บทความเที่ยวผ่านทัวร์ครับ โดย Nook

7 แลนด์มาร์กต้องห้าม (พลาด) เมื่อไปเยือน ‘ตุรกี’

7 แลนด์มาร์กต้องห้าม (พลาด) เมื่อไปเยือน ‘ตุรกี’

Nov 14, 2018

วันนี้ ทัวร์ครับ เลยจะพาไปดู 7 แลนด์มาร์กที่ต้องห้าม(พลาด) เด็ดขาด ไปเที่ยวตุรกีทั้งที นั่งเครื่องบินก็ใช่ว่าจะแป๊บเดียว ต้องเอาให้คุ้ม ห้ามพลาดแม้แต่จุดเดียวนะครับ 1. เที่ยวตุรกี - พิพิธภัณฑ์ฮาเกียโซเฟีย (Hagia Sophia) แผนที่ : Hagia Sophia สิ่งก่อสร้างที่เรียกได้ว่า ยิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดในเมืองอิสตันบูลเลยครับเดิมเคยเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์นิกายออร์ทอดอกซ์ และถูกดัดแปลงให้เป็นสุเหร่าแทน และปัจจุบันก็ถูกดัดแปลงให้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ในที่สุด จุดเด่นของที่นี่คือยอดโดมขนาดใหญ่ และความงดงามของสถาปัตยกรรมการตกแต่ง ที่ผสมผสานระหว่างศิลปะไบแซนไทน์กับศิลปะออตโตมันเข้าด้วยกันครับ นี่ก็เป็นหนึ่งในที่เที่ยวที่ใครไปเที่ยวตุรกีต้องห้ามพลาดที่จะไปถ่ายรูปกันให้นะครับ 2. เที่ยวตุรกี - มัสยิดสีน้ำเงิน (Blue Mosque) แผนที่ : Blue Mosque ที่นี่มีการตกแต่งออกแบบภายในด้วยกระเบื้องอิซนิคบนกำแพงชั้นในสีฟ้าสดใส เป็นลายดอกไม้ มีหอมินาเร็ต 7 หอ การจัดวางพื้นที่ของอาคารถูกจัดวางเป็นรูปตัวยูได้อย่างสวยงาม โดยสามารถมองเห็นได้จากสุเหร่าโซเฟียเลยเพราะตั้งอยู่ตรงข้ามกัน ซึ่งเราจะเห็นมัสยิดสีขาวหินอ่อนที่ตั้งตระหง่าน และถูกยึดไว้ด้วยเสาคอลัมน์ปลายยอดแหลมสูงเสียดฟ้า ทริปเที่ยวทัวร์ตุรกี  อิสตันบูล  >> คลิก  3. เที่ยวตุรกี - คัปปาโดเกีย (Cappadocia) แผนที่ : Cappadocia เชื่อว่าหลายๆ คนที่อยากมาเที่ยวเยือนประเทศตุรกี ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าเห็นรูปของบอลลูนหลากสี ลอยเด่นเหนือทัศนียภาพอันงดงามแน่นอน และที่นี่ก็คือเมืองคัปปาโดเกีย มาถึงตุรกีทั้งที ต้องลองขึ้นบอลลูนชมวิวจากมุมสูงดูสักครั้ง รับรองว่าจะเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ และเป็นความทรงจำที่ประทับใจที่ตุรกีแบบไม่รู้ลืมเลยล่ะครับ 4. เที่ยวตุรกี - พระราชวังโทพคาปี (Topkapi Palace) แผนที่ : Topkapi Palace เดิมที่นี่เป็นที่ประทับหลักของสุลต่านแห่งจักรวรรดิออตโตมัน ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และเป็นสถานที่จัดงานรับรองของรัฐบาลประเทศตุรกี พระราชวังแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่า เป็นตัวอย่างศิลปะและสถาปัตยกรรมที่ดีที่สุดของกลุ่มพระราชวังในสมัยออตโตมันเลยนะครับ เพราะมีการตกแต่งอย่างหรูหรา มีอาณาบริเวณกว้าง ทั้งยังตั้งอยู่ในจุดที่สามารถชมวิวช่องแคบบอสฟอรัสได้อย่างสวยงาม 5. เที่ยวตุรกี - ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) แผนที่ : Cotton Castle ใครที่ชอบทำสปา จะต้องเลิฟที่นี่อย่างแน่นอนครับ เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงมากในหมู่นักท่องเที่ยว ที่นี่เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ เกิดจากความดันความร้อนใต้พื้นดินที่ 35- 36 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว ว่ากันว่าน้ำพุร้อนที่นี่มีอายุมากว่า 14,000 ปี ทำให้ตะกอนที่ไหลฝั่งตัวทับรวมกันจนเป็นตะไคร่น้ำสีขาว และกลายเป็นปราสาทปุยฝ้ายแบบนี้นั่นเองล่ะครับ 6. เที่ยวตุรกี - ตลาดแกรนด์บาซาร์ (Grand Bazaar, Istanbul) แผนที่ : Grand Bazaar, Istanbul ที่นี่คือแหล่งของฝากชั้นดี เป็นตลาดในร่มเก่าแก่ ที่มีสถาปัตยกรรมแบบออตโตมันที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย ภายในตลาดแกรนด์บาซาร์มีร้านค้ามากกว่า 4,000 ร้าน มีทางเข้ามากกว่า 21 ทาง แบ่งออกเป็นโซนตามประเภทสินค้าชัดเจน ใครอยากจะซื้อของขวัญของฝากต้องมาที่นี่เลยนะครับ 7. เที่ยวตุรกี - เมืองอีเฟซัส (Ephesus) แผนที่ : Ephesus เมืองหลวงของโรมันในอดีต และได้รับการยกย่องว่าเป็นมหานครที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกในเอเชีย เป็นเมืองโบราณที่มีมาตั้งแต่ก่อนคริสตกาล มีศิลปะและสถาปัตยกรรมภายในเมืองแบบกรีก–โรมัน และหากไปเที่ยวตุรกีอย่าลืมแวะไปเช็คอินที่ วิหารเทพีอาร์ทีมิส นะครับ และนี่ก็เป็น 7 แลนด์มาร์กหลักที่ไปเยือนตุรกีแล้วต้องห้ามพลาด นะครับ แต่บอกเลยว่าที่ประเทศนี้ไม่ได้มีดีเพียงแค่นี้แน่นอน นี่เรียกได้ว่าเป็นน้ำจิ้มเบาๆ เท่านั้นเอง แนะนำว่าต้องไปเยือนไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิตนะครับ รับรองว่าสนุกไม่รู้ลืมแน่นอน ทัวร์ครับแนะนำ !! อ่านต่อ : จัดกันมันส์ทุกทริป ! 10 ทริคเที่ยวต่างประเทศแบบประหยัด

อ่านเพิ่มเติม
เที่ยวฟินถิ่นโอซาก้า-เกียวโต ! เที่ยวครบเก็บหมดทุกแลนด์มาร์ก
เที่ยวฟินถิ่นโอซาก้า-เกียวโต ! เที่ยวครบเก็บหมดทุกแลนด์มาร์ก

Nov 5, 2018

วันนี้ ‘ทัวร์ครับ’ เลยใจดี จัดแพลนแบบฟินๆ เรียกได้ว่าเก็บหมดครบทุกแลนด์มาร์กในโอซาก้า มาให้ทุกคนได้ตามรอยกัน บอกเลยนอกจากโอซาก้าแล้วอาจจะมีเมืองใกล้เคียงอย่างเกียวโต ปะปนมาบ้างเนื่องจากว่าสถานที่เที่ยวไม่ค่อยไกลกันมาก ทัวร์ครับรับรองว่าทริปเที่ยวโอซาก้านี้ มีแต่ความท รงจำดีๆกลับไป อย่างแน่นอน เที่ยวโอซาก้า เกียวโต : Day 1 เริ่มต้นวันแรกกันเลย กับแลนด์มาร์กที่แรกที่ทุกๆ คนต้องไปกัน นั่นก็คือที่ วัดชิเทนโนจิ วัดเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น เดินชมสวนสวยหลากหลายฤดู กับบรรยากาศสบายๆ ทั้งยังมีร้านชิลๆ หลายร้านให้ได้นั่งพักเหนื่อยกันด้วยล่ะครับ เที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ ดื่มด่ำบรรยากาศใช้เวลาช่วงเช้าไปเรื่อยๆ ก็เพลินดีเหมือนกันครับ พิกัด : Shitennoji Temple หลังจากทานมื้อกลางวันเสร็จ เราขอชวนทุกคนไปต่อกันที่ ตึก Umeda Sky เพื่อชมวิวเมืองโอซาก้าแบบ 360 องศากันไปเลย และปิดท้ายวันด้วยการไปจบที่ 🍢 ย่านโดทงโบริ เดินสำรวจแฟชั่น และของต่างๆ ใครอดใจไม่ไหวจะช้อปปิ้งก่อนก็ได้ แต่ทัวร์ครับขอแนะนำให้เดินเซอร์เวย์เฉยๆ ก่อนดีกว่า จะได้เที่ยวได้ทั่วโดทงโบริและได้เก็บภาพบรรยากาศไปด้วยครับ พิกัด : Dotonbori เที่ยวโอซาก้า เกียวโต : Day 2 วันนี้จะพาไปชมจุดที่สวยที่สุดของโอซาก้ากัน นั่นก็คือที่ 🏯ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) นั่นเอง เราสามารถเดินเล่น ถ่ายรูป และนั่งชมนกชมไม้เพลินๆ ได้ค่อนวัน ก่อนจะไปต่อกับการดูฉลามวาฬที่ 🐋 Osaka Aquarium กัน แค่สองที่นี้ก็ให้เต็มที่ทั้งวันเลยครับ    เที่ยวโอซาก้า เกียวโต : Day 3 ขอยกเวลาทั้งวันให้กับ Universal Studio Japan 🎡ครับ บอกเลยว่าอยู่ที่ USJ ทั้งวันก็หมดวันจนไปที่อื่นไม่ได้แล้วล่ะครับ บางคนที่ชอบมากๆ เผลอๆ เวลาไม่พอด้วย เพราะนอกจากจะอินไปกับบรรยากาศแล้ว ก็ต้องเผื่อเวลาต่อแถวเล่นเครื่องเล่นต่างๆ ด้วยนะครับ พิกัด : Universal Studio Japan เที่ยวโอซาก้า เกียวโต : Day 4 วันนี้ทัวร์ครับจะออกไปเที่ยวที่เกียวโตกันแต่ก่อนอื่นแนะนำว่าให้ไปหาของอร่อยทานที่ ย่านShinsaibashi ก่อน ที่นี่มีร้านอาหารมากมาย รวมถึงคาเฟ่เก๋ๆ รอต้อนรับทุกคนอยู่ด้วย เมื่อท้องตึงแล้วเราก็ออกเดินทางไปยังเกียวโตกันเลย กว่าจะถึงก็ช่วงบ่ายแก่ๆ เลยขอแนะนำให้ตรงที่ วัดคินคะคุจิหรือวัดทอง (Kinkakuji Temple) ก่อนเลยครับ บรรยากาศในตอนเย็นย่ำ เดินเล่นเพลินๆรอบทะเลสาบ แถมได้ถ่ายรูปสวยๆ กับวัดคินคะคุจิ อีกด้วย เที่ยวโอซาก้า เกียวโต : Day 5 หากใครที่มาช่วงใบไม้เปลี่ยนสีละก็ วันที่ 5 นี้จะเป็นวันที่เราได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีอย่างจุใจ ในจุดที่เรียกได้ว่า เป็นแลนด์มาร์กแห่งการชมใบไม้เปลี่ยนสี ที่ๆเราพูดถึงก็คือ วัดคิโยมิสุหรือวัดน้ำใส นั่นเองครับ บอกเลยว่าชาร์จแบตกล้องมาให้พร้อม เตรียมท่าสวยๆ มาให้ดี เพราะลั่นชัตเตอร์กันสนุกสนานแน่นอน แต่บางจุดยังไม่เปิดให้ขึ้นไปชม เพราะอยู่ในช่วงซ่อมแซมปรับปรุงอยู่  พิกัด : Kiyomizu Temple พอตกบ่าย เราก็มูฟตัวเองไปอีกจุดแลนด์มาร์กของเกียวโตอย่าง ⛩ ศาลเจ้าฟูจิมิอินาริหรือศาลจิ้งจอก (Fushimi Inari Shrine) ที่มีเสาสีแดงเรียงรายอยู่นั่นเองครับ วันนี้ ทัวร์ครับแนะนำใส่เสื้อผ้าเป็นโทนสีเหลือง ครีม หรือขาว เพราะจะตัดกับฉากหลังสีแดงทั้งจากใบไม้ และจากเสาที่ศาลเจ้าได้สวยมากๆ เลยล่ะครับ เที่ยวโอซาก้า : Day 6 ตลาดนิชิกิ  ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเกียวโต ห่างจากโอซาก้านิดเดียว ที่แห่งนี้มีตั้งแต่อาหารหลากหลายมาก เยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็นของกินเล่น อาหารแบบดั้งเดิมไปจนถึงอาหารแปลกๆ และนอกจากอาหาร มาเยือนถึงเกียวโตทั้งที จะพลาดครัวของเกียวโตอย่าง 🦀 ตลาดนิชิกิ (Nishiki Market )🍣  ไปได้ยังไงล่ะจริงไหมครับ ฝากท้องมื้อเช้าไว้ที่นี่ ก่อนจะไปต่อกันที่ ป่าไผ่ ณ เมืองอาราชิยาม่า 🎋ที่ห่างจากเกียวโตไปนิดเดียวเท่านั้น ไปเยี่ยมชมเมืองชนบทที่มีความโรแมนติกมากๆ และช่วงเย็นก็นั่งรถไฟกลับไปที่โอซาก้ากันครับ พิกัด : Nishiki Market เที่ยวโอซาก้า : Day 7 วันสุดท้ายของทริปแล้ว แนะนำว่าควรกลับไฟล์ทดึกเท่าที่จะทำได้เพื่อการเที่ยวอย่างเต็มวัน ตื่นเช้าหน่อยวันนี้ ไปเก็บตกสถานที่ๆชอบอีกสักรอบ และทุ่มเทเวลาให้กับการช้อปปิ้งไปเลย แต่อย่าไปไกลกันมากนะครับ เดี๋ยวกลับไม่ทัน แล้วอย่าลืมไปสนามบินให้ทันเวลาด้วยนะครับ   และนี่ก็เป็นแพลนโอซาก้า เกียวโต แบบคร่าวๆ 7 วัน 6 คืน สำหรับคนที่อยากไปเที่ยวโอซาก้า บอกเลยว่าตามแพลนที่เราจัดให้ไป เก็บครบหมดทุกแลนด์มาร์กแน่นอนครับ ทัวร์โอซาก้า เกียวโต คลิกเลย!! แต่ถ้าหากใครกลัวทำไม่ได้ตามแพลนแล้วจะพลาดไป ‘ทัวร์ครับ’ มีอีกหนึ่งทางเลือกมาแนะนำ นั่นก็คือการไปทัวร์กับเรานั่นเอง >< บอกเลยว่าทุกแลนด์มาร์กเราจัดให้แบบไม่มีพลาด แถมยังสะดวกสบายมากๆ ด้วยครับ   อ่านต่อ : 15 ขนมญี่ปุ่นต้องซื้อ ของฝากญี่ปุ่นที่ใครๆก็ชอบ!     

อ่านเพิ่มเติม
2 เมืองสุดฮิต !! สถานที่ไฮไลท์ เที่ยวญี่ปุ่น โตเกียว-โอซาก้า
2 เมืองสุดฮิต !! สถานที่ไฮไลท์ เที่ยวญี่ปุ่น โตเกียว-โอซาก้า

Oct 30, 2018

วันนี้ ทัวร์ครับ  เลยนำสถานที่เที่ยวโตเกียวและโอซาก้ามาให้ดูกันก่อนคร่าวๆ เผื่อเป็นไอเดียในการเที่ยวญี่ปุ่นในครั้งต่อไปครับ …   โตเกียว กรุงโตเกียว เมืองหลวงชื่อดังในญี่ปุ่นที่ใครๆก็ต้องรู้จัก ย่านแห่งการคมนาคมการขนส่งจุดศูนย์กลางของดินแดนอาทิตย์อุทัย เดินทางสะดวกด้วยคมนาคมที่ครอบคลุมทั้งเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวญี่ปุ่นสามารถเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบายในราคาที่ไม่แพง ใครที่พาคุณแม่หรือลูกๆมาเที่ยวญี่ปุ่น หมดกังวลเรื่องการเดินทางไปได้เลย แต่ถ้ามาแบบวางแผนเที่ยวเองก็ต้องขยันวางแผนหน่อยนะครับ ถึงแม้ว่าจะมีการคมนาคมที่สะดวก แต่เราก็ยังต้องสู้กับความเหนื่อยในการเดินไปยังสถานีต่างๆและการดูแผนที่ในการท่องเที่ยวไปพร้อมๆกัน   โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower)   โตเกียวทาวเวอร์ แลนด์มาร์กยอดนิยมของโตเกียว สัญลักษณ์ของเมือง สำหรับใครที่มาครั้งแรกอย่าพลาดที่จะมาถ่ายรูปกับโตเกียวทาวน์เวอร์กันครับ ซึ่งหอคอยโตเกียวแห่งนี้มีเปิดให้นักท่องเที่ยวให้ขึ้นไปชมวิวด้านบนที่สามารถดูได้แบบ 360 องศาเลยล่ะ เปิดทุกวัน เวลา 9:00 - 22:00 น. หรือใครอยากซื้อของฝาก ในโตเกียวทาวน์เวอร์ก็มีร้านของที่ระลึกด้วยนะครับ เป็นแลนด์มาร์กแรกที่น่าไปสุดๆ พิกัด : 4 Chome-2-8 Shibakoen, Minato, Tokyo 105-0011, Japan ค่าเข้าชม : Main observatory  900 เยน และ Special observatory  700 เยน ย่านชินจูกุ (Shinjuku) & ย่านชิบูย่า (Shibuya) ย่านชินจูกุ & ย่านชิบูย่า แหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ใจกลางโตเกียว ซึ่งห่างกันเพียงสถานีเดียว ย่านที่สายช้อปปิ้งห้ามพลาด !!! ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวต่างแดนหรือชาวญี่ปุ่นต่างก็มาช้อปกันที่นี่ 2 ย่านนี้ ถือว่าเป็นย่านที่คนคึกคักมากที่สุด ศูนย์รวมแฟชั่นเก๋ ๆ ของเหล่าบรรดาแฟชั่นนิสต้า และเป็นแหล่งสินค้าแบรนด์ชั้นนำอีกด้วย หมู่บ้านโอชิโนะฮัคไค (Oshino Hakkai) หมู่บ้านโอชิโนะฮัคไค หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบคาวากูจิโกะ กับ ทะเลสาบยามานาคาโกะ สถานที่ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นที่รายล้อมไปด้วยวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของแม่น้ำทั้ง 5 และยังมีแบล็คกราวด์เป็นภูเขาไฟฟูจิอีกด้วย  ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมไปดื่มน้ำที่นี่ เพราะเค้าว่ากันว่าบ่อน้ำในหมู่บ้านโอชิโนะฮัคไคนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ที่หากใครได้ดื่มก็จะมีอายุยืนยาว ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ถ้าใครที่ไม่รู้ว่าจะพาแม่ไปเที่ยวไหนดี ก็อย่าลืมมาที่หมู่บ้านน้ำใสแห่งนี้กันนะครับ วัดนาริตะ (Naritasan Shinshoji Temple) วัดนาริตะ วัดศาสนาพุทธชื่อดังในนาริตะ วัดใหญ่ที่สุดในเขตคันโต เป็นวัด 3 อันดับแรกที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาสักการะมากที่สุด แถมวัดนาริตะยังตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินนาริตะ เราสามารถเดินทางไปวัดนาริตะได้ง่ายๆจากสนามบิน โดยภายในวัด เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันสวยงามอันแสดงออกถึงวัฒนธรรมของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง และยังมีเครื่องรางขอพรเรื่องโชคลาภต่างๆมากมาย รวมทั้งสินค้าที่ระลึกต่างๆ บริเวณรอบๆวัด ย่านกินซ่า (Ginza) กินซ่า แหล่งช้อปปิ้งสุดฮิตในญี่ปุ่น ย่านช็อปปิ้งระดับไฮเอนด์ เหมาะสำหรับครอบครัวสาบช้อปเป็นที่สุด  แต่เดี๋ยวก่อน ย่านกินซ่าเป็นเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในที่ดินราคาแพงที่สุดในญี่ปุ่น จึงทำให้ร้านค้าร้านอาหารแถวนี้ราคาแพงสุดๆไปเลยล่ะครับ ต้องพกเงินไปหนาๆกันหน่อย นอกจากนี้ยังมีร้านค้าแบรนด์เนม เครื่องสำอางระดับไฮเอนด์และสินค้าแฟชั่นแบรนด์ชั่นนำต่างๆก็มารวมอยู่ในย่านนี้ด้วยยย แม่น้ำเมกุโระ (Meguro) แม่น้ำเมกุโระ จุดชมดอกซากุระที่โด่งดังที่สุดในโตเกียว เพราะตลอดสองฝั่งทางของแม่น้ำเมกุโระนั้นเต็มไปด้วยต้นซากุระถึง 830 ต้น !!  และชมได้ทั้งในตอนกลางวันและตอนกลางคืน สามารถเดินจากสถานี Naka-Meguro Station ประมาณ 10 นาทีครับ ทะเลสาบคาวากูจิโกะ (Kawaguchiko) ทะเลสาบคาวากูจิโกะ สถานที่เที่ยวรอบๆโตเกียวครับ และเป็นหนึ่งสถานที่ที่คนไปเที่ยวโตเกียวก็จะไม่พลาดที่จะมาเที่ยวที่ทะเลสาบคาวากูจิโกะ ชมวิวแนวธรรมชาติตามจุดต่างๆ ด้วยความที่อยู่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิ จึงเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ชัดมากกกกกกกก แนะนำช่วงซากุระและช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะสวยมากๆ กิจกรรมยอดฮิตของที่นี่คือ ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าชมวิว ล่องเรือในทะเลสาบคาวากูจิโกะ อุทยานแห่งชาติฮาโกเน่ (Hakone) ฮาโกเน่ เมืองในเขตอาชิงาราชิโมะ ประเทศญี่ปุ่น บอกเลยว่าที่นี่เต็มเปี่ยมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม ชักชวนให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและต่างชาติต่างเดินทางมาฮาโกเน่เพื่อพักผ่อนตามรีสอร์ทและสปาที่อยู่รอบอุทยาน ไฮไลท์คือ ไปชิมไข่ดำ นั่นเอง อ่านต่อ : กินแหลก..ตัวแตกที่โตเกียว !! 9 ร้านอาหารห้ามพลาด ณ กรุงโตเกียว โอซาก้า "โอซาก้า" แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของการเที่ยวญี่ปุ่นรองจากโตเกียว ที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมายและขึ้นชื่อเรื่องอาหารอย่างทาโกะยากิ โอซาก้าอยู่ทางฝั่งตะวันตกของทางโตเกียว ซึ่งเราสามารถนั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวมาถึงโอซาก้าได้ ใช้เวลาเดินทางแค่ 1 ชั่วโมง เท่านั้น ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) มาเริ่มกันที่จุดไฮไลท์ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะทัวร์หรือเที่ยวเอง นั่นคือ ปราสาทโอซาก้า  นั่นเอง แหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวที่มาชมความสวยงามของปราสาทโอซาก้าแห่งนี้ ปราสาทโอซาก้าได้รับตั้งให้เป็นสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น แถมตั้งอยู่ใจกลางเมืองโอซาก้า เมื่อถึงช่วงดอกซากุระบานหรือใบไม้เปลี่ยนสี ที่ปราสาทโอซาก้านี้ก็จะมีวิวที่สวยงามตามสีใบไม้ที่เปลี่ยนไปตามฤดู นอกจากนี้ในช่วงกลางคืนก็จะมีจัดไลท์อัพ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถมาเยี่ยมชมกันได้ทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน Universal Studios Japan คงเป็นไปไม่ได้ว่าคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นโตเกียว-โอซาก้า นั้น จะไม่รู้จักสวนสนุกชื่อดัง อย่าง ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ แจแปน สวนสนุกที่เป็นที่นิยมมากที่สุดเป็นอันสองของญี่ปุ่น(รองจากโตเกียวดิสนีย์แลนด์) ที่นักท่องเที่ยวนั้นหลั่งไหลกันมาเพื่อมาเที่ยวสวนสนุกแห่งนี้ให้ได้สักครั้ง ยิ่งเป็นสาวกแฮร์รี่พอทเตอร์และเหล่าสมุนมินเนี่ยนก็อย่าพลาดที่จะมาเที่ยวยูนิเวอร์แซลแจแปนกันนะครับ ส่วนการเดินทางไป Universal Studios Japan นั้นไม่ยาก ถ้าจากสถานีโอซาก้านั่งรถไฟ Osaka Loop Line ไปลงสถานี NISHIKUJO ก็ถึงเลยครับ ย่านชินเซไค (Shinsekai) ย่านชินเซไค แลนด์มาร์กอีกที่หนึ่งของโอซาก้าสถานที่แห่งการช้อปปิ้ง และยังมีหอคอยซึเทนคาคุ (Tsutenkaku) ที่เป็นสถานที่เที่ยวหนึ่งในสัญลักษณ์ของที่ชินเซไคอีกด้วย นอกจากจะช้อปปิ้งแล้ว เรื่องอาหารก็ไม่แพ้ใครเลยครับ แหล่งรวมร้านกินดื่มสำหรับคนญี่ปุ่นและแถวๆนี้ยังมีร้านขายของที่ระลีกให้เลือกช็อปปิ้งกันอีกหลายร้าน  ใครที่มาเที่ยวญี่ปุ่น โตเกียว-โอซาก้า ก็อย่าลืมแวะมาที่นี่กันน้าา ย่านโดทงโบริ (Dotonbori) ย่านโดทงโบริ ย่านที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของโอซาก้า ไม่ว่าจะเป็นแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร ร้านของฝาก บอกเลยว่าเดินเพลิน ช้อปกระจาย และที่นี่ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่น หากมาย่านโดทงโบริแล้วก็อย่าลืมถ่ายรูปที่ระลึกกับป้ายกูลิโกะมาอวดกันด้วยนะครับ    จบแล้วกับทริปญี่ปุ่นโตเกียวโอซาก้า เที่ยวสะดวก อาหารอร่อย ช้อปปิ้งกันเพลินๆ ทัวร์ครับขอคอนเฟิร์มเลยว่าไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ !! และเป็นอีกหลายเหตุผลว่าทำไมคนไทยถึงนิยมไปเที่ยวญี่ปุ่นกัน.. ถ้ามีโอกาสลองไปเที่ยวญี่ปุ่นกันให้ได้สักครั้งรับรองว่ามีครั้ง 2 3 4 ตามมาแน่นอนนน    อ่านต่อ : 7 ร้านอาหาร โอซาก้า ถูก และ ดี ไปเที่ยวโอซาก้าต้องลอง!  

อ่านเพิ่มเติม
10 อุบายที่สายเที่ยวควรระวัง จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อในต่างแดน
10 อุบายที่สายเที่ยวควรระวัง จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อในต่างแดน

Oct 29, 2018

วันนี้ทัวร์ครับ เลยนำ 10 อุบายที่มิจฉาชีพมักใช้หลอกนักท่องเที่ยวมาเล่าให้ฟังกันครับ ใครมีแพลนกำลังจะออกเดินทางไปยังที่ไหนก็ตาม ลองอ่านกันดูนะครับ จะได้เตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆจะได้ไม่โดนหลอก.. 1. หลอกถามทาง วิธีนี้เป็นวิธีที่ฮิตมากๆ ในแถบยุโรป เพราะมิจฉาชีพเหล่านี้จะมีคนนึงในกลุ่ม แต่งตัวเป็นนักท่องเที่ยวเหมือนกับเรา ถือแผนที่ขนาดใหญ่ และเดินตรงเข้ามาขอความช่วยเหลือให้เราช่วยดูแผนที่ให้หน่อย ในขณะเดียวกันมิจฉาชีพคนอื่นๆ ก็จะอาศัยจังหวะที่เราไม่ทันระวังตัว มาแอบล้วงกระเป๋าหรือหยิบฉวยของเราไปนั่นเอง วิธีหลีกเลี่ยงพวกนี้ก็คือ อย่าไปคุย ให้เดินหนีเลยครับ พึงระลึกไว้เสมอว่า คนที่หลงทางจริงๆ จะมาถามนักท่องเที่ยวด้วยกันทำไม หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็ระมัดระวังกระเป๋าให้ดีๆห้ามประมาทเลยล่ะ 2. ขอทาน คนไทยเราเป็นเหยื่อให้กับมิจฉาชีพที่ใช้วิธีนี้ได้ง่ายมากๆ เพราะด้วยพื้นฐานเราเป็นคนขี้สงสาร และมีน้ำใจ โดยวิธีที่คนร้ายจะใช้ก็คือ ปลอมตัวเป็นขอทาน (หรือขอทานจริง) เดินเข้ามาขอเงินกันโต้งๆ เลยครับ อาจจะมาในรูปแบบของเด็กเล็ก หรือคนแก่ที่น่าสงสารมากๆ และพอเราควักกระเป๋าสตางค์ออกมาก็ฉกกระเป๋าเราแล้ววิ่งหนีไปดื้อๆ เลย ซึ่งวิธีนี้พบได้ทั่วโลก!! นอกจากนี้อาจจะมีกรณีที่ ให้เงินกับขอทาน 1 คน แล้วโดนขอทานมารุมอีกเป็นสิบ !! ไม่ให้ก็ไปจากตรงนั้นไม่ได้ ก็ถือว่าเป็นมิจฉาชีพรูปแบบหนึ่งเหมือนกันนะ ใครไปเที่ยวก็อย่าลืมเลี่ยงคนเหล่านี้ไว้ด้วยนะครับไม่งั้นจะเป็นเราเองที่ไม่มีเงิน 555555555+  3.ให้เครื่องประดับ กำไลข้อมือ หรือของจุกจิก ทั้งสองอย่างนี้คือตัวอันตรายเลยครับ พวกมิจฉาชีพจะตรงดิ่งเข้ามาหาคุณ และ พยายามยัดเยียดของที่จะใส่ให้ข้อมือ ของคุณให้จงได้ ถ้าเจอต้องรีบหนีอย่างด่วนๆ เพราะหากเผลอรับมาแล้ว อาจจะต้องเสียเงินจำนวนมหาศาลสำหรับสายสิญจน์เส้นเล็กๆ หรือบางครั้งอาจจะเป็นการดึงความสนใจของคุณ เพื่อล้วงกระเป๋าก็ได้ครับ ซึ่งวิธีนี้มักจะเจอที่แถบยุโรป ตามสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแลนด์มาร์กครับ  4. การแสดงริมถนน จำไว้ให้มั่นเลย ว่าหากมีการแสดงริมถนนที่มีการล้อมวง คนเยอะๆ อย่าไปสนใจ อย่าไปอยากรู้อยากเห็นเด็ดขาด เพราะเป็นแหล่งทำงานชั้นดีของเหล่ามิจฉาชีพเลยล่ะ พวกนี้จะอาศัยจังหวะที่เราสนใจการแสดง ล้วงกระเป๋าหรือขโมยของเรา วิธีนี้พบเจอได้ทั้งประเทศในเอเชียเรา และทางแถบยุโรปเลยครับ ถ้าไปยืนดูการแสดง ทัวร์ครับ ก็แนะนำให้ปิดกระเป๋าให้มิดชิดและเอากระเป๋ามาไว้ด้านหน้าลำตัวหรือดูแลจับตามองกระเป๋าเราให้ดี จะได้ไม่เปิดช่องให้มิจฉาชีพได้มาขโมยกันได้ง่ายๆ  5. ถ่ายรูปให้หน่อย อย่าแปลกใจถ้าหากคุณไปท่องเที่ยวกับแฟนเพียงสองคนแล้วอยากมีรูปคู่ แต่ไปขอให้ใครช่วยถ่ายก็ไม่มีใครถ่ายให้ เพราะการขอให้ช่วยถ่ายรูป ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่มิจฉาชีพชอบใช้เช่นกันครับ โดยพวกเค้าจะทำทีมาขอให้เราถ่ายรูปให้ ด้วยกล้องที่ใช้งานไม่ได้ และพอเราส่งคืนเค้าก็จะแกล้งทำตก และแน่นอนว่าเราต้องชดใช้ค่าเสียหายให้เค้าด้วยราคาที่แพงมากเลยล่ะ 6. ถ่ายรูปให้ไหม นอกจาก ถ่ายรูปให้หน่อย แล้ว วิธีถ่ายรูปให้ไหม ก็ยังเป็นวิธียอดฮิตของเหล่ามิจฉาชีพเช่นเดียวกัน ซึ่งมักจะเข้าหานักท่องเที่ยวที่มาคนเดียว หรือมาเป็นคู่รักครับ โดยถ้าเราหลงกล เค้าก็อาจจะเก็บค่าถ่ายรูปกับเราในราคาแพงแสนแพง บางทีหนักหน่อย ก็อาจจะโดนวิ่งราวกล้องไปต่อหน้าต่อตาเลยครับ 7. ตำรวจปลอม วิธีนี้น่ากลัวมากๆ และเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยครับ เพราะมิจฉาชีพเหล่านี้จะทำทีว่าตัวเองเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ มาขอดูพาสปอร์ตของเรา หรือวีซ่าของเรา แล้วบอกว่าวีซ่าเรามีปัญหา หรือแกล้งบอกว่าเราทำอะไรผิดต่างๆ นานา ก่อนจะแกล้งทำทีเสนอให้เราจ่ายค่าปรับตรงนี้แทนที่จะไปสถานีตำรวจ ถ้าเราไม่ยอมให้ก็อาจจะข่มขู่ มากไปถึงการทำร้ายร่างกายเลยล่ะ วิธีแก้ง่ายๆคือให้เราค้นหาเบอร์ตำรวจของประเทศนั้นๆ ไว้ พอเจอพวกนี้เข้ามาปั๊บ ก็โทรหาตำรวจตัวจริงก่อนเลย 8. ตั๋วปลอม ในระหว่างที่เราต่อแถวรอซื้อตั๋วเพื่อเข้าสถานที่ต่างๆ หรือทำกิจกรรมใดๆ ก็ตาม ก็อาจจะมีมิจฉาชีพเข้ามาทำทีอ้างว่ามีตั๋วมาขายในราคาที่ถูกกว่า บอกเลยว่าอย่าไปหลงกลเด็ดขาดนะครับ ถึงราคาจะถูกกว่าครึ่งหนึ่งก็ตาม เพราะตั๋วที่ได้มามักจะเป็นตั๋วปลอม ใช้งานไม่ได้ นอกจากเสียเงินแล้วยังเสียเวลาอีก เซ็งแย่ 9. แท็กซี่เถื่อน รู้ๆ กันอยู่แล้วล่ะเนอะข้อนี้ เพราะในบ้านเราก็มี (เฮ้อ...พูดแล้วเซ็ง) และแน่นอนว่าทั่วโลกก็มีเช่นกันครับ แท็กซี่พวกนี้จะไม่ยอมกดมิเตอร์ และชาร์จราคาแพงกว่าปกติ วิธีหลีกเลี่ยงง่ายๆ ก็คือใช้บริการรถไฟฟ้าให้คล่อง หรือเรียกรถจากแอพต่างๆ ที่มีให้บริการดีกว่า 10.  คนน้ำใจงาม เหมือนจะดูเป็นคนดี แต่พวกนี้บอกเลยว่าร้ายสุดๆ เพราะในขณะที่เรากำลังยกกระเป๋าขึ้นรถไฟ หรือแบกกระเป๋าเดินทางใบโตไปไหนมาไหนดูท่าทีลำบ๊ากลำบาก มิจฉาชีพพวกนี้ก็จะทำทีแสดงน้ำใจ มาช่วยเรายกของ ขนของ และพอเสร็จก็จะขอเงินจากเรานั่นเอง ถ้าหากไม่จ่ายก็อาจจะโดนข่มขู่ หรือทำร้ายร่างกายนั่นเองครับ เห็นมั้ยล่ะครับ? ว่าการเที่ยวแต่ละครั้งก็ไม่ได้มีแต่ความสุข แต่ก็ไม่ใช่ว่าที่มาเล่าจะทำให้กลัวจนไม่อยากเที่ยวนะครับ ต้องอย่าลืมรู้จักป้องกันตัวเอง ดูแลตัวเอง และระมัดระวังตัวเองอย่างดี เพียงเท่านี้ก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพ และแน่นอนว่ามาเที่ยวกับทัวร์ครับ ปลอดภัยหายห่วง..    ใครกำลังจะไปเที่ยว อ่านต่อนี่เลย !! >> จัดกันมันส์ทุกทริป ! 10 ทริคเที่ยวต่างประเทศแบบประหยัด  

อ่านเพิ่มเติม
กระทู้เด็ด Pantip! รีวิวเที่ยวทัวร์จีนครั้งแรก ก็เจอดี
กระทู้เด็ด Pantip! รีวิวเที่ยวทัวร์จีนครั้งแรก ก็เจอดี

Oct 18, 2018

        เรียกได้ว่าตอนนี้กระแสการไปเที่ยว จีน (China) กำลังมาแรงในหมู่สายเที่ยวชาวไทย แต่ทัวร์ครับเชื่อว่าหลายท่านที่ยังไม่เคยไป อาจจะสงสัยว่าประเทศจีนนั้นมีดีอะไร ? ทำไมเดี๋ยวนี้คนไทยถึงชอบไปเที่ยวจีนกันอย่างคึกคัก วันนี้ทัวร์ครับจะพาทุกคนไปติดตาม เรื่องราวของคุณ กุเดทามะ ข้าเลือกเจ้า! เจ้าของกระทู้เด็ดจาก Pantip กับเรื่องราวของมนุษย์เงินเดือนผู้ที่มีพลังงานหลักของชีวิตคือการออกไปเที่ยว และด้วยความตั้งใจในชีวิตที่อยากไปสัมผัส สุสานจิ๋นซีให้ได้สักครั้งในชีวิต จึงเลือกไปเที่ยวซีอาน ดินแดนต้นกำเนิดประวัติศาสตร์ของจีน แค่เริ่มต้นก็น่าสนใจขนาดนี้ ทัวร์ครับว่าเราไปอ่านเรื่องราวการ ' เจอดี ' ของคุณ กุเดทามะ ข้าเลือกเจ้า! กันเลยครับ...         เรื่องราวเริ่มต้นกลางเดือนพฤษภาคม เมื่อมนุษย์เงินเดือนเลือกจะไปเติมพลังชีวิตที่ ซีอาน เพื่อไปวิ่งตามความฝันคือการไป เยือน สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ โดยเราเลือกจะไปกับทัวร์จีน เพราะว่าไม่เคยมีประสบการณ์การเที่ยวในจีนมาก่อน บวกกับความยุ่งยากในการขอวีซ่า ซึ่งการไปทัวร์จีนจะเป็นการขอวีซ่าแบบกรุ๊ป เราไม่ต้องไปเอง แต่ส่งสำเนาพาสปอตก็ทำได้แล้ว ง่ายมากๆ แน่นอนว่าการไปเที่ยวซีอานครั้งนี้ เราพกความตื่นเต้นไปเต็มอก เพราะเราต้องไปคนเดียว (ถึงแม้จะมีผู้ร่วมทริปอื่นๆด้วยก็เถอะ) แต่ใจมันบอกว่าใช่ ก็ต้องไปสิครับท่านผู้ชม.. ถ้างั้นเราไปดูกันดีกว่าว่าทัวร์จีน ซีอานของเราครั้งนี้ ไปเที่ยวที่ไหนกันมาบ้าง  วัดฝ่าเหมิน (Famen Temple)        เป็นที่ตั้งของพระบรมสารีริกธาตุ กระดูกข้อนิ้วของพระพุทธเจ้า ซึ่ง วัดแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนวัดเก่า และส่วนที่สร้างใหม่ค่ะ วัดใหม่ : ก็จะอลังการนิดนึง มีแต่สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ มีพระพุทธรูปปางต่างๆ เป็นวัดที่อลังการเว่อร์วังมากค่ะ วัดเก่า : เป็นวัดฝ่าเหมินดั้งเดิมที่มีอายุมากกว่า 1000 ปี โดยเราจะได้เห็นเจดีย์ตั้งเด่นเป็นสง่า เจดีย์แห่งนี้แหละค่ะ คือไฮไลท์เด็ดของที่นี่ เพราะด้านใต้ฐานเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานของกระดูกนิ้วของพระพุทธเจ้านั่นเอง     ศาลเจ้าฝูชี (Xi Huang Gu Li Shrine)        แวะ ขอพรเรื่องสุขภาพ ที่ ศาลเจ้าฝูชี ซึ่งชาวจีนเชื่อว่าเป็นกลุ่มบรรพบุรุษของคนจีนที่เข้ามาตั้งรกราก จึงให้การเคารพบูชา และว่ากันว่าหากขอพรเกี่ยวกับสุขภาพ ก็จะสมปรารถนาค่ะ ม่ายจีซาน (Majishan)        ภูเขาที่มีรูปสลักของพระพุทธรูป ซึ่งถือศิลปะกรรมที่ยิ่งใหญ่ ถูกสร้างมานานกว่าหลายพันปี มาเที่ยวที่นี่ต้องพกความฟิตมาด้วยนะคะ เพราะเราต้องค่อยๆปีนบันไดขึ้นไปชมความงามของหินสลักอย่างใกล้ชิด วะฮะฮ่าา...ในที่สุดก็จะได้ไปเยือนสุสานจิ๋นซีกันแล้วว บอกเลยว่าเราตื่นเต้นมากๆ  การเดินทางไปสุสาน เราต้องนั่งรถออกจากตัวเมืองสักหน่อยค่ะ  แต่ว่าไม่นานเราก็มาถึงจุดหมายปลายทางที่เราตั้งตารอคอย... สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ (Terracotta Warriors)        ด้านหน้าของ สุสานจิ๋นซี เราก็เห็นนักท่องเที่ยวชาวจีนมากมายเต็มไปหมด ยิ่งถ้าหากเป็นช่วงตรุษจีน คนจะยิ่งเยอะเป็นทวีคูณไปอีกค่ะ            เคยได้ยินมาว่าหน้าตาแต่ละตัวจะไม่เหมือนกันเลย เลยจะมาคอนเฟิร์มว่า “ เรื่องจริงค่ะ ” เราไปนั่งเพ่งมา ไม่เหมือนกันเลยสักตัว แล้วแบบเป็นพันๆตัว ซึ่งถูกสร้างมานานกว่า 2000 พันปีแล้ว คือมันอลังการมากอ่ะ เราแบบอึ้งไปเลย แล้วคือหลุมใหญ่มากกก...และนี่คือส่วนเล็กๆจากขนาดสุสานทั้งหมดนะคะ ลองคิดดูว่าขนาดจริงๆจะใหญ่แค่ไหนกัน ?          นี่เป็น เจอดีที่เราได้เจอ เราไม่เคยคิดเลยว่าของจริงมันจะอลังการขนาดนี้ คือเรารู้สึกเสียดายมาก ที่สมัยก่อนเรากลัวการมาเที่ยวจีน เพราะเรื่องห้องน้ำ เรื่องคนจีน เพราะสิ่งที่เราได้เจอนั้นมันทำให้เรามองข้ามเรื่องพวกนี้ไปเลยค่ะ เพราะมันเป็น " หนึ่งในมรดกโลกที่มันสุดจริงๆ " กำแพงเมืองซีอาน (Xi'an City Wall)          กำแพงซีอานนั้นเป็น ป้อมปราการที่มีความแข็งแรงมาก ถูกสร้างในสมัยราชวงศ์ชิง คอยป้องกันข้าศึกที่มาบุกเมืองซีอาน โดยรอบๆกำแพงจะมีคูเมืองอยู่ ในสมัยก่อนในคูเมืองจะมีการเลี้ยงจระเข้ และก็ติดตั้งกับดักไว้มากมาย  เจดีย์วัดห่านป่าใหญ่ (Gian Wild Goose Pagoda)          หรือวัดพระถังซัมจั๋งที่คนไทยเรียกกัน แค่เห็นรูปปั้นพระถังซัมจั๋งขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ด้านหน้าวัดก็แสดงว่ามาไม่ผิดที่แน่นอน โดยก่อนที่พระถังซัมจังจะออกเดินทางไปยังชมพูทวีป ท่านเคยบวชและจำพรรษาอยู่ที่วัดห่านป่าใหญ่แห่งนี้ ซึ่ง มีเจดีย์ขนาด 7 ชั้นตั้งตระง่านอยู่กลางวัด เดิมทีนั้นมีถึง 10 ชั้น แต่หลังจากโดนแผ่นดินไหว ก็พังทลายมาเหลือเพียง 7 ชั้น และถ้าสังเกตดีดีจะเห็นเจดีย์จะมีความเอียงหน่อยๆ  (แต่ไม่ถึงขนาดหอเอนปิซ่านะคะ) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลกระทบจากแผ่นดินไหวนั่นเองค่ะ หอระฆังซีอาน (Drum Towe Of Xi'an)          น่าเสียดายที่ฝนตกค่อนข้างหนัก จึงได้เพียงแค่ยืนมองจากอีกฝั่งเท่านั้น แต่ก็ได้รูปสวยๆติดไม้ติดมือกลับมานะ อิอิ         การมาเที่ยวจีนครั้งแรก และมาแบบฉายเดี่ยวครั้งนี้ มันทำให้เราเปลี่ยนความคิดว่าการมาเที่ยวจีนจะต้องเป็นกลุ่มคนที่มีอายุเท่านั้น แต่จริงๆแล้ว วัยรุ่นอย่างเราก็เที่ยวจีน ได้ แล้วก็ไม่น่าเบื่ออย่างที่คิดในตอนแรกเลย เป็นอะไรที่เกินคาดมาก “ ที่บอกว่าเจอดี ก็คือเจอแต่ของดีๆ ที่เที่ยวดีๆ ทั้งนั้น ” อยากให้หลายคนเปิดใจลองมาเที่ยวจีนกันดูนะคะ อาจจะไม่ได้มีระเบียบเนี๊ยบขนาดญี่ปุ่น แต่ก็คือมันไม่ได้แย่อย่างที่เราเคยได้ยินเลยจริงๆ แถมสะอาด และเรียบร้อยกว่าบ้านเราซะอีก         สรุปของสรุป ใครที่อยากไปเที่ยวจีน หรือวัยรุ่นบางคนที่คิดว่าประเทศจีน ไม่ใช่ที่เที่ยวของวัยรุ่น  อยากให้ลองเปิดใจแล้วมาเที่ยวดู เพราะว่ามันดีค่ะ ส่วนเรื่อง วีซ่า ถ้าไปเที่ยวกับทัวร์ส่วนใหญ่จะเป็นวีซ่าแบบกรุ๊ปซึ่งสะดวกมากๆเลย เพราะเพียงแค่ส่งสำเนาพาสปอตให้บริษัททัวร์เท่านั้น ก็ไปเที่ยวจีนได้แล้ว อีกข้อดีของการมาทัวร์จีนครั้งนี้ คือเรื่องราวประวัติศาสตร์ของที่เที่ยวจีนต่างๆ เพราะไกด์จะคอยเล่าประวัติความเป็นมาที่น่าสนให้ฟังในทุกสถานที่ที่ไป ทำให้เราอินและสนุกกับการเที่ยวมากยิ่งขึ้นค่ะ         ทั้งหมดนี่ก็เป็นเรื่องราวย่อๆของคุณ กุเดทามะ ข้าเลือกเจ้า! ซึ่งทัวร์ครับได้ไปขออนุญาตเจ้าของกระทู้มาเรียบร้อยแล้วครับ ต้อง ขอขอบคุณ คุณ กุเดทามะ ข้าเลือกเจ้า! อีกครั้งที่ไว้ใจและเลือกใช้บริการทัวร์จีนจากทัวร์ครับ ในการมอบประสบการณ์และสิ่งดีดีครั้งนี้ รวมถึงอนุญาตให้เรานำประสบการณ์สุดประทับใจมาแบ่งปันกัน จริงๆแล้วยังมีเรื่องราวน่าสนใจอีกหลายอย่างอยู่ในกระทู้  หากใครอยากรู้เรื่องราวเพิ่มเติมก็สามารถคลิกไปอ่านกันได้ครับ รับรองว่าอ่านเพลินกันแน่นอน!   >>>[CR] (CR) เที่ยวจีนกับทัวร์จีนครั้งแรก ก็เจอดี!<<<    

อ่านเพิ่มเติม
รวม 7 ที่เที่ยวต่างประเทศ ฤดูไหนดี ที่ไหนโดน ไปดูกัน !!
รวม 7 ที่เที่ยวต่างประเทศ ฤดูไหนดี ที่ไหนโดน ไปดูกัน !!

Oct 16, 2018

มาดูกันว่า แต่ละประเทศมีช่วง High season ที่น่าสนใจอะไรบ้าง ทัวร์ครับ รวบรวมมาให้แล้ว !!   🍁 1. เที่ยวญี่ปุ่น - ใบไม้เปลี่ยนสี 🍂  พิกัด : Japan ประเทศแรกมาเริ่มกันที่ญี่ปุ่น ประเทศในใจที่คนไทยหลงรัก ซึ่ง ทัวร์ครับ เลยมาแนะนำว่า หากจะไปเที่ยวญี่ปุ่น ถ้าไม่ไปสัมผัสหิมะตก อากาศหนาว ก็มีช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนี่แหละครับ ที่ถือว่าเป็น High season ของที่ญี่ปุ่นเลย เพราะใบไม้จะเปลี่ยนเป็น สีแดง ส้ม เหลือง สวยสดใสไปทั่วประเทศญี่ปุ่น แถมอากาศก็กำลังดี ไม่หนาวเกินไป ใส่เสื้อโค้ทถ่ายภาพกำลังสวยเลยล่ะ ใครมีแพลนจะไปญี่ปุ่น ต้องไป ช่วงปลายตุลาคม - ต้นธันวาคม นะครับ จะได้เจอใบไม้เปลี่ยนสีเต็มๆแบบฟินสุดๆ อ่านต่อ : เที่ยวญี่ปุ่นเมืองไหน เท่าไหร่บ้าง ? ❄️ 2. เที่ยวเกาหลี - หน้าหนาว ⛄️ พิกัด : Korea ไปเกาหลี นอกจากจะไปช้อปปิ้งแล้ว ก็ถือว่าที่เที่ยวส่วนใหญ่ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจมากนัก นอกจากในช่วง High Season ช่วงปลายธันวาคม - ต้นมีนาคม ที่จะมีหิมะตก ทำให้เมืองทั้งเมืองขาวโพลน ดูสะอาดตา แถมได้สัมผัสอากาศหนาวจับใจเลยล่ะครับ ส่วนใหญ่แล้วช่วงฤดูหนาวนี้นักท่องเที่ยวจะนิยมไปสกี รีสอร์ท เล่นหิมะกัน ใครเบื่ออากาศร้อนบ้านเรา ก็ลองไปเที่ยวเกาหลีช่วงปลายปี - ต้นปีดูนะครับ อ่านต่อ : เตรียมตัวไปเกาหลีแบบชิลชิลไม่มีเอาท์ !!  🌸 3. เที่ยวไต้หวัน - ซากุระ 🌸 พิกัด : Taiwan ประเทศที่มีที่เที่ยวทางธรรมชาติเยอะมากกก ทำให้ควรไปสัมผัสกับใบไม้สีเขียว ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม แบบสุดๆ จะได้เห็นความเขียวชอุ่มของใบไม้ และอากาศที่ยังไม่ร้อนและไม่หนาวเกินไป แถมไม่เจอฝนอีกด้วย อ้อ! และหากใครแต้มบุญสูงๆ อาจจะโชคดีได้เจอซากุระบานอีกด้วยนะ อ่านต่อ : รีวิวเที่ยวไต้หวัน 5 วัน 3 คืน พาไปไหนบ้าง มาดูกัน !! ⛄️ 4. เที่ยวปักกิ่ง - ปลายฤดูหนาว ❄️ พิกัด : China หลายๆ ประเทศช่วง High Season มักจะเป็นฤดูหนาว แต่ไม่ใช่ที่ปักกื่งนะ เพราะช่วงฤดูหนาวจะหนาวมาก จนไม่น่าเที่ยวเลย ดังนั้นช่วง High Season ของเค้าเลยเป็น ช่วงฤดูร้อน มากกว่า แต่ที่พีคสุดๆ เที่ยวชิลๆ ไม่ร้อนเกินและไม่หนาวไป ก็คือ ช่วงปลายฤดูหนาว ปลายเดือนมีนาคม - กลางเดือนเมษายน นั่นเอง อากาศกำลังดี เดินเล่นบนกำแพงเมืองจีนเพลินๆ เลยล่ะ อ่านต่อ : อัพเดท !! 12 สถานที่ท่องเที่ยวจีน..สวยจนหยุดหายใจ 🌴 5. เที่ยวมัลดีฟส์ - ซัมเมอร์ 🌊  พิกัด : Maldives ไปทะเลทั้งที แน่นอนว่าก็ต้องไปช่วงซัมเมอร์ใช่ไหมล่ะครับ  ซึ่งมัลดีฟส์ก็เป็นทะเลในฝันของหลายๆ คน ถึงแม้จะราคาสูงแต่ก็อยากจะไปลองสัมผัสดูสักครั้ง ถ้าหากไปในช่วง Low season อาจจะถูกลงหน่อย แต่ก็เสี่ยงกับการเจอพายุ เที่ยวไม่คุ้ม ทะเลไม่สวยอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นไป ช่วงเดือนธันวาคม - เดือนเมษายน ที่เป็นช่วง High season จะดีกว่านะครับ น้ำใสฟ้าสวย บอกเลยว่าได้รูปสวยๆกลับมาเพียบ !!   🌌 6. เที่ยวไอร์แลนด์ - แสงเหนือ ☄️ พิกัด : Ireland สักครั้งในชีวิต เราทุกคนก็คงอยากจะไปเห็นแสงเหนือด้วยตาของตัวเอง และคงไม่มีที่ไหนเหมาะสมที่จะดูแสงเหนือมากไปกว่าที่ไอร์แลนด์นั่นเอง ซึ่งช่วงที่ถือว่าเป็น High season ก็คือ ช่วงปลายเดือนตุลาคม - ต้นเดือนมีนาคม ที่เป็นช่วงอากาศหนาว และช่วงกลางคืนก็จะยาวนานมากกว่าปกติ ทำให้เพิ่มโอกาสในการเห็นแสงเหนือมากขึ้นนั่นเอง   🎅🏼 7. เที่ยวฟินแลนด์ - หน้าหนาว 🦌 พิกัด : Finland มันคงจะฟินไม่น้อย ถ้าหากเราได้ไปเที่ยวที่หมู่บ้านซานตาครอส ที่ เมืองโรวาเนียมิ ประเทศฟินแลนด์ ในช่วงคริสมาสต์ บอกเลยว่าหมู่บ้านนี้มีความโรแมนติกและน่ารักมากๆ เลยล่ะ ยิ่งช่วงคริสมาสต์ที่มีหิมะขาวโพลน ตัดกับสีแดงสีเขียวของสารพัดของกุ๊กกิ๊ก ที่ตกแต่งไว้สำหรับเทศกาลคริสมาสต์ เป็นอะไรที่เข้ากันได้ดีสุดๆ เลยล่ะครับ ต้องลองไปดูสักครั้งบอกเลยว่าโรแมนติกสุดๆ เป็นไงบ้างครับ ?? บอกแล้วว่าในช่วง High season ของแต่ละประเทศ ก็มีความพีคแตกต่างกันไป ซึ่งไม่เหมือนกับเที่ยวช่วง Low season แน่ๆ  ยอมเก็บเงินเพิ่มอีกนิด เพื่อไปเที่ยวในช่วง High season รับรองว่าสวยฟินประทับใจไม่ลืมแน่นอน  

อ่านเพิ่มเติม
ส่องเทศกาลฮาโลวีน 9 ประเทศทั่วโลก !
ส่องเทศกาลฮาโลวีน 9 ประเทศทั่วโลก !

Oct 12, 2018

ถึงแม้ในไทยเรา เทศกาลฮาโลวีนจะไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่บอกเลยว่าในต่างประเทศ เป็นอีกเทศกาลที่ฮิตไม่แพ้คริสมาสต์เลยล่ะ  วันนี้ทัวร์ครับเลยจะพาไปดู 9 ประเทศ ที่เค้าอินกับฮาโลวีนมากๆ และจัดงานได้สนุกสุดๆไปเลย 1. ไอร์แลนด์  พิกัด : Ireland จุดเริ่มต้นของเทศกาลฮาโลวีน เกิดขึ้นที่ประเทศนี้นั่นเองครับ โดยชาวไอร์แลนด์จะฉลองวันฮาโลวีนโดยแต่งชุดคอสตูมเป็นภูติผีปีศาจ และไปเคาะประตูตามบ้านต่างๆ เพื่อเล่น Trick or Treat ขอขนมหรือลูกอม นอกจากนี้ก็ยังมีการจัดงานปาร์ตี้ โดยมีเกมส์ที่นิยมเล่นในปาร์ตี้ก็คือ เกมส์ Snap Apple โดยผู้เล่นจะพยายามกัดลูกแอปเปิ้ลที่ถูกเชือกผูกแขวนไว้จากบนต้นไม้ 2. ออสเตรีย พิกัด : Austria ชาวออสเตรียจะตั้งน้ำ ขนมปัง และเปิดโคมไฟหรือจุดเทียนบนโต๊ะก่อนที่จะเข้านอน เพราะเชื่อกันว่าการทำเช่นนั้นในคืนวันฮาโลวีน จะเป็นการต้อนรับดวงวิญญาณกลับมายังโลกอีกครั้ง ในช่วงเวลานี้แต่ละครอบครัวจะตกแต่งหลุมฝังศพของคนที่รักด้วยโคมไฟและพวงมาลา และจะมีการสวดมนต์ส่งวิญญาณจะถูกจัดขึ้นเพื่อรำลึกผู้ที่จากไปแล้วด้วยครับ ทัวร์ออสเตรีย เช็ค สโลวัค ฮังการี เริ่มต้น 42,900 บาท !! 3. สหรัฐอเมริกา พิกัด :  United States of America ที่อเมริกา เทศกาลฮัลโลวีนจะเป็นเทศกาลสนุกๆ ที่ทุกคนได้แต่งตัวแฟนซีเป็นภูติผีปีศาจต่างๆ แล้วออกไปปาร์ตี้หรือเคาะประตูบ้านเพื่อเล่น Trick or Treat นอกจากนี้ยังมีการเดินพาเหรดกลางเมือง การประกวดชุดฮาโลวีนที่สร้างสรรค์และน่ากลัวสมจริง รวมไปถึงการ ทัวร์บ้านผีสิงอย่าง บ้านของ Sarah Winchester หรือ เรือ Queen Mary’s Dark Harbor ด้วยนะ 4. อังกฤษ พิกัด : England ชาวอังกฤษใช้บีทรูทมาแกะสลักแทนฟักทองและเรียกมันว่า ‘Punkies’ จากนั้นเด็กๆ จะถือ Punkies แล้วเดินไปแต่ละบ้านเพื่อไปขอเงิน แต่ในปัจจุบันเด็กๆ ชาวอังกฤษเริ่มหันมาเล่น Trick or Treat ตามแบบประเทศอื่นๆ มากขึ้น 5. สกอตแลนด์ พิกัด : Scotland ในคืนวันฮาโลวีน เด็กๆ ในสกอตแลนด์จะถือตะเกียงฟักทอง แล้วเดินไปรอบๆ เพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย รวมถึงตั้งไว้ที่บ้านด้วย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่ได้รับความนิยมคือ การรับแอปเปิ้ลด้วยปาก แต่ภายหลังได้เปลี่ยนมาเป็นคาบส้อมไว้ แล้วปล่อยให้ปักกับแอปเปิ้ลแทนครับ 6. ฝรั่งเศส พิกัด : France ประเทศฝรั่งเศสเพิ่งจะเริ่มมีการฉลองวันฮาโลวีนเมื่อปี 1990 โดยจะแต่งกายเป็นภูติผีปีศาจต่างๆ แล้วไปเคาะตามร้านค้าเพื่อขอขนม หรือลูกอม ต่างจากประเทศอื่นๆ ที่ไปเคาะบ้านคนครับ ทัวร์ฝรั่งเศส เริ่มต้น 38,000 บาท  7. เม็กซิโก พิกัด : Mexico กิจกรรมในวันฮาโลวีนที่เม็กซิโกก็คึอการไปที่หลุมฝังศพของคนที่เค้ารัก ไปปิกนิกและงานเฉลิมฉลองต่างๆ โดยเชื่อกันว่า วิญญาณของผู้ตายจะกลับไปบ้านของตัวเองในคืนวันฮาโลวีน ดังนั้นคนในบ้านจะตกแต่งแท่นบูชาด้วยลูกอม ดอกไม้ น้ำ รูปถ่าย และอาหารที่ผู้ตายชื่นชอบครับ (ใครอยากเห็นเทศกาลนี้แบบสมจริง แนะนำให้ไปดูภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง Coco นะครับ) 8. โรมาเนีย พิกัด : Romania ถือเป็นคืนที่พิเศษมากๆ เพราะในคืนวันฮาโลวีนทุกคนจะมีโอกาสได้แต่งหน้าแต่งตัวจัดเต็มสำหรับเข้าร่วมปาร์ตี้ที่ปราสาทต่างๆ ซึ่งเป็นปราสาทเก่าแก่อยู่ในยุคกลางอายุหลายร้อยปีของโรมาเนียด้วย โดยปาร์ตี้ฮาโลวีนในปราสาทนี้จะจำกัดคนเข้าร่วมเพียงไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น เพราะฉะนั้นใครอยากไปก็ต้องจองล่วงหน้ากันก่อนนะครับ 9. ฟิลิปปินส์ พิกัด : Philippines ด้วยอิทธิพลที่ได้รับจากอเมริกาเข้ามา ทำให้ประเทศฟิลิปปินส์ก็เป็นอีกหนึ่งประเทศ ที่มีการเฉลิมฉลองวันฮาโลวีนเช่นเดียวกันครับ โดยพวกเขาจะไปแต่ละบ้าน และ ร้องเพลงเกี่ยวกับจิตวิญญาณที่ติดอยู่ในนรก และขออาหารหรือเงินแลกกับการที่พวกเขาไปร้องเพลงให้ฟัง แทนการเล่น Trick or Treat และทางทัวร์ครับก็มีทัวร์ฟิลิปปินส์มาให้เพื่อนๆได้ไปเที่ยวกันด้วยนะครับ  ทั้ง 9 ประเทศที่นำมาบอกเล่าต่อกัน ต่างก็มีวิธีการเฉลิมฉลองที่ทั้งคล้าย และแตกต่างกันออกไป โดยส่วนมากจะเน้นไปที่การระลึกถึงคนที่จากไปเหมือนๆ กัน นอกจากนี้ ช่วงฮาโลวีน ก็ยังถือว่าเป็นช่วงพิเศษในการจัดปาร์ตี้อีกด้วยนะ ใครมีโอกาสก็อย่าลืมตีตั๋วไปสัมผัสบรรยากาศกันดูนะครับ 

อ่านเพิ่มเติม
6 สิ่งห้ามพลาด ! เมื่อมีโอกาสไปเยือน “ฝรั่งเศส”
6 สิ่งห้ามพลาด ! เมื่อมีโอกาสไปเยือน “ฝรั่งเศส”

Oct 11, 2018

  1. ห้ามพลาด ไปถ่ายรูปกับหอไอเฟล แลนด์มาร์คของประเทศฝรั่งเศส หากใครไม่มาเช็คอินที่หอไอเฟล พร้อมโพสต์ท่าเก๋ๆ ชิคๆ ถือว่าผิดมหันต์เลยนะครับ บอกเลยว่าถ้าไม่ได้ภาพมุมนี้ ไม่มีใครเชื่อแน่ๆ ว่าเรามาเยือนฝรั่งเศสแล้ว เพราะฉะนั้นเตรียมชุดเก๋ๆ จากเมืองไทย แล้วไปใส่ถ่ายรูปกับหอไอเฟลกันเถอะ 2. ห้ามพลาด ไปดิสนีย์แลนด์ พิกัด : Disneyland Paris หนึ่งในความฝันของสาวๆ หลายคน คือการไปเยือนดิสนีย์แลนด์ให้ครบทั่วโลก เพราะฉะนั้นมาถึงฝรั่งเศสทั้งที ก็ต้องไปย้อนวัยเด็ก เติมเต็มความฝันที่ ดิสนีย์แลนด์ มันเป็นอะไรที่ฟินมากๆ มีความสุขสุดๆ เมื่อเราได้ย้อนวัยเด็ก แล้วเพลิดเพลินไปกับเหล่าตัวการ์ตูนในดวงใจ แค่คิดก็แฮปปี้แล้ววว 3. ห้ามพลาด มาการองชื่อดัง ถึงแม้ว่าตอนนี้ร้านมาการองชื่อดังอย่าง Laduree จะมีที่เมืองไทยแล้ว แต่บอกเลยว่าไม่ได้ฟีลเท่ามากินที่ฝรั่งเศสแน่นอน แพลนทริปฝรั่งเศสให้มีวันฟรีเดย์สักวันหนึ่ง ออกจากโรงแรมสายๆ มานั่งจิบ Afternoon Tea เคล้ากับมาการองรสโปรด เพลินอย่าบอกใครเชียว 4. ห้ามพลาด ไปหาโมนาลิซา รูปภาพอันโด่งดัง ก็อยู่ที่ฝรั่งเศสนะจ๊ะ มาเยือนบ้านเค้าทั้งทีอย่าลืมแวะไปทักทายกันด้วยล่ะ ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ ( Louvre Museum ) นอกจากภาพของโมนาลิซาแล้ว ก็ยังมีภาพศิลปะจากศิลปินชื่อดังมากมายด้วย เห็นภาพในเน็ตกี่ร้อยครั้ง ก็ไม่เท่าได้มาสัมผัสด้วยตาตัวเองหรอกครับ 5. ห้ามพลาด ไปประตูชัย อีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่สำคัญของฝรั่งเศส ตื่นตาตื่นใจกับความยิ่งใหญ่และสวยงาม และอย่าลืมที่จะขึ้นไปด้านบนเพื่อชมพิพิธภัณฑ์และเรียนรู้ประวัติอันยาวนาน ที่สำคัญมองจากประตูชัยลงมาด้านล่าง จะเห็นถนนทั้ง 12 สายมุ่งหน้ามาที่ประตูชัยด้วยล่ะครับ 6. ห้ามพลาด ไปช้อปปิ้ง แน่นอนว่ามาถึงเมืองแห่งแฟชั่นทั้งที หากพลาดการช้อปปิ้งไปคงเสียดายแน่ๆ เพราะฉะนั้น เตรียมเงินให้พร้อม เตรียมบัตรเครดิตให้ดี แล้วไปครับ !! จะเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า หรือเครื่องสำอางน้ำหอมต่างๆ จัดไปอย่าให้เสีย จัดหนักเอาให้เต็มกระเป๋าไปเลยยย และนี่ก็เป็น 6 สิ่งห้ามพลาดเมื่อไปเยือนประเทศฝรั่งเศส ขาดไปข้อนึงนี่ถือว่าไม่ครบสูตรเลยนะครับ เพราะฉะนั้นหากมีโอกาสไปทั้งที แพลนดีๆ แพลนเป๊ะๆ จะได้เที่ยวแบบลื่นไหลไม่มีเซ็ง และหากใครที่ยังไม่มีแพลนไปเที่ยวฝรั่งเศส ก็ลองมาดูทัวร์ฝรั่งเศสกันก่อนได้ที่ ทัวร์ครับ.คอม ได้เลย รับรองว่าเที่ยวสนุกไม่แพ้เที่ยวเองเลยล่ะครับ แถมเดินทางสะดวก พักสบาย อีกด้วย 

อ่านเพิ่มเติม
แสงเหนือ คืออะไร ? ทำไมใครๆ ต้องไปดู
แสงเหนือ คืออะไร ? ทำไมใครๆ ต้องไปดู

Oct 5, 2018

  แสงเหนือ...คืออะไร? ‘แสงเหนือ’ หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ ‘ออโรร่า’ เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่ก่อให้เกิดความสวยงามตระการตาไปทั่วท้องฟ้า มองดูคล้าย ๆ หมู่ดาวและแสงจากท้องฟ้ากำลังเต้นระบำอย่างงดงาม ถูกตั้งโดย กาลิเลโอ นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง ซึ่งเจ้าแสงเหนือเนี่ยจริงๆ แล้วมีหลายสีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสีฟ้า สีเหลือง หรือสีม่วง แต่สีที่ปรากฎบ่อยสุดก็คือ สีเขียว ครับ โดย ‘แสงเหนือ’ นั้นเกิดจากการชนกันระหว่างก๊าซในชั้นบรรยากาศโลก กับอนุภาคไฟฟ้าที่ถูกปล่อยออกมาจากพลังงานแสงอาทิตย์ ก่อให้เกิดการระเบิดเป็นลำแสงสีต่างๆ กันออกไป วิธีดูแสงเหนือ แสงเหนือ มองเห็นด้วยตาเปล่าไม่ชัดจริงมั้ย ? ขอบอกว่ามีส่วนครับ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับค่า KP ในแต่ละวันด้วย หากวันไหนค่าสูงๆ ก็มีสิทธิที่จะเห็นแสงเหนือด้วยตาเปล่าได้ชัดขึ้น แต่วันไหนค่า KP ต่ำ ก็อาจจะเห็นเป็นแค่ริ้วๆ สีขาว สีเทา บนท้องฟ้านั่นเอง แต่ถึงยังไงก็ตามก็ไม่ใช่แสงธรรมดาๆ น๊า เพราะเจ้าแสงเหนือเนี่ยก็จะเต้นๆ อยู่บนท้องฟ้า เหมือนเวลาที่เราให้ในคลิปต่างๆ เลยครับ และส่วนภาพที่ถ่ายออกมาแล้วเป็นสีเขียวสวยๆ นั้น ช่างภาพใช้เวลาตั้งกล้องเพื่อถ่ายหลายวินาทีเลยล่ะ แล้วจึงจะได้ภาพแบบนั้นออกมา ฤดูที่เหมาะสมในการดูแสงเหนือ จริงๆแล้ว ช่วงที่แสงเหนือจะสวยที่สุดก็คือช่วงหลังจากผ่านวัฏจักรจุดสุริยะ (Sun Spot) มาแล้ว 2 วัน แต่อาจจะต้องรอกันนานนิดนึงนะครับ เพราะวัฏจักรดังกล่าวจะเกิดขึ้นทุกๆ 11 ปี ซึ่งล่าสุดก็เพิ่งมีช่วงแสงเหนือพีคๆ ไปเมื่อปี 2013 ปี ค.ศ. 2014 เชื่อว่ารอกันนานขนาดนั้นคงไม่ไหว เลยขอแนะนำให้ไปช่วงฤดูหนาวของขั้วโลกแทน นั่นก็คือช่วงเดือนกันยายน ตุลาคม มีนาคม และเมษายนครับ และเวลาที่ถือว่าเป็น Peak Time ก็คือช่วงเวลาตั้งแต่ 22.00-24.00 น. นั่นเอง ประเทศที่ควรไปดูแสงเหนือ หลายคนคงคิดว่า แสงเหนือนั้นจะมีแต่ในประเทศไอซ์แลนด์เท่านั้น แต่บอกเลยว่าคิดผิด เพราะมีอีกหลายประเทศในโลกเลยที่มีแสงเหนือสวยๆ ให้ได้ชม แถมบางประเทศยังราคาถูกกว่าไอซ์แลนด์อีกเป็นเท่าตัว อย่าง รัสเซีย ฟินแลนด์ แคนาดา อเมริกา เดนมาร์ก นอร์เวย์ เป็นต้นครับ ไปกับทัวร์ หรือไปเอง ? ข้อสุดท้ายที่หลายคนกำลังลังเลอยู่ ว่าจะไปเองหรือไปกับทัวร์ดี สำหรับเราแล้วขอแนะนำให้ไปกับทัวร์จะดีกว่าครับ เพราะพวกเขามีความเชี่ยวชาญ ดังนั้นจะรู้ว่าควรไปวันไหน ไปตรงจุดไหน และเวลาไหนที่จะได้เห็นแสงเหนือชัดๆ แถมไกด์หลายคนยังสามารถทำหน้าที่เป็นตากล้องได้ดีอีกด้วยล่ะ นักท่องเที่ยวอย่างเราก็สบายเลย ไม่ต้องเตรียมทริปเอง เตรียมไปแค่ตัวกับใจแค่นั้นเอง อ่านจบแล้วพร้อมที่จะไปดู ‘แสงเหนือ’ กันหรือยังครับ ? บอกเลยว่าเป็นอะไรที่ต้องไปเห็นสักครั้งในชีวิตจริงๆ นะ เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่สวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจมากเลยล่ะ ส่วนใครที่สนใจไปทัวร์แสงเหนือ กับทัวร์ครับ คลิกได้ที่นี่เลย  ทัวร์แสงเหนือ รับรองว่าทริปแสงเหนือครั้งนี้มีแต่ความประทับใจ..  

อ่านเพิ่มเติม
ตะลอนกิน! รวม 10 เมนู “อาหารจีน” เที่ยวจีนครั้งนี้ไม่มีพลาด
ตะลอนกิน! รวม 10 เมนู “อาหารจีน” เที่ยวจีนครั้งนี้ไม่มีพลาด

Sep 27, 2018

ถึงแม้ว่าการไปเที่ยวยังประเทศจีน สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยจะยังไม่บูมมากนัก เพราะยังต้องขอวีซ่าอยู่ แต่เชื่อเถอะว่าในอีกปี - สองปีข้างหน้าจะต้องบูมมากแน่ๆ เพราะตอนนี้ที่ประเทศจีน มีจุดแลนด์มาร์คที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ดิสนีย์แลนด์ ที่เซี่ยงไฮ้ หรือเมืองอากาศหนาวจับใจ อย่าง ฮาร์บิน ที่นักท่องเที่ยวอยากจะไปเยือน และแน่นอนว่า ไปเที่ยวประเทศจีน ก็ต้องทานอาหารจีน !! ซึ่งข้อนี้ทัวร์ครับเชื่อว่าไม่เป็นปัญหากับคนไทยเราแน่ๆ เพราะเป็นอาหารที่เราคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็กๆ วันนี้เราเลยรวบรวมมาให้ดูกัน ว่าถ้าไปเยือนเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ เราจะเจออาหารอะไรกันบ้าง 1. ไก่สับ หน้าตาคุ้นๆไหมล่ะครับ ? บ้านไหนที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน จะต้องเคยทานเมนูนี้แน่ๆ เพราะเป็นเมนูที่แปรรูปมาจากของไหว้เจ้า สำหรับที่จีนนั้น จะนิยมนึ่งไก่จนสุกนิ่ม แล้วนำมาสับเป็นชิ้นๆ ทานเข้าไปจะได้รสชาติของไก่แบบแท้ๆ เพราะเค้าไม่ได้ปรุงรสมากมาย แต่บอกเลยว่าหอม นุ่ม อร่อย จนแทบไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มเลยล่ะ 2. ไก่ผัดถั่วลิสง อีกหนึ่งเมนูที่เราคุ้นเคย เพราะเป็นเมนูประจำโต๊ะจีน และภัตตาคารจีน เป็นอาหารจีนสไตล์เสฉวน โดยจะนำไก่มาหั่นเต๋า แล้วผัดกับถั่วลิสง และซอสรสชาติเผ็ดนิดๆ ไก่นุ่มๆ ซอสหวานๆปนเผ็ด และถั่วลิสงมันๆ เข้ากันดี๊ดีอย่าบอกใครเลยล่ะ 3. เต้าหู้ทรงเครื่อง  เมนูอาหารจีน ที่นิยมไปทั่วโลก คนหนีไม่พ้นเมนูนี้ เพราะเป็นเมนูที่ทานได้ง่าย ทานได้ทุกวัยตั้งแต่เด็ก ไปจนถึงผู้สูงอายุเลย เต้าหู้นุ่มๆ ไปด้วยกันได้เป็นอย่างดีกับหมูสับรสหวานๆ เค็มๆ ทานเพลินๆ แป๊บเดียวหมดจานเลยเด้อ 4. หมูทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน  เมนูโปรดของเด็กๆ ทั้งหลาย เพราะมีความกรุบกรอบจากหมูทอดที่หั่นมาเป็นแท่งไม่ยาวมาก แต่ทอดได้กรอบสุดๆ ราดกับซอสสีส้มแดงรสชาติเปรี้ยวอมหวาน คล้ายกับกำลังทานเฟรนช์ฟรายทอด จิ้มกับซอสมะเขือเทศอยู่ แล้วยิ่งได้ข้าวสวยร้อนๆ มาทานคู่กัน บอกเลยว่าไม่มีวางช้อนแน่ๆ 5. เป็ดปักกิ่ง  เมนูโปรดปรานที่สุดของชาวทัวร์ครับเลย เป็ดย่างหนังบางกรอบ ทานคู่กับแผ่นแป้งปอเปี๊ยะ หรือหมั่นโถว บวกกับซอสที่เข้ากันได้ดี๊ดี แนมด้วยผักนิดๆ หน่อยๆ เพลินอย่าบอกใครเลยล่ะครับ เห็นภาพแล้วหิวเลยเนี่ย ถ้าใครอยากทานแล้วยังไม่มีเวลาไปลิ้มรสชาติ original ที่จีน แนะนำว่าหยิบกุญแจรถ ขับไปภัตตาคารใกล้บ้านแก้ขัดก่อนได้นะครับ 6. หมูหัน มีเป็ดปักกิ่งแล้ว ก็ต้องมีหมูหันด้วยนะครับ ถึงจะครบสูตรโต๊ะอาหารจีน ซึ่งบอกเลยว่า ไม่มีอะไรจะฟินไปกว่า การได้ส่งหมูที่ย่างมาจนหนังกรอบ แต่เนื้อกลับนุ่ม เข้าปากแล้วล่ะครับ ทานเพลินๆ จนลืมแคลอรี่เลยทีเดียว แต่ก็ยอมนะครับ อิอิ 7. เกี๊ยวน้ำ เมนูหน้าตาธรรมด๊า ธรรมดา แต่บอกเลยว่ารสชาติแบบต้นตำหรับของจีนไม่ธรรมดาแน่นอน เป็นเมนูอาหารจีนที่คนจีนนิยมทานกันในฤดูหนาว เพื่อเพิ่มความอบอุ่นแก่ร่างกาย รสชาติของน้ำซุปนั้นจะหอมเครื่องตุ๋นนำมาเลยครับ แถมยังมีความหวานแบบไม่ปรุงแต่ง ซดน้ำเพลินๆ ชามเดียวไม่พอแน่ๆ เลยล่ะ 8. ปอเปี๊ยะ อีกหนึ่งอาหารธรรมดา แต่จะขอเล่าว่า เมนูนี้ชาวจีนต้องสั่งมาทุกครั้งเลยนะครับ เพราะเค้าเชื่อว่าการกินปอเปี๊ยะจะช่วยให้เกิดความเป็นสิริมงคลนั่นเอง เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยที่ไม่ว่าจะคนวัยไหน ก็แย่งกันหยิบกิน แบบว่าวางปุ๊บหมดปั๊บในพริบตาเลยล่ะ ถ้าไม่เชื่อเวลาไปเที่ยวจีนลองสั่งได้กันได้เลยย 9. เครย์ฟิชผัดหม่าล่า หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ กุ้งมังกร นั่นเอง เป็นอาหารจีนที่ฮิตสุดๆ ในหมู่ชาวจีน ไม่ว่าจะเดินทางไปเมืองเล็กๆ หรือเมืองใหญ่ๆ จะต้องเจอเจ้าเมนูนี้อย่างแน่นอน ชาวจีนนิยมนำเจ้ากุ้งมังกร มาผัดกับหม่าล่า รสชาติจะออกเผ็ดมาก จนชาลิ้น แต่ขอบอกว่าอร่อยเหาะ 10. ติ่มซำ ปิดท้ายที่เมนูอาหารจีนที่เรารู้จักกันดี๊ดี จริงๆแล้ว ติ่มซำ เป็นชื่อเรียกของอาหารประเภทนึ่ง ซึ่งที่ฮิตๆ ก็จะมี ฮะเก๋า ขนมจีบ ซาลาเปา หรือเกี๊ยวต่างๆ นั่นเอง โดยจะจัดเสริ์ฟมาในภาชนะใบเล็กๆ เช่น เข่งหรือจานเล็กๆ ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่า เข่งเดียวไม่พอ และนี่ก็เป็น 10 เมนูอาหารจีน ที่ถ้าหากเพื่อนๆ ไปเที่ยวจีนจะต้องเจออย่างแน่นอนครับ แต่อ่านจบแล้วก็สบายใจได้แล้วล่ะเนอะ มีแต่อาหารคุ้นเคยทั้งนั้น ไม่ต้องห่วงว่าไปเที่ยวจีนแล้วจะอดเลย เผลอๆ มีน้ำหนักเพิ่มกลับไทยมาอีกด้วยย  เพื่อนๆคนไหนอยากไปเที่ยวจีนก็ลองดู ทัวร์จีน กับ ทัวร์ครับ.คอม ได้เลย รับรองว่าเที่ยวครบจบที่เดียว   ทัวร์ครับพา “เที่ยวจีน” ราคาสุดคุ้ม คลิกเลย!! >> https://tourkrub.co/china-tour   บทความแนะนำ : 5 เมืองน่าเที่ยว ตะลอนทัวร์จีน แบบไม่เข้าร้านรัฐบาล!  

อ่านเพิ่มเติม