
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานขนาดใหญ่มากที่ตั้งอยู่ในเขตอัลการ์ฮูดของนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นท่าอากาศยานที่พลุกพล่านที่สุดในโลกจากการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของการบินพาณิชย์และการขนส่งข้ามภูมิภาคต่างๆ ของโลก

เป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่ตั้อยู่ในเขตโดโมเดโดโว โดยอยู่ห่างไป 42 กิโลเมตรทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงมอสโคว์ ที่นี่เป็นหนึ่งในสี่ท่าอากาศยานหลักของกรุงมอสโคว์ รวมถึงเป็นหนึ่งในท่าอากาศยานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศรัสเซีย

เป็นเมืองและศูนย์กลางการปกครองของเขต Sergiyevo-Posadsky ซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือของกรุงมอสโคว์ ซากอร์สเป็นเมืองที่โดดเด่นในเรื่องอุตสาหกรรม และเป็นที่ตั้งของ 1 ใน 4 อาคารทางด้านศาสนาที่สำคัญที่สุดในรัสเซีย

เป็นโบสถ์แรกของเมืองซาร์กอร์ส สถาปัตยกรรมแบบยอดโดมหัวหอมสีทอง ภายในตกแต่งด้วยภาพเฟรสโกและภาพไอคอน 5 ชั้น และมีโลงศพเงินของนักบุญเซอร์เจียสอยู่ภายใน

เป็นเมืองหลวงของประเทศรัสเซีย เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเงิน การศึกษา และ การเดินทางของประเทศ โดยตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำมัสกวา ซึ่งในตัวเมืองมีประชากรอยู่อาศัยกว่า 1 ใน 10 ของประเทศ ทำให้เป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในยุโรป[ต้องการอ้างอิง] และเมื่อสมัยครั้งที่สหภาพโซเวียตยังไม่ล่มสลาย กรุงมอสโกก็ยังเป็นเมืองหลวงของสหภาพโซเวียตอีกด้วย

วิหารนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1839 ในสมัยพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 1 เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะและแสดงกตัญญุตาแด่พระเป็นเจ้าที่ทรงช่วยปกป้องรัสเซียให้รอดพ้นจากสงครามนโปเลียน ปัจจุบันวิหารนี้ใช้ในการประกอบพิธีกรรมสำคัญระดับชาติของรัสเซีย

ถนนคนเดินในเมืองอัลมาตี ร่มรื่นด้วยต้นไม้ตามริมทาง อาคารโดยรอบมีดีไซน์ที่ดูทันสมัยผสมผสานกับความดั้งเดิมได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรวมร้านค้ามากมาย ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนไปถึงแบรนด์หรู

สถานีรถไฟใต้ดินกรุงมอสโคว ได้รับการยกย่องจากทั่วโลกว่าเป็นสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่สวยที่สุดในโลก ซึ่งในแต่ละสถานีจะมีการตกแต่งที่แตกต่างกัน ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สถานีรถไฟใต้ดินได้กลายเป็นหลุมหลบภัยที่ดีที่สุดเพราะมีโครงสร้างที่แข็งแรง ในปัจจุบันรถไฟใต้ดินที่กรุงมอสโคว์มีถึง 11 สาย 156 สถานี ด้วยความยาวทั้งหมด 260 ก.ม.

เป็นจัตุรัสกลางเมืองของของกรุงมอสโก จัตุรัสแดงอาจถือได้ว่าเป็นจัตุรัสกลางกรุงมอสโกและทั้งประเทศรัสเซียเพราะถนนสายสำคัญทุกสายจะวิ่งตรงออกจากจัตุรัสแดงแห่งนี้ ชื่อจัตุรัสแดงมักเข้าใจผิดว่า คำว่า แดง ในชื่อจัตุรัส มาจากสีของคอมมิวนิสต์ หรือสีของอิฐในบริเวณนั้นที่เป็นสีแดง แต่แท้จริงแล้วชื่อจัตุรัสแดง มาจากภาษารัสเซียคำว่า ซึ่งในภาษารัสเซียดั้งเดิมมีความหมายว่า สวยงาม

ตั้งอยู่ที่กรุงมอสโค ประเทศรัสเซีย สร้างอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำมอสควา ภายในมีพระราชวัง หอคอย และป้อมปราการ ซึ่งในอดีต เป็นที่ประทับของพระเจ้าซาร์กษัตริย์แห่งราชวงศ์รัสเซีย

เป็นโบสถ์คริสต์ออร์โธดอกของรัสเซียที่สร้างอุทิศให้กับ Dormition of the Theotokos ที่นี่ถือได้ว่าเป็นโบสถ์แม่ของ Muscovite Russia ตามคำสั่งของมอสโกแกรนด์ดุ๊กที่ชื่อว่าพระเจ้าอีวานที่ 3 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลีชื่อ Aristotele Fioravanti นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ฝังศพของมอสโคว์เมโทรโพลิแทนและปรมาจารย์ของโบสถ์ออร์โธดอกซ์รัสเซียหลายๆ คน
เป็นปืนใหญ่ที่หล่อขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 โดยพระเจ้าอีวานได้ให้ Andrey Shchokov ซึ่งมีอาชีพเป็นช่างหล่อที่เก่งที่สุดในยุคนั้น ทำการออกแบบอาวุธชนิดนี้ โดยให้ออกแบบปืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ระฆังพระเจ้าซาร์ได้ชื่อว่าเป็นระฆังที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีน้ำหนักมากกว่า 200 ตัน ซาร์อเลกซิสทรงรับสั่งให้สร้างแล้วแขวนบนหอคอย แต่เมื่อปี1701 ไฟไหม้หอคอย ระฆังจึงตกแตกเป็นเสี่ยงๆ ดังนั้นกษัตรีซารีนา อานนา ทรงรับสั่งให้นำเศษซากระฆังที่แตกให้มาหล่อใหม่เป็นครั้งที่สองในปี 1737 เกิดความผิดพลาดขณะหล่อ เทน้ำเย็นบนระฆังร้อน ทำให้เกิดเศษระฆังแตกหนักขนาด 11 ตัน

Cathedral Square จะเห็นโบสถ์สไตล์ คริสเตียน ออโทดอก-รัสเซี่ยน ติด ๆ กับ Cathedral Square เป็นวังหลัก The Great Kremlin Palace ก่อสร้างในยุคหลัง อายุร้อยกว่าปี ภายในมีห้องหรู ๆ มากมาย Cathedral Square ตรงกลางเป็น Great Bell-Tower อายุ 500 ปี ทางขวาคือ Cathedral of Archangel Michael ศิลปจากยุคเรเนซองผสมโดมหัวหอมสไตล์รัสเซี่ยนอายุ 500 ปี เป็นที่เก็บพระศพย์ของซาร์และราชวงศ์ 47 พระองค์ รวมถึงซาร์อีวานจอมโหด, ซาร์ในราชวงศ์โรมานอฟ

ที่นี่อยู่ในบริเวณพระราชวังเครมลิน พิพิธภัณฑ์นี้เป็นสถานที่เก็บสมบัติลํ้าค่ากว่า 4,000 ชิ้น เช่น อาวุธต่างๆ เครื่องป้องกันตัว หมวก เสื้อเกราะที่ใช้รบในสมรภูมิ เครื่อง เงิน ทอง เพชรพลอยเครื่องทรงของกษัติย์พระเจ้าซาร์และซารีน่าซึ่งหาดูได้ยากยิ่ง

หนึ่งในสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของกรุงมอสโก มหาวิหารเซนต์บาซิลตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัสแดง ขนาบข้างด้วยกำแพงเครมลิน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทุกคนต้องมาเยือนเพื่อชมความงดงามของสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใคร ด้วยโดมหัวหอมสีสันสดใสและลวดลายที่ซับซ้อน ชวนให้หลงใหลตั้งแต่แรกเห็นมหาวิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2095 (ค.ศ. 1557) โดยพระเจ้าอีวานที่ 4 หรือ อีวานมหาโหด (IVAN THE TERRIBLE) เพื่อฉลองชัยชนะเหนือกองทัพมองโกลที่เมืองคาซาน

เป็นอนุสรณ์ที่เก็บศพสร้างด้วยหินอ่อนสีแดง ภายในมีศพเลนินนอนอยู่บนแท่นหินมีโลงแก้วครอบอยู่ ตั้งอยู่บริเวณจตุรัสหน้าวังเครมลิน นับว่าเลนินเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของสหภาพโซเวียต พรรคคอมมิวนิสต์ได้เปลี่ยนชื่อเมืองสำคัญคือนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มาเป็นเมืองเลนินกราดเมื่อ ค.ศ.1924 เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา แต่ได้กลับมาใช้ชื่อเดิมอีกหลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต

เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางกรุงมอสโคว อยู่ติดกับจัตุรัสแดง สวนสาธารณะแห่งนี้แม้จะเป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายน 2017 ที่ผ่านมานี้เอง แต่ความน่าสนใจก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าไฮไลท์อื่นๆ เลย ด้วยพื้นที่กว้างถึง 78,000 ตารางเมตรที่ออกแบบและจัดตกแต่งอย่างดีด้วยการจัดธีมเป็นสภาพภูมิอากาศแบบต่างๆ

ห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงมอสโก มีสินค้าอย่างหลากหลายชนิด ห้างสรรพสินค้ากุม หรืออีกสถานที่หนึ่งที่มีสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ของเมืองนี้มีความสวยงามและโดดเด่นมากลักษณะชองตัวอาคารเป็นอาคารสูง 3 ชั้น มีร้านค้าเปิดให้ บริการมากมายสำหรับให้ผู้ที่เดินทางหรือผู้ที่ชอบการช้อปปิ้งถึง 200 ร้านค้าด้วยกัน

มหาวิทยาลัยมอสโคว์ เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดในรัสเซีย ได้รับการก่อตั้งขึ้นในปี 1755 โดยมิคาอิลซอฟ นักวิชาการรัสเซียในช่วงเวลานั้น มหาวิทยาลัยที่ได้รับการตั้งชื่อตามเขาในปี 1940 และเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดในมอสโคว์ที่คู่รักนิยมมาถ่ายภาพแต่งงาน รวมถึงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นพิเศษในการชมบรรยากาศของมอสโคว์จุดเดียวกับที่เลนินเคยชม

มีอีกชื่อเรียกว่าเนินเขานกกระจอก เป็นบริเวณที่มองเห็นทัศนียภาพของนครมอสโคว์ที่อยู่เบื้องล่างได้โดยทั้งหมด ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมอสโคว์ และเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดในมอสโคว์เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นพิเศษในการชมบรรยากาศของมอสโคว์

เป็นสถานที่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความทรงจำของผู้คนในหน้าประวัติอันน่าเศร้าและกล้าหาญในประวัติศาสตร์ของมาตุภูมิ เป็นพิพิธภัณฑ์ของเรารวบรวมทุกยุคของรัสเซียที่ผ่านมา ที่นี่เป็นที่เก็บความทรงจำของสงครามที่ยิ่งใหญ่และเลวร้ายที่ส่งผลกระทบต่อทุกครอบครัวในประเทศรัสเซีย

ตลาดอิสเมลอฟสกี้ (Izmailovsky Market) ซึ่งเป็นตลาดที่จำหน่ายของที่ระลึกและงานศิลปหัตถกรรมที่ใหญ่และสวยงามที่สุดในมอสโคว์ ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าที่สวยงามในราคาย่อมเยา เช่น ตุ๊กตาแม่ลูกอ่อน เครื่องหัตถกรรมลายครามที่สวยงาม เครื่องประดับต่างๆ มากมาย ฯ เป็นตลาดที่เต็มไปด้วยของประเภทที่ระลึก ของ Handmade และของเก่าอีกมากมาย ซึ่งเปิดทุกวันแต่ร้านจะเยอะกว่าช่วงสุดสัปดาห์

ละครสัตว์รัสเซียมีชื่อเสียงมากตั้งแต่สมัยก่อน ละครสัตว์ได้รับความสนใจจากผู้ชมมากมาย ด้วยเพราะความมหัศจรรย์ของนักแสดงและ ความสามารถของผู้กำกับ ทำให้คณะละครสัตว์ของรัสเซียได้รับการตอบรับที่ดีเสมอ

ซับซานเพิ่งเริ่มออกให้บริการครั้งแรกเมื่อปลายปี 2009 เริ่มจากเส้นทางระหว่างมอสโกกับเซ็นต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ระยะทางประมาณ 800 กิโลเมตร รถไฟซับซานในแต่ละขบวนจะมี 10 ตู้ แต่ละขบวนสามารถให้บริการผู้โดยสารได้สูงสุด 604 คน

ป้อมนี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช เป็นสิ่งแรกที่สร้างในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กโดยมีความสูง 122.5 เมตร ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดของเมือง จุดประสงค์ในการสร้างเพื่อป้องกันการรุกรานจากศัตรู ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใช้ฝังหลุมพระศพของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช และพระบรมศานุวงศ์แห่งราชวงศ์โรมานอฟ และส่วนหนึ่งยังใช้เป็นโรงงานผลิตเหรียญกษาปณ์ของรัฐบาลอีกด้วย

โบสถ์นี้ถูกสร้างเพื่อเป็นเกียรติแด่พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2 ผู้ประกาศเลิกทาส แต่ถูกปลงพระชนม์ โดยส่งหญิงชาวนาผู้หนึ่งติดระเบิดพลีชีพวิ่งเข้ามาขณะพระองค์เสด็จผ่าน ต่อมาบริเวณถนนที่เกิดเหตุนั้นถูกสร้างโบสถ์ครอบไว้ กลายเป็นโบสถ์หยดเลือดมาจนถึงทุกวันนี้ ปี พ.ศ. 2534 จึงเปลี่ยนชื่อกลับเป็นเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

วิหารสโมลนี่ (Smolny Cathedral) วิหารรัสเซี่ยนออร์โธด็อกส์ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่พระนางอลิซาเบธ ราชธิดาแห่งพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ผู้ซึ่งอุทิศชีวิตที่เหลืออยู่โดยการบวชเป็นแม่ชีหลังจากถูกปฏิเสธการสืบทอดพระราชบัลลังก์ของเสด็จพ่อ

ที่นี่ถูกสร้างโดยหวังจะให้พระราชวังนี้มีความงดงามยิ่งกว่าพระราชวังแวร์ซาย์ ในฝรั่งเศสเพื่อแสดงออกถึงความเจริญรุ่งเรืองของรัสเซีย และรวบรวมสถาปนิกและช่างฝีมือจากประเทศต่างๆ มากมาย สิ่งก่อสร้างและ สถาปัตยกรรมที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาร็อคและนีโอคลาสิค ที่ใช้ประดับประดาห้องหับต่างๆ ด้านหน้าของพระราชวังหันออกสู่อ่าวฟินแลนด์ มีน้ำพุ บ่อน้ำ แจกัน อ่าง และรูปปั้นสวยงามประดับตกแต่งอยู่ส่วนต้อนรับ

เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะและวัฒนธรรมในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย ได้ชื่อว่าเป็น พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 1764 โดยพระราชโอการจากจักรพรรดินีแคทเธอรีนมหาราช ปัจจุบันภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงงานศิลปะต่างๆ มากกว่าล้านรายการในแต่ละส่วนของพื้นที่

สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับของ Grand Duke Nikoley โอรสของพระเจ้านิโคลัสที่ 1 ปัจจุบันเป็นสถานที่จัดแสดงศิลปะพื้นเมืองที่มีกว่า 100 ชนชาติของรัสเซีย โดยมีความพิเศษคือระหว่างพักการแสดง จะเสิร์ฟวอดก้าและเรดคาร์เวียร์อาหารขึ้นชื่อของรัสเซียให้ผู้เข้าชมรับประทาน

มหาวิหารนี้สร้างขึ้นในปี 1712 โดยมีโดมทองเป็นเอกลักษณ์ ในอดีตมหาวิวิหารเซนต์ไอแซคเป็นเพียงโบสถ์ไม้ธรรมดา ซึ่งต่อมาได้รับการปรับปรุงเป็นโบสถ์หิน และถูกสร้างใหม่อย่างงดงามในสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1 ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 40 ปี ปัจจุบันที่นี่ได้รับการยกย่องให้เป็นมหาวิหารทรงโดมที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ที่งดงามที่สุดในโลก

เป็นย่านถนนเก่าแก่ที่เกิดขึ้นในปี 1710 ในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช โดยมีความยาว 4.5 กิโลเมตร เริ่มต้นที่หน้าพระราชวังฤดูหนาวและสิ้นสุดที่สถานีรถไฟมอสโก จุดเด่นอยู่ที่สถาปัตยกรรมสมัยศตวรรษที่ 18-20 ที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง ปัจจุบันเป็นถนนสายหลักของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งเป็นทั้งย่านการค้า ย่านที่อยู่อาศัย ที่ตั้งของพระราชวัง โรงละคร โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกมากมาย

เดิมเป็นพระราชวังที่พระเจ้าปีเตอร์มหาราชที่ทรงสร้างไว้สำหรับพระนางแคทเธอรีนที่ 1 เพื่อใช้พักผ่อนในฤดูร้อน และได้ตกแต่งใหม่หลายครั้ง การตกแต่งพระราชวังใหม่ในแต่ละครั้งจึงเปรียบเสมือนการแสดงอำนาจและบารมีของผู้เป็นเจ้าของในแต่ละยุค ซึ่งจากการตกแต่งที่ผสมผสานหลายครั้งจึงเกิดรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “รัสเซี่ยนบาโรค” ที่หรูหรา อ่อนช้อย และงดงามดังเช่นในปัจจุบัน

เป็นท่าอากาศยานขนาดใหญ่มากที่ตั้งอยู่ในเขตอัลการ์ฮูดของนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นท่าอากาศยานที่พลุกพล่านที่สุดในโลกจากการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของการบินพาณิชย์และการขนส่งข้ามภูมิภาคต่างๆ ของโลก

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย