
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย



เป็นท่าอากาศยานประจำเมืองต้าเหลียน เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี1975 มีพื้นที่อาคารผู้โดยสาร 136,000 ตร.ม. โดยมีจำนวนเส้นทางการบินทั้งสิ้น 145 เส้นทาง สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 16-20 ล้านคนต่อปี

กลุ่มอาคารที่ถอดแบบสถาปัตยกรรมยุคเรอเนสซองส์และกอธิค ปราสาททรงยุโรป หอนาฬิกาตระหง่าน และสะพานหินทรงโค้ง ถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันผ่านเครือข่ายลำคลองที่คดเคี้ยวและทอดตัวยาวกว่า 4 กิโลเมตร

เป็นจัตุรัสขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลในเมืองต้าเหลียน เป็นจัตุรัสใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกและ เป็นแลนด์มาร์คของเมืองต้าเหลียน รายล้อมด้วยตึกระฟ้าที่ทันสมัย ภายในมีบ่อน้ำพุดนตรี ลานหญ้าขนาดใหญ่ และลานกว้างสำหรับจัดกิจกรรมกลางแจ้ง อาทิ เทศกาลเบียร์นานาชาติ การแข่งขันวิ่งมาราธอน งานแฟชั่นนานาชาติเมืองต้าเหลียน

เป็นเมืองท่าบริเวณอ่าว Bohai ในมณฑลซานตงทางตะวันออกของประเทศจีน เมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเล เมืองอุตสาหกรรมที่สำคัญ และเป็นที่ตั้งของท่าเรือประมงที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลซานตง

ท่าเรือประมงหยานไถ มีอาคารสไตล์ยุโรปที่สวยงาม ท่าเรือมีทิวทัศน์สวยงาม มีบ่อน้ำพุร้อน ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และพิพิธภัณฑ์ฉลามวาฬ เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและความบันเทิง ยังมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม

ถนนเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนาน ปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมผสมกลิ่นอายความเก่าแก่กับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว มีทั้งร้านขนม มีร้านคาเฟ่ ร้านหนังสือ ร้านค้าเรียงรายตลอดเส้นทาง


ตลาดกลางคืนไถ่ตง เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงและคึกคักที่สุดในชิงเต่า มีเสื้อผ้า รองเท้า และของกระจุกกระจิกจำหน่ายและนอกจากนี้ยังมีอาหารเยอะแยะมากมาย ให้ท่านได้เลือกซื้อและได้สัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนของถนนสายนี้

ชมแหล่งผลิตเบียร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน โรงงานเบียร์ชิงเต่า เริ่มตั้งแต่การก่อตั้งโรงงาน กระบวนการพัฒนาตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบันรู้จักกรรมวิธีในการกลั่นเบียร์ของโรงงานเบียร์แห่งแรกของประเทศจีนรวมทั้งกรรมวิธีการกลั่นเบียร์ที่ทันสมัยที่สุดในโลกปัจจุบัน"ชมขบวนการบรรจุเบียร์ใส่ขวด และกระป๋อง เพื่อจำหน่ายสู่ตลาดโลกอีกทั้งยังให้ท่านได้ลิ้มรสชิมเบียร์ชิงเต่าที่มีชื่อเสียง

สะพานจ้านเฉียว สร้างในสมัยจักรพรรดิ์กวงสู่ราชวงศ์ชิง (ราวปี ค.ศ.1819) ตัวสะพานยาว 440 เมตร กว้าง 8 เมตร ยื่นลงไปในทะเล

เป็นโบสถ์คาทอลิก รูปทรงสถาปัตยกรรมฟื้นฟูโรมันผสมผสานโกธิค ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน สร้างเสร็จปีคศ.1934 บริเวณอาคารด้านหน้ามีหอนาฬิกาสูง 56 เมตร ส่วนด้านในตกแต่งเรียบง่ายตามสไตล์เรเนอซองส์อิตาลี ว่ากันว่า โบสถ์แห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมโกธิคที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และยังเป็นอาคารที่สูงที่สุดทางใต้ของชิงเต่าในอดีต

ย่านการค้าชื่อดังเก่าแก่ และเป็นย่านประวัติศาสตร์ที่สำคัญใจกลางเมืองชิงเต่า ถนนเส้นนี้ถือเป็นศูนย์รวมความคึกคักที่ผสมผสานกลิ่นอายของเมืองเก่ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปและอาคารเก่าแก่เข้ากับร้านค้าแฟชั่น บูติก และร้านอาหาร ปัจจุบันยังเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมแฟชั่น และมีการบูรณะฟื้นฟูเพื่อดึงดูดแบรนด์ระดับโลก สองข้างทางเรียงรายด้วยร้านค้าท้องถิ่น ห้างสรรพสินค้า แฟชั่นแบรนด์ และของฝากพื้นเมืองชื่อดัง เช่น เบียร์ชิงเต่า ขนมของฝาก และงานหัตถกรรมพื้นบ้านยามค่ำคืนถนนทั้งสายจะสว่างไสวไปด้วยแสงไฟและป้ายร้านค้า สร้างบรรยากาศครึกครื้นให้ผู้มาเยือนได้เดินเล่น ถ่ายรูป และลิ้มลองอาหารพื้นเมืองรสเลิศ สัมผัสเสน่ห์เมืองท่าชิงเต่าในยามราตรีอย่างเต็มอิ่ม


เป็นถนนอันสวยงามที่อยู่ในเขตหุยเฉวียน จุดชมวิวที่สามารถพบเห็นสถาปัตยกรรม สไตล์ยุโรปได้อย่างหลากหลายกว่า 200 หลัง เนื่องจากเคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเยอรมันมาก่อน เมื่อครั้งที่ชิงเต่าถูกยึดเป็นอาณานิคม นอกจากนี้ ปาต้ากวนยังเป็นสถานที่สุดแสนโรแมนติก ที่คู่รักหลายคู่เลือกมาถ่ายภาพแต่งงาน

เป็นเมืองท่าบริเวณอ่าว Bohai ในมณฑลซานตงทางตะวันออกของประเทศจีน เมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเล เมืองอุตสาหกรรมที่สำคัญ และเป็นที่ตั้งของท่าเรือประมงที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลซานตง
เขตประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในเมืองเหยียนไถ โดยมีประวัติยาวนานกว่า 600 ปี ที่นี่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมดั้งเดิมบ้านสไตล์ (ยุคหมิง-ชิง) อาคารหิน อิฐเก่า ที่สะท้อนชีวิตชุมชนแบบโบราณถนนปูด้วย หินเก่า ให้ท่านสัมผัสกับบรรยากาศย้อนยุค
-min.jpg)
ต้าาเหลียน เป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว ของมณฑลเหลียวหนิง และยังมีท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน จนได้รับการขนานนามเป็น ฮ่องกงแห่งจีนเหนือ ซึ่งครั้งหนึ่ง เคยถูกยึดครองทั้งจากญี่ปุ่น และรัสเซียในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปลายศตวรรษที่ 19 จนถึงศตวรรษที่ 20 จึงยังมีกลิ่นอายของบรรยากาศสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียปะปนหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้างภายในตัวเมือง ปัจจุบันต้าเหลียนมีสถานะเป็นเมืองเศรษฐกิจชายฝั่งทะเลที่สำคัญ และเจริญรุ่งเรืองมากของจีน จึงมีนักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาลงทุนมากมาย โดยเฉพาะนักลงทุนชาวญี่ปุ่น

เป็นท่าอากาศยานประจำเมืองต้าเหลียน เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี1975 มีพื้นที่อาคารผู้โดยสาร 136,000 ตร.ม. โดยมีจำนวนเส้นทางการบินทั้งสิ้น 145 เส้นทาง สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 16-20 ล้านคนต่อปี


เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย