
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย



ถนนริมทะเลให้บรรยากาศไวบ์สไตล์ตะวันตกสุดโรแมนติกและ “ถ่ายรูปปัง” นอกจากนี้ถนนฮั่วจวี้ปายังเต็มไปด้วยเหล่าร้านคาเฟ่และร้านช้อปปิ้งสุคชิค ให้ท่านเดินเล่นสัมผัสบรรยากาศสุดชิคและยังสามารถมองชมวิวทะเลได้ด้วย

สวนสาธารณะไห่หยวน อยู่บริเวณอ่าวเหอชิง ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในอ่าวที่สวยที่สุดของเวยไห่ เต็มไปด้วยเรือประมงนับร้อยลำสะท้อนชีวิตเรียบง่ายของชาวประมงท้องถิ่น


ซากเรือขนาดใหญ่ที่เกยตื้นอยู่ริมชายฝั่งของทะเลเว่ยไห่ โครงเรือเก่าที่ดูมีเสน่ห์อย่างประหลาดตัดกับคลื่นน้ำทะเลสีเข้ม เป็นอีกหนึ่งแลนด์มากที่นักท่องเที่ยวหลายคนนนิยมมาถ่ายรูป

ย่านช้อปปิ้งและถนนคนเดินสไตล์เกาหลี ภายในมีร้านค้าช้อปปิ้ง & ของฝากและซูเปอร์มาร์เก็ตเกาหลี มีร้านค้าอาหารทะเลสด เช่น หอยนางรมย่าง, ปลาหมึกย่าง อาหารเกาหลี เช่น ไก่ทอดเกาหลี, กิมจิ, ของว่างต่างๆ
.jpg)
เมืองนี้ตั้งอยู่ในมณฑลซานตง ซึ่งเป็นมณฑลชายฝั่งทะเลทางภาคตะวันออกของประเทศจีน และเป็นพื้นที่ปากแม่น้ำหวงเหอที่ไหลลงสู่ทะเลป๋อไห่ พื้นที่บนแผ่นดินมีอาณาเขตติดต่อกับมณฑลเหอเป่ย เหอหนัน อันฮุย เจียงซู

สถานที่พักผ่อนในวันสบายๆ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่มีอายุกว่า 90 ปี สวนที่นี่คึกคักมาก เต็มไปด้วยผู้คน เพราะมีต้นไม้ที่ร่มรื่น ถัดไปใกล้ๆ ยังมีสวนสนุกให้เด็กๆ ได้เล่น มีมุมดอกกุหลาบแปลงใหญ่ให้ได้ถ่ายรูปสวยๆ ซึ่งช่วงเดือนมี.ค. เป็นฤดูของดอกเหมย และซากุระเริ่มบานช่วงเดือนเม.ย.

เป็นจัตุรัสที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองชิงเต่า สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในเหตุการเรียกร้องเมืองชิงเต่าคืนจากญี่ปุ่นในวันที่ 4 พ.ค. ปี ค.ศ. 1919 หลังจากที่เยอรมันแพ้สงครามโลกครั้งที่ 1 เหตุการณ์ครั้งนี้นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งพรคคคอมมิวนิสต์จีน

สะพานจ้านเฉียว สร้างในสมัยจักรพรรดิ์กวงสู่ราชวงศ์ชิง (ราวปี ค.ศ.1819) ตัวสะพานยาว 440 เมตร กว้าง 8 เมตร ยื่นลงไปในทะเล

เป็นถนนอันสวยงามที่อยู่ในเขตหุยเฉวียน จุดชมวิวที่สามารถพบเห็นสถาปัตยกรรม สไตล์ยุโรปได้อย่างหลากหลายกว่า 200 หลัง เนื่องจากเคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเยอรมันมาก่อน เมื่อครั้งที่ชิงเต่าถูกยึดเป็นอาณานิคม นอกจากนี้ ปาต้ากวนยังเป็นสถานที่สุดแสนโรแมนติก ที่คู่รักหลายคู่เลือกมาถ่ายภาพแต่งงาน

เป็นโบสถ์คาทอลิก รูปทรงสถาปัตยกรรมฟื้นฟูโรมันผสมผสานโกธิค ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน สร้างเสร็จปีคศ.1934 บริเวณอาคารด้านหน้ามีหอนาฬิกาสูง 56 เมตร ส่วนด้านในตกแต่งเรียบง่ายตามสไตล์เรเนอซองส์อิตาลี ว่ากันว่า โบสถ์แห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมโกธิคที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และยังเป็นอาคารที่สูงที่สุดทางใต้ของชิงเต่าในอดีต

ย่านการค้าชื่อดังเก่าแก่ และเป็นย่านประวัติศาสตร์ที่สำคัญใจกลางเมืองชิงเต่า ถนนเส้นนี้ถือเป็นศูนย์รวมความคึกคักที่ผสมผสานกลิ่นอายของเมืองเก่ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปและอาคารเก่าแก่เข้ากับร้านค้าแฟชั่น บูติก และร้านอาหาร ปัจจุบันยังเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมแฟชั่น และมีการบูรณะฟื้นฟูเพื่อดึงดูดแบรนด์ระดับโลก สองข้างทางเรียงรายด้วยร้านค้าท้องถิ่น ห้างสรรพสินค้า แฟชั่นแบรนด์ และของฝากพื้นเมืองชื่อดัง เช่น เบียร์ชิงเต่า ขนมของฝาก และงานหัตถกรรมพื้นบ้านยามค่ำคืนถนนทั้งสายจะสว่างไสวไปด้วยแสงไฟและป้ายร้านค้า สร้างบรรยากาศครึกครื้นให้ผู้มาเยือนได้เดินเล่น ถ่ายรูป และลิ้มลองอาหารพื้นเมืองรสเลิศ สัมผัสเสน่ห์เมืองท่าชิงเต่าในยามราตรีอย่างเต็มอิ่ม


เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่มีชื่อเสียงและมีเอกลักษณ์ บ้านเรือนสีสันสดใสตั้งเรียงรายไปตามเนินเขาตัดกับน้ำทะเลสีฟ้า ทำให้เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม เพราะมีทัศนียภาพที่คล้ายคลึงกับเมืองชายฝั่งยุโรปทางตอนใต้

ถนนที่เต็มไปด้วยความน่ารักของเมืองชิงเต่า ตลอดเส้นทางจะได้พบกับกำแพงเพ้นท์ลวดลายสีสดใส ลายการ์ตูน “จิบิ” ให้ท่านได้เลือกถ่ายรูปมากมาย ถึงแม้จะเป็นถนนเส้นเล็กๆ สองข้างทางยังเต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านขนม ร้านของฝากให้ท่านได้เลือกสรร ทุกจุดทุกร้านเหมาะกับการเยี่ยมชมทุกจุด

ตรอกซิลเวอร์ฟิช แทบทุกตรอกซอกซอยของถนนเส้นนี้มีมุมเจ๋งๆ ให้ถ่ายรูปมากมาย เป็นสถานที่ที่มีเสน่ห์น่าหลงใหลสำหรับการเดินเล่น รับประทานอาหาร และดื่มด่ำกับบรรยากาศริมทะเล ถนนเรียงรายไปด้วยคาเฟ่น่ารักๆ ร้านอาหารทะเล และร้านค้าท้องถิ่นที่สะท้อนเสน่ห์ริมทะเลของชิงเต่าได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ชมแหล่งผลิตเบียร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน โรงงานเบียร์ชิงเต่า เริ่มตั้งแต่การก่อตั้งโรงงาน กระบวนการพัฒนาตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบันรู้จักกรรมวิธีในการกลั่นเบียร์ของโรงงานเบียร์แห่งแรกของประเทศจีนรวมทั้งกรรมวิธีการกลั่นเบียร์ที่ทันสมัยที่สุดในโลกปัจจุบัน"ชมขบวนการบรรจุเบียร์ใส่ขวด และกระป๋อง เพื่อจำหน่ายสู่ตลาดโลกอีกทั้งยังให้ท่านได้ลิ้มรสชิมเบียร์ชิงเต่าที่มีชื่อเสียง

ตลาดกลางคืนไถ่ตง เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงและคึกคักที่สุดในชิงเต่า มีเสื้อผ้า รองเท้า และของกระจุกกระจิกจำหน่ายและนอกจากนี้ยังมีอาหารเยอะแยะมากมาย ให้ท่านได้เลือกซื้อและได้สัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนของถนนสายนี้

เมืองเยียนไถ, มณฑลซานตง ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งอยู่ที่มุมตะวันตกเฉียงเหนือของคาบสมุทรซานตงบนชายฝั่งทางใต้ของอ่าว Bohai เผิงไหลเป็นเมืองที่ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทางทะเลที่สำคัญของประเทศ

ที่นี่เป็นสถานที่ที่มีความสวยงามมากบวกด้วยถาปัตยกรรมคลาสสิกแบบจีน และตำหนักต่างๆ ที่มีชื่อเสียงของเยียนไถมารวมไว้ด้วยกัน ด้วยเงินลงทุนกว่า 3,000 ล้านหยวน ชื่อของสถานที่นี้มาจากตำนานมาว่า แปดเซียนข้ามทะเลได้มีการถมทะเล 3.3 หมื่นตารางเมตรในการสร้าง และภายในตกแต่งสไตล์โบราณ นอกจากนั้นยังคงมีรูปปั้นเทวดาลัทธิเต๋ากว่า 100 องค์

เป็นเมืองท่าบริเวณอ่าว Bohai ในมณฑลซานตงทางตะวันออกของประเทศจีน เมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเล เมืองอุตสาหกรรมที่สำคัญ และเป็นที่ตั้งของท่าเรือประมงที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลซานตง

ปราสาทไวน์อันโอ่อ่าที่ตั้งตระหง่านกลางไร่องุ่นสุดลูกหูลูกตาในเมืองเยียนไถ มณฑลซานตง ที่นี่คือการบรรจบกันอย่างลงตัวของมรดกการผลิตไวน์กว่าร้อยปีของจีนและความเชี่ยวชาญจากฝรั่งเศส ทำให้เกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่เพียงสวยงามน่าถ่ายรูป แต่ยังเป็นสวรรค์ของคนรักไวน์ นำท่านเดินชมสถาปัตยกรรมคลาสสิก เยี่ยมชมห้องเก็บไวน์ใต้ดินอันลึกลับ และปิดท้ายด้วยการชิมไวน์รสเลิศที่ผลิตจากองุ่นในไร่แห่งนี้ เสริมแต่งประสบการณ์ที่จะทำให้การเดินทางของคุณพิเศษยิ่งขึ้น
เขตประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในเมืองเหยียนไถ โดยมีประวัติยาวนานกว่า 600 ปี ที่นี่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมดั้งเดิมบ้านสไตล์ (ยุคหมิง-ชิง) อาคารหิน อิฐเก่า ที่สะท้อนชีวิตชุมชนแบบโบราณถนนปูด้วย หินเก่า ให้ท่านสัมผัสกับบรรยากาศย้อนยุค

ท่าเรือประมงหยานไถ มีอาคารสไตล์ยุโรปที่สวยงาม ท่าเรือมีทิวทัศน์สวยงาม มีบ่อน้ำพุร้อน ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และพิพิธภัณฑ์ฉลามวาฬ เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและความบันเทิง ยังมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม

ถนนเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนาน ปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมผสมกลิ่นอายความเก่าแก่กับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว มีทั้งร้านขนม มีร้านคาเฟ่ ร้านหนังสือ ร้านค้าเรียงรายตลอดเส้นทาง
ชม เกาะหยางหม่า ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเขตมู่ผิง เมืองหยานไถ มีพื้นที่ 14.9 ตารางกิโลเมตร เกาะแห่งนี้มีสภาพอากาศที่น่ารื่นรมย์ ฤดูหนาวอากาศอบอุ่นและฤดูร้อนเย็นสบาย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อนและพักผ่อน และอาจกล่าวได้ว่าเกาะแห่งนี้เป็นมัลดีฟส์ของจีน เกาะหยางหม่ามีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ตำนานเล่าขานว่าเมื่อจิ๋นซีฮ่องเต้เสด็จประพาสทางตะวันออก พระองค์ได้ทรงเลี้ยงม้าหลวงไว้ที่นี่ และทรงขนานนามเกาะนี้ว่า "เกาะเพาะพันธุ์ม้าหลวง" จึงเป็นที่มาของชื่อเกาะหยางหม่า



เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย