานกว่า 2,000 ปี และเป็นที่มั่นของฮันซุยถังและราชวงศ์ซ่งเพื่อต่อต้านการโจมตีของชนเผ่าเร่ร่อนจากตะวันตกเมื่ออดีต ซีหนิงยังคงเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาสำหรับชาวมุสลิมและชาวพุทธทิเบตด้วย

เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ตั้งอยู่ในมณฑลชิงไห่บนแอ่งเอนโดเฮริก อยู่ห่างไปทางตะวันตกของเมืองหลวงของซีหนิงประมาณ 100 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นทะเลสาบน้ำเค็มและด่าง มีพื้นที่ทั้งหมด 4,317 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ความลึกสูงสุดที่ 26 เมตร เป็นสถานที่เที่ยวที่ห้ามพลาดหากได้มาชมชิงไห่

เป็นเมืองชนบทในเขตอูลาน มณฑลชิงไห่ของประเทศจีน ตั้งอยู่บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 3,100 เมตร เป็นที่ตั้งของทะเลสาบฉาข่าที่ถือเป็นไฮไลท์หลักของที่นี่

ทะเลสาบเกลือ ล้อมรอบด้วยภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ พื้นผิวทะเลสาบอันเงียบสงบเปรียบเสมือนกระจกสะท้อนทิวทัศน์ท้องฟ้าที่สวยงามและน่าหลงใหล การเดินบนทะเลสาบก็เหมือนกับการเดินบนเมฆ ข้างบนน้ำสะท้อนท้องฟ้า และท้องฟ้าแตะพื้นโลก ทะเลสาบเกลือมีทิวทัศน์ที่สวยงามแตกต่างกันตลอดทั้งปี ในฤดูใบไม้ผลิ เมฆสีขาวที่ห้อยลงมาต่ำบนท้องฟ้าจะตกลงสู่ผืนน้ำในทะเลสาบ ในฤดูร้อน น้ำเป็นสีเขียวราวกับมรกตและขาวขึ้นและใสแจ๋ว สดชื่นในฤดูใบไม้ร่วง (ทั้งนี้ราคารถไฟเล็กในแต่ละช่วงเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของหน่วยงานการท่องเที่ยว)

ศูนย์เครื่องเงิน ให้ท่านได้ชมงานฝีมือการทำเครื่องเงิน และเครื่องประดับของใช้ต่างๆ ที่มีการออกแบบไว้อย่างสวยงาม อีกทั้งยังเป็นสินค้าส่งออกที่มีชื่อเสียงของบาหลี

แหล่งรวมอาหารท้องถิ่นที่หลากหลาย แต่ยังสะท้อนถึงการผสมผสานวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวชิงไห่ ทิเบต มองโกเลีย และเส้นทางสายไหม เป็นที่รู้จักในฐานะ "สวรรค์ของนักชิม" ด้วยร้านอาหารและแผงลอยกว่า 35 แห่งที่นำเสนออาหารท้องถิ่นและอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมหลากหลาย

เป็น 1 ใน 6 วัดที่สำคัญของทิเบต สร้างขึ้นในปี 1560 สมัยราชวงศ์หมิง เป็นวัดของพระลามะ และเป็นที่เก็บพระศพของพระจงคาปา ผู้นำนิกายเกรุปปะ (หมวกเหลือง) ตัววัดสร้างขึ้นตามลักษณะภูมิประเทศที่เป็นไหล่เขาสูงๆ ต่ำๆ จึงดูเหมือนเป็นภาพสามมิติ ประกอบวิหารหลังคากระเบื้องทองคำใหญ่ที่เหลืองทองอร่ามจับตายิ่งซึ่งเป็นพระวิหารองค์ประธานของตัววัด นอกจากนี้ยังมีวิหารหลังคากระเบื้องทองคำน้อย วิหารแสดงธรรม วิหารเก้าห้อง และเจดีย์ต่างๆ

เป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการเมืองซีหนิง เมืองหลวงของมณฑลชิงไห่ ประเทศจีน ตั้งอยู่ใน Huzhu ซึ่งอยู่ห่างไปทางตะวันออกของเมืองซีหนิงประมาณ 30 กิโลเมตร เปิดดำเนินการในปี 1991 และในเดือนตุลาคมของปี 2011 ได้มีการสร้างรันเวย์ยาว 3,800 เมตรใหม่เพื่อทดแทนของเก่าที่ใช้มานาน

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย