
เป็นจุดศูนย์กลางทางการบินในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถเชื่อมโยงการคมนาคมทางอากาศไปยังจุดต่างๆ ของโลกได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการบินภายในภูมิภาคเอเชียด้วยกัน หรือระหว่างทวีปยุโรป ทวีปอเมริกา ทวีปออสเตรเลีย ซึ่งสามารถใช้เป็นจุดแวะลงและเชื่อมต่อในการเดินทางของผู้โดยสารตลอดจนพัสดุไปรษณียภัณฑ์ไปยังจุดอื่นๆ ได้อย่างดี

เป็นท่าอากาศหลักของเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามตอนกลาง และเป็นท่าอากาศนานาชาติที่สามของประเทศนอกเหนือจากท่าอากาศยานนอยไบกับท่าอากาศยานโฮจิมินห์ ท่าอากาศยานนี้ถูกสร้างขึ้นโดยรัฐบาลอาณานิคมของฝรั่งเศสในทศวรรษที่ 1940 ที่นี่ยังเคยเป็นท่าอากาศยานของทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามอินโดจีน รวมถึงสงครามเวียดนาม

เป็นพระราชวังเพียงแห่งเดียวในประเทศเวียดนาม และเป็นที่ประทับของกษัตริย์ในราชวงค์เหงียนทั้ง 13 พระองค์ ในช่วงระหว่าง ค.ศ. 1802 – 1935 โดยมีกษัตริย์องค์แรกชื่อกษัตริย์ยาลอง พระองค์สร้างพระราชวังนี้เมื่อ ค.ศ.1805 แต่แล้วเสร็จในปี ค.ศ 1832 รวมระยะเวลาก่อสร้างนานถึง 27 ปี กษัตริย์องค์สุดท้ายที่ประทับคือกษัตริย์เบ่าได๋ ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของเวียดนาม

เป็นวัดพุทธมหายาน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำหอม เป็นอาคารทรงเจดีย์แปดเหลี่ยม 7 ชั้น สูง 21 เมตร ซึ่งสร้างขึ้นใน ค.ศ.1601 ในสมัยขุนนางเหวียนฮวาง คำว่าเทียนมู่ แปลว่า เทพธิดา ดังนั้นนักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญมาเยือนจึงตั้งชื่อภาษาไทยให้ว่า “วัดเทพธิดาราม” ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของริมแม่น้ำหอมของประเทศเวียดนาม ทางไปสุสานของพระเจ้ามิงห์หม่าง วัดแห่งนี้นับเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนานิกายเซน จุดเด่นที่สุดของวัดแห่งนี้คือเจดีย์ทรงเก๋ง 8 เหลี่ยม สูงลดหลั่นกัน 7 ชั้น แต่ละชั้นเป็นตัวแทนของชาติภพต่างๆ ของพระพุทธเจ้า

ล่องเรือมังกร ชมแม่น้ำหอม ซึ่งเป็นแม่น้ำที่มีแหล่งกำเนิดมาจากบริเวณต้นน้ำที่อุดมไปด้วยดอกไม้ป่าที่ส่งกลิ่นหอม เป็นแม่น้ำสายสั้นๆ ระหว่างทางจะได้พบเห็นหมู่บ้านชาวน้ำให้เห็นอยู่เป็นระยะๆ (ใช้เวลาล่องเรือโดยประมาณ 45-60 นาที)
.jpg)
.jpg)
บานาฮิลล์เป็นแหล่งท่องเที่ยวตากอากาศมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยได้เกิดแนวคิดการสร้าง บ้านพักและโรงแรมจากชาวฝรั่งเศส ในสมัยอาณานิคมตั้งแต่ปี 1919 หลังจากจบสงครามฝรั่งเศสได้ พ่ายแพ้และเดินทางออกจากเวียดนามเพื่อกลับประเทศ ทำให้บานาฮิลล์ถูกทิ้งรา้งมาเป็นเวลานานปัจจุบันรัฐบาลเวียดนามได้กลับมาบูรณะเป็นเมืองท่องเที่ยวตากอากาศแห่งนี้อีกครั้ง ในปี 2009

เป็นสวนดอกไม้สไตล์ฝรั่งเศสที่ตั้งอยู่บนบานาฮิลล์ จัดไว้อย่างสวยงามให้เราไปถ่ายรูปเล่นได้ อีกทั้งยังมีรถรางสำหรับชมธรรมชาติอีกด้วย และด้วยอากาศที่เย็นเกือบตลอดปีบนยอดเขา Bana Hills ทำให้ดอกไม้บนเขาแห่งนี้มีสีสันสวยสดงดงามมาก

เป็นสะพานที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือหุบเขาบานาฮิลล์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1400 เมตร มีความยาว 150 เมตร ทางเดินแบ่งออกเป็น 8 ช่วง โค้งไปตามแนวเขา สิ่งที่สะดุดตานักท่องเที่ยวมากที่สุดคงจะเป็นอุ้งมือหินขนาดยักษ์ ที่แบกรับสะพานสีทองนี้เอาไว้ ที่นี่เหมาะมากที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจ สูดอากาศสดชื่น และชมทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ที่ไกลออกไปเหมือนไม่มีสิ้นสุด รู้สึกราวกับว่ายืนอยู่บนสวรรค์

เที่ยวตามอัธนาศัยบนบานาฮิลล์

หมู่บ้านกั๊มทาน สนุกสนานไปกับกิจกรรม!! นั่งเรือกระด้ง Cam Thanh Water Coconut Village หมู่บ้านเล็กๆ ในเมืองฮอยอันตั้งอยู่ในสวนมะพร้าวริมแม่น้ำ ในอดีตช่วงสงครามที่นี่เป็นที่พักอาศัยของเหล่าทหาร อาชีพหลักของคนที่นี่คือ อาชีพประมง ระหว่างการล่องเรือท่านจะได้ชมวัฒนธรรมอันสวยงาม ชาวบ้านจะขับร้องเพลงพื้นเมือง ผู้ชายกับผู้หญิงจะหยอกล้อกันไปมานำที่พายเรือมาเคาะกันเป็นจังหวะดนตรีสุดสนุกสนาน

เป็นเมืองขนาดเล็กริมฝั่งทะเลจีนใต้ทางตอนกลางของประเทศเวียดนาม ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดกว๋างนาม มีประชากรอาศัยอยู่ราว 80,000 คน ในอดีตเคยเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในเวียดนาม องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเขตเมืองเก่าของฮอยอันให้เป็นมรดกโลก
.jpg)
เป็นบ้านที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามแบบเฉพาะของฮอยอัน สร้างโดยไม้ 2 ชั้นด้วยความประณีต ด้านหน้าจะทำเป็นร้านบูติก ด้านหลังเป็นที่เก็บสินค้า ภายในเป็นที่อยู่อาศัย มีลาดเปิดโล่งเห็นท้องฟ้า และมีเฉลียงเชื่อมต่อส่วนที่พักอาศัยหลายส่วน รูปแบบของหลังคาทรงกระดองปู

เป็นหมู่บ้านโบราณที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาอวิ๋นซิว มณฑลส่านซี มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี และยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมโบราณเอาไว้อย่างดี หมู่บ้านนี้เต็มไปด้วยบ้านเรือนหินและไม้ที่มีการออกแบบแบบดั้งเดิมของชาวส่านซี ซึ่งสะท้อนถึงภูมิปัญญาและวิถีชีวิตของผู้คนในยุคโบราณ บรรยากาศสงบและเรียบง่ายหมู่บ้านตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

วัดหลินอึ๋ง มีเจ้าแม่กวนอิมหลินอึ๋งแกะสลักด้วยหินอ่อนสูงใหญ่ยืนโดดเด่นสูงที่สุดในเวียดนาม ซึ่งมีทำเลที่ตั้งดี หันหน้าออกสู่ทะเลและด้านหลังชนภูเขา ตั้งอยู่บนฐานดวกบัวสง่างาม ชาวประมงนิยมไปกราบไหว้ขอพรให้ช่วยปกปักรักษา หลินอึ๋งมีความหมายว่าสมปรารถนาทุกประการ วัดแห่งนี้นอกจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านมากราบไหว้บูชาและขอพรแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม ที่เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่สวยงามชองเมืองดานัง


ตลาดฮาน ตลาดสดของเมืองดานัง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำฮาน ไม่ไกลจากสะพานข้ามแม่น้ำ ด้านหน้าตลาดมีประติมากรรมริมแม่น้ำเป็นรูปปั้นหญิงสวยงาม มีทั้งของสดและของที่ระลึกให้เลือกซื้อ

สะพานมังกร เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวที่สำคัญของเมืองดานัง มีความยาว 666 เมตร ความกว้างเท่าถนน 6 เลน ด้วยงบประมาณราคาเกือบ 1.5 ล้านล้านดอง เชื่อมต่อสองฟากฝั่งของแม่น้ำฮัน เปิดให้บริการเมื่อ 29 มีนาคม พ.ศ. 2556 เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 38 ปี แห่งอิสรภาพของเมืองดานัง สะพานมังกรแห่งนี้ถือเป็นแลนมาร์คสำคัญที่หนึ่งของเมืองดานัง ซึ่งมีรูปปั้นที่มีหัวเป็นมังกรและหางเป็นปลา พ่นน้ำ คล้ายๆ สิงคโปร์

สะพานแห่งความรัก ตั้งอยู่ทางตะวันออกของถนน Tran Hung Dao ระหว่างสะพานมังกรและสะพานแม่น้ำฮัน นี่เป็นสถานที่นัดพบที่โรแมนติคมากสำหรับคู่รักที่รักกันและราวกับจะพิสูจน์ความรักอันภักดีของพวกเขามีคู่รักจำนวนมากที่ปิดกั้นความรักไว้บนสะพาน "สะพานแห่งความรัก" ยังเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับ "คู่รัก" ถ่ายภาพงานแต่งงาน

เป็นท่าอากาศหลักของเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามตอนกลาง และเป็นท่าอากาศนานาชาติที่สามของประเทศนอกเหนือจากท่าอากาศยานนอยไบกับท่าอากาศยานโฮจิมินห์ ท่าอากาศยานนี้ถูกสร้างขึ้นโดยรัฐบาลอาณานิคมของฝรั่งเศสในทศวรรษที่ 1940 ที่นี่ยังเคยเป็นท่าอากาศยานของทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามอินโดจีน รวมถึงสงครามเวียดนาม

เป็นจุดศูนย์กลางทางการบินในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถเชื่อมโยงการคมนาคมทางอากาศไปยังจุดต่างๆ ของโลกได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการบินภายในภูมิภาคเอเชียด้วยกัน หรือระหว่างทวีปยุโรป ทวีปอเมริกา ทวีปออสเตรเลีย ซึ่งสามารถใช้เป็นจุดแวะลงและเชื่อมต่อในการเดินทางของผู้โดยสารตลอดจนพัสดุไปรษณียภัณฑ์ไปยังจุดอื่นๆ ได้อย่างดี