ทัวร์ครับพาพร้อม
รวมวิธีเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง ให้เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศได้อย่างไร้กังวล
ไปนอกแล้วจะรุ่ง! เปิดดวง 4 ราศีที่มีเกณฑ์เดินทางไปต่างประเทศ
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
ไปนอกแล้วจะรุ่ง! เปิดดวง 4 ราศีที่มีเกณฑ์เดินทางไปต่างประเทศ
ราศีกรกฎ ราศีกรกฎนั้นถึงแม้ว่าปีนี้จะเจอดาวแรงย้าย อย่างพระราหู แต่ก็จะส่งผลบวกต่อราศีซึ่งพระราหูหมายถึงเรื่องเกี่ยวกับออนไลน์ และต่างประเทศเพราะฉะนั้นใครที่เกิดราศีกรกฎ แนะนำให้ทำธุรกิจออนไลน์ขายของขายสินค้าต่างๆ และยิ่งเป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศพรีออเดอร์ยิ่งดี เพราะเงินที่จะเข้ามาจะเป็นทรัพย์จากการเดินทางบวกกับออนไลน์ค่ะซึ่งบอกเลยว่าตอนนี้ธุรกิจออนไลน์บูมมากๆ การรับหิ้วสินค้า การพรีออเดอร์ต่างๆ กำลังเป็นที่นิยม เพียงแค่คุณขยันหาสินค้าใหม่ๆที่น่าสนใจ ที่ในไทยยังไม่มีแค่นี้ก็สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้แล้ว ซึ่งประเทศที่แนะนำให้ไปลองหาสินค้าแรร์ไอเท็มนำเข้ามาก็ประเทศในเอเชียใกล้ๆ บ้านเรา อย่างเกาหลี ญี่ปุ่น และ ฮ่องกงค่ะ หรือหากใครต้องการตลาดค้าส่งใหญ่ๆ ได้เห็นสินค้าหลากหลาย อาจจะไม่แรร์ไอเท็มมาก แต่ต้นทุนถูกและกำไรสูง จะไปจีนก็ไม่ผิด ราศีมีน ถัดมาอีกราศี ที่มีเกณฑ์เดินทางไปต่างประเทศกันบ้าง นั่นก็คือ ราศีมีน นั่นเองค่ะ ทัวร์ครับฟันธง !! บอกว่าปีนี้เป็นปีทองของราศีมีนเลยทีเดียวเชียว จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี โดยตั้งแต่ครึ่งปีหลังเป็นต้นไป ดาวประจำตัวของชาวราศีมีนจะย้ายไปอยู่นเรือนมรณะ แปลว่า จะได้ย้ายบ้าน เปลี่ยนงาน ย้ายถิ่นที่อยู่อาศัย เปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่แบบเบ็ดเสร็จเลยล่ะค่ะ สำหรับชาวราศีมีน อย่างที่บอกว่ามีเกณฑ์ย้ายไปต่างประเทศ ในที่นี้นอกจากจะหมายถึงการได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งหรือได้รับมอบหมายให้ไปทำงานที่ต่างประเทศแล้วยังหมายถึงคนที่คิดจะเดินทางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศด้วยค่ะ ใครที่กำลังวางแผนจะเรียนต่อ เราว่าปีนี้เป็นโอกาสที่ดีเลยนะคะ ซึ่งตอนนี้มีหลายประเทศที่น่าสนใจเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มประเทศแถบยุโรป อย่างอังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ กลุ่มประเทศไม่ไกลจากบ้านเราอย่างออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ หรือกลุ่มประเทศในเอเชียใกล้ๆ บ้านเราและขอแนะนำว่าให้ทดลองไปเที่ยวยังประเทศที่จะไปเรียนต่อก่อนถ้าชอบวัฒนธรรมและการใช้ชีวิต ก็จัดไปอย่าให้เสียค่ะ ราศีพิจิก และ ราศีมังกร สองราศีสุดท้าย ยกมาไว้ด้วยกันเพราะหมอดูชื่อดังทั้งหลาย ต่างเห็นพ้องต้องกันทำนายไปในลักษณะเดียวกันเลยทีเดียว ว่าทั้งสองราศีนี้ จะมีดาวราหูและดาวพฤหัสบดี ร่วมส่งผล ทำให้ได้มีโอกาสเดินทางไปยังต่างประเทศหรือได้รับของฝาก ของขวัญจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีเกณฑ์พบรักในขณะเดินทาง และมีโอกาสได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกด้วย บอกเลยว่าทั้งสองราศีในช่วงนี้ อะไรที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศล้วนดีทั้งหมด นอกจากนี้ แนะนำเพิ่มเติมว่า หากใครที่กำลังอยากมีรักใหม่ ใครที่ยังโสด อยากมีคู่หรือที่มีคู่แล้วทะเลาะกันบ่อย อยากให้รักกลับมาหวานชื่นเหมือนเดิมให้หมั่นเติมความหวานด้วยการไปเที่ยวด้วยกัน รวมไปถึงสามารถเสริมดวงโดยทำบุญด้วยขนมหวาน 21 ชิ้นในวันศุกร์และติดรูปดอกโบตั๋นไว้ที่ห้องรับแขก หรือหน้าห้องนอน จะทำให้อะไรที่ร้ายกลายเป็นดีขึ้น มีสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต เสมือนพลิกชีวิต พลิกดวงกันเลยทีเดียวค่ะ นอกจาก 4 ราศีข้างต้นแล้ว เราขอแนะนำไปถึงราศีอื่นๆเพิ่มเติมด้วยนะคะ ไม่ใช่ว่าราศีตัวเองไม่อยู่ในเกณฑ์แล้วจะห้ามเดินทางไปไหนนะ สามารถเดินทางไปพักผ่อน ชาร์จแบตเติมพลังให้กับตัวเองได้เช่นกัน จะไปเที่ยวสูดบรรยากาศใหม่ๆ หรือจะไปไหว้พระเสริมบารมีก็ได้หมด แล้วกลับมาจะได้มีพลังเพิ่มขึ้นในการทำสิ่งต่างๆ ต่อไป สู้ๆ นะคะ เราเป็นกำลังใจให้ก่อนจากกันขอฝากไว้อีกนิดว่าทั้งหมดนี้เป็นการทำนายจากหมอดูต่างๆ เท่านั้น อาจจะแม่นหรือไม่แม่น อันนี้ก็ต้องแล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคนนะคะ ทางที่ดีใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท และทำทุกวันให้ดีที่สุดดีกว่าค่ะ
10 วิธีนัดเพื่อนเที่ยว จัดทริปยังไงไม่ให้โดนเพื่อนเท
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
10 วิธีนัดเพื่อนเที่ยว จัดทริปยังไงไม่ให้โดนเพื่อนเท
1. หาหัวหน้ากลุ่ม หาหัวหน้ากลุ่มตัวหลัก คนที่ว่าง จัดการได้ จัดการในที่นี้คือสามารถหาที่พัก คำนวณงบประมาณ วางแผนการเดินทางทุกขั้นตอน การกิน การอยู่ ทุกสิ่งเสร็จสรรพในคนเดียว (ต้องเป็นคนที่เต็มใจและมีความอดทนมากๆ) แพลนเสร็จจับโยนลงแชทกลุ่มไปเลยจ้า เพื่อให้เพื่อนรู้ว่าฉันแพลนเรียบร้อยละนะ ตามนี้ !! 2. อย่าเงียบหาย เมื่อมีแพลนและสถานที่ที่อยากไป ห้ามหายเงียบเด็ดขาด ไม่งั้นจะขาดตอนในการคุยในทริปครั้งนี้ และทริปจะล่มในที่สุด ทางที่ดีแนะนำให้หาสถานที่ท่องเที่ยว หรือราคาตั๋วเครื่องบิน ที่พัก บลาๆๆ ให้เพื่อนๆในกลุ่มแชทดูเรื่อยๆค่ะ 3. เลือกเวลาให้ถูก เวลาในที่นี้หมายถึงช่วงวันหยุด จนไปถึงพฤติกรรมของเพื่อนว่าเพื่อนส่วนมากนั้นสะดวกกันช่วงไหน เพื่อที่จะได้นำมาวางแพลนปละประกอบในการตัดสินใจไปเที่ยวของเพื่อนในกลุ่ม เช่น เพื่อนกลุ่มนี้ชอบตื่นสาย เราก็เริ่มแพลนแรกโดยการนัดเพื่อนในตอนบ่าย เป็นต้น 4. ทริปสั้นๆไม่ค้างคืน ถ้าพูดถึงการจัดทริปยังไงไม่ให้โดนเพื่อนเทละก็ ทริปสั้นๆ จะมีโอกาสที่เพื่อนจะไปมากกว่าทริปที่ต้องค้างคืนค่ะ เพราะบางคนอาจจะติดธุระหรือครอบครัวไม่อยากให้ค้างที่อื่น แถมค่าใช้จ่ายแพงกว่า จึงทำให้คนที่จะไปด้วยมีน้อยลงนั่นเอง 5. อย่านัดทีละหลายคน ข้อนี้เป็นจิตวิทยาในการชักชวนเพื่อนให้ไปร่วมทริป เพราะถ้าหากเราไปชวนลงกลุ่มแชทใหญ่แล้วบอกได้ว่ามีคนอ่าน แต่ไม่มีคนตอบ !! หรือไม่ก็ตอบแค่คนสองคน และเงียบหายไปตามสเตป เพราะฉะนั้นเราควรทักไปชวนทีละคนจะดีกว่า ค่อยๆชวนทีละคนสองคนและค่อยลงไปชวนกลุ่มใหญ่ รับรองว่าเวิร์ค !! 6. เก็บเงินล่วงหน้า ข้อนี้เป็นการมัดมือชกไปเลยค่ะ เมื่อแพลนเรียบร้อยแล้ว เราควรเก็บค่าใช้จ่ายที่เป็นกองกลางก่อนเลย เพื่อเป็นประกันว่าถ้าใครเทเพื่อน จะไม่ให้เงินคืน !! 7. จองตั๋วจ่ายค่าที่พักเลย มัดมือชกรองจากเก็บเงิน พอเราได้เงินปุ้บ ก็ให้รีบโอนจองที่พักเลย เพราะการจองที่พักและตั๋วเครื่องบินนั้นเป็นการผูกมัดไปอีกแบบนึง เป็นการันตีว่าไม่ได้คืนแน่ๆค่ะ ใครมาเทเพื่อนทีหลังก็ต้องยอมเสียเงินส่วนนี้ไป .. 8. ทริปไฟไหม้ ทริปไฟไหม้ บางคนอาจจะไม่รู้ความหมายว่าไฟไหม้คืออะไร ไฟไหม้คือทริปด๊วนด่วน นัดปุ๊บออกปั๊บ หรือนัดวันนี้เดินทางพรุ่งนี้เลย รับรองว่าไม่มีเวลาเปลี่ยนใจเลยล่ะ 9. ออกให้ครึ่งนึง ทริปนี้ ป๋าออกให้ !! ข้ออ้างที่ไม่ไปเที่ยวกับเพื่อน ยังไง๊ก็ต้องมีเรื่องเงินมาเกี่ยวแน่นอนค่ะ ไม่ว่าจะไม่มีจริงหรือไม่มีหลอก เราออกปากว่าออกให้ปุ๊บ ! รับรองว่าทางสะดวกไปแน่นอน 10. ชวนได้เท่าไหน ไปเท่านั้น !! บทสรุปส่งท้าย ไม่มีอะไรมากค่ะ ชวนได้แค่ไหนไปแค่นั้น เพราะเพื่อนบางคนอาจจะไม่สะดวกจริงๆ เอาไว้ครั้งหน้าค่อยชวนไปเที่ยวด้วยกันใหม่ เพราะคงไม่มีใครที่ไม่อยากเที่ยว ถึงจะไปไม่บ่อย แต่ทัวร์ครับเชื่อว่าทุกคนต้องมีความใฝ่ฝันที่จะไปเที่ยวเยือนสถานที่เที่ยวที่ตัวเองฝันกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะทะเล ภูเขา หรือรวมไปถึงการไปเที่ยวต่างประเทศ
ทริคจัดกระเป๋าแบบมือโปร!  เตรียมตัวเที่ยวฮอกไกโดแบบสบายใจ
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
ทริคจัดกระเป๋าแบบมือโปร! เตรียมตัวเที่ยวฮอกไกโดแบบสบายใจ
ฮอกไกโด (Hokkaido) เกาะที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น มีเมืองหลวงคือ เมืองซัปโปโร (Sapporo) ซึ่งฮอกไกโดถือว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆของญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาตินิยมเดินทางไปเที่ยวกันอยากคึกคัก เสน่ห์ของฮอกไกโดนั้นมาจากความหลากหลายทางศิลปวัฒนธรรมและความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และด้วยความที่อยู่เหนือสุดในประเทศญี่ปุ่น ฮอกไกโดจึงมีอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในฤดูหนาวตั้งแต่เดือนธันวามคม - เดือนมกราคม เหล่านักท่องเที่ยวจะเดินทางมาเที่ยวฮอกไกโดกันอย่างหนาแน่น เพราะมีการจัดงานเทศกาลหิมะฮอกไกโดประจำปี ฮอกไกโดน่าเที่ยวขนาดนี้ ดังนั้นสายเที่ยวอย่างเราต้องไม่พลาด โดยเฉพาะในเรื่องของการเตรียมตัวเที่ยวฮอกไกโดในแต่ละฤดูจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะคงไม่ใครอยากไปเที่ยวแล้วไม่สบาย เป็นหวัดจนทำให้ทริปนั้นไม่สนุกจริงมั๊ยละค่ะ วันนี้ทัวร์ครับจึงจะพาทุกท่านไปรู้จักกับสภาพอากาศฮอกไกโดทั้ง 4 ฤดูกาล จะได้เก็บกระเป๋า เตรียมเสื้อผ้าไปเที่ยวฮอกไกโดได้อย่างฉบับมือโปร เที่ยวฮอกไกโดได้แบบสบายใจ… ฤดูหนาวของฮอกไกโด (Winter in Hokkaido) เริ่มกันที่ฤดูหนาวฮอกไกโด เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของฮอกไกโด จะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์ เดือนที่หนาวที่สุดคือเดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์ อุณหภูมิเฉลี่ย -4 องศา ช่วงวันวันจะอยู่ที่ -1 องศา ส่วนกลางคืนจะลดต่ำลงถึง -7 องศา ทำให้มีหิมะตกลงมาปกคลุมยอดเขาจนกลายเป็นสีขาวโพลน จึงเป็นสถานที่เล่นสกีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จากสภาพอากาศออกไกโดในฤดูหนาวที่หนาวเย็นมากนั้นสิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมไปคือ เสื้อผ้าหลายๆชั้น เสื้อกันหนาวควรมีเสื้อโค้ทขนาดใหญ่ กางเกงแนะนำให้ใส่ 2 ชั้นค่ะ เพื่อความสะดวกและไม่อึดอัด หมวกไหมพรม ผ้าพันคอ ถุงมือ ถุงเท้า และรองเท้าสำหรับเดินในหิมะจะมีคุณสมบัติหลัก ๆ คือทำให้เท้าเราอุ่น และกันละอองน้ำได้ระดับหนึ่ง หากใครทนหนาวไม่ค่อยได้ ทัวร์ครับแนะนำให้เตรียมแผ่นให้ความร้อนไปด้วยจะช่วยคลายความหนาวได้มากเลยทีเดียวค่ะ ฤดูใบไม้ผลิของฮอกไกโด (Spring in Hokkaido) ในฤดูใบไม้ผลิของฮอกไกโดอยู่ในช่วง เดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม อุณหภูมิเฉลี่ยในแต่ละเดือนจะเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อย จาก 5 องศาไปจนถึง 16 องศา ช่วงนี้จะมีเริ่มมีดอกซากุระบาน หรือหลังจากดอกพิงค์มอสก็จะเป็นทุ่งดอกลาเวนเดอร์ตามฟาร์มดอกไม้ต่างๆ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลต์ของฮอกไกโดในฤดูนี้เลยค่ะ สำหรับการแต่งกายในการไปฮอกไกโดในฤดูใบไม้ผลิที่ยังมีอากาศหนาวเย็นอยู่นั้น ควรเตรียมเสื้อกันหนาว เสื้อโค้ท เสื้อขนเป็ด ถุงมือ ผ้าพันคอ ชุดใส่ข้างในอย่างลองจอน และเสื้อแจ็คเก็ตเก๋ๆสักตัว แค่นี้ก็เอาอยู่แล้วค่ะ ฤดูร้อนของฮอกไกโด (Summer in Hokkaido) มาถึงฤดูร้อนฮอกไกโดกันบ้าง อยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม แต่ร้อนบ้านเขา ไม่ร้อนเหมือนบ้านเรานะคะ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 19 องศา ถือว่าเป็นช่วงที่มีสภาพอากาศเย็นสบายไม่หนาวเย็นจนเกินไป และเป็นฤดูกาลที่คนญี่ปุ่นชอบเดินทางมาเที่ยวมากที่สุด ในฤดูนี้ยังมีดอกไม้มากมายหลายชนิดที่จะออกดอกให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน เช่น ซากุระ ทิวลิป ลิลลี่ ลาเวนเดอร์ เหมาะกับการไปถ่ายรูปสุดๆเลยค่ะ การแต่งกายมาเที่ยวฮอกไกโดในฤดูร้อนนี้ ไม่ยากเลยค่ะเพราะอุณหภูมิคล้ายกับภาคเหนือบ้านเราในช่วงหน้าหนาวคือกลางวันประมาณ 25 องศา ส่วนกลางคืนจะหนาวและอาจมีฝนตก ก็ควรพกเสื้อกันฝนไปด้วย ส่วนเสื้อผ้าก็ไม่ต้องหนามาก เสื้อแจ็คเก็ตซักตัวก็พอแล้วค่ะ ฤดูใบไม้ร่วงของฮอกไกโด (Autumn in Hokkaido) มาถึงฤดูสุดท้ายของฮอกไกโดกันแล้วนะคะ นั้นคือฤดูใบไม้ร่วง อยู่ในช่วง เดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน ซึ่งเดือนที่เรียกได้ว่ามีความสวยงามที่สุดของฮอกไกโดก็คือ เดือนตุลาคมนี่แหละค่ะ เพราะ เป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีทั่วทั้งเกาะ มีสถานที่ให้ชมใบไม้แดงมากมาย จึงทำให้ในช่วงเดือนนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวฮอกไกโดเป็นจำนวนมาก อุณหภูมิของฤดูนี้จะลดลงเรื่อยๆจาก 18 องศาไปจนถึงอยู่ที่ 5 องศาในเดือนพฤศจิกายน และในช่วงเดือนกันยายนจะมีฝนตกมากที่สุดของปี ดังนั้นการเตรียมเสื้อผ้ามาเที่ยวฮอกไกโดในฤดูใบไม้ร่วงนั้น คุณควรตรวจสอบสภาพอากาศของฮอกไกโดเป็นสำคัญ หากไปในช่วงต้นๆ อากาศจะเย็นสบาย ใส่เสื้อผ้าแขนยาว เสื้อแจ็คเก็ตก็พียงพอ แต่ก็ควรพกเสื้อกันฝนหรือร่มไปด้วย หากไปในช่วงปลายๆฤดูอากาศจะค่อนข้างหนาวเย็นก็ควรเตรียมเสื้อผ้าหนาๆ ชุดข้างในอย่างเช่น ลองจอน ไปด้วย และถ้าใครทนหนาวไม่ค่อยได้ก็เตรียมถุงมือ และผ้าพันคอไปด้วยเพื่อความอุ่นใจนะคะ เป็นยังไงกันบ้างค่ะ หลังจากอ่านบทความนี้จบแล้ว ทุกท่านก็คงพร้อมเตรียมตัวไปเที่ยวฮอกไกโดกันแล้วล่ะซิ แต่ถ้าใครกำลังวางแผนจะไปฮอกไกโด ให้ทัวร์ครับเป็นทางเลือกหนึ่งของคุณนะคะ รับรองว่าได้เที่ยวฮอกไกโดแบบระดับมือโปรแน่นอนค่ะ
สนุกสุดมันส์ กับ ซีรีย์เกาหลี เรื่องไหนดี ที่ห้ามพลาด !!
พาพร้อม
เกาหลี
สนุกสุดมันส์ กับ ซีรีย์เกาหลี เรื่องไหนดี ที่ห้ามพลาด !!
ว่าอปป้าแดนกิมจิ นั้นดีขนาดไหน ดูไปจิ้นไป ฟินกันไปสามบ้านแปดบ้าน บางคนถึงขั้นบินไปเที่ยวเกาหลีเลยก็มี เพราะไม่ใช่แค่ดารา นักร้องเท่านั้นนะ ประชาชนทั่วไปก็จัดว่าดีกันเลยทีเดียว แอดมินรู้ทันนะ ชิมิส์ แถมสมัยนี้ ยังมีบริการให้เช่าอปป้านำเที่ยวเกาหลีอีกด้วย เหมาะสำหรับสายเกาสุดๆไปเลยจ้าาา สำหรับใครที่เป็นมือใหม่ กำลังทำความรู้จักกับซีรีส์เกาหลี แอดมินขอแนะนำเลยว่า ต้องมีเวลานะจ้ะ ไม่มีเวลาดูไม่ได้นะเธอออ เหนื่อยมากกกก ในการอดทนรอเวลาว่างเพื่อที่จะได้ดู เพราะบางเรื่องนั้นสนุกสุดๆไปเลย ดูมันทั้งวัน ดูให้ตาแฉะกันไปข้างนึงเลยทีเดียว หรือถ้ายังไม่ชอบซีรีย์เกาหลี ลองดู5 ซีรีย์ใน Netflix แนะนำ2018 แทนก็ดีงามไม่แพ้กันจ้า เอาล่ะ เกริ่นกันมาเยอะละ สำหรับซีรีส์เกาหลี 2018 ที่แอดมินจะแนะนำ เรื่องแรกเลยก็คือ 1. Good witch / Nice witch 40 ตอนจบ เรทติ้งสูงถึง 8.1 ฉายช่วงกุมภาพันธ์ 2018 เรื่องนี้ จะเกี่ยวกับแอร์โฮสเตสซึ่งเรื่องนี้สาวๆที่อยากเป็นแอร์นั้นไม่ควรพลาด เพราะเนื่องจากจะได้รู้ขั้นตอน และความยากลำบากแล้ว เรื่องนี้ยังได้ให้อารมณ์ได้ครบรสมากๆ ฟินกันสุดๆไปเลย ผู้หญิงดูได้ ผู้ชายดูดี เพราะการดำเนินเรื่องของซีรีส์มันน่าติดตามมาก ไม่น่าเบื่อเลยสักนิด สำหรับนางเอกรับบทโดย ลี ดาเฮ [ Lee Da-hae ]สาวกซีรีส์เกาหลีคงรู้จักกันดี เพราะเธอคือสาวน้อยจาก My Girl นั้นเอง ตอนนี้เธอสวยขึ้นม๊ากก และรับบทเป็นพี่น้อง ฝาแปด คนนึงเป็นแอร์และอีกคนเป็นแม่บ้านลูกสาว 1 คน ซึ่งคาแรคเตอร์ต่างกันอย่างสุดขั้ว และต้องยอมรับว่าแสดงดี ขึ้นสุด ลงสุดมากจริงๆ ส่วนพระเอกของเรานั้นก็ รับบทโดยรยู ซูยอง [ Ryu Soo-young ] หลายคนคงเคยเห็นมาจากเรื่องMy Princess แต่ว่าเรื่องนั้น อปป้ารยูซูยองของเรา รับบทเป็นพระรอง นั่นเอง สำหรับพระเอกของเราเรื่องนี้ก็ ไม่ต้องเดากันเลย รับบทเป็นกัปตันสุดหล่อจ้า ที่ออกจะมึนๆหน่อย กลัวการมีความสัมพันธ์กับผู้หญิง แต่ก็ไม่วายหล่อ วัวตายควายล้มเป็นที่ต้องการของสาวๆอยู่ดี 2.A Korean Odyssey 20 ตอนจบ เรทติ้งสูงถึง 8.5 เริ่มฉายตั้งแต่ปลายปีธันวาคม 2017 - 2018 เนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับ ตำนานไซอิ๋ว แต่จะเป็นแบบฉบับของเกาหลี แต่ตัวละครอะไรจะคล้ายๆกัน มีการดัดแปลงนิดหน่อย แต่ก็ยังมีความเป็นไซอิ๋วอยู่ ระดับความสนุกก็เรื่อยๆ มีให้เห็นเป็นระยะๆ สำหรับความมุ้งมิ้งของพระนาง โดยเรื่องนี้จะรักกันง่ายไปหน่อย แต่ก็ฟินไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับเรื่องนี้ นางเอกของเราก็คือ โอ ฮยอนซอ [ Oh Yeon‑seo ] ซึ่งรับบทเป็นพระถังซัมจั๋ง ประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์นั่นเอง ที่มีกลิ่นเลือดหอมหวานของดอกบัว อันเป็นความต้องการของเหล่าปีศาจร้าย ทำให้พระเอกของเราจำเป็นต้องเข้ามาช่วยเสมอ ความน่ารักของเธอนั้นมากๆขึ้นเรื่อยๆเลย จากเรื่องMy Sassy Girl ที่เล่นคู่กับJoo Won มาที่พระเอกสุดฮอตตลอดกาลของเรากันบ้าง ลี ซึงกิ [ Lee Seung‑gi ] ที่โด่งดังมาจากการเป็นทั้งนักร้อง นักแสดง และพิธีกรหนุ่ม แถมรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์ ที่รับบทเป็น ซนโอกง หรือ หงอคง เวอร์ชั่นเกาหลีนั่นเอง ที่ระดับความกวนโอ้ยนั้น ก็สุดๆไปเลย แต่บทจะมุ้งมิ้งก็ฟินแทบขาดใจ สาวๆที่จะดูเรื่องนี้ต้องขอเตือนไว้ก่อนเลย เดี๋ยวตกหลุมรักขึ้นมา แอดมินแย่เลย มีคู่แข่งเพิ่มขึ้นอีก >//< 3.Clean With Passion For Now -- ตอนจบ เรทติ้ง-- ตามเดิมเริ่มฉายเมษายน แต่เนื่องจากนางเอกของเราป่วย จึงเลื่อนถ่ายไปเป็นประมาณเดือนมิถุนายน และคาดว่าน่าจะฉายในเดือนตุลาคม ปี 2018 ละครเรื่องนี้รีเมคเว็บตูนชื่อดัง“Clean With Passion for Now”เป็นอีกเรื่องนึงที่น่าติดตามรอไม่น้อย แนวโรแมนติก คอมมาดี้ ซึ่งเป็นเรื่องราวของ พระ - นาง ที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ของชายหนุ่มสุดเนี๊ยบผู้รักความสะอาดขั้นสุด กับหญิงสาวผู้ซกมกและไร้ระเบียบ โดยเนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับ Jang Sun Gyeol ( อันฮโยซอบAhn Hyo Seop)พระเอกสุดหล่อของเรา ที่เป็นโรคกลัวความสกปรก และเป็นเจ้าของบริษัททำความสะอาดยักษ์ใหญ่ ที่ทั้งหล่อและรวยมาก แต่กลับกลัวเชื้อโรค ซึ่งทำให้พระเอกของเรานั้น กีดกันผู้คนไม่ให้ใครเข้ามาแตะต้องตัวเขาได้เลย แค่พล็อตเรื่องก็น่าดูแล้วใช่ม้าาา อาจจะต้องรอกันอีกนิดนึงเนอะ มาถึงที่นางเอกสาวน้อย Gil O Sol ( คิมยูจองKim You Jung)ของเราบ้าง ที่ลักษณะนิสัย มีบุคลิกที่สดใสมาก และเป็นหญิงสาวผู้ไร้ความเป็นระเบียบอย่างสิ้นเชิง กระทั่งเขาได้พบกับพระเอกของเราได้ทำการความช่วยเหลือ ทำให้พระเอกของเราเนี่ย เกิดความรู้สึกสับสน เอ๊ .... หรือจะตกหลุมรัก กันแน่นะ ?? และนั่น คือจุดเปลี่ยนในชีวิตของหนุ่มน้อยอันฮโยซอบ ของเรานั้นเอง 4. Suit 16 ตอนจบ เรทติ้ง 7.5 เริ่มฉายเดือนเมษายน 2018 เป็นการรีเมคซีรีส์ชื่อดังของอเมริกา!“Suits” ในเวอร์ชั่นเกาหลี เป็นเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับทนายเข้มข้น มีตัวละครเด่นเป็น 2 หนุ่ม ทนายความสุดหล่อ คนหนึ่งเป็นทนายความที่เก่ง อีกคนหนึ่งเป็นทนายความเถื่อน คือไม่ได้มีใบรับรองจากทางสถาบัน ที่ได้นักแสดงคุณภาพ อย่าง จางดงกอน [ Jang Dong-gun ] และ พัคฮยองชิก [ Park Hyung-sik ] ซึ่งทนาย 2 คนที่ทำงานอยู่ในสำนักกฎหมายระดับต้นของประเทศ โดย พัคฮยองชิก รับบทเป็นหนุ่มอัจฉริยะ ที่มีความฉลาด สมองไว และความจำเป็นเลิศ แต่ไม่มีแม้แต่ใบปริญญา หรือว่าใบอนุญาตในการว่าความ ในขณะที่ จางดงกอน จะรับบท ทนายผู้มีชื่อเสียง และจ้างวาน พัคฮยองซิก ให้มาเป็นผู้ช่วย ทั้งสองจึงได้มาเป็นคู่หูกัน ในที่สุด สำหรับการเจอกันของทั้งสองหนุ่มนี้นั้น ก็น่าตื่นเต้นในระดับนึง คือการที่ พัคฮยองชิก ต้องเอาชีวิตรอดด้วยตัวเองมาตั้งแต่เด็ก จนต้องทำงานรับจ้างในคลับ และต้องไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยบังเอิญ ทำให้ระหว่างที่หลบหนี ก็ไปเจอกับทนายชื่อดัง และด้วยความอัจฉริยะของเขา ทำให้เขาสามารถเอาตัวรอดจากการหลบหนีครั้งนั้นมาได้ และเข้ามาอยู่ในทีมของ จางดงกอนในที่สุด และเรื่องสุดท้าย ไม่รีวิวไม่ได้แล้วจริงๆ เป็นกระแสกันทั่วบ้านทั่วเมือง 5.Something in the Rain 16 ตอนจบ แม้เรทติ้งจะไม่สูงมาก แต่ระดับความฟินนี่เอาใจสาวโสดวัย 30 สุดๆเริ่มฉายมีนาคม 2018 เป็นซีรีส์โรแมนติกเป็นกระแสมายาวนานตั้งแต่เริ่มออนแอร์ ep. แรกๆ ทำเอาหัวใจเหล่านูน่าเต้นระรัว กระชุ่มกระชวย ฟินกระจายกันมากๆ โดยเฉพาะสาวโสด วัย 30 เพราะนางเอกนูน่าของเรา อายุ 35 จ้า บอกเลยว่าออกอากาศไม่กี่ตอนก็กลายเป็นซีรีส์เรื่องดังและมาแรงสุดๆ ในตอนนี้ สำหรับ พระเอกของเราก็คือ "จองแฮอิน" [ Jung Hae In]หนุ่มตี๋สุดละมุน ที่โด่งดังจาก While You Were Sleeping รับบทเป็น ซอจุนฮีน้องชายของเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กของนูน่าจินอาของเรา ที่เพิ่งกลับมาจากการทำงานต่างประเทศ เมื่อมีเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องมาเจอกันหลายๆครั้ง ทำให้เกิดความรู้สึกที่มากขึ้นจนกลายเป็นความรักนั่นเอง โดย ประกบคู่กับนางเอก"ซนเยจิน" [Son Ye-jin]นางเอกมากความสามารถ ผ่านการแสดงมามากมาย และหลายคนคงรู้จักจาก Personal Taste รับบทเป็นยุนจินอาสาวในวัย 30 กว่า ทำงานในระดับหัวหน้าอยู่ในบริษัทกาแฟแห่งหนึ่ง มีการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย แต่ภายในหัวใจกลับว่างเปล่า จนมาเจอกับ ซอจุนฮีน้องชายเพื่อนที่เธอเคยเจอ ในสมัยเด็กๆ ที่มีนิสัยแบบเด็ก แต่ตอนกลับมาเจอกันนั้น ทำให้นูน่าจินอา ของเรารับรู้ได้ว่า จุนฮี ที่เธอรู้จักนั้น ไม่เด็กอีกต่อไปแล้ว เรื่องนี้ ต้องขอบอกเลยว่า นูน่าเยจินสวยมากกกก แถมเพลงยังเพราะสุดๆ เข้ากับบรรยากาศมากๆและแฮอินน้อยก็อ่อยนูน่า ซะน่าฟัดเหลือเกิน >//< จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว หากใครที่ชอบแนว love romantic ก็มาถูกทางล่ะ เหมาะสำหรับท่านแล้วจริงๆ ฟินกระจาย จิกหมอนแล้วจิกหมอนอีก เพราะพระ - นางคู่นี้เขา เคมีเข้ากันมากๆๆ เพราะหลายฉากในซีรีส์ ก็สามารถทำให้เราเชื่ออย่างสนิทใจเลยว่าพระ - นางทั้งสองคนนี้รักกันจริงๆการแสดงเป็นธรรมชาติสุดๆ แอบจิ้นว่าในชีวิตจริงจะมีลุ้นไหมน้าาา ต้องมารอดูกันนะจ๊ะ
เคล็ดลับเที่ยวฮอกไกโด แบบประหยัด !! สไตล์ Backpacker
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
เคล็ดลับเที่ยวฮอกไกโด แบบประหยัด !! สไตล์ Backpacker
หนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ทัวร์ครับอยากจะพาคุณไปในวันนี้ก็คือ “ฮอกไกโด” เกาะขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ทิศเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น ไม่ไกลจากประเทศไทยบ้านเราเท่าไรนัก เพียงจองตั๋วเครื่องบินฮอกไกโด ใช้เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ไปถึงแล้ว และเพื่อความประหยัดทั้งค่าตั๋วเครื่องบินฮอกไกโด และค่าโรงแรมฮอกไกโด การเที่ยวแบบ Backpacker คือคำตอบที่ลงตัว สิ่งที่ต้องทำแค่การแพ็คกระเป๋าตะลุยเที่ยวเองเพื่อให้ได้มีเงินและเวลาเหลือสำหรับเอาไว้ช้อป หรือซื้อของฝาก และข้าวของที่อยากได้กลับบ้าน เรามาลองดูเคล็ดลับเที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัดสไตล์ Backpacker กันเลย วางแผนช่วงเวลาเที่ยวล่วงหน้าและจองตั๋วเครื่องบินฮอกไกโดเอาไว้แต่เนิ่น ๆ เลย เพราะว่าราคาการจองและซื้อตั๋วเครื่องบิน ถ้าเป็นการจองล่วงหน้าก็จะมีราคาที่ถูกกว่าการซื้อในวันที่ใกล้ ๆ การเดินทาง ขอบอกเลยว่าถ้าจองล่วงหน้ากันเป็นครึ่งปี ราคานี่ก็จะยิ่งถูก มีส่วนต่างกันเหลือไปทำอย่างอื่นอยากมากเลยล่ะ แล้วก็อาจจะมีโปรโมชั่นดี ๆ ให้เราอีกด้วย และที่สำคัญถ้าเราเที่ยวแบบ Backpacker ไม่โหลดกระเป๋าขึ้นเครื่อง ก็ยิ่งจะช่วยลดค่าตั๋วไปได้อีกเยอะเลยนะ เลือกจองที่พักโรงแรมฮอกไกโดแบบหลายคืนในที่เดียวช่วยประหยัดได้ ถ้าใครที่เป็นคนชอบที่พักซึ่งมีความเป็นส่วนตัวและสะดวกสบายหน่อย โรงแรมก็คือตัวเลือกที่ใช่สำหรับคุณ การเช่าที่พักเป็นโรงแรมถึงจะสะดวกสบาย แต่เรื่องของราคาก็อาจจะทำให้จากทริปประหยัดกลายเป็นทริปเที่ยวเกินงบได้ แต่ถ้าหากว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ เราก็สามารถที่จะเลือกจองโรงแรมเพียงที่เดียว สำหรับการพักตลอดทริปก็ได้ เพราะการจองที่พักแบบยาว ๆ จะช่วยให้เราได้รับส่วนลดที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายได้นั่นเอง ขาลุยหน่อย ๆ เลือกที่พักแบบโฮสเทลแทนโรงแรมฮอกไกโดได้เลย สำหรับใครที่เป็น Backpacker ที่ไม่มีปัญหาเรื่องที่พักที่นอน ตัวเลือกพักที่โฮสเทลแบบพักรวมกับคนอื่น ก็จะช่วยประหยัดค่าที่พักของเราได้แบบเยอะมาก ๆ เลยล่ะ แล้วโฮสเทลในฮอกไกโดส่วนใหญ่ก็จะมีบริการอาหารเช้า พร้อมชาหรือกาแฟให้ด้วย ช่วยลดรายจ่ายค่าอาหารเช้าไปได้อีกทาง ดีไม่ดีก็จะได้เจอเพื่อนเดินทางหน้าใหม่ ๆ หรือคนไทยบ้านเราที่นี่ด้วยนะ เลือกโรงแรมฮอกไกโดแบบตั้งอยู่ไม่ห่างจากสถานีรถไฟจะดีมาก เพราะการเดินทางที่ญี่ปุ่นที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวอย่างเรามากที่สุดคือรถไฟ หรือรถไฟใต้ดิน เพราะถ้าขึ้นรถเมล์หรือ Tram ใครที่ไม่เซียนภาษาญี่ปุ่นอาจมีหลงได้ง่าย ๆ แต่ถ้าเป็นรถไฟจะง่ายกว่าเยอะเลย แล้วยังสามารถซื้อตั๋วแบบ All day ที่เราสามารถเดินทางไปไหนก็ได้ในหนึ่งวัน หรือสูงสุดก็แบบสามวัน ทีนี้ได้เดินทางเที่ยวสนุกกันเพลินไปเลย มาเป็นแก๊งพักห้องรวมประหยัดกว่า สำหรับใครที่ชอบชวนครอบครัวหรือเพื่อน ๆ มาเที่ยวฮอกไกโดกันเป็นทริป Backpacker หลายคน การเลือกห้องพักโฮสเทล หรือโรงแรมฮอกไกโดแบบห้องรวมตามจำนวนคน จะช่วยหระหยัดได้มากกว่าการพักหลายห้อง เพราะที่ฮอกไกโดนี้จะมีบริการห้องพักรูปแบบนี้ให้เลือกมากมายอีกด้วย ด้วยเคล็ดลับง่าย ๆ เหล่านี้ ทริป Backpacker ไปฮอกไกโดครั้งต่อไปของคุณ ก็จะประหยัดเงินค่าทริปได้อีกเยอะ ไม่แน่ว่าคำนวณดี ๆ อาจจะทำให้ทริปในฝันนี้เป็นจริงไวขึ้น หรือไปได้หลายครั้งขึ้นก็ได้
5 กระทู้เด็ด! ทัวร์เกาหลี Pantip  รีวิวเที่ยวเกาหลีแบบทัวร์ๆ!
พาพร้อม
เกาหลี
5 กระทู้เด็ด! ทัวร์เกาหลี Pantip รีวิวเที่ยวเกาหลีแบบทัวร์ๆ!
เกาหลี (Korea) ประเทศยอดฮิตขวัญใจคนกับความทันสมัยของบ้านเมือง ความสะดวกสบายในการเดินทาง แถมยังเต็มไปด้วย อาหารอร่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศฟินๆ อีกเหตุผลที่สำคัญในหมู่สาวๆก็คือ การได้มาติ่งในดินแดนของชายหนุ่มในฝันของเรา คนไทยส่วนใหญ่นิยมมาเที่ยวเกาหลีในรูปแบบของทัวร์เกาหลี และมาเที่ยวด้วยตัวเอง เราอาจได้พบเห็นกระทู้ Pantip รีวิวการเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองมาเยอะแล้ว วันนี้ทัวร์ครับได้รวบรวม 5 กระทู้เด็ด ทัวร์เกาหลี Pantip รีวิวเที่ยวเกาหลีแบบทัวร์ๆ จะดุ เด็ด เผ็ด มันส์ขนาดไหน ตามไปอ่านกันได้เลย... ---------------------------------------- 1. [CR]++++ รีวิว "เที่ยวเกาหลีครั้งแรก" ฉบับนักเรียนแบบง้อทัวร์ 5 วัน 3 คืน By Nikon D5300 ++++ " อยากเที่ยวเมืองนอก อายุน้อยแค่ไหนก็ไปได้ ไว้ใจทัวร์ เที่ยวทัวร์ฉบับนักเรียน กระทู้นี้เน้นช้อป ขาช้อปห้ามพลาด !!!!! " อ่านเพิ่มเติม>>>https://pantip.com/topic/34981450 2. รีวิว ทัวร์เกาหลี 4 วัน 3 คืน ใบไม้แดง 29 ต.ค. 60 ถึง 1 พ.ย. 60 ค่ะ " เที่ยวทัวร์เกาหลีแบบชิวๆ แค่11,900 บาท เที่ยวชมธรรมชาติ ใบไม้เปลี่ยนสี " อ่านเพิ่มเติม>>> https://pantip.com/topic/37230159 3. [CR]รีวิว ทัวร์เกาหลี มีนาคม 2558 โปรด่วนๆ 9,999 บาท ฟินแค่ไหน " เที่ยวทัวร์เกาหลีกับโปรแบบด่วนๆ แต่ได้เที่ยวชัวร์ๆ เที่ยวทัวร์เกาหลี รอบที่ 4 ก็ยังไม่เบื่อ " อ่านเพิ่มเติม>>>https://pantip.com/topic/33421117 4. [CR]ไม่ได้อ่านอย่าซื้อทัวร์’เกาหลี’ รีวิวทัวร์เกาหลี(เชจู) หมื่นต้นๆถูกกว่าค่าตั๋วเป็นได้ยังไง? By ChillJourney " เที่ยวทัวร์เกาหลี เกาะเชจู ฉบับมนุษเงินเดือนท่องโลก ดื่มด่ำบรรยากาศธรรมชาติ คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว " อ่านเพิ่มเติม>>> https://pantip.com/topic/33230905 5. [CR][ Short Review ] รีวิวเที่ยวเกาหลีใต้แบบฉบับ “ ไปกับทัวร์ ” " ครบเครื่องเรื่องเที่ยว ทัวร์กับทัวร์ก็ไม่พลาด กิน เที่ยว ช้อป แค่จัดกระเป๋า ให้พร้อมแล้วไปเที่ยวกัน " อ่านเพิ่มเติม>>> https://pantip.com/topic/37156462
วิธีการเดินทาง โตเกียว-ฮอกไกโด ไปวิธีไหนกันได้บ้าง ???
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
วิธีการเดินทาง โตเกียว-ฮอกไกโด ไปวิธีไหนกันได้บ้าง ???
แต่พอเที่ยวไปเที่ยวมารู้สึกว่าโตเกียว ฮอกไกโดมันมีอะไรให้น่าสนใจอีกมากก็เลยมักจะเพิ่มเติมเป้าหมายของตัวเองในการเดินทางไปเมืองฮอกไกโดด้วย ก่อนจะรู้ว่าต้องเดินทางอย่างไรควรศึกษาสภาพอากาศให้ดีก่อน ฮอกไกโดอุณหภูมิในช่วงหน้าหนาวจะติดลบพร้อมเต็มไปด้วยหิมะ ส่วนหน้าอื่นๆ อุณหภูมิเฉลี่ยราว 13-25 องศา ซึ่งถือว่าเย็นสบาย ไม่ร้อนอบอ้าวจนเกินไป ซึ่งการเดินทางจากโตเกียวไปฮอกไก โดเราสามารถเลือกได้ 3 วิธีด้วยกันค่ะ การเดินทางโดยเครื่องบิน สนามบินบนเกาะฮอกไกโดมีทั้งหมด 9 แห่ง ซึ่งปกติหากต้องการบินจากโตเกียวเราต้องไปยังสนามบินฮาเนดะโดยสนามบินของฮอกไกโดที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปลง เช่น สนามบินซินชิโตเซะ , สนามบินอาซาฮิคาวะ, สนามบินโกดาเทะ , สนามบินโอบิฮิโระ เป็นต้น ใช้เวลาเดินทางราว 1.30 ชม. หากใครเดินทางด้วยเครื่องบินระหว่างทางก็ไม่มีอะไรอยู่แล้วแต่จะมาเจอกับความน่าสนใจปลายทางโดยเฉพาะที่สนามบินซินชิโตเซะซึ่งจะมีช็อปปิ้งมอลล์กับออนเซ็นไว้คอยให้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย หากเน้นประหยัดเวลาและความสะดวกในวิธีการเดินทางโตเกียว-ฮอกไกโดก็นั่งเครื่องกันมาได้เลย แต่ระวังในช่วงหน้าหนาวที่อาจมีพายุหิมะทำให้ไฟล์ทดีเลย์ได้ การเดินทางโดยรถยนต์ แม้จะบอกว่าเมืองฮอกไกโดโด่งดังเรื่องถนนขนาดใหญ่ พร้อมกันนี้ยังสามารถแวะท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ ได้ตามสะดวก เช่น ปราสาทฮิโรซะกิ , ปราสาทเซนได และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ รายทาง ทว่าปัญหาก็คือวิธีการเดินทางโตเกียว-ฮอกไกโด หากเดินทางด้วยรถใช้เวลาต่ำๆ 17 ชั่วโมง แถมต้องบวกเพิ่มค่าทางด่วน ค่าน้ำมัน ค่าเช่ารถและอื่นๆ อีกจิปาถะ หากใครคิดว่าฟิตเดินทางวิธีนี้ก็ท้าทายดี การเดินทางโดยรถไฟ วิธีการเดินทางโตเกียว-ฮอกไกโด แบบสุดท้ายซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุด ยิ่งสมัยนี้การเดินทางจากโตเกียวเราสามารถนั่งชินคันเซน ณ สถานีโตเกียวไปยังสถานีนิวฮาโกดาเทะโฮคุโตะได้โดยตรง ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมง แต่ค่าโดยสารก็ไม่ธรรมดาเพราะกว่า 20,000 เยนเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามการนั่งรถไฟใช่ว่าจะน่าเบื่อเพราะเราสามารถชมวิวภูเขาฮาโกดาเทะช่วงรถไฟวิ่งเลียบชายทะเลซึ่งตอนนั้นเราก็ทานเบนโตะรับบรรยากาศชิลล์ๆได้อีกด้วย ถือว่าคุ้มค่าสุดๆ 3 วิธีการนี้คือการเดินทางจากโตเกียวมุ่งหน้าฮอกไกโดซึ่งถ้าใครกำลังมีแผนนี้อยู่ในใจลองเอาไปใช้ดูรับรองว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ต้องบอกต่อ.. ใครสนใจไปเที่ยวโอซาก้า ลองอ่านบทความนี้ต่อได้เลย >> ตามรอยเที่ยวโอซาก้า 4 วัน 3 คืน ! ไปไหนดีที่ญี่ปุ่น
เตรียมตัวยังไง ? ก่อนเที่ยวฮ่องกงพร้อมกับทุกสภาพอากาศ!
พาพร้อม
ฮ่องกง
เตรียมตัวยังไง ? ก่อนเที่ยวฮ่องกงพร้อมกับทุกสภาพอากาศ!
ฮ่องกง (Hong Kong) จุดหมายปลายทางที่คนไทยหลายคนใฝ่ฝันถึง เพราะการไปเที่ยวฮ่องกงนั้นถือว่าครบสูตร ฮ่องกงมีให้หมดทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นของกินแสนอร่อย เต็มไปด้วยร้านระดับมิชลิน แหล่งช้อปปิ้งสุดเด็ด ทัศนียภาพที่สวยงามและทันสมัย รวมถึงสวนสนุกระดับโลกอย่างดิสนีย์แลนด์ฮ่องกง (Hong Kong Disneyland) อีกทั้งยังไม่ไกลจากประเทศไทย ใช้เวลาบินเพียงแค่ 2 - 3 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว คนไทยจึงชื่นชอบที่จะไปเที่ยวฮ่องกงกันมากมาย แต่ก่อนจะเดินทางไปฮ่องกง เราต้อง ศึกษาข้อมูลสภาพอากาศฮ่องกงให้ดีก่อนเดินทาง จะได้มั่นใจว่าจะได้เที่ยวฮ่องกงแบบสบายใจตลอดทริป ซึ่งวันนี้ทัวร์ครับได้รวบรวมข้อมูลสภาพอากาศฮ่องกงมาให้ทุกคนแล้ว อ่านจบรับรองว่าไปเที่ยวฮ่องกงรอบนี้ ไม่ต้องกลัวแต่งตัวผิดฤดู หรือไปเจอหน้ามรสุม อดเที่ยวจนหมดสนุก ว่าแล้วเตรียมอุปกรณ์มาจดข้อมูลให้พร้อม หรือกดแชร์ไว้ จะได้ไม่ลืมค่ะ >ตรวจเช็คสภาพอากาศฮ่องกง ก่อนเดินทางจาก AccuWeather คลิก< ด้วยความที่ฮ่องกงตั้งอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรไม่มาก สภาพอากาศฮ่องกงนั้นเป็นแบบเขตร้อน หรือร้อนชื้นค่ะ โดยจะมีอุณภูมิสูงเกือบตลอดปี ไม่ต่างจากบ้านเราในช่วงฤดูร้อนและฤดูฝน แต่กลับกันในฤดูหนาวจะหนาวกว่าประเทศไทยมากค่ะ โดยเราสามารถแบ่งฤดูกาลฮ่องกงออกได้ เป็น 4 ฤดูกาล ดังนี้ค่ะ ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) : เดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม ดูใบไม้ผลิฮ่องกงจะเริ่มต้นตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม จนถึงกลางเดือนพฤษภาคมค่ะ ถือเป็นช่วงเปลี่ยนจากฤดูหนาว เพื่อเข้าสู่ฤดูร้อน หากใครมาเที่ยวฮ่องกงในช่วงต้นเดือนมีนาคมอาจจะยังได้เจออากาศฮ่องกงที่ยังหนาเย็นอยู่นิดๆ แต่เมื่อเข้าสู่เดือนพฤษภาคมแล้วล่ะก็ อากาศฮ่องกงก็จะเริ่มร้อนไม่ต่างจากประเทศไทยเลยค่ะ อุณหภูมิเฉลี่ยของฤดูใบไม้ผลิฮ่องกงอยู่ที่ 18 องศา - 25 องศา ค่ะ เตรียมเสื้อผ้ายังไงดี ? การเตรียมเสื้อผ้าไปเที่ยวฮ่องกงในฤดูใบไม้ผลินั้น หากมาในช่วงต้นเดือนมีนาคม ทัวร์ครับขอแนะนำให้เตรียมแจ็คเก็ตกันหนาวแบบไม่ต้องหนามากติดตัวไปหน่อย เพราะอากาศจะเย็นในช่วงค่ำๆ แต่เมื่อเข้าสู่เดือนพฤษภาคมแล้ว ก็สามารถแต่งตัวเหมือนอยู่เมืองไทยได้เลยค่ะ ฤดูร้อน (Summer) : เดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม ฤดูร้อนอาจเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม และจะร้อนจัดแบบเป็นทางการตั้งแต่เดือนมิถุยายน ยาวจนถึงเดือนสิงหาคมค่ะ สภาพอากาศฮ่องกงในฤดูร้อนนั้นไม่แตกต่างจากบ้านเราเลย เพราะจะมีอากาศแบบร้อนชื้น มาจาก พายุไต้ฝุ่น ที่จะเข้ามาเยือนฮ่องกงในช่วงนี้ ถือเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวกลัวที่สุดเมื่อไปเที่ยวฮ่องกงค่ะ เพราะอาจจะต้องนั่งเซ็งอยู่ที่โรงแรมตลอดทั้งวันก็เป็นได้ หรือถ้าหากไม่มีฝน ความร้อนก็จะทำให้เราเที่ยวฮ่องกงไม่สนุกเพราะว่าร้อนไม่ต่างจากเมืองไทยเลยค่ะ โดยในฤดูร้อนนี้อุณภูมิฮ่องกงเฉลี่ยอยู่ที่ 28 องศา - 33 องศาเลยล่ะค่ะ เตรียมเสื้อผ้ายังไงดี ? เรื่องเตรียมเสื้อผ้าอาจจะไม่ต้องกังวลเท่าการ เตรียมร่ม เสื้อกันฝน อุปกรณ์กันน้ำต่างๆ รวมถึงครีมกันแดด แว่นกันแดดและอุปกรณ์กันแดดอื่น เพื่อรับมือกับพายุฝน และความร้อนจากแสงแดดในฤดูนี้ค่ะ ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) : เดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน พอเข้าสู่ปลายเดือนกันยายน ความร้อนก็จะเริ่มลดลงเพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงอย่างเป็นทางการแล้วค่ะ ซึ่งฤดูใบไม้ร่วงถือเป็น ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเที่ยวฮ่องกง ก็ว่าได้ เพราะว่าปลอดภัยไร้ฝน และอากาศฮ่องกงกำลังเริ่มหนาวเย็ยแล้วค่ะ เราจะได้เจอกับท้องฟ้าแจ่มใสสุดๆแถม อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิเฉลี่ยของฤดูใบไม้ร่วงฮ่องกงอยู่ที่ 16 องศา - 25 องศา นักท่องเที่ยวจึงนิยมเดินทางมาเที่ยวฮ่องกงกันในฤดูใบไม้ร่วงค่ะ ดังนั้นหากใครสนใจจะไปเที่ยวฮ่องกงในช่วงนี้ ทัวร์ครับขอบอกเลยว่าต้องวางแผนจองทัวร์ฮ่องกงกันตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะถ้ามาจองช่วงใกล้เดินทาง อาจไม่เหลือที่นั่งแล้วจะเสียใจได้นะคะ เตรียมเสื้อผ้ายังไงดี ? การเตรียมเสื้อผ้ามาเที่ยวฮ่องกงในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนั้น อาจจะต้องมีเตรียมเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวที่หนาขึ้นมานิดนึง เพราะอากาศฮ่องกงในช่วงนี้ถือว่าค่อนข้างเย็นสำหรับคนเมืองร้อนอย่างเรา อาจจะมีผ้าพันคอช่วยเพิ่มความอบอุ่นนิดหน่อย ก็เพียงพอแล้วค่ะ ฤดูหนาว (Winter) : เดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์ และแล้วก็เข้าสู่หน้าหนาวของฮ่องกงซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่เดือนธันวาคม ไปจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ อากาศฮ่องกงจะเริ่มเย็นขึ้นจากฤดูใบไม้ร่วงค่ะ แต่ยังคงท้องฟ้าแจ่มใสไร้พายุฝนเช่นเคย จึงเหมาะกับการมาเที่ยวฮ่องกงในช่วงนี้เช่นกันค่ะ นอกจากความหนาวเย็นแล้ว ในเดือนธันวามคมซึ่งเป็นช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง ฮ่องกงจะมีการจัดตกแต่งด้วยไฟสีสันต่างๆให้เข้ากับเทศกาล ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของฮ่องกงที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ เพราะแต่ละห้างร้าน ก็จะขนอุปกรณ์ตกแต่งมากันอย่างจัดเต็ม เป็นการสร้างสีสันให้กับช่วงส่งท้ายปีค่ะ โดยอุณหภูมิฮ่องกงในฤดูหนาวจะอยู่ที่ 12 องศา - 20 องศา ยิ่งมืดยิ่งหนาวค่ะ บางคืนอุณหภูมิอาจเข้าไปแตะเลขตัวเดียวก็มีนะคะ เพราะฉะนั้นต้องเตรียมเสื้อผ้าให้พร้อมค่ะ เตรียมเสื้อผ้ายังไงดี ? การเตรียมเสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาวฮ่องกงนั้นบอกได้เลยว่าถึงเวลาขนไอเทมหน้าหนาวที่เราซื้อเก็บไว้ออกมาใช้แล้วค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อกันหนาวแบบหนา รองเท้าบู้ต ผ้าพันคอ ถุงมือ เพราะอากาศฮ่องกงในฤดูหนาวนั้น หนาวไม้แพ้ประเทศอื่นๆเลยค่ะ โดยเฉพาะในเดือนมกราคมที่เป็นเดือนที่หนาวที่สุดของฮ่องกง ซึ่งนอกจากอุปกรณ์กันหนาวแล้ว ก็อย่าลืมยาสามัญติดตัวมาด้วยนะคะ เพราะอากาศที่หนาวเย็นอาจทำให้เราป่วยได้ง่ายค่ะ เป็นไงกันบ้างคะ กับทริคเล็กๆน้อยของการเตรียมตัวสำหรับไปเที่ยวฮ่องกงที่ทัวร์ครับรวบรวมมาให้วันนี้ หวังว่าคงจะช่วยให้หลายคนเตรียมตัวเที่ยวฮ่องกงกันได้อย่างสบายใจมากยิ่งขึ้น หมดกังวลเรื่องแต่งตัวผิดฤดูไปเลย มีข้อมูลแต่งตัวเที่ยวฮ่องกงไปพร้อมแล้ว ทัวร์ครับจะพาไปชี้พิกัด ขนมฮ่องกงสุดฮิต ที่ใครก็ต้องติดใจ ตามไปอ่านกันเลย กับ >>>รีวิว 8 ขนมฮ่องกง !! ของกินฮ่องกงฉบับคนตะลอนเที่ยว<<<
จัดกันมันส์ทุกทริป ! 10 ทริคเที่ยวต่างประเทศแบบประหยัด
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
จัดกันมันส์ทุกทริป ! 10 ทริคเที่ยวต่างประเทศแบบประหยัด
ใครว่าไปเที่ยวต่างประเทศต้องแพงเสมอไป?! และใครว่าไปเที่ยวต่างประเทศแบบประหยัดจะทำให้หมดสนุกเสมอไป?! วันนี้เราจะมาแก้ไขความเชื่อผิดๆ นั้นด้วย 10 ทริคเที่ยวต่างประเทศแบบประหยัดแต่ว่ายังมันส์กันได้อยู่ ตามนี้เลย! 1. จองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า การจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าอย่างน้อย 4-5 เดือน จะทำให้ได้ราคาที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับการจองตั๋วเครื่องบินในระยะใกล้ๆ และในบางสายการบินมีโปรโมชั่นตั๋วราคาถูกเมื่อจองตั๋วล่วงหน้าหลายๆ เดือน หรือข้ามปี แต่ทั้งนี้เราต้องมั่นใจว่าจะสามารถไปได้ตามวันที่จองไว้นะ เพราะถ้าติดธุระหรือต้องทิ้งตั๋วก็จะกลายเป็นเงินสูญเปล่าไปทันที 2. เลือกเที่ยวช่วงโลวซีซั่น การเลือกเที่ยวในช่วงโลวซีซัน นอกจากจะได้ตั๋วเครื่องบินในราคาถูกแล้ว อาจจะได้ค่าที่พักในราคาถูกลงไปอีก แถมยังเที่ยวได้แบบสบายๆ เพราะคนน้อย ไม่ต้องไปเบียดเสียดกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ แบบที่ว่าถ้าไปเที่ยวชายหาด แทบทั้งหาดนั้นก็เป็นของเราได้เลยล่ะ 3. สัมภาระไม่ต้องเยอะ หากเป็นทริปไม่กี่วัน ควรจะแพ็คให้อยู่ในกระเป๋าใบเดียวที่สามารถถือขึ้นเครื่องได้เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการโหลดกระเป๋า ทั้งนี้ต้องระวังเรื่องของเหลวไม่ให้เกินที่ระเบียบกำหนดด้วยนะจ๊ะ 4. เตรียมตัวก่อนเดินทาง การเตรียมตัว 1 อาทิตย์ก่อนเดินทาง เช่น การเช็คสภาพอากาศ การแลกเงิน ปลั๊กไฟ ยาสามัญและของใช้ส่วนตัวต่างๆ ก็จะช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายจิปาถะ ที่อาจจะเกิดขึ้นแบบไม่คาดฝันในต่างแดนได้ 5. จัดทำแผนการเที่ยวล่วงหน้า การจัดทำแผนการเที่ยวล่วงหน้า ว่าเราจะเดินทางไปเที่ยวเมืองไหน โซนไหนบ้าง ก็ทำให้เราสามารถวางแผนได้ทั้งค่าเดินทาง ค่ากิน โดยการหาวิธีการเดินทางที่ถูก หรือร้านอาหารที่ราคาประหยัดได้ ซึ่งทำให้เราสามารถกำหนดงบประมาณเบื้องต้นได้อีกด้วย 6. จองที่พักแบบ Hostel ที่พักแบบ Hostel มีลักษณะคล้ายกับหอพัก เนื่องจากมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีราคาถูก สามารถเลือกได้ทั้งห้องพักแบบรวมหรือเป็นแบบกลุ่มแยกกับผู้อื่น และกำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวแบบแบ็คแพ็คด้วยนะ เพราะมันจะประหยัดเงินในการเที่ยวต่างประเทศได้เยอะมากเลยทีเดียว 7. เลือกที่พักใกล้ๆ กับสถานที่ท่องเที่ยว การเลือกที่พักใกล้ๆ กับสถานที่ท่องเที่ยว หรืออยู่ใกล้จุดที่สามารถเดินทางได้สะดวกเช่นสถานีรถไฟฟ้าหรือป้ายรถเมล์ จะช่วยให้ประหยัดค่าเดินทางได้ 8. พกอาหารกึ่งสำเร็จรูป การเตรียมอาหารกึ่งสำเร็จรูปหรือขนมปังไปไว้คอยแก้หิวยามดึกหรือระหว่างเดินทางเที่ยวต่างประเทศก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยในการประหยัดค่าอาหารค่าขนมจุกจิกในทริปได้ 9. เลือกร้านอาหารและอ่านเงื่อนไขให้ดี ร้านไหนบวกเซอร์วิสชาร์จ ร้านไหนยังไม่รวม VAT หรือร้านอาหารในประเทศไหนไม่มีน้ำดื่มบริการ สิ่งเหล่านี้ต้องศึกษาให้ดีก่อนไป เพราะถ้าไปถึงแล้วก็อาจเกิดปัญหาว่าเราอ่านภาษาท้องถิ่นของเขาไม่รู้เรื่อง สุดท้ายก็ต้องจ่ายเงินแพงๆ ไปแบบงงๆ แบบนี้ไม่ดีแน่ๆ 10. เดินทางด้วยรถสาธารณะ การเดินทางด้วยรถสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า รถเมล์ รถไฟใต้ดิน ในต่างประเทศถือเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยประหยัดค่าเดินทางได้มาก เนื่องจากจะมีราคาถูกกว่าแท็กซี่ทั่วไป และในบางประเทศก็จะมีตั๋วแบบ one day trip ที่สามารถใช้รถโดยสารได้แบบไม่จำกัดรอบใน 1 วัน และอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราเที่ยวต่างประเทศแบบประหยัดได้ไม่แพ้กันคือการซื้อแพคเกจทัวร์ที่ได้รวมค่าใช้จ่ายทุกอย่างไว้แล้วทั้งค่าที่พักและค่าอาหาร อีกทั้งราคาที่อยู่ในแพคเกจนี้ยังถูกกว่าการไปเที่ยวเองคนเดียวอีกต่างหาก นอกจากนั้นยังช่วยให้เราบริหารเงินได้ง่าย เพราะนอกจากค่าแพคเกจทัวร์ที่จ่ายไปก็จะมีเพียงค่าช้อปปิ้งที่เราสามารถกำหนดวงเงินได้ชัดเจน ที่สำคัญกว่านั้น ทัวร์ครับ.คอม ได้รวมแพคเกจทัวร์ลดราคาจากหลากหลายบริษัททั่วร์ต่างประเทศชั้นนำไว้ให้แล้ว มั่นใจได้ว่าเลือกแพคเกจทัวร์กับทัวร์ครับแล้วคุ้มค่ากว่าใครแน่นอน