
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย
.jpg)
เป็นรถไฟความเร็วสูงที่บริหารงานโดยการรถไฟจีน มีความเร็วสูงสุดประมาณ 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง การออกแบบระบบรถไฟความเร็วสูงทั้งหมดได้ถูกออกแบบมาจากต่างประเทศ ใช้สำหรับการเดินทางที่รวดเร็วระหว่างเมือง ปัจจุบันจีนมีแบบรถไฟความเร็วสูงต่างๆ มากมาย ใช้งานไปตามแต่ละสภาพภูมิประเทศ และเศรษฐกิจ
.jpg)

หรือ ศาลเจ้าจูกเกอเหลียง ตั้งอยู่ในเมืองฮั่นจง มณฑลส่านซี เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ AAAA ประเทศจีน สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 263 (ปีที่ 6 แห่งรัชศกจิ่งเย่าแห่งยุคสามก๊ก) เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่จูเกอเหลียง อัครมหาเสนาบดีแห่งราชวงศ์ฉู่ฮั่น

ตั้งอยู่ที่อำเภอเมี่ยนเซียน เมืองฮันจง มณฑลส่านซีเป็นเมือง ย้อนยุคที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงจูเกอเหลียง หรือขงเบ้ง นักวางกลยุทธ์ระดับตำนานแห่งยุคสามก๊กที่นี่ถูกออกแบบอย่างละเอียดตามหลักฮวงจุ้ย “ปากั้ว” (ยันต์แปดทิศ) มีถนนน้ำและถนนแห้งจำลองกลยุทธ์และศาสตร์ของขงเบ้ง ภายในเต็ม ไปด้วยศาลเจ้าขงเบ้ง, ลานแสดงบทส่งทัพ, ร้านชาโบราณ และโรงละครที่แสดงสดเรื่องราวสามก๊ก บรรยากาศเต็ม ไปด้วยเสน่ห์ของจีนยุคโบราณ

แหล่งท่องเที่ยวภูเขาที่โดดเด่นด้วยแนวสันเขา หน้าผาสูง และทัศนียภาพธรรมชาติอันกว้างไกล โดยมีเส้นทางท่องเที่ยวที่ได้รับการพัฒนาให้สามารถเดินทางขึ้นสู่จุดชมวิวได้อย่างสะดวกด้วยกระเช้า รถภายในอุทยาน และบันไดเลื่อนตามรายการ ในช่วง ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ผืนป่าบนภูเขาจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นเฉด เหลือง ส้ม แดง และทอง สลับกันทั่วแนวเขา
.jpg)
เป็นรถไฟความเร็วสูงที่บริหารงานโดยการรถไฟจีน มีความเร็วสูงสุดประมาณ 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง การออกแบบระบบรถไฟความเร็วสูงทั้งหมดได้ถูกออกแบบมาจากต่างประเทศ ใช้สำหรับการเดินทางที่รวดเร็วระหว่างเมือง ปัจจุบันจีนมีแบบรถไฟความเร็วสูงต่างๆ มากมาย ใช้งานไปตามแต่ละสภาพภูมิประเทศ และเศรษฐกิจ

เป็นเมืองหลวงของมณฑลส่านซี ในประเทศจีน และเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญในประวัติศาสตร์จีน ซีอานมีประวัติอันยาวนานมากกว่า 3,100 ปี โดยชื่อเดิมว่าฉางอาน ภูมิอากาศของภูมิภาคนี้อบอุ่น มีฝนตกมาก มีปริมาณฝนเทียบได้ใกล้เคียงกับภูมิภาคด้านใต้ของประเทศจีนในปัจจุบัน

เป็นเจดีย์แห่งวัดฉือเอิน สร้างเสร็จในปี 652 โดยถังเกาจง (หลี่จื้อ) ฮ่องเต้องค์ที่สาม แห่งราชวงศ์ถัง และ ได้นิมนต์พระภิกษุสวนจั้ง หรือรู้จักในนามพระถังซัมจั๋ง พระเถระที่มีชื่อเสียงที่สุดในสมัยถัง ซึ่งใช้เวลากว่า 15 ปี จาริกไปถึงอินเดียและได้นำพระธรรมคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา กลับมาเผยแผ่ ในแผ่นดินจีนให้มาอยู่ที่วัดฉือเอินแห่งนี้ พระถังซัมจั๋งได้ใช้เวลาออกแบบและร่วมสร้างเจดีย์ห่านป่าใหญ่ในวัดฉือเอินเพื่อใช้ในการเก็บรักษาพระไตรปิฎก ที่ท่านได้นำมาจากอินเดียและแปลเป็นภาษาจีนนับจำนวนกว่าพันเล่ม

ถนนคนเดินวัฒนธรรมสมัยราชวงศ์ถัง ต้าถัง ถนนราชวงศ์ถัง ถนนคนเดินวัฒนธรรมราชวงศ์ถัง ราชวงศ์ถัง ถนนคนเดินวัฒนธรรมถัง

วัด Daxingshan สร้างขึ้นในต้นราชวงศ์จินเมื่อกว่า 1,600 ปีที่แล้ว เป็นหนึ่งในวัดทางพุทธศาสนาที่มีอยู่ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานในซีอาน ในสมัยราชวงศ์ซุยและราชวงศ์ถัง พระภิกษุจากอินเดียเดินทางมาที่ฉางอันเพื่อศึกษาและแปลพระคัมภีร์ในวัด ดังนั้นจึงกลายเป็น 1 ใน 3 แหล่งแปลพระคัมภีร์ทางพุทธศาสนาที่สำคัญในฉางอานในขณะนั้น วัดต้าซิงซานไม่ได้เป็นเพียงวัดพุทธที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน แต่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกด้วย ในซีอาน เมืองหลวงเก่าที่เจริญรุ่งเรืองและอึกทึกครึกโครม วัดต้าซิงซานเต็มไปด้วยต้นไซเปรสโบราณ บดบังท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ ทำให้ผู้คนมีความสง่างามและเคร่งขรึมอย่างไม่มีขอบเขต ปัจจุบัน อาคารที่มีอยู่ทั้งหมดมาจากสมัยราชวงศ์หมิง และซากปรักหักพังของห้องโถง Zhuanlunzang Sutra จากสมัยราชวงศ์ถังยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้ โดยสูงจากระดับพื้นดิน 1 เมตร และมีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็กน้อย อาคารวัดที่มีอยู่ของวัดต้าซิงซานนั้นจัดเรียงเป็นเส้นตรงบนแกนกลางตามแนวทิศใต้และทิศเหนือ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีค่าสำหรับการศึกษาวัดต้าซิงซาน ห้องโถงด้านหลังมีพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ของราชวงศ์ถังและรูปปั้นราชวงศ์ซ่ง ที่มีรูปร่างแตกต่างกันของพระธรรมศาลา

ชาวจีนเรียกสุสานแห่งกองทัพของจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ว่า “ฉินหย่ง” บ้างเรียก “ปิงหม่าหย่ง” โดยปิง หมายถึง ทหาร , หม่า หมายถึง ม้า , หย่ง หมายถึง หุ่น ซึ่งสุสานกองทัพมีทั้งหมด 3 หลุม ซึ่งชาวนาขุดพบโดยบังเอิญ ในปี ค.ศ. 1974 โดยชาวนาในหมู่บ้านซีหยาง ในขณะที่ขุดดินเพื่อทำบ่อน้ำ บริเวณเชิงเขาหลีซาน ห่างจากตัวเมืองซีอาน ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 35 กม. โดยในระหว่างที่ขุดนั้น ก็บังเอิญพบกับซากของทหารดินเผา ที่ทราบภายหลังว่ามีอายุมากกว่า 2,000 ปี ปัจจุบันรัฐบาลจีนขุดค้นพบวัตถุโบราณที่เป็นกองทัพทหารดินเผา สรรพาวุธ รถม้าและม้าศึก จำนวนทั้งสิ้นกว่า 7,400 ชิ้น


เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย