ทัวร์ครับพาพร้อม
รวมวิธีเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง ให้เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศได้อย่างไร้กังวล
เคล็ด (ไม่) ลับ ชมใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่น ให้ฟินกว่าเดิม!
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
เคล็ด (ไม่) ลับ ชมใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่น ให้ฟินกว่าเดิม!
เมื่อเข้าสู่ปลายเดือนตุลาคม ถือเป็นอีกช่วงที่นักท่องเที่ยวมากมายต่างหลั่งไหลกันไปเที่ยวญี่ปุ่นกันอย่างคึกคัก เพื่อไปชื่นชมความงดงามของเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีที่่ญี่ปุ่นนั่นเองค่ะ ทั่วทุกพื้นที่จะเต็มไปด้วยสีเหลือง แดง สีส้ม มองไปทางไหนก็รู้สึกฟินและ สดใสสุดๆ เลยค่ะ แถมอากาศก็ดีมากๆสามารถแต่งตัวสวยๆ เดินถ่ายรูปเพลินๆ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเที่ยวญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ค่ะ เชื่อว่าหลายๆ คนก็มีแพลนที่จะไปเที่ยวทัวร์ญี่ปุ่น ใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงเดือนตุลาคม - เดือนพฤศจิกายน กันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ทัวร์ครับเลยขอนำเสนอเคล็ดลับดีๆ ตั้งแต่เรื่องการแต่งตัว จนไปถึงจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีเลยค่ะ ให้ได้ไปศึกษา เพื่อจะได้เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนเดินทางค่ะ อากาศ เดือนนี้เป็นช่วงที่อากาศกำลังดีเลยค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนเมืองร้อนอย่างเรา ที่ชื่นชอบอากาศแบบเย็นๆสบาย อุณหภูมิประมาณ 10 องศา สูงสุดไม่เกิน 20 องศาค่ะ แต่ถ้าหากปีไหนฝนตกมาก ก็อาจจะลงมาต่ำกว่านั้นนิดหน่อย ถึงแม้อากาศจะเย็น แต่ก็ยังมีแสงแดดมาช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้เราในตอนกลางวัน และยังทำให้บรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสี ยิ่งสวยงามมากขึ้นไปอีกค่ะ การแต่งกาย อย่างที่บอกว่า อากาศจะยังไม่หนาวมากนัก ทัวร์ครับจึงขอแนะนำให้ใส่เป็นเสื้อผ้ากันหนาวที่ยังไม่หนามากนัก ด้านในอาจจะใส่เป็นเสื้อคอเต่า หรือฮีทเทคสีสดใสหน่อย แล้วคลุมด้านนอกด้วยเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์ หรือแจ็กเก็ตหนังเก๋ๆ ให้ความรู้สึกแฟชั่นนิสต้าเหมือนกัน ส่วนด้านล่างใส่แค่กางเกงยีนส์ก็พอบรรเทาความเย็นได้แล้วนะคะ หรือหากใครเป็นคนขี้หนาวก็หากางเกงบุขนเก๋ๆ ที่ไม่หนามากมาใส่เพิ่มความชิคได้เหมือนกัน ส่วนรองเท้าผ้าใบคู่ใจสักคู่ก็โอแล้วล่ะค่ะ แต่ไม่ใช่ว่าจะใส่เสื้อผ้าแบบ Winter Style ไม่ได้นะคะ ใครอยากจะจัดเต็มด้วยการใส่เสื้อโค้ท คู่กับรองเท้าบู้ท ก็ไม่ได้ผิดกฎข้อไหนเลย ด้านในก็ใส่เสื้อที่บางหน่อย ช่วงกลางวันที่เจอแดดจะได้ไม่ร้อนมาก จริงๆ แล้วในฤดูใบไม้ร่วงนี้ เป็นฤดูที่สามารถแฟชั่นจัดเต็มได้มากกว่าทุกฤดูอยู่แล้วค่ะ จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะได้แต่งตัวจับนู่นนี่มา Mix & Match ให้สนุกกันไปเลยค่ะ กิจกรรม แน่นอนว่ากิจกรรมหลักในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ก็คือการชมใบไม้แดง หรือใบไม้เปลี่ยนสี นั่นเอง ซึ่งสามารถชมได้หลายจุดทั่วประเทศเลยค่ะ ถ้างั้นตามทัวร์ครับมาดูกันเลยค่ะ แหล่งที่คนนิยมไปชมใบไม้เปลี่ยนสี มีที่ไหนกันบ้าง ? วัดคิโยมิซุ หรือวัดน้ำใส (Kiyomizu-dera) เริ่มกันที่แรก กับวัดชื่อดังของเกียวโต จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังของญี่ปุ่น ภายในวัดมีความเป็นธรรมชาติมาก เพราะฉะนั้นเมื่อเข้าสู่ช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสี ทั่วทั้งบริเวณวัดจะกลายเป็นสีส้มแดงเป็นภาพบรรยากาศที่สวยสะกดตามากๆค่ะ ซึ่งนอกจากนี้ยังมีจุดชมวิว ที่เราจะได้เห็นเมืองเกียวโตในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจากศาลากลางขนาดใหญ่ของวัดอีกด้วยล่ะ *** ขณะนี้ศาลากลางของวัดกำลังทำการปิดปรับปรุง ซ่อมแซมอยู่ค่ะ โดยจะเปิดให้บริการณอีกครั้งใน 2020 *** หุบเขามิโนะ (Minoh park) อีกหนึ่งจุดสำหรับชมใบไม้แดงชื่อดังของภูมิภาคคันไซ ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นเอง และชาวต่างชาติ เดินทางเข้ามาชมใบไม้เปลี่ยนกันอย่างคึกคักค่ะ เราสามารถเดินเที่ยวลัดเลาะไปรอบๆ เขา เพื่อชื่นชมกับธรรมชาติอันสวยงาม ซึ่งเส้นทางของที่นี่ ถูกจัดทำขึ้นอย่างปลอดภัย สะอาด เดินง่าย ต่อให้มีผู้สูงอายุมาด้วย ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องอุบัติเหตุเลยค่ะ ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) ไม่ใช่เพียงแค่เป็นจุดชมฟูจิที่ฮิตที่สุดเท่านั้น แต่เป็นอีกหนึ่งจุดชมใบไม้แดงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งอีกด้วยค่ะ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีของที่นี่ก็คือ อุโมงค์เมเปิ้ลที่มีชื่อว่า โมมิจิ ไคโร (Momiji Kairo) และที่สำคัญ อาจโชคดีได้เจอฟูจิซังไปพร้อมๆ กับชมใบไม้แดงด้วยแล้วล่ะก็ คงเป็นความทรงจำที่ดีสุดๆแน่นอนเลยค่ะ หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ในช่วงที่หิมะตกเท่านั้นที่ควรมาเยือน แต่ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่ก็สวยไม่น้อยเลยค่ะ บ้านหลังคาญี่ปุ่นโบราณทุกหลัง จะถูกโอบล้อมไปด้วยใบไม้สีแดง เป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมและธรรมชาติที่ลงตัวสุดๆเลยค่ะ อีกหนึ่งสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่นที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง หวังว่า เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ จากทัวร์ครับในวันนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ ที่มีแพลนไปเที่ยวญี่ปุ่น ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีนี้ ได้นำไปใช้เตรียมตัวก่อนการเดินทางกันนะคะ รับรองว่ากลับมาแล้วจะยังนอนฝันหวานถึงญี่ปุ่น และรอไม่ไหวสำหรับทริปต่อไปเลยค่ะ หากใครอยากรู้ว่ายังมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีของที่ไหนเด็ดอีกบ้าง ตามไปดูได้เลยที่ >>>ใบไม้เปลี่ยนสีมาแล้ว...เปิดวาร์ปพิกัดชม ใบไม้เปลี่ยนสี 2018<<<
แนะ 8 เทคนิคเที่ยวอย่างสบายใจ เที่ยวยังไงให้ไม่อ้วน !
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
แนะ 8 เทคนิคเที่ยวอย่างสบายใจ เที่ยวยังไงให้ไม่อ้วน !
วันนี้เราเลยจัดเทคนิคดีๆ ที่จะมาแนะนำเพื่อนๆ ให้ทำตามในระหว่างไปเที่ยว เที่ยวยังไงให้ไม่อ้วน จะได้กินได้แบบจัดเต็ม แต่ไม่พาความอ้วนกลับเมืองไทยมาด้วยล่ะ เย้ ! 1.เดินออกกำลังกายบ่อยๆ เที่ยวยังไงให้ไม่อ้วน ข้อที่ 1: ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงให้ไปฟิตเนส หรือเข้ายิมในระหว่างไปเที่ยวนะคะ แบบนั้นก็จะลำบากป๊ายยย เดินออกกำลังกายในที่นี้ หมายถึง การที่เราเดินเยอะกว่าเดิม หรือแอคทีฟมากกว่าเดิมนั่นเองค่ะ เช่น ถ้าเราไปพักที่โรงแรมที่ชั้นไม่สูงนัก อาจจะใช้วิธีเดินขึ้นลงบันได แทนที่จะขึ้นลิฟต์ หรือเดินจากสถานที่หนึ่ง ไปอีกสถานที่หนึ่ง แทนที่จะนั่งรถแท็กซี่หรือรถไฟฟ้า เพียงแค่นี้ก็สามารถเที่ยวยังไงใก็ไม่อ้วน เบิร์นแคลลอรี่ได้หลายขุมแล้วล่ะค่ะ หรือถ้าหากไปเที่ยวทะเล เที่ยวเกาะ ก็อย่าลืมพกบิกินี่ ชุดว่ายน้ำสวยๆ ไปว่ายน้ำด้วยนะคะ นั่งถ่ายรูปอย่างเดียวไม่ผอมนะบอกก่อน 2. ดื่มน้ำเยอะๆ เที่ยวยังไงให้ไม่อ้วน ข้อที่ 2 :น้ำที่ว่า คือน้ำเปล่านะคะ ใครจะมาหัวหมอ กินชาไข่มุกเยอะๆ ไม่ได้เด็ดขาด เราไม่ยอม ! ฮ่าๆ ในระหว่างวันที่เราออกจากโรงแรมไปเที่ยวยังที่ต่างๆ ก็พกน้ำเปล่าติดตัวไปด้วย เอาไว้จิบระหว่างวันเวลากระหาย นอกจากนี้ยังสามารถเอาไว้ป้องกัน ในกรณีที่ร้านอาหารที่เราเข้า ไม่ขายน้ำเปล่า หรือน้ำเปล่าราคาแพง อย่างน้อยก็ยังมีน้ำเปล่าไว้ดื่ม ไม่อ้วนแถมประหยัดได้อีกด้วยล่ะค่ะ 3. แค่ชิมก็พอ เที่ยวยังไงให้ไม่อ้วน ข้อที่ 3 :อาจจะต้องอดทนหน่อย อย่างที่บอกว่าเราเข้าใจมากๆว่าไปเที่ยวต่างประเทศทั้งทีก็อยากกินของที่หากินในไทยไม่ได้ แล้วพอกินที อร่อยถูกปาก ก็อยากจะกิน กิน กิน กินเยอะๆ กินแล้วกินอีก แต่บอกเลยว่าแบบนี้ผิดมหันต์เลยล่ะค่ะ เพราะนี่คือการเปิดโอกาสให้ตัวเองสะสมไขมันพากลับมาเมืองไทยด้วยนั่นเอง ทางที่ดีคือ เราควรกินแต่พอประมาณ เรียกว่า ชิมให้พอรู้รสชาติก็พอนะคะ นอกจากจะช่วยให้เราควบคุมน้ำหนักได้แล้วยังช่วยให้เราคิดถึงรสชาติตอนกลับมาถึงเมืองไทยแล้วมีพลังในการทำงานเพื่อเก็บเงินไปเที่ยว ไปกินสิ่งนั้นอีกต่างหากเห็นมั้ยล่ะว่าดีแค่ไหน 4. หลีกเลี่ยงฟาสต์ฟู้ด เที่ยวยังไงให้ไม่อ้วน ข้อที่ 4 :เข้าใจค่ะว่าฟาสต์ฟู้ดนั้นหากินง่าย จะไปประเทศไหนก็มีแมคโดนัลด์มีร้านฟาสต์ฟู้ดรองรับเต็มไปหมด แต่บอกเลยว่านั่นคือกับดักชั้นดีเลยล่ะค่ะเพราะถึงแม้หน้าตาอาหารจะทำออกมาน่ากิน ยั่วยวนใจขนาดไหนแต่ยังไงมันก็คือ ฟาสต์ฟู้ด แหล่งรวมไขมันและความอ้วนอยู่ดี แล้วคิดดูหากเรากินทุกๆ มื้อ หรือวันละมื้อจะเป็นยังไงล่ะคะ? กลับไทยมาเมื่อไหร่ ชดใช้กรรมในยิมหนักหน่วงแน่ๆ โทรนัดเทรนเนอร์ไว้ได้เลยบอกแค่นี้ แต่...ถ้าถามว่าไปเที่ยว แล้วจะทำยังไงถ้าอาหารไม่ถูกปาก? ลองอ่านข้อต่อไปดูค่ะ 5. พกอาหารจากเมืองไทยไปทานด้วย เที่ยวยังไงให้ไม่อ้วน ข้อที่ 5 :ไม่ได้ให้พกอาหารฟาสต์ฟู้ดจากเมืองไทย หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนะคะ แต่หมายถึงอาหารกึ่งสำเร็จรูปที่สามารถนำไปอุ่นในไมโครเวฟแล้วทานได้ อาจจะเป็นพวกกับข้าวซอง หรือปลากระป๋องก็ได้ แต่ต้องดูโภชนาการดีๆ ก่อนนำไปเที่ยวด้วยนะคะ เพราะหากเลือกไปผิด โซเดียมเยอะเกิน น้ำตาลมากไป หรือสารอาหารไม่ครบ ก็ไม่ต่างอะไรจากการทานฟาสต์ฟู้ดเลยล่ะค่ะ 6. พกขนมคลีนติดตัวไว้ เที่ยวยังไงให้ไม่อ้วน ข้อที่ 6 :การเดินทางท่องเที่ยวแต่ละครั้ง ก็ต้องมีช่วงที่เรารู้สึกเหนื่อยล้าอ่อนแรง อยากจะหาของหวานๆ เข้าปากเติมพลังซะหน่อย แต่การที่เราเลือกเดินเข้าร้านบิงซู หรือซื้อชานมไข่มุกกินเนี่ย ก็เหมือนเป็นการทำลายที่เราเดินมาตลอดทั้งวัน แทนที่จะเบิร์นกลับหาสิ่งที่ทำให้ต้องเบิร์นเพิ่มไปอีกใส่เข้าตัว เพราะฉะนั้นลองหาซื้อขนมคลีนๆ อยากพวกกราโนล่า กรีกโยเกิร์ต หรือธัญพืชบาร์ติดกระเป๋าไว้ อยากหวานเมื่อไหร่ก็หยิบเข้าปาก ได้ทั้งความหวาน ได้ทั้งความคลีน ฟินๆ กันไปค่ะ 7. จัดมื้อเช้าแบบเต็มที่ เที่ยวยังไงให้ไม่อ้วน ข้อที่ 7 :มื้อเช้าสำคัญที่สุด คำๆนี้ไม่มีทางผิดแน่นอนค่ะเพราะเราต้องใช้พลังงานทั้งวัน โดยเฉพาะเวลาไปเที่ยว ต้องเดินต้องทำนู่นนี่ทั้งวัน เพราะฉะนั้นมื้อเช้าคือสิ่งสำคัญและเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้เราไม่หิวโหยระหว่างวันจนออกนอกลู่นอกทางไปกินตามใจปากเกินไปแน่ๆ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เรามีพลังงานพอจะใช้ทั้งวันแล้วมื้อเช้ายังช่วยในเรื่องการเผาผลาญได้เป็นอย่างดีด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นห้ามตื่นสายจนพลาดมื้อเช้าเด็ดขาดค่ะ 8. มีเวลาก็เบิร์นหน่อย เที่ยวยังไงให้ไม่อ้วน ข้อที่ 8 :ไม่ใช่แค่เข้ายิมเท่านั้นที่จะเบิร์นความอ้วนได้เดี๋ยวนี้ในอินเทอร์เน็ตมีคลิปวิดีโอสอนออกกำลังกายแบบง่ายๆมากมายเลยล่ะค่ะ ซึ่งท่าออกกำลังกายเหล่านี้ไม่ต้องใช้อุปกรณ์หรือพื้นที่มากเลย จึงสามารถทำได้แม้ในช่วงเวลาที่เราไปเที่ยว เช่นการโยคะก่อนนอนที่นอกจากจะช่วยยืดเส้นยืดสายให้เราสบายตัวแล้วยังช่วยเผาผลาญพลังงานที่เหลือด้วยหรือจะตื่นเช้าขึ้นสักหน่อยมาออกกำลังเบาๆก็ไม่ลำบากเกินไปใช่ไหมล่ะคะ? ทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้และช่วยให้เราไม่กลับมาเมืองไทยแล้วน้ำหนักขึ้น แถมยังเที่ยวได้อย่างแฮปปี้อีกต่างหากใครมีแพลนท่องเที่ยวครั้งหน้าก็อย่าลืมเอาเทคนิคดีๆเที่ยวยังไงก็ไม่อ้วน ของเราไปลองทำตามกันดูนะคะ Enjoy your trip ! บทความแนะนำ >> 7 วิธีเที่ยวสไตล์สุขภาพดี เที่ยวกี่ที หุ่นดีไม่มีเสีย ! <<
เที่ยวต่างประเทศครั้งนี้ มีแต่รูปชิคๆ รวม 5 กล้อง Mirrorless ใช้ง่าย ราคาสุดคุ้ม!
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
เที่ยวต่างประเทศครั้งนี้ มีแต่รูปชิคๆ รวม 5 กล้อง Mirrorless ใช้ง่าย ราคาสุดคุ้ม!
ไอเทมสำคัญของนักเที่ยวสมัยนี้ ไม่ว่าจะไปเที่ยวในประเทศ หรือต่างประเทศ ก็คงหนีไม้พ้น กล้องถ่ายรูป นั่นเองค่ะ แน่นอน ว่านานๆเราจะได้ไปเที่ยวต่างประเทศทั้งที และก็ไม่ได้กันบ่อยๆใช่ไหมล่ะ ก็ต้องมีกล้องดีๆซักตัว เพื่อเก็บความทรงจำดีๆ สถานที่สวยๆ กล้อง Mirrorless จึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่มาแรงในตอนนี้ เนื่องจากเป็นกล้องที่มีขนาดเล็ก พกพาสะดวก แถมราคาย่อมเยาและที่สำคัญคุณภาพเทียบเคียงกล้อง DSLR ได้สบายๆเลยล่ะค่ะ ซึ่งวันนี้ทัวร์ครับจะขอแนะนำ 5 กล้อง Mirrorless ราคาน่ารัก แถมยังมีประสิทธิภาพคุ้มค่าเกินราคา ใช้งานง่าย รับรองว่าคุณจะได้รูปชิคๆ สวยๆอย่างกับถ่ายด้วยมืออาชีพ เอาไปอัพลงโซเซี่ยลเก๋ๆ ตามทัวร์ครับไปดูกันเลย Fujifilm X-A3 เริ่มที่ตัวแรก Fujifilm X-A3 เป็นกล้อง Mirrorless ดีไซน์สไตล์ Retro หุ้มด้วยหนัง มีให้เลือกถึงสามสี แถมน้ำหนักเบากระทัดรัด จุดเด่นของกล้อง Mirrorless ตัวนี้ก็คือ ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล เทียบเท่ากล้อง DSLR เลยค่ะคุณขา รองรับการถ่ายวีดีโอระดับ Full HD ให้คุณได้เก็บความทรงจำได้อย่างชัดเจน หน้าจอสัมผัสขนาด 3 นิ้ว พลิกกลับได้ 180 องศา Selfie ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เอาใจขาเซลฟี่แบบสุดๆ ไปเลยค่ะ นอกจากนั้นยังมีโหมด Portrait Enhancer ที่ช่วยทำให้ผิวดูสว่างและเรียบเนียน แต่ดูเป็นธรรมชาติ ถูกใจสาวๆกันสุดๆไปเลย แต่คุณผู้ชายก็ใช้ได้นะคะ ใช้ถ่ายรูปเอาใจแฟนสาวไงล่ะค่ะ รับรองไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอนค่า ราคาพร้อมเลนส์คิทจะอยู่ที่ประมาณสองหมื่นต้นๆเท่านั้นเอง เห็นไหมค่ะ คุณภาพคุ้มเกินราคาจริงๆค่ะ Sony A6000 มาต่อกันที่ค่าย Sony กันบ้างค่ะ กับ Sony A6000 ที่มีดีไซน์สวย บอดี้ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และมีระบบโฟกัสเร็วที่สุดในโลกอีกด้วย ว้าว!! กันแล้วใช่ไหมค่ะ ถึงตัวจะจิ๋ว แต่คุณภาพไม่จิ๋วนะคะ เพราะมาพร้อมกับเทคโนโลยีการถ่ายภาพที่มีประสิทธิภาพสูง ด้วยจุดโฟกัสถึง 179 จุด แบบ Phase Detection ซึ่งเหนือกว่ากล้อง DSLR หลายรุ่นซะอีกค่ะ นอกจากนั้น ยังมีระบบ Eye Detection เพื่อโฟกัสให้ตรงกับบริเวณดวงตา แถมด้วยเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ APS-C ความละเอียด 24.3 ล้านพิกเซล และยังมีเอฟเฟคท์ต่างๆครบที่ให้คุณแต่งภาพโดยไม่ต้องง้อคอมพิวเตอร์อีกต่อไป ราคาพร้อมเลนส์คิทประมาณ 27,990 บาท ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจของคนที่กำลังมองหากล้องขนาดเล็ก คุณภาพสูง ราคาคุ้มค่าจริงเลยค่ะ Panasonic Lumix GF9 สายเซลฟี่ต้องยกให้ตัวนี้เลยค่ะ ตัวจริงเลยการเซลฟี่ ก็แหม!! เที่ยวต่างประเทศทั้งทีก็ต้องมีรูปเซลฟี่กันซะหน่อย เพราะกล้องตัวนี้เค้ามีฟังก์ชั่นใหม่ Beauty Retouch ให้คุณเลือกปรับความสวยใสได้ถึง 10 ระดับ สวยได้ง่ายๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัส หน้าจอ LCD ขนาด 3 นิ้ว ที่ปรับหน้าจอได้ 180 องศา พร้อมกับความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และถ่ายวีดีโอระดับ 4K ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมี Hand-Free Selfie ที่พร้อมเก็บภาพคุณด้วย Face Shutter, Buddy Shutter และ Jump Snap ที่จะทำให้ได้ภาพสวยๆแบบที่คุณต้องการ และยังมีฟังก์ชั่น Time Lapse Shot และ Stop Motion Animation โอโหววว!! สเปคดีงามมากมาย แตราคาสุดคุ้มเพียง 20,000 ต้นๆเท่านั้นเองค่ะ Canon EOS m10 มาที่ฝั่งค่ายยักษ์ใหญ่กันบ้าง ที่ไม่ได้มีดีแค่กล้อง DSLR เท่านั้น กล้อง Mirrorless น้องเล็กก็ดีไม่แพ้กัน อย่างรุ่นนี้เลยค่ะ Canon EOS m10 มีลูกเล่นมากมาย ใช้งานง่าย จอสัมผัส แถมมี Wi-Fi เชื่อมต่อเข้ากับมือถือได้อีกด้วย และยังมาพร้อมกับโหมด Creative Assist ฟังก์ชั่นสำหรับมือใหม่ได้ฝึกปรับแต่งสีและโทนของภาพให้โดดเด่นแบบง่ายๆ ไม่ต้องง้อแอพเลยค่ะ ง้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์อีกต่อไป และทำให้การไปเที่ยวต่างประเทศของคุณนั้นมีสีสันมากยิ่งมากขึ้นอีกด้วยค่ะ สุดยอดจริงๆเลยค่ะเจ้ากล้อง Mirrorless จาก Cannon ตัวนี้ นอกจากนั้นยังมีเซนเซอร์ขนาดใหญ่ และโฟกัส Hybrid CMOS AF II ทั้งยังการันตีว่าสามารถใช้ในสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิต่ำ ถึง 0 องศา เหมาะมากค่ะสำหรับการไปเที่ยวเมืองหนาว ซึ่งหากใครมองหากล้อง Mirrorless สำหรับการไปเที่ยวต่างประเทศราคาไม่ถึง 20,000 บาท Canon EOS m10 ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆเลยทีเดียวค่ะ Nikon J5 มาที่ตัวสุดท้ายกล้อง Mirrorless ขนาดจิ๋วแต่แจ๋ว เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ หน้าจอของ Nikon 1 J5 เป็นแบบทัชสกรีนขนาดหน้าจอ 3 นิ้ว ซึ่งทำงานได้ลื่นไหล และยังสามารถบิดพับได้ 180 องศา พร้อมด้วยระบบโฟกัสที่รวดเร็วมาก สามารถถ่ายต่อเนื่องได้ที่ 60 ภาพต่อวินาทีเลยล่ะค่ะ นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายภาพแบบ Slow Motion ได้อีกด้วยนะคะ เหมาะมากสำหรับการไปเที่ยวต่างประเทศแบบลุยๆ รับรองเก็บภาพได้ทันทุก shot ไม่พลาดทุก moment เด็ดๆอย่างแน่นอนเลยค่า ด้วยราคาเพียงหมื่นต้นๆเท่านั้น เป็นอีกกล้อง Mirrorless ที่คุ้มค่าอีกตัวหนึ่งเลยล่ะค่ะ ทัวร์ครับขอคอนเฟิร์ม!! หวังว่าทัวร์ครับจะช่วยให้หลายคนที่กำลังมองหากล้อง Mirrorless สำหรับการไปเที่ยวต่างประเทศได้ง่ายขึ้น ชอบแบบไหน ก็สามารถไปลองเล่นกันได้ตามร้านขายกล้องชั้นนำ แต่ถ้าเป็นเรื่องเที่ยวต่างประเทศ ก็ต้องทัวร์ครับเลยค่ะ รับรองว่าจะได้ทริปเที่ยวต่างประเทศที่ราคาคุ้มค่าแน่นอนค่ะ
6 สิ่งไม่ธรรมดา! แห่ง สนามบินนิวชิโตเสะ ฮอกไกโด
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
6 สิ่งไม่ธรรมดา! แห่ง สนามบินนิวชิโตเสะ ฮอกไกโด
สนามบินนิวชิโตเสะ (New Chitose Airport) ประตูด่านแรกที่เปิดต้อนรับคุณเมื่อเดินทางไปฮอกไกโด แต่สนามบินนิวชิโตเสะ ไม่ได้มีดีแค่สนามบินเท่านั้นนะคะ เพราะที่นี่แหล่งรวมความบันเทิงขนาดย่อม ให้นักเดินทางได้ชิม ชิล ช้อป แต่ว่าจะมีอะไรที่ไม่ธรรมดาในสนาบินนี้บ้างนั้น ตามทัวร์ครับมาเลยค่ะ สนามบินนิวชิโตเสะ (New Chitose Airport) หรือ ชิง-ชิโตะเสะ (Shin Chitose) เป็น สนามบินนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในฮอกไกโด มีทั้งไฟลท์บินจากต่างประเทศ และในประเทศ และตอนนี้การบินไทยได้มีเที่ยวบินมาลงตรงที่ฮอกไกโด โดยลงที่สนามบินนิวซิโตเสะ ทำให้คนไทยสะดวกสบายในการไปฮอกไกโดมากขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาต่อเครื่องให้เหนื่อยเลยค่ะ และเมื่อมาถึง สนามบินนิวชิโตเสะแล้ว ทัวร์ครับขอแนะนำว่าคุณควรเผื่อเวลามาเดินเล่นชิลๆ ด้วยนะคะ เดี๋ยวจะหาว่าทัวร์ครับไม่เตือน แต่เอ้!! ในสนามบินแห่งนี้จะมีอะไรน่าสนใจบ้างนั้น ตามทัวร์ครับไปดูกันเลยดีกว่า สวรรค์ของคนรักโดเรม่อน : Doraemon Wakuwaku Sky Park สำหรับพิกัดแรก ขอเอาใจแฟนๆคนรักแมวไม่มีหูสีฟ้ากันหน่อยดีกว่า นั้นก็คือ โดราเอม่อน การ์ตูนในวัยเด็กของใครหลายๆคน มาถึงถิ่นทั้งที ต้อไม่พลาดแวะไปชม พิพิธภัณฑ์โดราเอมอน (Doraemon Wakuwaku Sky) Park กันสักหน่อยค่ะ พิพิธภัณฑ์โดราเอม่อน Doraemon Wakuwaku Sky Park ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 โซน Smile Road เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 10:00 -18:00 น. ภายในจะมีฉากจำลองจากตอนที่น่าประทับใจมากมาย เช่น ห้องนอนของโนบิตะ สนามเด็กเล่น ไทม์แมชชีน หรือตู้จัดแสดงของวิเศษในกระเป๋าของโดราเอมอน ทำให้รู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในโลกการ์ตูนโดราเอม่อน และยังมี Library ห้องสมุดวิเศษของโดราเอม่อน คลังรวมรวบข้อมูลการ์ตูนโดราเอม่อน และมีกิจกรรมน่าสนใจ ให้ได้ร่วมสนุกกันด้วย ส่วนในเรื่องอาหารการกิน ที่นี่ก็ไม่แพ้ใคร เพราะมีเมนูอาหารให้เลือกมากมาย และที่สำคัญเลยคือน่ารักสุดๆค่ะ เพราะทุกจานจะมาในรูปแบบของโดราเอม่อน โดยมีเมนูเด็ดที่ห้ามพลาดคือ ไทยากิ (Taiyaki) รูปโดราเอม่อนและโดรามี่ที่ทั้งน่ารักแล้ว รสชาติก็อร่อยมาก ๆ อีกด้วยค่ะ ดินแดนสีชมพู: Hello Kitty Happy Flight มาต่อกันที่ดินแดนแห่งคนรักสีชมพู Hello Kitty Happy Flight ธีมพาร์คขนาดเล็กของคิตตี้กับคอนเสปเดินทางรอบโลกด้วยสายการบินคิตตี้ ด้านในจะแบ่งออกเป็นโซนเอเชีย โซนยุโรป และโซนอเมริกา ที่จัดออกมาได้น่ารัก สดใส สมกับเป็นดินแดนคิตตี้จริงๆเลยค่ะ คุณจะได้สนุกเพลิดเพลินกับแอนิเมชันสุดน่ารักที่ Hello Theater หรือจะถ่ายรูปสุดแบบคิ้วๆ กับเหล่าคิตตี้น่ารักๆที่ Eurpean Plaza รวมถึงโซนสนุกๆอื่นอีกมากมาย และยังสามารถช้อปของที่ระลึกสุดน่ารักหลากหลายรูปแบบจาก Hello Kitty เปิดให้ทำการตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. แหล่งละลายทรัพย์ (Shopping Area) สนามบินแห่งนี้มีร้านค้า ร้านอาหารมากมายครอบคลุมทั้งอาคารผู้โดยการ เรียกได้ว่าเป็น สวรรค์น้อยๆของคนที่รักการช้อปปิ้งเลยค่ะ มีทั้งร้านของฝาก ของที่ระลึก สินค้าแบรนด์เนม อาหารทะเล ขนม ของหวาน เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์จากฮอกไกโด และร้าน Duty Free ที่ให้คุณได้เลือกช้อปกันเต็มอิ่ม โดยมีร้านไฮไลท์ที่เหล่าสาวกคนชอบช็อคโกแลตไม่ควรพลาด ก็คือ Rocye’ Chocolate World ร้านช็อกโกแลตชื่อดังของญี่ปุ่น และร้าน Caramel Kitchen จากกลูลิโกะ ร้านของฝากสุดพรีเมียมที่ซื้อไปฝากใครๆ ก็ต้องชอบกันทุกคนแน่นอน ทัวร์ครับขอคอนเฟิร์มค่ะ ชิมของอร่อยฮอกไกโด (Taste Of Hokkaido) เดินช้อปกันจนเมื่อย ก็ต้องหาอะไรรองท้องเติมพลังกันสักหน่อย และแน่นอนสนามบินนิวชิโตเซะแห่งนี้ไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะที่นี่มีทั้งร้านอาหารหลากหลายชนชาติให้เลือกชิม และเป็นแหล่งรวมร้านราเมน ร้านขนมหวานชื่อดังจากทั่วฮอกไกโดมาไว้ให้ภายในสนามบินนิวชิโตเซะแห่งนี้ หากใครยังไม่อิ่ม ที่สนามบินนิวชิโตะยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหารทะเลสดชื่อดังของฮอกไกโดให้ได้ชิมความสด อร่อยจากทะเลญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่ว่าใครทีได้ชิมอาหารทะเลของฮอกไกโดต่างติดใจกันทุกรายค่ะ มุมถ่ายภาพสุดชิค (Let’s take a picture!) หนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการไปเที่ยวคือ สถานที่สวยๆให้ได้ถ่ายรูปชิคๆ ซึ่งสนามบินชิโตะเซก็ต้องไม่พลาดที่จะนำเสนอความเป็นฮอกไกโดอย่างเต็มเปี่ยม ด้วยการจัดตกแต่งสนามบินให้เหล่านักเดินทางได้เห็นมุมมองต่างๆของฮอกไกโด มีหลายมุมที่น่ารักๆให้ถ่ายรูปมากมาย รับรองว่าคุณต้องมีรูปถ่ายสวยๆกลับไปลงโซเซียลอย่างแน่นอนเลยค่ะ Wi-Fi ฟรี แรง เร็ว ไม่มีสะดุด และสุดท้ายเรียกได้ว่าเป็นแขนอีกข้างของชีวิตเราก็ว่าได้ ไม่สามารถขาดได้แม้แต่วินาทีเดียวก็คือ อินเตอร์เน็ต (Internet) หากไปไหนมาไหนไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้ก็เหมือนจะขาดใจใช่ไหมล่ะค่ะ แต่ที่นี่ สนามบินนิวซิโตเสะ มีบริการ Wi-Fi ให้ใช้กันฟรีๆ ใช้งานง่ายเพียงต่อสัญญาณไวไฟ และยอมรับเงื่อนไขของสนามบิน คุณก็มีแน็ตแรงๆ ใช้กันฟรีๆ ให้การอัพโหลดเรื่องราวดีๆ ของคุณแบบไม่มีสะดุดแน่นอนค่ะ เห็นไหมคะว่าสนามบินนิวชิโตเซะแห่งนี้ เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจมากมาย แต่จะดีจริงอย่างที่ทัวร์ครับเล่าให้ฟังหรือเปล่านั้น ทัวร์ครับบอกเลยว่าของแบบนี้ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเองแล้วล่ะค่ะ ไปเที่ยวฮอกไกโด เยือนสนามบินนิวชิโตเซะกันง่ายกับทัวร์ฮอกไกโดจากทัวร์ครับ เที่ยวฮอกไกโดครั้งนี้ประทับใจแน่นอน ครั้งหน้าทัวร์ครับจะมีเรื่องน่าใจอะไรมาเล่าให้ฟังอีกนั้น ต้องคอยติดตามค่ะ [ ฮอกไกโด Go Go เที่ยวได้ทั้งปี]
ไปนอกแล้วจะรุ่ง! เปิดดวง 4 ราศีที่มีเกณฑ์เดินทางไปต่างประเทศ
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
ไปนอกแล้วจะรุ่ง! เปิดดวง 4 ราศีที่มีเกณฑ์เดินทางไปต่างประเทศ
ราศีกรกฎ ราศีกรกฎนั้นถึงแม้ว่าปีนี้จะเจอดาวแรงย้าย อย่างพระราหู แต่ก็จะส่งผลบวกต่อราศีซึ่งพระราหูหมายถึงเรื่องเกี่ยวกับออนไลน์ และต่างประเทศเพราะฉะนั้นใครที่เกิดราศีกรกฎ แนะนำให้ทำธุรกิจออนไลน์ขายของขายสินค้าต่างๆ และยิ่งเป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศพรีออเดอร์ยิ่งดี เพราะเงินที่จะเข้ามาจะเป็นทรัพย์จากการเดินทางบวกกับออนไลน์ค่ะซึ่งบอกเลยว่าตอนนี้ธุรกิจออนไลน์บูมมากๆ การรับหิ้วสินค้า การพรีออเดอร์ต่างๆ กำลังเป็นที่นิยม เพียงแค่คุณขยันหาสินค้าใหม่ๆที่น่าสนใจ ที่ในไทยยังไม่มีแค่นี้ก็สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้แล้ว ซึ่งประเทศที่แนะนำให้ไปลองหาสินค้าแรร์ไอเท็มนำเข้ามาก็ประเทศในเอเชียใกล้ๆ บ้านเรา อย่างเกาหลี ญี่ปุ่น และ ฮ่องกงค่ะ หรือหากใครต้องการตลาดค้าส่งใหญ่ๆ ได้เห็นสินค้าหลากหลาย อาจจะไม่แรร์ไอเท็มมาก แต่ต้นทุนถูกและกำไรสูง จะไปจีนก็ไม่ผิด ราศีมีน ถัดมาอีกราศี ที่มีเกณฑ์เดินทางไปต่างประเทศกันบ้าง นั่นก็คือ ราศีมีน นั่นเองค่ะ ทัวร์ครับฟันธง !! บอกว่าปีนี้เป็นปีทองของราศีมีนเลยทีเดียวเชียว จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี โดยตั้งแต่ครึ่งปีหลังเป็นต้นไป ดาวประจำตัวของชาวราศีมีนจะย้ายไปอยู่นเรือนมรณะ แปลว่า จะได้ย้ายบ้าน เปลี่ยนงาน ย้ายถิ่นที่อยู่อาศัย เปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่แบบเบ็ดเสร็จเลยล่ะค่ะ สำหรับชาวราศีมีน อย่างที่บอกว่ามีเกณฑ์ย้ายไปต่างประเทศ ในที่นี้นอกจากจะหมายถึงการได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งหรือได้รับมอบหมายให้ไปทำงานที่ต่างประเทศแล้วยังหมายถึงคนที่คิดจะเดินทางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศด้วยค่ะ ใครที่กำลังวางแผนจะเรียนต่อ เราว่าปีนี้เป็นโอกาสที่ดีเลยนะคะ ซึ่งตอนนี้มีหลายประเทศที่น่าสนใจเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มประเทศแถบยุโรป อย่างอังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ กลุ่มประเทศไม่ไกลจากบ้านเราอย่างออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ หรือกลุ่มประเทศในเอเชียใกล้ๆ บ้านเราและขอแนะนำว่าให้ทดลองไปเที่ยวยังประเทศที่จะไปเรียนต่อก่อนถ้าชอบวัฒนธรรมและการใช้ชีวิต ก็จัดไปอย่าให้เสียค่ะ ราศีพิจิก และ ราศีมังกร สองราศีสุดท้าย ยกมาไว้ด้วยกันเพราะหมอดูชื่อดังทั้งหลาย ต่างเห็นพ้องต้องกันทำนายไปในลักษณะเดียวกันเลยทีเดียว ว่าทั้งสองราศีนี้ จะมีดาวราหูและดาวพฤหัสบดี ร่วมส่งผล ทำให้ได้มีโอกาสเดินทางไปยังต่างประเทศหรือได้รับของฝาก ของขวัญจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีเกณฑ์พบรักในขณะเดินทาง และมีโอกาสได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกด้วย บอกเลยว่าทั้งสองราศีในช่วงนี้ อะไรที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศล้วนดีทั้งหมด นอกจากนี้ แนะนำเพิ่มเติมว่า หากใครที่กำลังอยากมีรักใหม่ ใครที่ยังโสด อยากมีคู่หรือที่มีคู่แล้วทะเลาะกันบ่อย อยากให้รักกลับมาหวานชื่นเหมือนเดิมให้หมั่นเติมความหวานด้วยการไปเที่ยวด้วยกัน รวมไปถึงสามารถเสริมดวงโดยทำบุญด้วยขนมหวาน 21 ชิ้นในวันศุกร์และติดรูปดอกโบตั๋นไว้ที่ห้องรับแขก หรือหน้าห้องนอน จะทำให้อะไรที่ร้ายกลายเป็นดีขึ้น มีสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต เสมือนพลิกชีวิต พลิกดวงกันเลยทีเดียวค่ะ นอกจาก 4 ราศีข้างต้นแล้ว เราขอแนะนำไปถึงราศีอื่นๆเพิ่มเติมด้วยนะคะ ไม่ใช่ว่าราศีตัวเองไม่อยู่ในเกณฑ์แล้วจะห้ามเดินทางไปไหนนะ สามารถเดินทางไปพักผ่อน ชาร์จแบตเติมพลังให้กับตัวเองได้เช่นกัน จะไปเที่ยวสูดบรรยากาศใหม่ๆ หรือจะไปไหว้พระเสริมบารมีก็ได้หมด แล้วกลับมาจะได้มีพลังเพิ่มขึ้นในการทำสิ่งต่างๆ ต่อไป สู้ๆ นะคะ เราเป็นกำลังใจให้ก่อนจากกันขอฝากไว้อีกนิดว่าทั้งหมดนี้เป็นการทำนายจากหมอดูต่างๆ เท่านั้น อาจจะแม่นหรือไม่แม่น อันนี้ก็ต้องแล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคนนะคะ ทางที่ดีใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท และทำทุกวันให้ดีที่สุดดีกว่าค่ะ
10 วิธีนัดเพื่อนเที่ยว จัดทริปยังไงไม่ให้โดนเพื่อนเท
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
10 วิธีนัดเพื่อนเที่ยว จัดทริปยังไงไม่ให้โดนเพื่อนเท
1. หาหัวหน้ากลุ่ม หาหัวหน้ากลุ่มตัวหลัก คนที่ว่าง จัดการได้ จัดการในที่นี้คือสามารถหาที่พัก คำนวณงบประมาณ วางแผนการเดินทางทุกขั้นตอน การกิน การอยู่ ทุกสิ่งเสร็จสรรพในคนเดียว (ต้องเป็นคนที่เต็มใจและมีความอดทนมากๆ) แพลนเสร็จจับโยนลงแชทกลุ่มไปเลยจ้า เพื่อให้เพื่อนรู้ว่าฉันแพลนเรียบร้อยละนะ ตามนี้ !! 2. อย่าเงียบหาย เมื่อมีแพลนและสถานที่ที่อยากไป ห้ามหายเงียบเด็ดขาด ไม่งั้นจะขาดตอนในการคุยในทริปครั้งนี้ และทริปจะล่มในที่สุด ทางที่ดีแนะนำให้หาสถานที่ท่องเที่ยว หรือราคาตั๋วเครื่องบิน ที่พัก บลาๆๆ ให้เพื่อนๆในกลุ่มแชทดูเรื่อยๆค่ะ 3. เลือกเวลาให้ถูก เวลาในที่นี้หมายถึงช่วงวันหยุด จนไปถึงพฤติกรรมของเพื่อนว่าเพื่อนส่วนมากนั้นสะดวกกันช่วงไหน เพื่อที่จะได้นำมาวางแพลนปละประกอบในการตัดสินใจไปเที่ยวของเพื่อนในกลุ่ม เช่น เพื่อนกลุ่มนี้ชอบตื่นสาย เราก็เริ่มแพลนแรกโดยการนัดเพื่อนในตอนบ่าย เป็นต้น 4. ทริปสั้นๆไม่ค้างคืน ถ้าพูดถึงการจัดทริปยังไงไม่ให้โดนเพื่อนเทละก็ ทริปสั้นๆ จะมีโอกาสที่เพื่อนจะไปมากกว่าทริปที่ต้องค้างคืนค่ะ เพราะบางคนอาจจะติดธุระหรือครอบครัวไม่อยากให้ค้างที่อื่น แถมค่าใช้จ่ายแพงกว่า จึงทำให้คนที่จะไปด้วยมีน้อยลงนั่นเอง 5. อย่านัดทีละหลายคน ข้อนี้เป็นจิตวิทยาในการชักชวนเพื่อนให้ไปร่วมทริป เพราะถ้าหากเราไปชวนลงกลุ่มแชทใหญ่แล้วบอกได้ว่ามีคนอ่าน แต่ไม่มีคนตอบ !! หรือไม่ก็ตอบแค่คนสองคน และเงียบหายไปตามสเตป เพราะฉะนั้นเราควรทักไปชวนทีละคนจะดีกว่า ค่อยๆชวนทีละคนสองคนและค่อยลงไปชวนกลุ่มใหญ่ รับรองว่าเวิร์ค !! 6. เก็บเงินล่วงหน้า ข้อนี้เป็นการมัดมือชกไปเลยค่ะ เมื่อแพลนเรียบร้อยแล้ว เราควรเก็บค่าใช้จ่ายที่เป็นกองกลางก่อนเลย เพื่อเป็นประกันว่าถ้าใครเทเพื่อน จะไม่ให้เงินคืน !! 7. จองตั๋วจ่ายค่าที่พักเลย มัดมือชกรองจากเก็บเงิน พอเราได้เงินปุ้บ ก็ให้รีบโอนจองที่พักเลย เพราะการจองที่พักและตั๋วเครื่องบินนั้นเป็นการผูกมัดไปอีกแบบนึง เป็นการันตีว่าไม่ได้คืนแน่ๆค่ะ ใครมาเทเพื่อนทีหลังก็ต้องยอมเสียเงินส่วนนี้ไป .. 8. ทริปไฟไหม้ ทริปไฟไหม้ บางคนอาจจะไม่รู้ความหมายว่าไฟไหม้คืออะไร ไฟไหม้คือทริปด๊วนด่วน นัดปุ๊บออกปั๊บ หรือนัดวันนี้เดินทางพรุ่งนี้เลย รับรองว่าไม่มีเวลาเปลี่ยนใจเลยล่ะ 9. ออกให้ครึ่งนึง ทริปนี้ ป๋าออกให้ !! ข้ออ้างที่ไม่ไปเที่ยวกับเพื่อน ยังไง๊ก็ต้องมีเรื่องเงินมาเกี่ยวแน่นอนค่ะ ไม่ว่าจะไม่มีจริงหรือไม่มีหลอก เราออกปากว่าออกให้ปุ๊บ ! รับรองว่าทางสะดวกไปแน่นอน 10. ชวนได้เท่าไหน ไปเท่านั้น !! บทสรุปส่งท้าย ไม่มีอะไรมากค่ะ ชวนได้แค่ไหนไปแค่นั้น เพราะเพื่อนบางคนอาจจะไม่สะดวกจริงๆ เอาไว้ครั้งหน้าค่อยชวนไปเที่ยวด้วยกันใหม่ เพราะคงไม่มีใครที่ไม่อยากเที่ยว ถึงจะไปไม่บ่อย แต่ทัวร์ครับเชื่อว่าทุกคนต้องมีความใฝ่ฝันที่จะไปเที่ยวเยือนสถานที่เที่ยวที่ตัวเองฝันกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะทะเล ภูเขา หรือรวมไปถึงการไปเที่ยวต่างประเทศ
ทริคจัดกระเป๋าแบบมือโปร!  เตรียมตัวเที่ยวฮอกไกโดแบบสบายใจ
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
ทริคจัดกระเป๋าแบบมือโปร! เตรียมตัวเที่ยวฮอกไกโดแบบสบายใจ
ฮอกไกโด (Hokkaido) เกาะที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น มีเมืองหลวงคือ เมืองซัปโปโร (Sapporo) ซึ่งฮอกไกโดถือว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆของญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาตินิยมเดินทางไปเที่ยวกันอยากคึกคัก เสน่ห์ของฮอกไกโดนั้นมาจากความหลากหลายทางศิลปวัฒนธรรมและความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และด้วยความที่อยู่เหนือสุดในประเทศญี่ปุ่น ฮอกไกโดจึงมีอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในฤดูหนาวตั้งแต่เดือนธันวามคม - เดือนมกราคม เหล่านักท่องเที่ยวจะเดินทางมาเที่ยวฮอกไกโดกันอย่างหนาแน่น เพราะมีการจัดงานเทศกาลหิมะฮอกไกโดประจำปี ฮอกไกโดน่าเที่ยวขนาดนี้ ดังนั้นสายเที่ยวอย่างเราต้องไม่พลาด โดยเฉพาะในเรื่องของการเตรียมตัวเที่ยวฮอกไกโดในแต่ละฤดูจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะคงไม่ใครอยากไปเที่ยวแล้วไม่สบาย เป็นหวัดจนทำให้ทริปนั้นไม่สนุกจริงมั๊ยละค่ะ วันนี้ทัวร์ครับจึงจะพาทุกท่านไปรู้จักกับสภาพอากาศฮอกไกโดทั้ง 4 ฤดูกาล จะได้เก็บกระเป๋า เตรียมเสื้อผ้าไปเที่ยวฮอกไกโดได้อย่างฉบับมือโปร เที่ยวฮอกไกโดได้แบบสบายใจ… ฤดูหนาวของฮอกไกโด (Winter in Hokkaido) เริ่มกันที่ฤดูหนาวฮอกไกโด เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของฮอกไกโด จะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์ เดือนที่หนาวที่สุดคือเดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์ อุณหภูมิเฉลี่ย -4 องศา ช่วงวันวันจะอยู่ที่ -1 องศา ส่วนกลางคืนจะลดต่ำลงถึง -7 องศา ทำให้มีหิมะตกลงมาปกคลุมยอดเขาจนกลายเป็นสีขาวโพลน จึงเป็นสถานที่เล่นสกีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จากสภาพอากาศออกไกโดในฤดูหนาวที่หนาวเย็นมากนั้นสิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมไปคือ เสื้อผ้าหลายๆชั้น เสื้อกันหนาวควรมีเสื้อโค้ทขนาดใหญ่ กางเกงแนะนำให้ใส่ 2 ชั้นค่ะ เพื่อความสะดวกและไม่อึดอัด หมวกไหมพรม ผ้าพันคอ ถุงมือ ถุงเท้า และรองเท้าสำหรับเดินในหิมะจะมีคุณสมบัติหลัก ๆ คือทำให้เท้าเราอุ่น และกันละอองน้ำได้ระดับหนึ่ง หากใครทนหนาวไม่ค่อยได้ ทัวร์ครับแนะนำให้เตรียมแผ่นให้ความร้อนไปด้วยจะช่วยคลายความหนาวได้มากเลยทีเดียวค่ะ ฤดูใบไม้ผลิของฮอกไกโด (Spring in Hokkaido) ในฤดูใบไม้ผลิของฮอกไกโดอยู่ในช่วง เดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม อุณหภูมิเฉลี่ยในแต่ละเดือนจะเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อย จาก 5 องศาไปจนถึง 16 องศา ช่วงนี้จะมีเริ่มมีดอกซากุระบาน หรือหลังจากดอกพิงค์มอสก็จะเป็นทุ่งดอกลาเวนเดอร์ตามฟาร์มดอกไม้ต่างๆ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลต์ของฮอกไกโดในฤดูนี้เลยค่ะ สำหรับการแต่งกายในการไปฮอกไกโดในฤดูใบไม้ผลิที่ยังมีอากาศหนาวเย็นอยู่นั้น ควรเตรียมเสื้อกันหนาว เสื้อโค้ท เสื้อขนเป็ด ถุงมือ ผ้าพันคอ ชุดใส่ข้างในอย่างลองจอน และเสื้อแจ็คเก็ตเก๋ๆสักตัว แค่นี้ก็เอาอยู่แล้วค่ะ ฤดูร้อนของฮอกไกโด (Summer in Hokkaido) มาถึงฤดูร้อนฮอกไกโดกันบ้าง อยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม แต่ร้อนบ้านเขา ไม่ร้อนเหมือนบ้านเรานะคะ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 19 องศา ถือว่าเป็นช่วงที่มีสภาพอากาศเย็นสบายไม่หนาวเย็นจนเกินไป และเป็นฤดูกาลที่คนญี่ปุ่นชอบเดินทางมาเที่ยวมากที่สุด ในฤดูนี้ยังมีดอกไม้มากมายหลายชนิดที่จะออกดอกให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน เช่น ซากุระ ทิวลิป ลิลลี่ ลาเวนเดอร์ เหมาะกับการไปถ่ายรูปสุดๆเลยค่ะ การแต่งกายมาเที่ยวฮอกไกโดในฤดูร้อนนี้ ไม่ยากเลยค่ะเพราะอุณหภูมิคล้ายกับภาคเหนือบ้านเราในช่วงหน้าหนาวคือกลางวันประมาณ 25 องศา ส่วนกลางคืนจะหนาวและอาจมีฝนตก ก็ควรพกเสื้อกันฝนไปด้วย ส่วนเสื้อผ้าก็ไม่ต้องหนามาก เสื้อแจ็คเก็ตซักตัวก็พอแล้วค่ะ ฤดูใบไม้ร่วงของฮอกไกโด (Autumn in Hokkaido) มาถึงฤดูสุดท้ายของฮอกไกโดกันแล้วนะคะ นั้นคือฤดูใบไม้ร่วง อยู่ในช่วง เดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน ซึ่งเดือนที่เรียกได้ว่ามีความสวยงามที่สุดของฮอกไกโดก็คือ เดือนตุลาคมนี่แหละค่ะ เพราะ เป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีทั่วทั้งเกาะ มีสถานที่ให้ชมใบไม้แดงมากมาย จึงทำให้ในช่วงเดือนนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวฮอกไกโดเป็นจำนวนมาก อุณหภูมิของฤดูนี้จะลดลงเรื่อยๆจาก 18 องศาไปจนถึงอยู่ที่ 5 องศาในเดือนพฤศจิกายน และในช่วงเดือนกันยายนจะมีฝนตกมากที่สุดของปี ดังนั้นการเตรียมเสื้อผ้ามาเที่ยวฮอกไกโดในฤดูใบไม้ร่วงนั้น คุณควรตรวจสอบสภาพอากาศของฮอกไกโดเป็นสำคัญ หากไปในช่วงต้นๆ อากาศจะเย็นสบาย ใส่เสื้อผ้าแขนยาว เสื้อแจ็คเก็ตก็พียงพอ แต่ก็ควรพกเสื้อกันฝนหรือร่มไปด้วย หากไปในช่วงปลายๆฤดูอากาศจะค่อนข้างหนาวเย็นก็ควรเตรียมเสื้อผ้าหนาๆ ชุดข้างในอย่างเช่น ลองจอน ไปด้วย และถ้าใครทนหนาวไม่ค่อยได้ก็เตรียมถุงมือ และผ้าพันคอไปด้วยเพื่อความอุ่นใจนะคะ เป็นยังไงกันบ้างค่ะ หลังจากอ่านบทความนี้จบแล้ว ทุกท่านก็คงพร้อมเตรียมตัวไปเที่ยวฮอกไกโดกันแล้วล่ะซิ แต่ถ้าใครกำลังวางแผนจะไปฮอกไกโด ให้ทัวร์ครับเป็นทางเลือกหนึ่งของคุณนะคะ รับรองว่าได้เที่ยวฮอกไกโดแบบระดับมือโปรแน่นอนค่ะ
อัพเดต ซีรีย์เกาหลีดูแล้วสนุก ดูกี่ครั้งก็ได้ไม่มีเบื่อ
พาพร้อม
เกาหลี
อัพเดต ซีรีย์เกาหลีดูแล้วสนุก ดูกี่ครั้งก็ได้ไม่มีเบื่อ
แฟนๆ ซีรีย์เกาหลี ที่อินกับอปป้าแดนกิมจิดูซีรีย์ไปจิ้นไป ฟินกันไปสามบ้านแปดบ้าน บางคนถึงขั้นบินไปเที่ยวเกาหลีเลยก็มี เพราะไม่ใช่แค่ดารา นักร้องเท่านั้นนะ ประชาชนทั่วไปก็จัดว่าดีกันเลยทีเดียว แอดมินรู้ทันนะ ชิมิส์ แถมสมัยนี้ ยังมีบริการให้เช่าอปป้านำเที่ยวเกาหลีอีกด้วย สาวๆ ที่อยากเที่ยวกับอปป้าก็ลองหาข้อมูลกันได้นะ สำหรับใครที่เป็นมือใหม่ กำลังทำความรู้จักกับซีรีส์เกาหลี แอดมินขอแนะนำเลยว่า ต้องมีเวลานะจ๊ะ ถ้าไม่มีเวลาดูไม่ได้นะเธอเหนื่อยมากเพราะมันสนุกและติดงอมแงม ถึงขั้นอดหลับอดนอนกันไปเลย เอาเป็นว่ามีวลาว่างค่อยดูซีรีย์เกาหลีน่าจะดีกว่า หรือถ้าใครบอกว่าไม่อินกับซีรย์เกาหลี ก็มีซีรีย์อีหลายสัญชาติให้ดู ลองเข้าไปส่อง5 ซีรีย์ใน Netflix แนะนำ2018 แทนก็ดีงามไม่แพ้กัน ซีรีย์เกาหลี สนุกสุดมันส์ดูกี่ทีก็รัก 1. Good witch / Nice witch 40 ตอนจบ เรทติ้งสูงถึง 8.1 ฉายช่วงกุมภาพันธ์ 2018 ซีรีย์เกาหลีเรื่องนี้ จะเกี่ยวกับแอร์โฮสเตสซึ่งเรื่องนี้สาวๆที่อยากเป็นแอร์นั้นไม่ควรพลาด เพราะเนื่องจากจะได้รู้ขั้นตอน และความยากลำบากแล้ว เรื่องนี้ยังได้ให้อารมณ์ได้ครบรสมากๆ ฟินกันสุดๆไปเลย ผู้หญิงดูได้ ผู้ชายดูดี เพราะการดำเนินเรื่องของซีรีส์มันน่าติดตามมาก ไม่น่าเบื่อเลยสักนิด สำหรับนางเอกรับบทโดย ลี ดาเฮ [ Lee Da-hae ]สาวกซีรีส์เกาหลีคงรู้จักกันดี เพราะเธอคือสาวน้อยจาก My Girl นั้นเอง ตอนนี้เธอสวยขึ้นม๊ากก และรับบทเป็นพี่น้อง ฝาแปด คนนึงเป็นแอร์และอีกคนเป็นแม่บ้านลูกสาว 1 คน ซึ่งคาแรคเตอร์ต่างกันอย่างสุดขั้ว และต้องยอมรับว่าแสดงดี ขึ้นสุด ลงสุดมากจริงๆ ส่วนพระเอกของเรานั้นก็ รับบทโดยรยู ซูยอง [ Ryu Soo-young ] หลายคนคงเคยเห็นมาจากเรื่องMy Princess แต่ว่าเรื่องนั้น อปป้ารยูซูยองของเรา รับบทเป็นพระรอง นั่นเอง สำหรับพระเอกของเราเรื่องนี้ก็ ไม่ต้องเดากันเลย รับบทเป็นกัปตันสุดหล่อจ้า ที่ออกจะมึนๆหน่อย กลัวการมีความสัมพันธ์กับผู้หญิง แต่ก็ไม่วายหล่อ วัวตายควายล้มเป็นที่ต้องการของสาวๆอยู่ดี 2.A Korean Odyssey 20 ตอนจบ เรทติ้งสูงถึง 8.5 เริ่มฉายตั้งแต่ปลายปีธันวาคม 2017 - 2018 ซีรีย์เกาหลีเรื่องนี้จะเกี่ยวกับตำนานไซอิ๋ว แต่จะเป็นแบบฉบับของเกาหลีที่ปรับแต่งให้มีความทันสมัยและอยู่ในยุคปัจจุบันมากขึ้นซึ่งตัวคาแรกเตอร์ละครมีเหมือนกันเลย ไม่ว่าจะเป็น ไซอิ๋ว, ตือโป๊ยก่าย พระถำซัมจั๋ง เป็นต้นมีการดัดแปลงเพียงเล็กน้อยแต่เมื่อดูแล้วก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นเนื้อเรื่องไซอิ๋วที่เราคุ้นเคยระดับความสนุกก็เรื่อยๆ มีให้เห็นเป็นระยะๆ สำหรับความมุ้งมิ้งน่ารักของพระนางก็พอทำให้เราเขินอายจิ้นได้บ้างถึงแม้เรื่องนี้จะรักกันง่ายไปหน่อย แต่ก็ฟินดูแล้วเพลินๆ สนุกไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับซีรีย์เกาหลีเรื่องนี้ นางเอกของเราก็คือ โอ ฮยอนซอ [ Oh Yeon‑seo ] ซึ่งรับบทเป็นพระถังซัมจั๋ง ประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์นั่นเอง ที่มีกลิ่นเลือดหอมหวานของดอกบัว อันเป็นความต้องการของเหล่าปีศาจร้าย ทำให้พระเอกของเราจำเป็นต้องเข้ามาช่วยเสมอ ความน่ารักของเธอนั้นมากๆขึ้นเรื่อยๆเลย จากเรื่องMy Sassy Girl ที่เล่นคู่กับJoo Won มาที่พระเอกสุดฮอตตลอดกาลของเรากันบ้าง ลี ซึงกิ [ Lee Seung‑gi ] ที่โด่งดังมาจากการเป็นทั้งนักร้อง นักแสดง และพิธีกรหนุ่ม แถมรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์ ที่รับบทเป็น ซนโอกง หรือ หงอคง เวอร์ชั่นเกาหลีนั่นเอง ที่ระดับความกวนโอ้ยนั้น ก็สุดๆไปเลย แต่บทจะมุ้งมิ้งก็ฟินแทบขาดใจ สาวๆที่จะดูเรื่องนี้ต้องขอเตือนไว้ก่อนเลย เดี๋ยวตกหลุมรักขึ้นมา แอดมินแย่เลย มีคู่แข่งเพิ่มขึ้นอีก >//< 3.Clean With Passion For Now -- ตอนจบ เรทติ้ง-- ตามเดิมเริ่มฉายเมษายน แต่เนื่องจากนางเอกของเราป่วย จึงเลื่อนถ่ายไปเป็นประมาณเดือนมิถุนายน และคาดว่าน่าจะฉายในเดือนตุลาคม ปี 2018 ละครเรื่องนี้รีเมคเว็บตูนชื่อดัง“Clean With Passion for Now”เป็นอีกเรื่องนึงที่น่าติดตามรอไม่น้อย แนวโรแมนติก คอมมาดี้ ซึ่งเป็นเรื่องราวของ พระ - นาง ที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ของชายหนุ่มสุดเนี๊ยบผู้รักความสะอาดขั้นสุด กับหญิงสาวผู้ซกมกและไร้ระเบียบ โดยเนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับ Jang Sun Gyeol ( อันฮโยซอบAhn Hyo Seop)พระเอกสุดหล่อของเรา ที่เป็นโรคกลัวความสกปรก และเป็นเจ้าของบริษัททำความสะอาดยักษ์ใหญ่ ที่ทั้งหล่อและรวยมาก แต่กลับกลัวเชื้อโรค ซึ่งทำให้พระเอกของเรานั้น กีดกันผู้คนไม่ให้ใครเข้ามาแตะต้องตัวเขาได้เลย แค่พล็อตเรื่องก็น่าดูแล้วใช่ม้าาา อาจจะต้องรอกันอีกนิดนึงเนอะ มาถึงที่นางเอกสาวน้อย Gil O Sol ( คิมยูจองKim You Jung)ของเราบ้าง ที่ลักษณะนิสัย มีบุคลิกที่สดใสมาก และเป็นหญิงสาวผู้ไร้ความเป็นระเบียบอย่างสิ้นเชิง กระทั่งเขาได้พบกับพระเอกของเราได้ทำการความช่วยเหลือ ทำให้พระเอกของเราเนี่ย เกิดความรู้สึกสับสน เอ๊ .... หรือจะตกหลุมรัก กันแน่นะ ?? และนั่น คือจุดเปลี่ยนในชีวิตของหนุ่มน้อยอันฮโยซอบ ของเรานั้นเอง 4. Suit 16 ตอนจบ เรทติ้ง 7.5 เริ่มฉายเดือนเมษายน 2018 ซีรีย์เกาหลีเรื่องนี้ เป็นการรีเมคซีรีส์ชื่อดังของอเมริกา!“Suits” ในเวอร์ชั่นเกาหลี เป็นเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับทนายเข้มข้น มีตัวละครเด่นเป็น 2 หนุ่ม ทนายความสุดหล่อ คนหนึ่งเป็นทนายความที่เก่ง อีกคนหนึ่งเป็นทนายความเถื่อน คือไม่ได้มีใบรับรองจากทางสถาบัน ที่ได้นักแสดงคุณภาพ อย่าง จางดงกอน [ Jang Dong-gun ] และ พัคฮยองชิก [ Park Hyung-sik ] ซึ่งทนาย 2 คนที่ทำงานอยู่ในสำนักกฎหมายระดับต้นของประเทศ โดย พัคฮยองชิก รับบทเป็นหนุ่มอัจฉริยะ ที่มีความฉลาด สมองไว และความจำเป็นเลิศ แต่ไม่มีแม้แต่ใบปริญญา หรือว่าใบอนุญาตในการว่าความ ในขณะที่ จางดงกอน จะรับบท ทนายผู้มีชื่อเสียง และจ้างวาน พัคฮยองซิก ให้มาเป็นผู้ช่วย ทั้งสองจึงได้มาเป็นคู่หูกัน ในที่สุด สำหรับการเจอกันของทั้งสองหนุ่มนี้นั้น ก็น่าตื่นเต้นในระดับนึง คือการที่ พัคฮยองชิก ต้องเอาชีวิตรอดด้วยตัวเองมาตั้งแต่เด็ก จนต้องทำงานรับจ้างในคลับ และต้องไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยบังเอิญ ทำให้ระหว่างที่หลบหนี ก็ไปเจอกับทนายชื่อดัง และด้วยความอัจฉริยะของเขา ทำให้เขาสามารถเอาตัวรอดจากการหลบหนีครั้งนั้นมาได้ และเข้ามาอยู่ในทีมของ จางดงกอนในที่สุด และเรื่องสุดท้าย ไม่รีวิวไม่ได้แล้วจริงๆ เป็นกระแสกันทั่วบ้านทั่วเมือง 5.Something in the Rain 16 ตอนจบ แม้เรทติ้งจะไม่สูงมาก แต่ระดับความฟินนี่เอาใจสาวโสดวัย 30 สุดๆเริ่มฉายมีนาคม 2018 เป็นซีรีส์เกาหลี สายโรแมนติกเป็นกระแสมายาวนานตั้งแต่เริ่มออนแอร์ ep. แรกๆ ทำเอาหัวใจเหล่านูน่าเต้นระรัว กระชุ่มกระชวย ฟินกระจายกันมากๆ โดยเฉพาะสาวโสด วัย 30 เพราะนางเอกนูน่าของเรา อายุ 35 จ้า บอกเลยว่าออกอากาศไม่กี่ตอนก็กลายเป็นซีรีส์เรื่องดังและมาแรงสุดๆ ในตอนนี้ สำหรับ พระเอกของเราก็คือ "จองแฮอิน" [ Jung Hae In]หนุ่มตี๋สุดละมุน ที่โด่งดังจาก While You Were Sleeping รับบทเป็น ซอจุนฮีน้องชายของเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กของนูน่าจินอาของเรา ที่เพิ่งกลับมาจากการทำงานต่างประเทศ เมื่อมีเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องมาเจอกันหลายๆครั้ง ทำให้เกิดความรู้สึกที่มากขึ้นจนกลายเป็นความรักนั่นเอง โดย ประกบคู่กับนางเอก"ซนเยจิน" [Son Ye-jin]นางเอกมากความสามารถ ผ่านการแสดงมามากมาย และหลายคนคงรู้จักจาก Personal Taste รับบทเป็นยุนจินอาสาวในวัย 30 กว่า ทำงานในระดับหัวหน้าอยู่ในบริษัทกาแฟแห่งหนึ่ง มีการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย แต่ภายในหัวใจกลับว่างเปล่า จนมาเจอกับ ซอจุนฮีน้องชายเพื่อนที่เธอเคยเจอ ในสมัยเด็กๆ ที่มีนิสัยแบบเด็ก แต่ตอนกลับมาเจอกันนั้น ทำให้นูน่าจินอา ของเรารับรู้ได้ว่า จุนฮี ที่เธอรู้จักนั้น ไม่เด็กอีกต่อไปแล้ว เรื่องนี้ ต้องขอบอกเลยว่า นูน่าเยจินสวยมากกกก แถมเพลงยังเพราะสุดๆ เข้ากับบรรยากาศมากๆและแฮอินน้อยก็อ่อยนูน่า ซะน่าฟัดเหลือเกิน >//< จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว หากใครที่ชอบแนว love romantic ก็มาถูกทางล่ะ เหมาะสำหรับท่านแล้วจริงๆ ฟินกระจาย จิกหมอนแล้วจิกหมอนอีก เพราะพระ - นางคู่นี้เขา เคมีเข้ากันมากๆๆ เพราะหลายฉากในซีรีส์ ก็สามารถทำให้เราเชื่ออย่างสนิทใจเลยว่าพระ - นางทั้งสองคนนี้รักกันจริงๆการแสดงเป็นธรรมชาติสุดๆ แอบจิ้นว่าในชีวิตจริงจะมีลุ้นไหมน้าาา ต้องมารอดูกันนะจ๊ะ ใครดูซีรีย์เกาหลี แล้วอินหนักมาก อยากไปเที่ยวสัมผัสความโรแมนติก ที่เกาหลีใต้ด้วยตัวเอง ก็สามารถเข้าไปจองทัวร์เกาหลี กับ ทัวร์ครับ ได้เลย #จองทัวร์ครบจบที่ทัวร์ครับ
เคล็ดลับเที่ยวฮอกไกโด แบบประหยัด !! สไตล์ Backpacker
พาพร้อม
ญี่ปุ่น
เคล็ดลับเที่ยวฮอกไกโด แบบประหยัด !! สไตล์ Backpacker
หนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ทัวร์ครับอยากจะพาคุณไปในวันนี้ก็คือ “ฮอกไกโด” เกาะขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ทิศเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น ไม่ไกลจากประเทศไทยบ้านเราเท่าไรนัก เพียงจองตั๋วเครื่องบินฮอกไกโด ใช้เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ไปถึงแล้ว และเพื่อความประหยัดทั้งค่าตั๋วเครื่องบินฮอกไกโด และค่าโรงแรมฮอกไกโด การเที่ยวแบบ Backpacker คือคำตอบที่ลงตัว สิ่งที่ต้องทำแค่การแพ็คกระเป๋าตะลุยเที่ยวเองเพื่อให้ได้มีเงินและเวลาเหลือสำหรับเอาไว้ช้อป หรือซื้อของฝาก และข้าวของที่อยากได้กลับบ้าน เรามาลองดูเคล็ดลับเที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัดสไตล์ Backpacker กันเลย วางแผนช่วงเวลาเที่ยวล่วงหน้าและจองตั๋วเครื่องบินฮอกไกโดเอาไว้แต่เนิ่น ๆ เลย เพราะว่าราคาการจองและซื้อตั๋วเครื่องบิน ถ้าเป็นการจองล่วงหน้าก็จะมีราคาที่ถูกกว่าการซื้อในวันที่ใกล้ ๆ การเดินทาง ขอบอกเลยว่าถ้าจองล่วงหน้ากันเป็นครึ่งปี ราคานี่ก็จะยิ่งถูก มีส่วนต่างกันเหลือไปทำอย่างอื่นอยากมากเลยล่ะ แล้วก็อาจจะมีโปรโมชั่นดี ๆ ให้เราอีกด้วย และที่สำคัญถ้าเราเที่ยวแบบ Backpacker ไม่โหลดกระเป๋าขึ้นเครื่อง ก็ยิ่งจะช่วยลดค่าตั๋วไปได้อีกเยอะเลยนะ เลือกจองที่พักโรงแรมฮอกไกโดแบบหลายคืนในที่เดียวช่วยประหยัดได้ ถ้าใครที่เป็นคนชอบที่พักซึ่งมีความเป็นส่วนตัวและสะดวกสบายหน่อย โรงแรมก็คือตัวเลือกที่ใช่สำหรับคุณ การเช่าที่พักเป็นโรงแรมถึงจะสะดวกสบาย แต่เรื่องของราคาก็อาจจะทำให้จากทริปประหยัดกลายเป็นทริปเที่ยวเกินงบได้ แต่ถ้าหากว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ เราก็สามารถที่จะเลือกจองโรงแรมเพียงที่เดียว สำหรับการพักตลอดทริปก็ได้ เพราะการจองที่พักแบบยาว ๆ จะช่วยให้เราได้รับส่วนลดที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายได้นั่นเอง ขาลุยหน่อย ๆ เลือกที่พักแบบโฮสเทลแทนโรงแรมฮอกไกโดได้เลย สำหรับใครที่เป็น Backpacker ที่ไม่มีปัญหาเรื่องที่พักที่นอน ตัวเลือกพักที่โฮสเทลแบบพักรวมกับคนอื่น ก็จะช่วยประหยัดค่าที่พักของเราได้แบบเยอะมาก ๆ เลยล่ะ แล้วโฮสเทลในฮอกไกโดส่วนใหญ่ก็จะมีบริการอาหารเช้า พร้อมชาหรือกาแฟให้ด้วย ช่วยลดรายจ่ายค่าอาหารเช้าไปได้อีกทาง ดีไม่ดีก็จะได้เจอเพื่อนเดินทางหน้าใหม่ ๆ หรือคนไทยบ้านเราที่นี่ด้วยนะ เลือกโรงแรมฮอกไกโดแบบตั้งอยู่ไม่ห่างจากสถานีรถไฟจะดีมาก เพราะการเดินทางที่ญี่ปุ่นที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวอย่างเรามากที่สุดคือรถไฟ หรือรถไฟใต้ดิน เพราะถ้าขึ้นรถเมล์หรือ Tram ใครที่ไม่เซียนภาษาญี่ปุ่นอาจมีหลงได้ง่าย ๆ แต่ถ้าเป็นรถไฟจะง่ายกว่าเยอะเลย แล้วยังสามารถซื้อตั๋วแบบ All day ที่เราสามารถเดินทางไปไหนก็ได้ในหนึ่งวัน หรือสูงสุดก็แบบสามวัน ทีนี้ได้เดินทางเที่ยวสนุกกันเพลินไปเลย มาเป็นแก๊งพักห้องรวมประหยัดกว่า สำหรับใครที่ชอบชวนครอบครัวหรือเพื่อน ๆ มาเที่ยวฮอกไกโดกันเป็นทริป Backpacker หลายคน การเลือกห้องพักโฮสเทล หรือโรงแรมฮอกไกโดแบบห้องรวมตามจำนวนคน จะช่วยหระหยัดได้มากกว่าการพักหลายห้อง เพราะที่ฮอกไกโดนี้จะมีบริการห้องพักรูปแบบนี้ให้เลือกมากมายอีกด้วย ด้วยเคล็ดลับง่าย ๆ เหล่านี้ ทริป Backpacker ไปฮอกไกโดครั้งต่อไปของคุณ ก็จะประหยัดเงินค่าทริปได้อีกเยอะ ไม่แน่ว่าคำนวณดี ๆ อาจจะทำให้ทริปในฝันนี้เป็นจริงไวขึ้น หรือไปได้หลายครั้งขึ้นก็ได้
5 กระทู้เด็ด! ทัวร์เกาหลี Pantip  รีวิวเที่ยวเกาหลีแบบทัวร์ๆ!
พาพร้อม
เกาหลี
5 กระทู้เด็ด! ทัวร์เกาหลี Pantip รีวิวเที่ยวเกาหลีแบบทัวร์ๆ!
เกาหลี (Korea) ประเทศยอดฮิตขวัญใจคนกับความทันสมัยของบ้านเมือง ความสะดวกสบายในการเดินทาง แถมยังเต็มไปด้วย อาหารอร่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศฟินๆ อีกเหตุผลที่สำคัญในหมู่สาวๆก็คือ การได้มาติ่งในดินแดนของชายหนุ่มในฝันของเรา คนไทยส่วนใหญ่นิยมมาเที่ยวเกาหลีในรูปแบบของทัวร์เกาหลี และมาเที่ยวด้วยตัวเอง เราอาจได้พบเห็นกระทู้ Pantip รีวิวการเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองมาเยอะแล้ว วันนี้ทัวร์ครับได้รวบรวม 5 กระทู้เด็ด ทัวร์เกาหลี Pantip รีวิวเที่ยวเกาหลีแบบทัวร์ๆ จะดุ เด็ด เผ็ด มันส์ขนาดไหน ตามไปอ่านกันได้เลย... ---------------------------------------- 1. [CR]++++ รีวิว "เที่ยวเกาหลีครั้งแรก" ฉบับนักเรียนแบบง้อทัวร์ 5 วัน 3 คืน By Nikon D5300 ++++ " อยากเที่ยวเมืองนอก อายุน้อยแค่ไหนก็ไปได้ ไว้ใจทัวร์ เที่ยวทัวร์ฉบับนักเรียน กระทู้นี้เน้นช้อป ขาช้อปห้ามพลาด !!!!! " อ่านเพิ่มเติม>>>https://pantip.com/topic/34981450 2. รีวิว ทัวร์เกาหลี 4 วัน 3 คืน ใบไม้แดง 29 ต.ค. 60 ถึง 1 พ.ย. 60 ค่ะ " เที่ยวทัวร์เกาหลีแบบชิวๆ แค่11,900 บาท เที่ยวชมธรรมชาติ ใบไม้เปลี่ยนสี " อ่านเพิ่มเติม>>> https://pantip.com/topic/37230159 3. [CR]รีวิว ทัวร์เกาหลี มีนาคม 2558 โปรด่วนๆ 9,999 บาท ฟินแค่ไหน " เที่ยวทัวร์เกาหลีกับโปรแบบด่วนๆ แต่ได้เที่ยวชัวร์ๆ เที่ยวทัวร์เกาหลี รอบที่ 4 ก็ยังไม่เบื่อ " อ่านเพิ่มเติม>>>https://pantip.com/topic/33421117 4. [CR]ไม่ได้อ่านอย่าซื้อทัวร์’เกาหลี’ รีวิวทัวร์เกาหลี(เชจู) หมื่นต้นๆถูกกว่าค่าตั๋วเป็นได้ยังไง? By ChillJourney " เที่ยวทัวร์เกาหลี เกาะเชจู ฉบับมนุษเงินเดือนท่องโลก ดื่มด่ำบรรยากาศธรรมชาติ คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว " อ่านเพิ่มเติม>>> https://pantip.com/topic/33230905 5. [CR][ Short Review ] รีวิวเที่ยวเกาหลีใต้แบบฉบับ “ ไปกับทัวร์ ” " ครบเครื่องเรื่องเที่ยว ทัวร์กับทัวร์ก็ไม่พลาด กิน เที่ยว ช้อป แค่จัดกระเป๋า ให้พร้อมแล้วไปเที่ยวกัน " อ่านเพิ่มเติม>>> https://pantip.com/topic/37156462