
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานหลักของนครกวางโจว เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้งในประเทศจีน จากสถิติในปี 2014 ท่าอากาศยานแห่งนี้มีปริมาณผู้โดยสารมากสุดเป็นอันดับสองของจีน รองจากท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง และเป็นอันดับ 16 ของโลก

เป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่ให้บริการเมืองฮาร์บิ้น เมืองเอกของมณฑลเฮยหลงเจียง ตั้งอยู่ห่างประมาณ 37 กิโลเมตรไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองฮาร์บิ้น ท่าอากาศยานนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญสำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน

ฮาร์บิ้นเป็นเมืองหลวงของมณฑลเฮยหลงเจียง มีช่วงฤดูหนาวมากกว่าฤดูร้อนและเลื่องชื่อในฐานะเป็นเมืองน้ำแข็งของประเทศ ฮาร์บินมีสมญานามว่า 'ไข่มุกบนคอหงส์' เนื่องจากสัญฐานของมณฑลเหยหลงเจียงมีลักษณะคล้ายหงส์ ส่วนสมญานามอื่นๆ คือ 'มอสโคว์แห่งตะวันออก' หรือ 'ปารีสแห่งตะวันออก' เนื่องจากลักษณะสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนในเมืองคล้ายกับในมอสโกหรือปารีส และฮาร์บินยังเป็นที่รู้จักในชื่อ 'เมืองแห่งน้ำแข็ง' เพราะมีฤดูหนาวที่ยาวนานและหนาวเย็นมาก

อีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของเมืองฮาร์บินสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1907 เป็ นโบสถ์คริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออก ที่แสดงถึงอิทธิพลของวัฒนธรรมรัสเซียที่มีต่อเมืองฮาร์บิน

อนุสรณ์ของชาวเมืองฮาร์บินที่ถูกจารึกในประวัติศาตร์ ในการเอาชนะอุทกภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1957

ถนนคนเดินแห่งเมืองฮาร์บิ้น ถนนจงยางเป็นถนนที่ปูด้วยหินสีเขียวอ่อนทั้งสาย เป็นถนนย่านธุรกิจและการค้าที่ขึ้นชื่อของเมืองฮาร์บิ้น ทอดตัวอยู่ในเขตเต้าหลี่ เป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงสถาปัตยกรรมแบบยุโรป ตามสองข้างทาง ของถนนสายนี้ มีสิ่งก่อสร้างสไตล์ ต่างประเทศ ปรากฏอยู่เป็นจำนวนมาก ในแต่ละวันจะเห็นผู้คนเดินไปมาขวักไขว่ไม่ขาดสาย

คฤหาสน์แห่งนี้มีพื้นที่ 6 แสนกว่าตารางเมตร ใช้ทุนสร้างหนึ่งร้อยห้าสิบกว่าล้านหยวน ภายในคฤหาสน์วอลการ์ มีห้องพักรับรองนักท่องเที่ยวได้ถึง 800 คน มีร้านอาหารที่รับลูกค้าได้ 2,000 คน มีห้องประชุมที่จุได้ 400คน แล้วยังมีกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของรัสเซียอีกมากมาย


เป็นการนั่งรถม้าลากเลื่อนท่ามกลางบรรยากาศหน้าหนาว ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับการชมบรรยากาศอันงดงามโดยรอบ

หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแม่น้ำมู่ตานเจียง เป็นหมู่บ้านที่มีหิมะหนากว่า 1 เมตร วิวหมู่บ้านงดงามมาก การก่อสร้างแต่ละบ้านเป็นไปในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด เมื่อได้เข้าไปหมู่บ้านนี้เหมือนเข้าไปในโลกของเทพนิยายที่เหนือจินตนาการ ในช่วงกลางคืนที่ถนนหลักของหมู่บ้านจะมีการประดับไฟ ให้บรรยากาศที่สวยงามโรแมนติกไปอีกแบบ

ระเบียงทางเดินชมวิวหมู่บ้านหิมะบนเนินที่ทำด้วยไม้ มีความยาว 3,200 เมตร ระเบียงทางเดินชมวิวนี้ได้พาดผ่านจุดชมวิวสวยงาม ต่าง ๆ ที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของเมืองในเทพนิยายในมิติและมุมมองที่หลากหลาย เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นอย่างยิ่ง เพราะระเบียงทางเดินชมวิวมีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายรูปตลอดเส้นทาง
.jpg)
ถนนสายหลักความยาว 500 เมตรที่มีท้้งสีสันของแสงไฟและคราครั่งด้วยผู้คนในยามค่ำ นอกจากแสงสีที่ตระการตายามค่ำคืนในช่วงหัวค่ำ ท่านจะไดพบกับขบวนพาเหรดระบำ พื้นเมือง พลุไฟที่ตระการตา
.jpg)
ขบวนพาเหรดหมู่บ้านหิมะฮาร์บิน ขบวนพาเหรดดิสโก

หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแม่น้ำมู่ตานเจียง เป็นหมู่บ้านที่มีหิมะหนากว่า 1 เมตร วิวหมู่บ้านงดงามมาก การก่อสร้างแต่ละบ้านเป็นไปในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด เมื่อได้เข้าไปหมู่บ้านนี้เหมือนเข้าไปในโลกของเทพนิยายที่เหนือจินตนาการ ในช่วงกลางคืนที่ถนนหลักของหมู่บ้านจะมีการประดับไฟ ให้บรรยากาศที่สวยงามโรแมนติกไปอีกแบบ

เมืองฉางชุน เมืองฤดูใบไม้ผลิแห่งเขตเหนือของจีน แต่เดิมฉางชุนเป็นศูนย์กลางอำนาจของเผ่าแมนจู เมื่อญี่ปุ่นเข้ายึดครองเขตแมนจูเรียในช่วงปี 1938-1945 ได้สถาปนาเป็นรัฐแมนจูกัว และได้ประกาศตั้งฉางชุนเป็นเมืองหลวงหลังญี่ปุ่นสิ้นอำนาจ

วังปูยี หรือ พระราชวังจอมปลอม ซึ่งเป็นที่ประทับของจักรพรรดิปูยี จักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ชิงหรือกษัตริย์องค์สุดท้ายของแผ่นดิน นอกจากนี้ให้ท่านชมห้องหับต่างๆที่ปูยีเคยใช้นอน , นั่งสูบบุหรี่ , อ่านหนังสือ และใช้ความคิดตามลำพัง มีรูปภาพและจดหมายให้เห็นภาพในช่วงนั้น และจัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงชีวิตความเป็นอยู่ในวัง นอกจากนั้น ท่านยังสามารถชม กระทรวงทั้งแปดของแมนจู (ชมภายนอก) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองฉางชุน บนถนนซินหมิน ได้อีกด้วย

เมืองฉางชุน เมืองฤดูใบไม้ผลิแห่งเขตเหนือของจีน แต่เดิมฉางชุนเป็นศูนย์กลางอำนาจของเผ่าแมนจู เมื่อญี่ปุ่นเข้ายึดครองเขตแมนจูเรียในช่วงปี 1938-1945 ได้สถาปนาเป็นรัฐแมนจูกัว และได้ประกาศตั้งฉางชุนเป็นเมืองหลวงหลังญี่ปุ่นสิ้นอำนาจ

เป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่ให้บริการเมืองฮาร์บิ้น เมืองเอกของมณฑลเฮยหลงเจียง ตั้งอยู่ห่างประมาณ 37 กิโลเมตรไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองฮาร์บิ้น ท่าอากาศยานนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญสำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน

เป็นท่าอากาศยานหลักของนครกวางโจว เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้งในประเทศจีน จากสถิติในปี 2014 ท่าอากาศยานแห่งนี้มีปริมาณผู้โดยสารมากสุดเป็นอันดับสองของจีน รองจากท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง และเป็นอันดับ 16 ของโลก

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย