
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานหลักของนครกวางโจว เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้งในประเทศจีน จากสถิติในปี 2014 ท่าอากาศยานแห่งนี้มีปริมาณผู้โดยสารมากสุดเป็นอันดับสองของจีน รองจากท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง และเป็นอันดับ 16 ของโลก


เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่มีชื่อเสียงและมีเอกลักษณ์ บ้านเรือนสีสันสดใสตั้งเรียงรายไปตามเนินเขาตัดกับน้ำทะเลสีฟ้า ทำให้เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม เพราะมีทัศนียภาพที่คล้ายคลึงกับเมืองชายฝั่งยุโรปทางตอนใต้

สะพานจ้านเฉียว สร้างในสมัยจักรพรรดิ์กวงสู่ราชวงศ์ชิง (ราวปี ค.ศ.1819) ตัวสะพานยาว 440 เมตร กว้าง 8 เมตร ยื่นลงไปในทะเล

ย่านการค้าชื่อดังเก่าแก่ และเป็นย่านประวัติศาสตร์ที่สำคัญใจกลางเมืองชิงเต่า ถนนเส้นนี้ถือเป็นศูนย์รวมความคึกคักที่ผสมผสานกลิ่นอายของเมืองเก่ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปและอาคารเก่าแก่เข้ากับร้านค้าแฟชั่น บูติก และร้านอาหาร ปัจจุบันยังเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมแฟชั่น และมีการบูรณะฟื้นฟูเพื่อดึงดูดแบรนด์ระดับโลก สองข้างทางเรียงรายด้วยร้านค้าท้องถิ่น ห้างสรรพสินค้า แฟชั่นแบรนด์ และของฝากพื้นเมืองชื่อดัง เช่น เบียร์ชิงเต่า ขนมของฝาก และงานหัตถกรรมพื้นบ้านยามค่ำคืนถนนทั้งสายจะสว่างไสวไปด้วยแสงไฟและป้ายร้านค้า สร้างบรรยากาศครึกครื้นให้ผู้มาเยือนได้เดินเล่น ถ่ายรูป และลิ้มลองอาหารพื้นเมืองรสเลิศ สัมผัสเสน่ห์เมืองท่าชิงเต่าในยามราตรีอย่างเต็มอิ่ม

เป็นโบสถ์คาทอลิก รูปทรงสถาปัตยกรรมฟื้นฟูโรมันผสมผสานโกธิค ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน สร้างเสร็จปีคศ.1934 บริเวณอาคารด้านหน้ามีหอนาฬิกาสูง 56 เมตร ส่วนด้านในตกแต่งเรียบง่ายตามสไตล์เรเนอซองส์อิตาลี ว่ากันว่า โบสถ์แห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมโกธิคที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และยังเป็นอาคารที่สูงที่สุดทางใต้ของชิงเต่าในอดีต

จุดเช็คอินสุดฮิปแห่งชิงเต่าที่ลมหายใจแห่งอดีตยังมีชีวิต ย้อนเวลากลับไปในชิงเต่าเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ที่นี่คือย่านเก่าแก่ที่ถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง กลายเป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าฮิปสเตอร์และนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร ตรอกซอกซอยที่เรียงรายไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมแบบ "หลี่-ย่วน" ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างบ้านสี่ล้อมแบบจีนกับอาคารสไตล์ตะวันตก ที่สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1920-1930 ปัจจุบันได้กลายมาเป็นที่ตั้งของคาเฟ่สุดเก๋ ร้านค้าดีไซน์ และแกลเลอรีศิลปะขนาดย่อม ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่ใครมาเยือนชิงเต่าก็ต้องแวะมาเช็คอิน

ชมแหล่งผลิตเบียร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน โรงงานเบียร์ชิงเต่า เริ่มตั้งแต่การก่อตั้งโรงงาน กระบวนการพัฒนาตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบันรู้จักกรรมวิธีในการกลั่นเบียร์ของโรงงานเบียร์แห่งแรกของประเทศจีนรวมทั้งกรรมวิธีการกลั่นเบียร์ที่ทันสมัยที่สุดในโลกปัจจุบัน"ชมขบวนการบรรจุเบียร์ใส่ขวด และกระป๋อง เพื่อจำหน่ายสู่ตลาดโลกอีกทั้งยังให้ท่านได้ลิ้มรสชิมเบียร์ชิงเต่าที่มีชื่อเสียง

ศูนย์เรือใบโอลิมปิกชิงเต่า ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของเมืองชิงเต่า มีเนื้อที่ประมาณ 45 เฮกตาร์ นอกจากจะเป็นสถานที่จัดการแข่งขันเรือใบงานกีฬาโอลิมปิกแล้ว ยังรวมถึงหมู่บ้านนักกีฬา ศูนย์บริหาร ศูนย์ข่าว เป็นต้น

เป็นจัตุรัสที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองชิงเต่า สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในเหตุการเรียกร้องเมืองชิงเต่าคืนจากญี่ปุ่นในวันที่ 4 พ.ค. ปี ค.ศ. 1919 หลังจากที่เยอรมันแพ้สงครามโลกครั้งที่ 1 เหตุการณ์ครั้งนี้นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งพรคคคอมมิวนิสต์จีน


กรอบรูปยักษ์อันเป็นแลนด์มาร์กในสวนสาธารณะเว่ยไห่ที่หลายคนต้องมาเช็คอิน นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพโดยใช้กรอปรูปเป็นเฟรมธรรมชาติ ตัดกับพื้นหลังสีฟ้าครามของน้ำทะเลได้อย่างลงตัว

ถนนริมทะเลให้บรรยากาศไวบ์สไตล์ตะวันตกสุดโรแมนติกและ “ถ่ายรูปปัง” นอกจากนี้ถนนฮั่วจวี้ปายังเต็มไปด้วยเหล่าร้านคาเฟ่และร้านช้อปปิ้งสุคชิค ให้ท่านเดินเล่นสัมผัสบรรยากาศสุดชิคและยังสามารถมองชมวิวทะเลได้ด้วย

เป็นเมืองท่าบริเวณอ่าว Bohai ในมณฑลซานตงทางตะวันออกของประเทศจีน เมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเล เมืองอุตสาหกรรมที่สำคัญ และเป็นที่ตั้งของท่าเรือประมงที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลซานตง


ท่าเรือประมงหยานไถ มีอาคารสไตล์ยุโรปที่สวยงาม ท่าเรือมีทิวทัศน์สวยงาม มีบ่อน้ำพุร้อน ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และพิพิธภัณฑ์ฉลามวาฬ เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและความบันเทิง ยังมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม
-min.jpg)
ต้าาเหลียน เป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว ของมณฑลเหลียวหนิง และยังมีท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน จนได้รับการขนานนามเป็น ฮ่องกงแห่งจีนเหนือ ซึ่งครั้งหนึ่ง เคยถูกยึดครองทั้งจากญี่ปุ่น และรัสเซียในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปลายศตวรรษที่ 19 จนถึงศตวรรษที่ 20 จึงยังมีกลิ่นอายของบรรยากาศสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียปะปนหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้างภายในตัวเมือง ปัจจุบันต้าเหลียนมีสถานะเป็นเมืองเศรษฐกิจชายฝั่งทะเลที่สำคัญ และเจริญรุ่งเรืองมากของจีน จึงมีนักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาลงทุนมากมาย โดยเฉพาะนักลงทุนชาวญี่ปุ่น
%20(1).jpg)
อาคารตั้งอยู่อย่างสงบ ท่ามกลางสวนและแนวต้นไม้ใหญ่ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีจุดเริ่มต้นย้อนกลับไปถึงปี ค.ศ. 1915 ในช่วงเวลาที่พื้นที่แห่งนี้ยังอยู่ภายใต้การเช่าของญี่ปุ่น ก่อนจะได้รับการต้ังชื่อว่า “พิพิธภัณฑ์หลี่ซุ่น” มีอักษรพู่กันของกัวโม่รั่วประดับอยู่เหนือประตูหลัก นี่ไม่ใช่เพียงสถานที่เก็บของโบราณ แต่เป็นหลักฐานของช่วงเวลาที่พื้นที่หนึ่งถูกดึงเข้าไปอยู่ใจกลางกระแสประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออก ท้ังสงครามจีน–ญี่ปุ่น สงครามรัสเซีย–ญี่ปุ่น และการเปลี่ยนผ่านของชาติมหาอำนาจในศตวรรษที่ยี่สิบ

เป็นจัตุรัสขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลในเมืองต้าเหลียน เป็นจัตุรัสใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกและ เป็นแลนด์มาร์คของเมืองต้าเหลียน รายล้อมด้วยตึกระฟ้าที่ทันสมัย ภายในมีบ่อน้ำพุดนตรี ลานหญ้าขนาดใหญ่ และลานกว้างสำหรับจัดกิจกรรมกลางแจ้ง อาทิ เทศกาลเบียร์นานาชาติ การแข่งขันวิ่งมาราธอน งานแฟชั่นนานาชาติเมืองต้าเหลียน

เป็นจัตุรัสที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดของเมืองต้าเหลียน รอบจัตุรัสจะมีกระถางที่มีลักษณะแตกต่างกันทั้งหมด 9 ใบ แต่ละใบจะมีตัวอักษรจีนแกะสลักไว้ว่า “ความสามัคคีของชาติจีนจงเจริญ” จัตุรัสซิงไห่กินพื้นที่ 1,100,000 ตารางเมตร เป็นจัตุรัสในตัวเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย สร้างขึ้นเมื่อปี 1997 เพื่อต้อนรับฮ่องกงกลับสู่ปิตุภูมิ จัตุรัสซิงไห่ริมฝั่งทะเล พื้นที่ส่วนใหญ่ของจัตุรัสคลุมด้วยต้นไม้ชนิดต่างๆ และเป็นพื้นที่สีเขียวทั้งนั้น รอบจัตุรัสมีรูปปั้นการกีฬาชนิดต่างๆ จำนวนมาก ซึ่งทำโดยเส้นเหล็กกล้าสีขาว สูงหลายเมตร โดยเฉพาะมีต้นสนอันเขียวขจีอยู่เบื้องหลัง

กลุ่มอาคารที่ถอดแบบสถาปัตยกรรมยุคเรอเนสซองส์และกอธิค ปราสาททรงยุโรป หอนาฬิกาตระหง่าน และสะพานหินทรงโค้ง ถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันผ่านเครือข่ายลำคลองที่คดเคี้ยวและทอดตัวยาวกว่า 4 กิโลเมตร

เป็นท่าอากาศยานประจำเมืองต้าเหลียน เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี1975 มีพื้นที่อาคารผู้โดยสาร 136,000 ตร.ม. โดยมีจำนวนเส้นทางการบินทั้งสิ้น 145 เส้นทาง สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 16-20 ล้านคนต่อปี

Shenzhen Airport มีรูปร่างคล้ายปลากระเบนราหู เพิ่มความสามารถในการรองรับผู้โดยสารให้มากขึ้น 3 เท่า คิดเป็นประมาณ 14,000 คนต่อชั่วโมงในระหว่างชั่วโมงที่มีการใช้งานสูงสุด การออกแบบและการก่อสร้างของอาคารใช้เวลาสามปี หลังจากการวิเคราะห์และการออกแบบด้วยความใส่ใจ เราได้จัดหาโซลูชั่นที่เหมาะเจาะกับโครงการ ประกอบด้วยลิฟต์ ทางลาดเลื่อนอัตโนมัติและลิฟต์ขนส่งสินค้าสำหรับงานหนัก ทั้งหมดนี้เพื่อช่วยลดระยะทางที่ผู้โดยสารต้องเดิน ระบบทั้งหมดใช้เทคโนโลยีความถี่หลากหลายเพื่อช่วยลดพลังงานที่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ในศูนย์การขนส่งที่มีผู้ใช้งานหนาแน่นแห่งนี้

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย