
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการฉางชา เมืองหลวงของมณฑลหูหนานประเทศจี นรวมถึงเมืองใกล้เคียงเช่นจูโจวและเซียงถาน ตั้งอยู่ห่างไปประมาณ 25 กิโลเมตรจากตัวเมืองฉางชา ท่าอากาศยานแห่งนี้บริหารงานโดยหน่วยงานการท่าอากาศยานแห่งหูหนานซึ่งเป็นบริษัทมหาชนที่บริหารสนามบินทั้งห้าแห่งในมณฑลหูหนาน

เป็นเขตย่านชุนชมเมืองในพื้นที่จางเจียเจี้ย สถานที่ที่เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของจีนมาตั้งแต่ปี 1992 ตัวเมืองล้อมรอบด้วยธรรมชาติของขุนเขา ต้นไม้ ลำธาร และองค์ประกอบทางระบบนิเวศที่ได้ชื่อว่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

เป็นหนึ่งในภูเขาที่สวยงามที่สุดของประเทศจีน "มีคำกล่าวว่า หากใครมาจางเจียเจี้ยแล้วไม่ได้มาขึ้นเขาเทียนเหมินซานแห่งนี้เหมือนมาไม่ถึงจางเจียเจี้ย" ตั้งอยู่มณฑลหูหนาน สาเหตุที่เรียกว่าเทียนเหมินซานเพราะว่า ภูเขาเกิดระเบิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ จนกลายเป็นถ้ำหรือประตูสวรรค์ ประตูนี้มีความสูง 131.5 เมตร ความกว้าง 57 เมตร ความลึก 60 เมตร เราจะได้เดินชมวิวทิวทัศน์ลัดเลาะริมหน้าผาชมความสวยงามของทะเลภูเขาที่มีรูปร่างต่างๆ แปลกตา และวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม

เป็นอุทยานมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของจีนมาตั้งแต่ปี 1992 เนื้อที่กว่า 9,500 ตารางกิโลเมตรของอุทยาน เต็มไปด้วยแท่งภูเขาหินทราย สูงขึ้นฟ้ามากกว่า 3,000 ยอด สะพานหินตามธรรมชาติ น้ำตก ถ้าใหญ่น้อยกว่า 40 แห่ง เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของจีน ซึ่งลือชื่อด้วยทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง

เป็นหนึ่งในภูเขาไฮไลท์ของจางเจียเจี้ย ตั้งอยู่ใกล้กับหุบเขา Suoxi ในภาคกลางตอนใต้ของจีน ภูเขานี้ได้รับการตั้งชื่อตามชาวนา Xiang Dakun ของกลุ่มชาติพันธุ์ Tujia ซึ่งเป็นผู้นำการประท้วงของเกษตรกรในท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จและเรียกตัวเองว่า "Tianzi" นี่หมายถึงบุตรแห่งสวรรค์และเป็นฉายาดั้งเดิมของจักรพรรดิจีน ภูเขานี้เต็มไปด้วยชะง่อนผาอันสูงชัน ลำห้วยลึกและป่าหิน มีหินยักษ์ในรูปลักษณะแปลกตาที่ตั้งยืนตระหง่านค้ำฟ้า

เมืองโบราณแห่งนี้มีประวัติอันแสนยาวนานกว่า 2,000 ปี โดยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มน้อยที่มีชื่อว่าถู่เจีย เดิมมีชื่อว่า หวางชุน แต่ภายหลังในปี พ.ศ. 2550 ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อที่เรียกในปัจจุบัน ในส่วนใจกลางเมืองโบราณนี้จะเห็นน้ำตกหวางชุนตั้งเด่นเป็นสายธาร ซึ่งภาพของน้ำตก บ้านเรือนโบราณ กับต้นไม้เขียวๆ ที่อยู่ไล่ระดับกัน เป็นความลงตัวอีกอย่างที่แลดูประทับใจยิ่ง

เมืองโบราณแห่งนี้มีประวัติอันแสนยาวนานกว่า 2,000 ปี โดยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มน้อยที่มีชื่อว่าถู่เจีย เดิมมีชื่อว่า หวางชุน แต่ภายหลังในปี พ.ศ. 2550 ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อที่เรียกในปัจจุบัน ในส่วนใจกลางเมืองโบราณนี้จะเห็นน้ำตกหวางชุนตั้งเด่นเป็นสายธาร ซึ่งภาพของน้ำตก บ้านเรือนโบราณ กับต้นไม้เขียวๆ ที่อยู่ไล่ระดับกัน เป็นความลงตัวอีกอย่างที่แลดูประทับใจยิ่ง

เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาและมีแม่น้ำถั่วเจียง แม่น้ำที่ใสสะอาดไหลผ่าน สองฝั่งแม่น้ำมีบ้านแบบโบราณที่ยกพื้นสูงเรียงรายกันบนริมแม่น้ำ ถ้ามองจากริมแม่น้ำจะเห็นบ้านเรือนยกสูงสร้างติดริมแม่น้ำเป็นแนวยาว กลางเมืองฟ่งหวงจะมีสะพานเก่าที่คาดว่าสร้างในสมัยราชวงศ์ชิง เชื่อมโยงชีวิตสองฟากแม่น้ำเป็นหนึ่งเดียว หากต้องการนั่งกินลมพร้อมชมเมืองไปด้วย นักท่องเที่ยวก็สามารถเช่าเรือแจวชมเมืองตลอดลำน้ำได้

เป็นสะพานไม้โบราณที่มีหลังคาคลุมเหมือนสะพานข้ามคลองในเวนิส เป็นสะพานประวัติศาสตร์ที่มีความเป็นมาหลายร้อยปี โดยก่อนที่จะเดินถึงสะพานนั้นจะได้เห็นจุดเด่นของฟ่งหวง คือบ้านที่ยกพื้นสูงเรียงราย เป็นทัศนียภาพที่สวยงามและเป็นที่นิยมชอบทั้งชาวจีนและชาวต่างประเทศ

นั่งเรือล่องแม่น้ำถัวเจียง ชมบรรยากาศเมืองโบราณริมน้ำ สัมผัสบรรยากาศไปพร้อมๆ กับฟังเสียงของนักร้องสาวชาวม้งที่มาคอยลอยเรือร้องเพลงขับกล่อมในลำน้ำเป็นระยะๆ (เป็นโชว์ของเมืองนี้) ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเด่นที่น่าสนใจมาก

เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองเซียงซี มณฑลหูหนาน ประเทศจีน ในเมืองนี้มีเมืองโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี โดยมีภาษาชาติพันธุ์เอกลักษณ์ศิลปะและสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นหลายแห่งในสไตล์หมิงและชิง ทั้งยังมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ต่างๆ ที่งดงาม

เป็นเมืองที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลหูหนาน และเป็นเมืองพี่เมืองน้องกับเมืองฉางซา โดยเมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ แต่ถนนหนทางของเมืองนี้สะอาดสะอ้านเป็นระเบียบในเมือง มีการปลูกต้นไม้อย่างสวยงาม

ถนนโบราณต้าเสี่ยวเหอเจีย เป็นถนนที่ก่อสร้างเป็นแบบลักษณะชุมชนตลาดโบราณ สร้างตามวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเมืองฉางเต๋อ ระหว่างทางจะมีการขายอาหารพื้นเมือง เช่น เส้นหมี่ฉางเต๋อ รวมไปถึงของใช้ และของที่ระลึกต่างๆ ของชุมชน

เป็นถนนคนเดินในใจกลางเมืองฉางซา เป็นศูนย์รวมของการช้อปปิ้ง แหล่งรวมสิ้นค้า แบรนด์เนมมากมาย จนกระทั้งสิ้นค้าราคาประหยัดมีให้ได้เลือกซื้อ เลือกชม ถนนคนเดินนี้ยาวประมาณ 1,218 เมตร

เป็นเกาะที่เป็นแลนมาร์คสำคัญของเมืองฉางซา มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ซึ่งเกาะส้มแห่งนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากทักท่องเที่ยวชาวจีน ด้วยมีประวัติของท่านประธานเหมาเจ่อตุงในสมัยวัยหนุ่มเคยมาใช้เวลาบนเกาะนี้บ่อยครั้งด้วยการเล่นน้ำที่ชายหาด อาบแดด แล้วก็ว่ายน้ำบ่อยๆ นอกจากนี้ยังมีอนุสาวรีย์ประธานเหมาเจ๋อตุงทำด้วยหินอ่อนสีขาวขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนเกาะด้วย

เป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการฉางชา เมืองหลวงของมณฑลหูหนานประเทศจี นรวมถึงเมืองใกล้เคียงเช่นจูโจวและเซียงถาน ตั้งอยู่ห่างไปประมาณ 25 กิโลเมตรจากตัวเมืองฉางชา ท่าอากาศยานแห่งนี้บริหารงานโดยหน่วยงานการท่าอากาศยานแห่งหูหนานซึ่งเป็นบริษัทมหาชนที่บริหารสนามบินทั้งห้าแห่งในมณฑลหูหนาน

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย