
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานขนาดเล็กในเขตจางเจียเจี้ย ตั้งอยู่ในเขตธรรมชาติที่มีภูมิทัศน์งดงาม

ท่ามกลางเทือกเขาที่ทอดตัวยาวสุดสายตาของเอินซือ มีเมืองเล็กๆ เมืองที่แม่น้ำสายเล็กคดเคี้ยวโอบล้อมและหมอกยามเช้าคลอเคลียบนสันเขา ราวกับผ้าคลุมไหล่ที่ธรรมชาติสวมให้เมืองทั้งเมือง ที่นี่คือจุดบรรจบของ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตชนเผ่าถูjเจีย ถนนหินโบราณยังคงพาผู้คนสัญจรผ่าน ร้านน้ำชาเล็ก ๆ เปิดต้อนรับนักเดินทางด้วยรอยยิ้มจริงใจ ขณะที่เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ก้องสะท้อนตามตรอกซอกซอย บ้านเรือนไม้โบราณสลับกับสิ่งปลูกสร้างใหม่อย่างกลมกลืน สะท้อนว่าเซวียนเอิน ก้าวเดินไปข้างหน้าโดยไม่ทิ้งเงาของวันวาน

วาน เปิดประสบการณ์นั่งรถบนสะพานลอยน้ำแห่ง หุบเขาสิงโต บนสะพานไม้ความยาว 500 เมตร กว้าง 4.5 เมตร อยู่ในแหล่งชมธรรมชาติซื่อจื่อกวานที่พาดผ่านเหนือแม่น้ำซิงเจียงโดยใช้ทุ่นลอยเป็นฐานในการทำให้สะพานลอยตัวเหนือผิวน้ำสีมรกตที่คดเคี้ยวตามซอกหุบเขาสูงตลอดสองฟากฝั่งแบบหางของมังกร ซึ่งรองรับน้ำหนักคนได้มากถึง 10,000 คนพร้อมกัน และยังอนุญาตให้สามารถขับรถขึ้นไปบนสะพานได้อีกด้วย แม้แต่รถบัสคันใหญ่ ทำให้เวลานี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และเส้นทางการคมนาคมข้ามแม่น้ำแบบลัดๆ ช่วยลดเวลาในการถึงจุดหมายแบบไม่ต้องอ้อมที่นิยมกันมากในประเทศจีน

เป็นไร่ชาขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่ภูเขาหลายลูก ในอดีตนั่นเคยเป็นแหล่งผลิต ใบชาก้งฉา ใบชาชื่อดังที่นำถวายให้แก่ฮ่องเต้ เดินลัดเลาะไปตามแปลงชาและเก็บภาพความประทับใจที่สวยงาม
.jpg)
ชมความงามตระการตาของแสงสียามค่ำคืนของเมืองโบราณแห่งนี้ที่มีแม่น้ำกงสุ่ยไหลผ่านใจกลางเมือง ถ่ายรูปกับสะพานโบราณที่เปิดไฟประดับสวยงามในตอนกลางคืน เพลิดเพลินไปกับน้ำพุดนตรีริมสะพานเหวินหลาน และเมนูอาหารที่มีขายอยู่มากมาย ณ ที่นี่


สถานที่ท่องเที่ยวระดับ 4A ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากคือ โกรกธารผิงซาน นำท่านล่องเรืองเรือชมวิว แม่น้ำใสสีเขียวมรกตจนสามารถเห็นถึงใต้ท้องแม่น้ำ ให้ท่านชื่นชมชมธรรมชาติอันสวยงามสองข้างทางท่ามกลางความ

เป็นเมืองจำลองที่โด่งดังของเมืองเอินซือ เมืองธิดาเอินสือถู่เจีย ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่สำคัญทางภูมิศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่มีชีวิตของวัฒนธรรมถู่เจียอีกด้วย ดุจดังมารดาผู้เปี่ยมด้วยเมตตา คอยปกป้องประเพณีพื้นบ้านที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นบนผืนแผ่นดินแห่งนี้สืบทอดมรดกอันยาวนานนับพันปีของชาติ

เป็นเขตย่านชุนชมเมืองในพื้นที่จางเจียเจี้ย สถานที่ที่เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของจีนมาตั้งแต่ปี 1992 ตัวเมืองล้อมรอบด้วยธรรมชาติของขุนเขา ต้นไม้ ลำธาร และองค์ประกอบทางระบบนิเวศที่ได้ชื่อว่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

การนวดเท้า เป็นอีกวิธีหนึ่งในการผ่อนคลายความเครียดปรับสมดุลให้การไหลเวียนของโลหิตด้วยวิธีธรรมชาติ และท่านยังสามารถชมการสาธิตการรักษาแผลจากไฟไหม้ของโรงงานเป่าฝู่ถังผลิตยา"บัวหิมะ"ที่ขึ้นชื่อที่สุดของเมืองจีน

พระราชวังโบราณชนเผ่าถู่เจีย หรือ ถู่เจียซื่อจวน เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังใจกลางเมืองจางเจียเจี้ย ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือ ตึกไม้โบราณ 9 ชั้น ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม และยังได้รับการบันทึกสถิติกินเนสส์บุ๊กว่าเป็นตึกไม้ที่สูงและสวยงามที่สุดในโลก ภายในจะพาทุกท่านย้อนเวลาไปสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวชนเผ่าถู่เจีย ตั้งแต่พิธีกรรมทางศาสนา ศิลปะการป้องกันตัว ไปจนถึงการจัดแสดงของสะสมล้ำค่าและประเพณีการแต่งงานแบบโบราณ ถือเป็นจุดเช็คอินที่ช่วยเติมเต็มความเข้าใจในประวัติศาสตร์ท้องถิ่นให้มีสีสันมากขึ้น

ภายในพิพิธภัณฑ์เป็นที่รวบรวมและจัดแสดงผลงานที่มีคุณค่าทางศิลปะของศิลปินแห่งชาตินาม "หลี่จวินเซิง" ซึ่งผลงานของเขาทุกชิ้นเป็นภาพเขียนด้วยมือที่ใช้หินทรายและสีธรรมชาติที่สกัดจากเปลือกไม้ใบไม้เป็นวัตถุดิบในการเขียน ภาพเขียนเหล่านี้นอกจากจะทรงคุณค่าทางศิลปะมีเอกลักษณ์เฉพาะ ยังเป็นภาพเขียนที่สวยงาม คมชัด และมีมิติสมจริงอีกด้วย

หยก (Jade) คือชื่อที่ใช้เรียกหินซึ่งเป็นอัญมณีอันล้ำค่ามากชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะชาวจีนถือว่าหยกเป็นเจ้าแห่งหินมีค่าทั้งมวล


เป็นท่าอากาศยานขนาดเล็กในเขตจางเจียเจี้ย ตั้งอยู่ในเขตธรรมชาติที่มีภูมิทัศน์งดงาม

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย