
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการฉางชา เมืองหลวงของมณฑลหูหนานประเทศจี นรวมถึงเมืองใกล้เคียงเช่นจูโจวและเซียงถาน ตั้งอยู่ห่างไปประมาณ 25 กิโลเมตรจากตัวเมืองฉางชา ท่าอากาศยานแห่งนี้บริหารงานโดยหน่วยงานการท่าอากาศยานแห่งหูหนานซึ่งเป็นบริษัทมหาชนที่บริหารสนามบินทั้งห้าแห่งในมณฑลหูหนาน
พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาจางเจียเจี้ย เรียนรู้เรื่องราวการก่อกำเนิดภูมิประเทศและภูเขาหินทรายอันเป็นเอกลักษณ์ของจางเจียเจี้ย ผ่านนิทรรศการทางธรณีวิทยาที่เข้าใจง่าย ช่วยให้เข้าใจธรรมชาติของพื้นที่นี้ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ภายในพิพิธภัณฑ์เป็นที่รวบรวมและจัดแสดงผลงานที่มีคุณค่าทางศิลปะของศิลปินแห่งชาตินาม "หลี่จวินเซิง" ซึ่งผลงานของเขาทุกชิ้นเป็นภาพเขียนด้วยมือที่ใช้หินทรายและสีธรรมชาติที่สกัดจากเปลือกไม้ใบไม้เป็นวัตถุดิบในการเขียน ภาพเขียนเหล่านี้นอกจากจะทรงคุณค่าทางศิลปะมีเอกลักษณ์เฉพาะ ยังเป็นภาพเขียนที่สวยงาม คมชัด และมีมิติสมจริงอีกด้วย
.jpg)

การนวดเท้า เป็นอีกวิธีหนึ่งในการผ่อนคลายความเครียดปรับสมดุลให้การไหลเวียนของโลหิตด้วยวิธีธรรมชาติ

ชาจีน เป็น เครื่องดื่มที่ทำมาจากใบไม้จากแหล่งปลูกชา (คาเมลเลีย ไซเนนซิส) และผ่านน้ำร้อน. ใบชาใช้กรรมวิธีดั้งเดิมของจีน ชาจีนมักจะใช้ดื่มสม่ำเสมอตลอดวัน รวมถึงระหว่างมื้ออาหาร บางครั้งใช้ดื่มแทนน้ำเปล่าเพื่อสุขภาพ หรือเพื่อความพอใจแบบเรียบง่าย

เป็นทะเลสาบบนช่องเขาสูง โดยที่ทะเลสาบจะถูกรายล้อมด้วยยอดเขา และน้ำก็ใสมาก การเที่ยวชมอาศัยการล่องเรือ โดยระหว่างทางก็จะพบแพและมีคนใส่ชุดพื้นเมืองอยู่ นอกจากนี้ยังมีหินที่รูปร่างเหมือนหน้าผู้หญิง ซึ่งเป็นสิ่งที่ธรรมชาติโดยไม่มีการตกแต่งเพิ่มเติมแต่อย่างใด หลังจากล่องเรือเสร็จก็ต้องเดินลงจากเขา พอถึงด้านล่างก็จะเห็นน้ำตกจากทะเลสาบเป่าเฟิงหูไหลลงมากเป็นภาพที่สวยมาก

.jpg)
ถนนแผ่นหินโบราณ (Wulishiban Street) ในเมืองฟูหรงเจิ้น (Furong Zhen) มณฑลหูหนานเป็นถนนสายประวัติศาสตร์อายุกว่า 2,000 ปี ที่ปูด้วยแผ่นหินสีน้ำเงินทอดยาวเลียบแม่น้ำและน้ำตกฟูหรง สองข้างทางเรียงรายด้วยบ้านไม้สถาปัตยกรรมถู่เจียและเหมียวดั้งเดิม บรรยากาศคลาสสิกเหมือนย้อนยุค

เมืองโบราณแห่งนี้มีประวัติอันแสนยาวนานกว่า 2,000 ปี โดยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มน้อยที่มีชื่อว่าถู่เจีย เดิมมีชื่อว่า หวางชุน แต่ภายหลังในปี พ.ศ. 2550 ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อที่เรียกในปัจจุบัน ในส่วนใจกลางเมืองโบราณนี้จะเห็นน้ำตกหวางชุนตั้งเด่นเป็นสายธาร ซึ่งภาพของน้ำตก บ้านเรือนโบราณ กับต้นไม้เขียวๆ ที่อยู่ไล่ระดับกัน เป็นความลงตัวอีกอย่างที่แลดูประทับใจยิ่ง

เป็นเขตย่านชุนชมเมืองในพื้นที่จางเจียเจี้ย สถานที่ที่เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของจีนมาตั้งแต่ปี 1992 ตัวเมืองล้อมรอบด้วยธรรมชาติของขุนเขา ต้นไม้ ลำธาร และองค์ประกอบทางระบบนิเวศที่ได้ชื่อว่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

หยก (Jade) คือชื่อที่ใช้เรียกหินซึ่งเป็นอัญมณีอันล้ำค่ามากชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะชาวจีนถือว่าหยกเป็นเจ้าแห่งหินมีค่าทั้งมวล

เป็นเมืองที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลหูหนาน และเป็นเมืองพี่เมืองน้องกับเมืองฉางซา โดยเมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ แต่ถนนหนทางของเมืองนี้สะอาดสะอ้านเป็นระเบียบในเมือง มีการปลูกต้นไม้อย่างสวยงาม

ถนนโบราณต้าเสี่ยวเหอเจีย เป็นถนนที่ก่อสร้างเป็นแบบลักษณะชุมชนตลาดโบราณ สร้างตามวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเมืองฉางเต๋อ ระหว่างทางจะมีการขายอาหารพื้นเมือง เช่น เส้นหมี่ฉางเต๋อ รวมไปถึงของใช้ และของที่ระลึกต่างๆ ของชุมชน

เป็นถนนคนเดินในใจกลางเมืองฉางซา เป็นศูนย์รวมของการช้อปปิ้ง แหล่งรวมสิ้นค้า แบรนด์เนมมากมาย จนกระทั้งสิ้นค้าราคาประหยัดมีให้ได้เลือกซื้อ เลือกชม ถนนคนเดินนี้ยาวประมาณ 1,218 เมตร

เป็นท่าอากาศยานขนาดเล็กในเขตจางเจียเจี้ย ตั้งอยู่ในเขตธรรมชาติที่มีภูมิทัศน์งดงาม

เป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการฉางชา เมืองหลวงของมณฑลหูหนานประเทศจี นรวมถึงเมืองใกล้เคียงเช่นจูโจวและเซียงถาน ตั้งอยู่ห่างไปประมาณ 25 กิโลเมตรจากตัวเมืองฉางชา ท่าอากาศยานแห่งนี้บริหารงานโดยหน่วยงานการท่าอากาศยานแห่งหูหนานซึ่งเป็นบริษัทมหาชนที่บริหารสนามบินทั้งห้าแห่งในมณฑลหูหนาน