ใครอยากไปอเมริกา ขอวีซ่าไม่ยาก ง่ายนิดเดียว

ใครอยากไปอเมริกา ขอวีซ่าไม่ยาก ง่ายนิดเดียว

ใครจะไปเที่ยวสหรัฐอเมริกา ต้องขอวีซ่าก่อนนะ ซึ่งขั้นตอนการขอก็มีความยุ่งยากบ้าง แต่ถ้าตามขั้นตอนที่เราบอกไว้รับรองว่าทำไม่ยากได้วีซ่าแน่นอน
2013
View
0
Share

ไหนๆ ใครอยากไปเที่ยวอเมริกาตอนนี้ขอเสียงหน่อย นอกจากได้ไปเที่ยวแล้ว เชื่อว่าหลายๆ คนก็คงอยากจะได้รับวัคซีนโควิด19 ด้วย ซึ่งตอนนี้สหรัฐอเมริกา USA ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ฉีดวัคซีนฟรีด้วย จึงไม่แปลกใจที่ช่วงนี้คนไทย ต่างก็บินไปเที่ยวอเมริกาจำนวนไม่น้อย และเชื่อว่า ชาวทัวร์ครับ หลายๆ คนก็คงมีแพลนจะไปเที่ยว อเมริกา อยู่หรือเปล่า แต่การไปเที่ยวสหรัฐอเมริกา ต้องมีการขอวีซ่าด้วยนะ ซึ่งจะบอกว่าทำได้ง่ายนิดเดียวไม่ยากอย่างที่คิด และทัวร์ครับก็รวมขั้นตอนการทำมาให้แล้ว ทำตามนี้รับรองว่า ได้โบยบินไปเที่ยวอเมริกาแน่นอน ปล. ก่อนเดินทางก็อย่าลืมจองฉีดวัคซีนกันล่วงหน้าด้วยนะทุกคน

วีซ่าคืออะไร?

การตรวจลงตราในหนังสือเดินทาง หรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางเพื่อแสดงการอนุญาตให้ผ่านเข้าประเทศได้ โดยก่อนเดินทางเข้าประเทศจะต้องขอวีซ่าจากปลายทางก่อน ซึ่งแต่ละประเทศมีการกำหนดประเภทวีซ่าไว้ตามวัตถุประสงค์ของผู้เดินทาง

 

 

ประเทศสหรัฐอเมริกาแบ่งประเภทวีซ่าไว้ 2 ประเภท คือ

-วีซ่าชั่วคราว (Non-Immigrant Visa)

-วีซ่าถาวร (Immigrant Visa)

 

โดยถ้าไปแบบท่องเที่ยว เราจะพูดถึงเฉพาะวีซ่าชั่วคราว ซึ่งสามารถแบ่งออกตามวัตถุประสงค์ได้อีก ดังนี้

วีซ่าชั่วคราว ออกให้สำหรับนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ นักเรียน หรือผู้มาทำงานที่ต้องการพำนักในประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างเป็นการเฉพาะ ตามที่กฎหมายและข้อบังคับว่าด้วยเรื่องวีซ่าของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ระบุไว้

ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าชั่วคราวส่วนใหญ่จะต้องแสดงให้เจ้าหน้าที่กงสุลเห็นว่าตั้งใจที่จะเดินทางออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกาภายหลังจากการพำนักชั่วคราวนั้นสิ้นสุดลง

 

ค่าธรรมเนียมวีซ่าชั่วคราวส่วนใหญ่  ประมาณ 160 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 4,960 บาท)

 

 

วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา อยู่ได้นานแค่ไหน?

การขอวีซ่าท่องเที่ยวแต่ละครั้งจะมีอายุถึง 10 ปี แต่สามารถอยู่อเมริกาได้เพียง 6 เดือนเมื่อเดินทางเข้าอเมริกาในแต่ละครั้ง ซึ่งบางคนเข้าใจว่าอยู่ได้ 10 ปี ก็อยู่ทำงานไปยาวๆ เลย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่มีอะไรแน่นอน เจ้าหน้าที่ตม. อาจจะปั๊มวีซ่าให้เราน้อยกว่า 6 เดือนก็ได้ รวมไปถึงอาจถูกเพิกถอนวีซ่าได้ทุกเมื่อ หากพบว่าผู้ได้รับวีซ่าแอบเข้าไปทำงาน หรือทำกิจกรรมอย่างอื่นที่ไม่อนุญาต

 

 

    เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นทำวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา มีดังนี้

-หนังสือเดินทาง (มีอายุมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป)

-สเตทเม้นท์ธนาคาร (ย้อนหลัง 6 เดือน)

-รูปถ่ายวีซ่า (2 ชุด)

-เอกสารสินทรัพย์ (ถ้ามี)

-เอกสารทางส่วนบุคคล

-เอกสารเปลี่ยนชื่อและนามสกุล (ถ้ามี)

-บัตรประชาชนไทย

-ทะเบียนบ้าน

-หลักฐานการทำงานหรือการเป็นเจ้าของธุรกิจ

 

 

7 ขั้นตอนง่ายๆ ในการขอวีซ่าท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา

 

ขั้นตอนที่ 1 : เข้าไปที่เว็บไซต์ www.ustraveldocs.com/th 

     ศึกษารายละเอียดเบื้องต้นเกี่ยวกับวิธีการยื่นคำร้องขอวีซ่าและข้อกำหนดต่างๆ เกี่ยวกับวีซ่าแต่ละประเภท เลือก ประเภทของวีซ่าชั่วคราว ที่หน้าเว็บเพื่อศึกษาข้อมูลของวีซ่าแต่ละประเภท

 

ขั้นตอน 2 : กรอกแบบคำร้องขอวีซ่าชั่วคราว (DS-160)

กรอกแบบคำร้องขอวีซ่าที่ https://ceac.state.gov/genniv และพิมพ์ใบยืนยันแบบฟอร์ม DS-160

 

ขั้นตอนที่ 3 : สร้างโปรไฟล์ส่วนตัว

สร้างโปรไฟล์ส่วนตัวบนเว็บไซต์ www.ustraveldocs.com/th กรอกข้อมูลประวัติส่วนตัวให้ครบถ้วน จากนั้นเลือกประเภทและที่อยู่ในการจัดส่งเล่มหนังสือเดินทางคืน

 

ขั้นตอนที่ 4 : ชำระค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่า/การสมัครวีซ่า

ชำระค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่าซึ่งขอคืนเงินไม่ได้ (ในสกุลเงินท้องถิ่น) โดยการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ (EFT) หรือ ชำระเป็นเงินสดได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา โดยผู้สมัครต้องพิมพ์ใบชำระค่าธรรมเนียม CGI เพื่อนำไปชำระค่าธรรมเนียมที่ธนาคาร

 

ขั้นตอนที่ 5 : ทำนัดสัมภาษณ์

เมื่อชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อย ผู้สมัครจะสามารถนัดวันสัมภาษณ์ได้หลัง 12.00 น. ของวันทำการถัดไป (ในกรณีที่ชำระด้วยเงินสด) หรือหลัง 14.00 น. ของอีก 2 วันทำการถัดไป (หากชำระโดยการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์)

 

ขั้นตอนที่ 6 : เดินทางมาสัมภาษณ์วีซ่าที่สถานทูตฯ

ผู้สมัครจะต้องนำใบยืนยันแบบฟอร์ม DS-160 ใบยืนยันการนัดหมาย หนังสือเดินทาง (ทั้งเล่มเก่าและปัจจุบัน) รูปถ่ายสี ขนาด2×2 พื้นหลังสีขาวที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน และเอกสารที่เกี่ยวข้องมาด้วย

 

ขั้นตอนที่ 7 : การส่งคืนเล่มหนังสือเดินทาง

หากสัมภาษณ์วีซ่าผ่าน ผู้สมัครจะไม่ได้รับวีซ่าทันทีในวันสัมภาษณ์ โดยผู้สมัครจะได้รับเล่มหนังสือเดินทางพร้อมกับวีซ่าโดยการจัดส่งจากทางไปรษณีย์ไทย เมื่อได้รับหนังสือเดินทางแล้ว กรุณาตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของข้อมูล

 

 

ขั้นตอนการสัมภาษณ์วีซ่าที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา

 

มาถึงสถานทูตฯ

- เวลาที่แสดงบนจดหมายนัดคือเวลาที่ควรมาถึงหน้าสถานทูตฯ มิใช่เวลาที่จะได้รับการสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่กงสุล

- ผู้สมัครควรมาถึงก่อนเวลาที่นัดไว้ 15 นาที (ไม่จำเป็นต้องมาก่อนเวลานานเกินไป)

 

ตรวจสอบความเรียบร้อย และความปลอดภัย

- ผู้สมัครจะต้องผ่านการตรวจสอบความเรียบร้อยและความปลอดภัย ได้แก่ นำสัมภาระติดตัวผ่านเครื่องสแกน เดินผ่านเครื่องสแกนวัตถุโลหะ ผู้สมัครควรนำแค่สิ่งของที่จำเป็นติดตัวมาในวันที่สัมภาษณ์

- ผู้สมัครสามารถนำโทรศัพท์มาได้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น โดยจะต้องฝากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไว้ ทางสถานทูตฯ และพนักงานรักษาความปลอดภัยจะไม่รับผิดชอบหากเกิดการสูญหายหรือเกิดความเสียหายใดๆ กับโทรศัพท์มือถือของท่านในขณะที่ฝากไว้กับพนักงานรักษาความปลอดภัย

 

นั่งรอเรียกตามเวลานัดสัมภาษณ์ด้านหน้าบูธ

- ยื่นหนังสือเดินทางให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำบูธ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบและคืนหนังสือเดินทางมาพร้อมกับหมายเลขการจัดส่ง (แทร็กกิ้ง) ของไปรษณีย์ไทย

 

ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบข้อมูลและเอกสาร

- หลังจากติดต่อเจ้าหน้าที่ประจำบูธแล้ว ให้ผู้สมัครเข้าไปยังห้องรับรองการสัมภาษณ์ จากนั้นไปต่อแถวรอติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบข้อมูลและเอกสารที่หน้าต่าง 11-15

- พิมพ์ลายนิ้วมือทั้งสองข้าง (4 นิ้วมือ ข้างซ้ายและขวา และ 2 นิ้วโป้ง)

 

ยืนยันลายนิ้วมือ

- ติดต่อที่หน้าต่าง 10 เพื่อยืนยันลายนิ้วมือ

- หลังจากยืนยันลายนิ้วมือเรียบร้อย ให้ผู้สมัครไปต่อแถวรอสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่กงสุล

 

ที่ตั้งสถานทูตสหรัฐอเมริกาในประเทศไทย

 

สถานทูตสหรัฐอเมริกา กรุงเทพมหานคร

เลขที่ 95 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

สถานทูตฯ ไม่มีที่จอดรถให้บริการ เราแนะนำว่า เดินทางมายังสถานทูตฯ ได้โดยการใช้บริการขนส่งสาธารณะ หรือรถไฟฟ้าสถานีที่อยู่ใกล้สถานทูตฯ >> การเดินทางสถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต (ใช้ทางออกที่ 5 จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 15 นาที)

 

สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา เชียงใหม่

387 ถนนวิชยานนท์ ตำบล ช้างม่อย อำเภอ เมือง เชียงใหม่ 50300 

อยู่ตรงข้ามเทศบาลเชียงใหม่ ใกล้เจดีย์ขาว ติดริมแม่น้ำปิง

  

ทางสถานทูตฯ ขอเน้นว่า ผู้ที่มีความประสงค์จะเดินทางไปประเทศสหรัฐฯ ทุกท่านควรเผื่อเวลาในการยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าก่อนการเดินทาง และไม่ควรจองตั๋วเครื่องบินหรือวางแผนการเดินทางใดๆ ที่ยกเลิกไม่ได้ ก่อนที่ท่านจะได้รับหนังสือเดินทางที่มีวีซ่าสหรัฐฯ เรียบร้อยแล้ว