
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย


ซูโจวเป็นเมืองประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมโดยมีชื่อเสียงไม่ว่าจะเป็นสายน้ำ ภูเขา และโดยเฉพาะสวนโบราณ ในสมัยราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง ซูโจวเป็นหนึ่งในเมืองที่เจริญที่สุดในสมัยนั้น ในเมืองและนอกเมืองเต็มไปด้วยสวนโบราณ ในศตวรรษที่ 16-18 ซูโจวมีสวนโบราณมากกว่า 200 แห่ง ปัจจุบันมีสวนที่ได้รับการอนุรักษ์อย่างสมบูรณ์แล้วกว่า 10 แห่ง นอกจากนี้ ซูโจวยังมีคลองต่างๆ มากมายเป็นอันดับหนึ่งในบริเวณลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียงใต้ เป็นเมืองที่มีความงดงามมากจนได้รับฉายาว่าเป็น “เมืองสวรรค์ในโลกมนุษย์”

เป็นส่วนหนึ่งของกำแพงเมืองโบราณซูโจวที่สร้างขึ้นตั้งแต่ สมัยราชวงศ์อู๋ (ประมาณ 2,500 ปีก่อน) มีบทบาทสำคัญในการป้องกันเมืองจากศัตรูในอดีต เป็น ประตูเมืองโบราณเพียงแห่งเดียวในประเทศจีนที่มีทั้งทางบกและทางน้ำ สะท้อนถึงความชาญฉลาดด้านวิศวกรรมและการป้องกันเมืองของชาวจีนโบราณ

เป็นวัดที่สำคัญของเมืองซูโจว ภายในวัดมีวิหารจตุโลกบาล วิหารใหญ่ และมีวิหารพระอรหันต์ 500 องค์ ซึ่งเป็นจุดเด่นของวัด ภายในวิหาร 500 อรหันต์ และยังมี "เจ้าแม่กวนอิมพันมือพันตา" ที่งดงามมาก รวมทั้ง "พระจี้กง" ที่แกะสลักได้อย่างอัศจรรย์ เพราะใบหน้าแสดงถึง 3 อารมณ์ คือ ยิ้ม, หัวเราะ และร้องไห้

ถนนซานถัง มีความยาว (ประมาณ 2 ไมล์ ถนนสายนี้เดิมในอดีตเคยถูกเรียกว่า ไป๋กงตี้ เมื่อไป๋จวีอี้ กวีที่มีชื่อเสียงในสมัยราชวงศ์ถังได้รีบการแต่งตั้งเป็นนายกเทศมนตรีของเมืองซูโจวในขณะนั้น เป็นผู้ควบคุมการขุดคลองและก่อสร้างถนนในบริเวณนี้ของเมืองขึ้นเพื่อเชื่อมต่อกับเขาหูชิว (Tiger Hill) และเรียกคลองและถนนที่สร้างขึ้นใหม่นี้โดยใช้ชื่อซานถัง คลองนี้เชื่อมโยงไปยังคลองขนาดใหญ่ที่ต่อไปยังเมืองปักกิ่งและเมืองหางโจว ส่วนถนนซานถังก็ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นจนกลายเป็นสถานที่ท่องที่ยวพักผ่อนที่มีชื่อเสียงในด้านประเพณีของชนกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลาย ทั้งยังมีวัดโบราณด้วย จนกระทั่งพระนางซูสีไทเฮา แห่งราชวงศ์ชิงมีพระราชเสาวณีย์ให้สร้างถนนซูโจว (Suzhou Street) ขึ้นในพระราชวังอี๋เหอหยวน (Summer Palace) ในเมืองปักกิ่งโดยให้สร้างเลียนแบบจากถนนซานถังทั้งหมดเพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนส่วนพระองค์ เมื่อเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ. 2002 เมืองซูโจวได้เริ่มโครงการบูรณะถนนซานถังให้เป็นเขตอนุรักษ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม โดยโครงการในช่วงแรกได้เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว

วัดพระหยกขาว ตั้งอยู่บนถนนอานเหยี่ยนในเขตผู่ถอ เมืองเซี่ยงไฮ้ เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธในเซี่ยงไฮ้และเป็นวัดที่นักท่องเที่ยวเข้านมัสการเป็นจำนวนมากที่สุดของเซี่ยงไฮ้ ในปี ค.ศ. 1876 ตรงกับรัชสมัยกวางสูฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ชิง มีพระภิกษุจากเกาะผู่ถ่อซานคือหลวงพ่อฮุ่ยเกินได้เจริญรอยพระถังซำจั๋งเดินทางไปศึกษาพระไตรปิฎกยังประเทศอินเดีย ขากลับเดินทางผ่านประเทศพม่าได้อัญเชิญพระพุทธรูปหยกขาวกลับเมือง 5 องค์ด้วยกันและได้มอบให้ชาวเซี่ยงไฮ้ 2 องค์ โดยมี 1 องค์อยู่ที่นี่

หาดไว่ทัน หรือหาดเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ เป็นย่านเมืองเก่าของมหานคร ที่มีสถาปัตยกรรมเป็นแบบตะวันตก เพราะครั้งหนึ่งแถบนี้เคยเป็นเขตเช่าของชาวต่างชาติ ปัจจุบันเป็นที่ที่ผู้คนนิยมเดินเล่น ทอดน่อง แวะชมความงามแบบคลาสสิก ถนนเรียบแม่น้ำ แต่เดิมนั้นบริเวณแห่งนี้ เคยเป็นท่าเรือขนส่งสินค้า และเป็นเขตเช่าของประเทศต่างๆ ในสมัยอาณานิคม

ถนนนานกิง หรือนานจิงลู่ เป็นย่านถนนช็อปปิ้งเก่าแก่ที่สุดของเซี่ยงไฮ้ เป็นตลาดซื้อขายของกันคึกคักตั้งแต่ทศวรรษ 1920 ตั้งอยู่ฝั่งผู่ซี กินพื้นที่ยาวตั้งแต่ฝั่งตะวันตกของ “เดอะ บันด์” ถึง “พีเพิลส์ สแควร์” เป็นแหล่งช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมจากทั่วโลก ช่วงเทศกาล ตรุษจีน ปีใหม่ และคริสต์มาส ชาวเซี่ยงไฮ้และนักท่องเที่ยวจะมารวมตัวกันฉลองความสุขสันต์บนถนนสายนี้


ให้ท่านเดินทางท่องเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวตามในมหานครเซี่ยงไฮ้ตามอัธยาศัย

เดิมเป็นที่ตั้งของวัดเฉิงหวังเมี่ยว เป็นหนึ่งในย่านช้อปปิ้งที่สำคัญของเซี่ยงไฮ้ อาคารบ้านเรือนบริเวณนี้เป็นสถาปัตยกรรมโบราณสมัยราชวงศ์หมิงและชิง มีสีสันร้านค้าต่างๆ ที่ตกแต่งสไตล์สถาปัตยกรรมแบบโบราณจีน ทั้งร้านขายอาหาร ร้านขนมพื้นเมือง ร้านกาแฟดัง ของที่ระลึกต่างๆ มากมาย ถือเป็นตลาดนัดขนาดใหญ่สำหรับช้อปปิ้งของฝาก นักท่องเที่ยวจะยังได้อิ่มเอมกับบรรยากาศความสวยงามอีกด้วย

เทียนอันเซียน อาคารพันต้นไม้ ต้นไม้ อาคารพันไม้ เมืองต้นไม้ 1,000 ต้น เมืองต้นไม้ 1,000 ต้น

ถ่ายรูปกับแลนด์มาร์กระดับไอคอน ดีไซน์รูปทรงเรือสุดหรู สะท้อนภาพลักษณ์ของเซี่ยงไฮ้ในฐานะเมืองแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับโลก



เป็นถนนสายหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของหังโจวได้อย่างดี มีลักษณะเรียบง่ายแบบโบราณ สองข้างถนนสายนี้ส่วนใหญ่เป็นร้านค้าทั่วไป มีสินค้าพื้นเมือง และสินค้าที่ระลึก ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินเลือกซื้อสินค้าของฝากกันได้


เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย