
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานขนาดใหญ่มากที่ตั้งอยู่ในเขตอัลการ์ฮูดของนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นท่าอากาศยานที่พลุกพล่านที่สุดในโลกจากการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของการบินพาณิชย์และการขนส่งข้ามภูมิภาคต่างๆ ของโลก

เป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่ตั้งอยู่ 7 กิโลเมตรห่างจากใจกลางเมืองลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส เป็นประตูระหว่างประเทศหลักของการเข้าสู่ประเทศโปรตุเกส

เป็นวิหารที่ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ วาสโกดากามา ที่เดินทางสู่อินเดียเป็นผลสำเร็จ ในปี ค.ศ.1498 จัดเป็นผลงานอันเยี่ยมยอดของงานสถาปัตยกรรมที่เรียกกันว่ามานูเอลไลน์ (Manueline) ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้นถึง 70 ปี จึงแล้วเสร็จสมบูรณ์ และได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ว่าให้เป็นมรดกโลก

ตั้งอยู่ในเบเลม กรุงลิสบอน เป็นแลนมาร์คของเมือง ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมากที่มาท่องเที่ยวในประเทศโปรตุเกส หอคอยแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1515-152เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือออกไปสำรวจ และค้นพบโลกของ วาสโก ดากามา นักเดินเรือชาวโปรตุเกส เป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมแบบมานูเอลไลน์ที่สวยงาม รูปแบบของหอคอยเป็นศิลปะแบบเรอเนสซองซ์ ซึ่งแต่ครั้งอดีต หอหอยแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นประภาคาร และป้อมปราการที่คอยปกป้องเขตเบเลม

อนุสาวรีย์แห่งการค้นพบ หรือในภาษาโปรตุเกสเรียกว่า Padrão dos Descobrimentos ตั้งตระหง่านอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเทกัส (Tagus River) ในย่านเบเล็ม (Belém) กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส อนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นเพื่อสดุดีและรำลึกถึงยุคทองของการสำรวจทางทะเลของโปรตุเกสในช่วงศตวรรษที่ 15 และ 16 ซึ่งเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์โลกไปตลอดกาลครับ

เป็นแหลมจุดที่ปลายด้านตะวันตกสุดของทวีปยุโรป อยู่ในเขตเทศบาลเมืองโปรตุเกสของซินตราใกล้ Azóia ในทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองลิสบอน แหลมนี้มีแนวหน้าผาสูงกว่า 100 เมตรและตัดเป็นหินผลึกประกอบด้วยหน่วยตะกอนที่ดูแปลกตา ที่นี่เป็นจุดไฮไลท์สำคัญที่ต้องมาเยือนหากได้มาเที่ยวโปรตุเกส

เป็นอีกหนึ่งเมืองตากอากาศยอดนิยมของนักท่องเที่ยว และยังเป็นที่ตั้งของพระราชวังที่สวยงาม ที่ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย ความร่มรื่นของเขตอุทยานเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดของชาวเมือง

โบสถ์แม่พระฟาติมา (The Lady of Fatima Basilica) ซึ่งเป็นโบสถ์โรมันคาทอลิก ก่อสร้างในปี 1928 – 1953 ชมรูปปั้นพระแม่มารี ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นหนึ่งในหลายเส้นทางของคริสต์ศาสนิกชนในการแสวงบุญ ที่มีความเชื่อว่าพระแม่มารีได้เคยปรากฏตัวให้เด็กน้อย 3 คนได้เห็นเป็นครั้งแรกที่แอบหลบภัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และได้บอกกับเด็กทั้งสามคนถึงเหตุผลที่พระองค์ลงมาจากสวรรค์ เพื่อให้ลูเซีย ได้บันทึกไว้ถึงคำทำนายและคำสอนของพระแม่มารี ซึ่งเหตุการณ์ต่างๆที่ลูเซียได้บันทึกไว้ก็ล้วนเป็นความจริงที่ปรากฏขึ้นมาภายหลัง
_(cropped).jpg)
เมืองนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือแม่น้ำมอนเดโก (Mondego) ซึ่งสมัยถูกปกครองโดยอาณาจักรโรมันได้รับการเรียกขานว่า เอมีเนียม และได้ถูกยึดครองโดยชาวแขกมัวร์ ในปี ค.ศ.711 และเป็นเมืองที่เชื่อมการค้าระหว่างชาวคริสต์ทางเหนือและชาวมุสลิมทางใต้ จนในปี ค.ศ.1064 กษัตริย์เฟอร์ดินัลที่ 1 แห่งลีออน ได้รบชนะแขกมัวร์และปลดปล่อยเมืองโกอิมบรา
.jpg)
ปอร์โต้ (Porto) เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองในโปรตุเกส และเป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางเก่าแก่ของยุโรป ตั้งอยู่ในภาคเหนือของโปรตุเกสที่ปากของแม่น้ำดูว์โร (Duero Hisz) เป็นเมืองท่าที่มีชื่อในด้านไวน์ปอร์โต้ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำเมาชั้นดีของคนที่รักในการดื่ม เพราะมี Cave ไวน์ของแต่ละ แบรนด์กระจายไปทั่ว ด้วยปัจจัยเหล่านี้ปอร์โต้จึงได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ ยูเนสโกในปี ค.ศ. 1996 เมืองนี้แบ่งการท่องเที่ยวเป็นสามส่วนใหญ่ๆ คือ โซนชายฝั่งทะเล ซึ่งสร้างชื่อตอนหน้าร้อนให้กับเมืองนี้ได้อย่างดี โซนเมืองเก่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบสถ์เก่า, สถานีรถไฟเก่าแก่, ตลาดดั้งเดิมและตึกราบ้านช่องที่บอกถึงความเก่าได้อย่างดี และสำหรับโซนนี้ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและเป็นที่ที่โรแมนติกมากคือที่ ริมแม่น้ำที่ชื่อว่า The Ribeira ซึ่งมีทิวทัศน์ทั้งในกลางคืนและกลางวัน ส่วนโซนที่สามที่มีแม่น้ำดูว์โรผ่ากลาง คือ โซนเมืองใหม่ หรือ ย่าน Vila Nova de Gala โซนนี้จะเป็นโซนที่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบในการดื่ม เพราะเป็นแหล่งผลิตไวน์ปอร์โต้ของทุกยี่ห้อ แล้วแต่เลือกสรรกันไป ซึ่งสองย่านนี้ถูกเชื่อมด้วยสะพานเหล็กที่สูงเฉียดฟ้า และแข็งแกร่ง ซึ่งคนที่สร้างสะพานแห่งนี้มีชื่อว่า Gustave Eiffel เป็นคนเดียวที่สร้างหอไอเฟลในปารีส
.jpg)
เป็นจัตุรัสกลางเมืองปอร์โต้ ที่ประกอบด้วยอาคารสวยงามที่เป็นที่ทำการของธนาคารและโรงแรม และศาลาว่าการเมือง
.jpg)
เป็นสถานีรถไฟอันสวยงาม ตั้งอยู่ในศูนย์กลางประวัติศาสตร์ครอบครองพื้นที่ขนาดใหญ่คั่นด้วย Praha Almeida Garrett, Rua da Madeira และ Rua do Loureiro อาคารหินแกรนิตแบบสมมาตรสามชั้นมีรูปแบบ "U" พร้อมด้วยอาคารหลักซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ภายในมีการตกแต่งด้วยกระเบื้องเขียนสีที่มีลวดลายสีน้ำเงิน ที่เล่าเรื่องราวของชาวโปรตุเกส

มีอีกชื่อว่ามหาวิหารแซ ได้ชื่อว่าเป็นมหาวิหารที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองปอร์โต้ มีอายุกว่าพันปี โบสถ์แห่งนี้เป็นที่จัดงานอภิเษกสมรสของกษัตริย์ João ที่ 1 บิดาของเจ้าชายเฮนรี่ ผู้บุกเบิกการเดินเรืออันยิ่งใหญ่ของโปรตุเกส สร้างอยู่บนเนินที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมือง
_edited-min.jpg)
เมืองนี้ตั้งอยู่ในแคว้นคาสตีลและเลออน ทางภาคตะวันตกของประเทศสเปน ตรงบริเวณที่ราบสูงริมแม่น้ำตอร์เมส เป็นเมืองที่มีความสำคัญเนื่องจากเป็นศูนย์กลางของการค้าขายในสมัยโรมันเรืองอำนาจ ปัจจุบันเมืองนี้ได้รับขึ้นเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกในปี 1988

เป็นจุดรัสขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางของเมืองซาลามันกา เป็นจัตุรัสสาธารณชน สร้างขึ้นในสไตล์บาร็อคสเปนแบบดั้งเดิม รอบจัตุรัสเรียงรายไปด้วยร้านอาหาร ร้านไอศครีม ร้านค้านักท่องเที่ยว ร้านขายเครื่องประดับ และร้านขายยาตามแนวเส้นรอบวง ที่นี่ถือเป็นหัวใจของซาลามันกาและได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในจุดรัสที่สวยที่สุดในสเปน

เมืองเซอโกเบีย (Segovia) เมืองท่องเที่ยวอีกเมืองหนึ่งของสเปน องค์การ UNESCO ยังได้ขึ้นทะเบียนให้เมืองนี้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 1985
.jpg)
สิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมที่โดดเด่นของอารยธรรมโรมันโบราณ สะพานส่งน้ำโรมันเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ระบบส่งน้ำเหล่านี้อยู่เบื้องหลังความรุ่งเรืองและเมืองสำคัญทั่วจักรวรรดิ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกของยูเนสโก (UNESCO World Heritage) สร้างจากหิน อิฐและปูนโรมัน บางแห่งยังคงสภาพดีแม้เวลาผ่านไปกว่า 2,000 ปี
.jpg)
เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสเปนโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมคลาสสิก วัฒนธรรมที่หลากหลาย ศิลปะสามเหลี่ยมทองคำพิพิธภัณฑ์ระดับโลก และเป็นที่ตั้งของสโมสรฟุตบอลเรอัลมาริดเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุด

เป็นจัตุรัสขนาดใหญ่ และแหล่งชุมชนเก่ากลางกรุงมาดริด มีอายุราว 300 กว่าปี ในอดีตที่แห่งนี้เคยเป็นที่มีการต่อสู้กันอย่างดุเดือดระหว่างทหารนโบเลียน กับ ชาวบ้าน และที่แห่งนี้ยังใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมสำคัญๆ เช่น ศาลสอบสวนทางศาสนา ราชาภิเษก แข่งกีฬา จุดขุมนุมทางการเมือง และอื่นๆ

รูปปั้นหมีเกาะต้นเชอรี่ (The bear and the cherry tree in Madrid) อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญอีกแห่งของกรุงมาดริด

เป็นเมืองและเขตเทศบาลหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางภาคกลางของประเทศสเปน โดยเป็นเมืองหลักของจังหวัดโทเลโดและของแคว้นคาสตีล-ลามันชา องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เมืองนี้เป็นแหล่งมรดกโลก เนื่องจากมีมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างมากมายในฐานะหนึ่งในเมืองหลวงของจักรวรรดิสเปน รวมทั้งยังเป็นสถานที่ที่ปรากฏร่องรอยวัฒนธรรมของชาวคริสต์ ชาวยิว และชาวมัวร์อยู่ร่วมกันอีกด้วย

เป็นคริสตจักรโรมันคาทอลิกที่สำคัญของเมืองโทเลโด้ โดยเป็นที่ทำการของอัครสังฆมณฑลประจำเมือง ที่นี่เป็นหนึ่งในสามมหาวิหารกอธิคระดับสูงในศตวรรษที่ 13 ในสเปนในช่วงภายใต้การปกครองของเฟอร์ดินานด์ที่ 3 ที่นี่ยังเป็นที่รู้จักกันในชื่อท้องถิ่นว่า Dives Toletana (หมายถึง The Rich Toledan ที่แปลว่า "โทเลโด้อันรุ่งโรจน์" ในภาษาละติน)
.jpg)
เป็นพระราชวังที่ตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำแมนซานาเรส สวยงามโอ่อ่าอลังการไม่แพ้พระราชวังใดในทวีปยุโรป พระราชวังหลวงแห่งนี้ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1738 ด้วยหินทั้งหลังในสไตล์บาโรค โดยการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบฝรั่งเศสและอิตาเลียน ประกอบด้วยห้องต่างๆกว่า 2,830 ห้อง อุทยานหลวงที่มีการเปลี่ยนพันธุ์ไม้ทุกฤดูกาล และมีอนุสาวรีย์เซอร์แวนเตส กวีเอกชาวสเปนที่ตั้งอยู่เหนืออนุสาวรีย์ดอนกิโฆเต้ในสวนสาธารณะ

ฟลามิงโกมีกำเนิดจากนิทานพื้นบ้านของสเปนใต้ แล้วพัฒนาเป็นศิลปะที่มีรูปแบบซับซ้อน ทั้งเพลง ดนตรี และการเต้นรำ โดยเมื่อแรกอยู่ในหมู่คนยากไร้ในสังคม ความเป็นมาของระบำฟลามิงโกกล่าวกันหลายแบบ บ้างว่ามาจากชาวตาร์เตสซาน ที่อพยพมาจากแอฟริกา เมื่อ 400-600 ปีก่อนคริสตกาล บ้างก็ว่าพัฒนามาจากระบำยิปซี โดยผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นของสเปนเองโดยเฉพาะในแถบอันดาลูเซีย แต่ประการหลังน่าจะมีความน่าเชื่อถือกว่า ในทศวรรษ 1760 ฟลามิงโก เริ่มเป็นที่รู้จักในแถบกาดิซ เฆเรซ และเซบิญา และในต้นศตวรรษที่ 19 ระบำฟลามิงโกก็เข้าสู่โรงละครและผ่านไปสู่สถาบันการเต้นรำ ปัจจุบัน สามารถชมการแสดงระบำฟลามิงโกได้ตามภัตตาคารที่มีการแสดงนี้

เป็นเมืองหลวงของแคว้นบาเลนเซีย แคว้นปกครองตนเองที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศสเปน ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำตูเรีย (Turia River) เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของประเทศสเปน และยังเป็นที่ตั้งของสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงคือ สโมสรฟุตบอลบาเลนเซีย

เป็นจัตุรัสอันสวยงามที่อยู่ในเขตพื้นที่ประวัติศาสตร์ของเมืองบาเลนเซีย มีเสน่ห์อันน่าหลงไหลด้วยถนนหินกรวดและร้านคาเฟ่ที่สวยงาม จัตุรัสนี้ยังเป็นศูนย์ของอาคารสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ที่น่าสนใจของเมือง
.jpg)
เป็นมหาวิหารที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองเก่า สร้างขึ้นในสไตล์ผสมผสาน อาทิโกธิค, นีโอคลาสสิก, บาร็อค และอื่นๆ ด้านข้างจะเป็นหอระฆังเอล มิกูเลต ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี 1381 และสิ้นสุดในปี 1429 และติดกันเป็นโบสถ์แม่พระ นักบุญอุปถัมถ์ประจำเมือง ตลอดสองข้างทางมีภัตตาคาร, บาร์, ร้านกาแฟ และร้านขายของที่ระลึกมากมาย

เป็นหอระฆังสไตล์โกธิคที่ตั้งอยู่ในวาเลนเซีย ชื่อ El Miguelete แปลว่าหอระฆังที่ใหญ่ที่สุดทถูกสร้างขึ้นในช่วงประมาณศตวรรษที่ 14 บนฐานแปดเหลี่ยม ตัวหอระฆังมีความสูงมากกว่า 50 เมตร ด้านในมีบันไดเวียนจำนวน 207 ที่จะนำพาไปด้านบนซึ่งสามารถมองเห็นวิวเมืองและวิวทะเลอันงดงามได้

ห้องพักบนเรือ มีทั้งหมด 2,116 ห้อง มีห้องอาหารนานาชาติ , Marco Polo , Canal Grande Restaurant , Canal Grande Restaurant , ห้องสูท ,ห้องมินิสูท ,ห้องมีระเบียง , ห้องมีหน้าต่าง ,ห้องไม่มีหน้าต่าง

เป็นอารามอันสวยงามของนักบุญเบเนดิกต์ที่ตั้งอยู่บนภูเขามอนต์เซอร์รัต ภายในประดิษฐานภาพของพระแม่แห่งมอนต์เซอร์รัต อารามนี้ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 11 และบูรณะขึ้นใหม่ระหว่างศตวรรษที่ 19 ละ 20 ซึ่งมีชื่อหมายถึง 'ภูเขาหยัก' ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสำหรับการมีบทบาทสำคัญในชีวิตทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของแคว้นคาตาโลเนีย และเป็นสถานที่พักผ่อนทางศาสนาที่สำคัญที่สุดของแคว้น ซึ่งยังคงทำหน้าที่มาจนถึงทุกวันนี้
.jpg)
เอาท์เลตแบรนด์เนมขนาดใหญ่ใกล้เมืองบาร์เซโลน่า ให้ช้อปปิ้งจุใจกับสินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ เช่น Camper, Coach, Gucci, Guess, G-Star, Lacoste, Loewe, MAxMara, Ray Ban, Samsonite, Tag Heuer, Timberland, Versace, etc.
_edited-min.jpg)
เป็นเมืองที่มีประชากรคับคั่งเป็นอันดับ 2 ของสเปนและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตเมดิเตอเรเนียน มีท่าเรือสำคัญและทีมฟุตบอลชื่อดัง

เป็นโบสถ์คริสต์โรมันคาทอลิกอันศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองบาร์เซโลนา โดยฝีมือการออกแบบของ อันตอนี เกาดี สถาปนิกชาวคาตาลัน เป็นผลงานที่เรียกว่า โมเดิร์นนิสโม เป็นงานศิลปะเฉพาะถิ่นและเป็นอาร์ตนูโวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเริ่มสร้างตั้งแต่ปี 1882 แม้กระทั้งจนถึงปัจจุบันก็ยังสร้างไม่แล้วเสร๊จ ถึงกระนั้นองค์การยูเนสโก้ ก็ได้จัดให้เป็นมรดกโลก โดยมหาวิหารมีลักษณะสถาปัตยกรรมโดดเด่นแปลกตาไม่เหมือนที่ใดในโลก

สวนสาธารณะที่ประกอบด้วยสวนและองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม ตั้งอยู่ที่เขตคาร์เมลฮิลล์ในบาร์เซโลนาของสเปน เป็นหนึ่งในงานของสถาปนิกดังชื่อ Antoni Gaudí ที่สร้างอุทิศให้กับชาวเมือง โดยออกแบบตั้งแต่ปี 1900 - 1914 และเปิดอย่างเป็นทางการในฐานะสวนสาธารณะในปี 1926 จนในปี 1984 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้อุทยานแห่งนี้เป็นสถานที่มรดกโลก

ตึกประหลาด คาซา มิลา คือ ตัวอาคารที่มีผนังโค้งเป็นคลื่น ระเบียงซึ่งมีลักษณะคล้ายถ้ำ และตรงกลางเป็นปล่องลึก ตื่นตากับนานารูปปั้นรูปทรงแปลกตาบนดาดฟ้า พร้อมสัมผัสทิวทัศน์แบบ 360 องศา ตึกประหลาด คาซา มิลา เทียบได้กับ ผาสูงชันที่ชนเผ่าแอฟริกันสร้างเป็นถ้ำที่อยู่อาศัย นับเป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของบาร์เซโลนาที่หลายคนให้ความสนใจ
.png)
อาคารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1877 โดยสถาปนิกเอมิลิ ซาลาร์ คอร์เตช จนกระทั่งปี 1904 อันโตนีเกาดี แปลงโฉมตึกนี้ให้กลายเป็น “งานศิลป์ที่คนเข้าอยู่ได้”โดยฉีกทุกกฎของการออกแบบด้วยการใช้เส้นโค้งแทนเส้นตรง ใช้กระเบื้องโมเสกสีสันสดใส และใส่กลิ่นอายแฟนตาซีแบบไม่มีใครเหมือนเพราะการออกแบบ และการตกแต่งสุดแปลก ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องโมเสกที่ระยิบระยับเหมือนเกล็ดปลา หน้าต่างและระเบียงที่ดีไซน์แปลกเหมือน“กะโหลก” หรือ “หน้ากาก” หลังคาโค้งที่มีลวดลายคล้าย “มังกร” จนทำให้อาคารแห่งนี้กลายเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก เพราะความแปลก

เป็นเนินเขาในบาร์เซโลน่าที่มีทัศนียภาพของเมืองอันงดงาม ทางด้านตะวันออกของเนินเขายังมีหน้าผาสูงชันซึ่งทำหน้าที่เป็นดั่งกำแพงเมือง ส่วนด้านบนเป็นที่ตั้งของป้อมปราการหลายแห่ง

เป็นถนนใจกลางเมืองบาร์เซโลน่า ที่เป็นจุดนัดพบของนักท่องเที่ยวเพราะความสวยงามของถนน และยังมีร้านขายไส้กรอกและแฮมรสชาติล้ำเลิศแบบต้นตำหรับ

ที่นี่เป็นสนามฟุตบอลหลักของสโมสรบาร์เซโลน่า ตั้งอยู่ที่เมืองบาร์เซโลนา แคว้นกาตาลุญญา ประเทศสเปน เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ค.ศ. 1954 และเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 กันยายน ค.ศ. 1957 มีความจุทั้งสิ้น 98,772 คน

เป็นท่าอากาศยานประจำกรุงบาร์เซโลน่าขอประเทศสเปน ตั้งอยู่ห่างไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของใจกลางกรุงบาร์เซโลน่าประมาณ 12 กิโลเมตร ที่นี่เป็นท่าอากาศยานที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศสเปน และอันดับ 6 ของทวีปยุโรป

เป็นท่าอากาศยานขนาดใหญ่มากที่ตั้งอยู่ในเขตอัลการ์ฮูดของนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นท่าอากาศยานที่พลุกพล่านที่สุดในโลกจากการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของการบินพาณิชย์และการขนส่งข้ามภูมิภาคต่างๆ ของโลก

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย