ทัวร์ครับพาพร้อม
รวมวิธีเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง ให้เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศได้อย่างไร้กังวล
ซีรี่ย์เกาหลี เรื่องไหนดี ? รวม 30 ซีรี่ย์เกาหลีสนุก สุดฟิน ดูแล้วอินมากเวอร์!!
พาพร้อม
เกาหลี
ซีรี่ย์เกาหลี เรื่องไหนดี ? รวม 30 ซีรี่ย์เกาหลีสนุก สุดฟิน ดูแล้วอินมากเวอร์!!
จะผ่านไปกี่ปี ยังไง๊..ยังไง ซีรี่ย์เกาหลีก็ยังเป็นที่ถูกใจของคอละคร และแฟนคลับชาวไทยอยู่เสมอ ด้วยการดำเนินเรื่องที่มีหลากหลายมิติ ไม่น่าเบื่อ แถมยังมีความสมจริง ทำให้ซีรี่ย์เกาหลีไม่เคยหลุดไปจากเทรนด์ของบ้านเราเลย นอกจากนี้ยังมีให้เลือกหลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็น ซีรี่ย์โรแมนติก, ซีรีย์ดราม่า, ซีรี่ย์คอมเมดี้, ซีรี่ย์วิทยาศาสตร์, ซีรี่ย์สืบสวน และอีกซีรี่ย์อื่นๆ อีกเพียบ!! ดูวนไปจนตาค้างไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนกันเลยทีเดียว วันนี้ทัวร์ครับ เลยขอเอาใจแฟนซีรี่ย์เกาหลีสักหน่อย คัดซีรี่ย์เกาหลีหลากหลายแนวที่เรียกได้ว่า แต่ละเรื่องเรทติ้งดีมากทั้งในเกาหลีใต้และในไทยเองแต่ละเรื่องมีความสนุก ความฟินแบบครบรสแน่นอนเตรียมจดลิสต์ จดชื่อซีรี่ย์ไว้แล้ว อยู่บ้านดูวนไปเรื่อยๆและอย่างที่เรารู้กันดีว่า ช่วงนี้ไวรัสโคโรน่า (Covid-19) ระบาดรอบใหม่ หนักมาก! อยู่บ้านดูซีรีย์เกาหลีวนไปปลอดภัย แต่เพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้นกว่าเดิม ต้องไม่ประมาทกับชีวิต ป้องกันไว้ก่อนจะสายเกินแก้ ใครยังไม่มีประกันภัยโควิด-19 ซื้อประกันโควิด-19 ไว้ตอนนี้เลย ซื้อง่ายผ่านออนไลน์ สะดวกมาก ซื้อเลยวันนี้! ราคาเบาๆ เริ่มต้นเพียง 489- คุ้มครอง 1 ปี ในแบบคุ้มค่าสามารถเข้าไปดูรายละเอียด และซื้อประกัน ประกันภัยโควิด คัฟเวอร์ 3in1 ได้ทันที>> คลิกเลย30 ซี่รี่ย์เกาหลีสนุกห้ามพลาด1. Crash Landing on Youยอมแล้วทูนหัวอยากมีหลัวเป็นทหารต้องเรื่องนี้เลย ฮอตมากอยากให้ดู สำหรับเรื่องนี้ได้ ซนเยจิน และ ฮยอนบิน สามีแห่งชาติที่กลับมาทวงบัลลังก์ให้เราได้ฟินจิกหมอนขาด กับเคมีที่ดีเหลือเกินแม่จ๋าของทั้งสองคน ถึงแม้ว่าตอนนี้เรื่องราวจะเพิ่งจบไปไม่นาน แต่กระแสความแรงของนี้ก็ยังดีต่อเนื่อง สาวๆ ยังคงฟินกับทหารหล่อบ้านรวย อบอุ่นมากเวอร์ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับนางเอกของเรา (ซนเยจิน) ลูกสาวประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ ควบตำแหน่ง CEO รุ่นใหม่ไฟแรงของบริษัทแฟชัน เธอได้ออกไปทดสอบสินค้าตัวใหม่ของบริษัทอย่างเครื่องร่มร่อน จู่ ๆ ก็มีทอร์นาโดก่อตัวขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ ตื่นมาอีกทีก็อยู่กลางป่าที่เต็มไปด้วยระเบิดยังไม่ปลดชนวน คนที่ช่วยเธอได้ก็คือผู้กองรี (ฮยอนบิน) เรื่องราวต่อจากนี้คือความโรแมนติคที่เราไม่อาจละสายตาไปจากจอได้ ใครขาดความหวานเราแนะนำเรื่องนี้เลยตัวอย่าง :https://youtu.be/eXMjTXL2Vks2. Partners for Justiceสำหรับใครที่เฝ้ารอซีรี่ย์ภาคต่อเรื่องPartners for Justice ก็คงดีใจกันไม่ใช่น้อยเพราะได้มีภาคต่อกันแล้วมาในชื่อ Partners for Justice Season 2 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการชันสูตรศพสุดเฮี้ยบของหมอแบคบอม การกลับมาครั้งนี้ต้องบอกเลยว่าสนุกมากยิ่งขึ้นกว่าภาคเดิมอย่างแน่นอน เพราะภาคนี้จะเป็นการดำเนินเรื่องต่อจากภาคที่แล้วและยังเป็นนักแสดงคนเดิมที่ร่วมแสดงอีกด้วยไม่ว่าจะเป็นหมอแบคบอม (แสดงโดย จองแจยอง) โดยมีคู่หูคนเก่าอย่างอึนซล (แสดงโดย จองยูมี)เอาเป็นว่าเป็นซีรีย์ภาคต่อที่น่าติดตามอย่างมาก ซีรี่ย์แนวสืบสวนสอบสวนลุ้นระทึกไปทุกตอน ชวนให้คุณไปสัมผัสกับสองสาวเพื่อเดินหน้าหาความจริงจากซากศพเหล่านั้นว่าใครเป็นคนร้าย ซึ่งตอนนี้มีทั้งหมด 32 ตอนตัวอย่าง :https://youtu.be/lENwDOvHLg83. Hotel Del Lunaมาถึงซีรี่ย์เกาหลีที่กำลังมาแรงอย่าง Hotel Del Luna เป็นผลงานจากนักเขียนสองพี่น้องฮงที่ฝากผลงานในซีรี่ย์เกาหลีเรื่องดังหลายเรื่อง และเรื่องนี้ก็เป็นซีรี่ย์เกาหลีอีกเรื่องที่สาวๆ หลายคนชื่อชอบ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ Jang Man Wol เธอเป็นซีอีโอของ Hotel del Luna ที่รับบทโดยไอยู ก่อนอื่นขอชมคอสตูมคือสวยปังเว่อทุกตอน ในเนื้อเรื่องนางเอกได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่เมื่อหลายปีก่อนและด้วยเหตุนี้เธอจึงติดอยู่ที่ Hotel del Luna และทาง Goo Chang Sung เขาทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการที่อายุน้อยที่สุด ซึ่งเขาเป็นคนที่สมบูรณ์แบบดูดีในรูปแบบระดับหัวหน้า แต่ภายในเขาเป็นคนที่อบอุ่นอย่างมาก ชวนให้สาวๆ จิกหมอนไปตามๆกัน แต่ภายในโรงแรมแห่งนี้มีสิ่งที่เรียกว่าผี แน่นอนว่าเป็นซีรี่ย์แนวแฟนตาซีผีคงไม่ได้ออกมาเล่นๆ อย่างแน่อน แต่ออกมาในรูปแบบลูกค้า ยิ่งทำให้ใครหลายคนต่างพากันติดตามซีรี่ย์เรื่องนี้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง รีบไปติดตามชมกันได้เลยตัวอย่าง :https://youtu.be/49vaoYhsvCs4. Reply 1988เป็นซีรี่ย์ที่อยู่ในใจของใครหลายคนเลยก็ว่าได้ เป็นอีกหนึ่งซีรี่ย์เกาหลีที่ทำให้คนดูรู้สึกอบอุ่นหัวใจ ชวนให้เรานึกถึงวันเก่าๆ กันอีกครั้ง เป็นซีรี่ย์ที่ทำให้เข้าใจถึงคำว่าครอบครัวมากขึ้น ต้องบอกว่าเป็นละครน้ำดีที่ดูกี่ครั้งก็ไม่เบื่ออีกทั้งยังครบทุกรสเลยก็ว่าได้ เป็นเรื่องราวของกลุ่มเพื่อนสนิท 5 คน ที่แสดงถึงมิตรภาพของเพื่อน ครอบครัว ความรักจากพ่อแม่ ที่มีความน่ารักกันในมุมที่ทำให้เราละมุนหัวใจ การคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันของเพื่อนบ้าน ที่ต้องพูดได้เลยว่า หากในปัจจุบันนี้วิถีการดำเนินชีวิตแบบนั้นหาได้ค่อนข้างยากตัวอย่าง : https://youtube.com/prXUx1Znul05. Her Private Lifeมาต่อกันที่ Her Private Life เป็นซีรี่ย์เกาหลีที่มาแรงอย่างมากในช่วงปี 2019 ถึงจะเป็นซีรี่ย์ที่พึ่งจบไปแล้ว แต่ความน่ารักของซีรี่ย์เรื่องนี้เอาใจแฟนๆ ไปหลายคนเลยก็ว่าได้ เป็นเรื่องราวของสาวผู้รักในการทำงานจริงจังกับการทำงานมากกว่าสิ่งอื่นใด แต่ในมุมเล็กๆของเธอนั้น เธอเป็นคนที่ชื่นชอบนักร้องหนุ่มสุดฮอต เรียกได้เป็นแฟนคลับตัวแม่แบบสุดๆ เรื่องราวเหมือนกำลังไปด้วยดี แต่เมื่อผู้อำนวยการคนใหม่รู้เรื่องความลับของเธอเรื่องราวจึงเริ่มเกิดขึ้นจนกลายเป็นความโรแมนติกชวนให้แฟนๆจิกหมอนฟินตามๆกัน ซึ่งได้นักแสดงอย่าง ปาร์คมินยอง มารับบท ทำให้ตัวละครดูน่ารักมากยิ่งขึ้น นักแสดงหนุ่มอย่าง จองแจวอน มารับบทเป็นนักร้องหนุ่มสุดฮอต และยังได้ คิมแจอุก มารับบทผู้ อำนวยการ มีทั้งหมด 16 ตอนให้ได้ติดตามรับชมกันตัวอย่าง :https://youtu.be/Ya4jtUE_yf06. The Beauty insideซีรี่ย์แนวเมโลดราม่า, โรแมนติก, แฟนตาซี เรื่อง The Beauty inside เป็นเรื่องราวของนักแสดงสาวชื่อดังที่ต้องเจอกับเรื่องแปลกๆ เพราะเธอต้องเปลี่ยนร่างไปเป็นคนที่เธอไม่รู้จักทุกๆ 1 อาทิตย์ในแต่ละเดือน และยิ่งไปกว่านั้นพระเอกยังเป็นโรคจำหน้าคนไม่ได้ จนกระทั่งทั้งคู่ได้มาเจอกันจึงเกิดเรื่องราวชวนให้ติดตามเรียกได้ว่าสนุกและน่ารักไปกับคู่นักแสดงอย่างแน่นอน ที่สำคัญได้นักแสดงอย่างซอ ฮยอนจิน และอี มินกิ มารับบทอีกด้วยความเคมีสาธารณะของทั้งคู่จะไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังแน่นอน ซีรี่ย์เรื่องนี้ได้รีเมคมาจากภาพยนต์ชื่อดังของเกาหลี ซึ่งตัวหนังประสบความสำเร็จถึงขั้นถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปฉายทั่วเอเซียมาแล้วในปี 2015 แต่รับรองว่าในรูปแบบซีรี่ย์มีความน่าสนใจติดตามไม่แพ้กันอย่างแน่นอนตัวอย่าง :https://youtu.be/zQvPJjDRMcY7. The Secret Life of My Secretaryไม่พูดถึงคงไม่ได้กับซีรี่ย์แนวโรแมนติกคอมเมดี้น่าดูอีกเรื่อง The Secret Life of My Secretary เป็นเรื่องราวของ จองกัลฮี รับบทโดย จินกีจู เลขาสาวที่ทุ่มเทให้กับงานไม่ว่าเจ้านายจะสั่งอะไรก็ทำตามไปทุกอย่าง โดย โดมินอิก รับบทโดย คิมยองกวาง แต่ก็เกิดเรื่องที่ทำให้เกิดเป็นความสัมพันธ์ของทั้งสอง หลังจากเกิดอุบัติเหตุขึ้นทำให้เจ้านายเกิดภาวะความจำเสื่อม แต่เขาจำได้เพียงคนเดียวคือเลขาของเขาที่คอยชี้นิ้วสั่งอยู่ตลอด แล้วเรื่องราวฟินๆ ชวนให้จิกหมอนก็เริ่มเกิดขึ้น ต้องมาติดตามลุ้นกันไปว่าเรื่องราวของพวกเขาจะจบลงอย่างไร มีทั้งหมด 32 ตอนตัวอย่าง :https://youtu.be/wkFD3ESBn108. One Spring Nightสำหรับที่ชื่นชอบซีรี่ย์แนวโรแมนติกอบอุ่นหัวใจ อย่าง One Spring Night เป็นเรื่องราวของอีจองอิน รับบทโดยฮันจีมิน ที่มีความสุขกับการทำงานและมีผู้คนรักและมีฐานะทางสังคม แต่เมื่อได้มาเจอกับ ยูจีโฮ รับบทโดยจองแฮอิน เภสัชกรหนุ่มที่มีลูกแสนน่ารัก เมื่อทั้งคู่เกิดความสัมพันธ์ตกหลุมรักกัน ทำให้เกิดเรื่องราวที่เรียกได้ว่าอมยิ้มไปตามๆกัน ใครที่มองหาซีรี่ย์หวานๆ ซาบซึ้งชวนให้น้ำตาไหลคงไม่อยากพลาดอย่างแน่นอนกับซีรี่ย์เรื่องนี้มีทั้งหมด 32 ตอน ซึ่งซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นผลงานของกำกับ Something in the Rain ซีรี่ย์ดังที่เคยสร้างชื่อไว้เมื่อปี 2018 เรียกได้ว่าคุณจะไม่ผิดหวังแน่นอนเตรียมระวังหมอนให้ดีๆ เพราะคุณจะจิกหมอนขาดแน่ๆตัวอย่าง :https://youtu.be/vGFu49VSoUQ9. WATCHERมาถึงซีรี่ย์แนวดราม่า ระทึกขวัญกันบ้างอย่าง WATCHER เป็นเรื่องราวของคนสามคนที่มีชีวิตเกี่ยวพันกับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมพวกเขาจึงจัดตั้งทีมสืบสวน เพื่อเปิดโปงความจริงของตำรวจที่แสนน่ารังเกียจของอำนาจมืด จะได้เห็นแง่มุมที่ซ่อนเร้นมากมาย ซึ่งได้นักแสดงอย่าง ฮันซุกคยู , ซอคังจุน และคิมฮยอนจู มารับบทแสดงใน ซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่น่าติดตาม มาช่วยลุ้นไปเขาสามคนว่าจะเปิดโปงได้สำเร็จไหมและมีอะไรซ่อนอยู่ในอาชีพตำรวจตัวอย่าง :https://youtu.be/2GmRbbP4Aaw10. Abyssปิดท้ายกันด้วยซีรี่ย์เกาหลี แนวแฟนตาซีโรแมนซ์อย่าง Abyss เป็นเรื่องราวของของอัยการสาว โกเซยอน รับบทโดย ปาร์คโบยอง และทายาทตระกูลเจ้าของบริษัทเครื่องสำอางชื่อดังชามิน รับบทโดย อันฮโยซอบ ที่เกิดประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต แต่โชคชะตาก็เล่นตลกเพราะเขาฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในรูปร่างที่ต่างออกไป ทั้งคู่ออกตามหาฆาตกรต่อเนื่อง เพื่อที่จะได้ฟื้นคืนชีพได้อีกครั้งด้วยของวิเศษ สำหรับใครที่ชื่นชอบแนวสนุก ลุ้นระทึกจนไม่อยากลุกไปไหนตลอดทั้งเรื่อง เราขอแนะนำเลยสำหรับเรื่องนี้รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน มีทั้งหมด 16 ตอนตัวอย่าง :https://youtu.be/P8-be20mW4I11.Kingdomมาถึงซีรี่ย์ภาคต่อที่ได้รับความนิยมสูงจนฉุดไม่อยู่ อย่างซีรี่ย์เรื่อง Kingdom เป็นซีรี่ย์แนวย้อนยุค แฟนตาซี ระทึกขวัญและสยองขวัญ ซอมบี้แห่งยุคโชซอน เรียกได้ว่าครบรสชาติเต็มอิ่มกันเลย ซึ่งในภาคต่อนี้เรื่องราวยังคงอยู่ในช่วงยุคโซชอนประเทศเกาหลี เป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่องจากภาคแรก สำรับแฟนๆ ซีรี่ย์เกาหลีเรื่องนี้คงตั้งหน้าตั้งรออย่างอดใจไม่ไหวอย่างแน่นอน ซีรี่ย์เรื่องนี้จะเข้าฉายช่วงเดือนมีนาคม 2020 ซึ่งในภาคแรกมีทั้งหมด 6 ตอน และในซีซั่น 2 ก็ยังคงมี 6 ตอนเช่นกัน ใครที่ตั้งตารอคอยอยู่ก็ตามไปดูได้เลย เตรียมตัววิ่งไปกับองค์ชายรัชทายาทได้เลยตัวอย่าง :https://youtu.be/HlmkL65a6QI12.Teacher Kimมาถึงซีรี่ย์แนวทางการแพทย์กันบ้าง ซีรี่ย์น้ำดีจากเกาหลีอย่าง Teacher Kim เรียกได้ว่าภาคแรกทำออกมาได้ดีจนคนไทยหลายคนติดหนึบ แน่นอนว่าในภาคต่อนี้ความสนุกไม่แพ้ภาคแรกอย่างแน่นอน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอัจฉริยะทางการแพทย์พูยงจู รับบทโดย ฮันซุกคยู ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลทลดัม ในขณะเดียวกันชาอึนแจ รับบทโดย อีซองคยอง แพทย์ชั้นปีที่สองในแผนกศัลยกรรมหัวใจ เป็นนักเรียนแพทย์ดีเด่นมาตลอดชีวิตของเธอ ส่วนซออูจิน รับบทโดย อันฮโยซ็อบ เป็นแพทย์คลินิกชั้นปีที่ 2 เขาไม่เชื่อในความสุขเพราะเขานั้นเติบโตขึ้นมาอย่างยากลำบาก แต่เขาได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและพรสวรรค์ที่น่าประทับใจเมื่อเขาทำการผ่าตัด สำหรับใครที่ชื่นชอบซีรี่ย์แนวนี้ต้องไม่พลาดภาคต่อของ Teacher Kim ใน Season 2 นี้!ตัวอย่าง :https://youtu.be/63n7ez4cVPM13.The King : Monarch of Eternityการกลับมาอีกครั้งของนักเขียนบทชื่อดัง คิมฮึนชุก กับนักแสดง Lee Min Ho มารับบท Lee Gon ทั้งสองเคยรวมงานในเรื่อง The Heirs มาแล้วรับรองว่าการันตีความสนุกและความฟินอย่างแน่นอน ซึ่งทั้งคู่จะมาในซีรี่ย์เรื่อง The King : Monarch of Eternity และยังได้นักแสดงอย่าง Kim Go Eun มารับบท Jung Tae Eul เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโลกคู่ขนาน เริ่มต้นที่องค์จักรพรรดิLee Gon พยายามที่จะปิดประตูสู่โลกคู่ขนาน และนักสืบชาวเกาหลีใต้Jung Tae Eul พยายามปกป้องชีวิตของผู้คนและคนที่เธอรัก เป็นเรื่องราวที่น่าติดตามไม่ใช่น้อยเลย รับรองซีรี่ย์เรื่องนี้จะทำให้คุณนอนดึกไปหลายวันอย่างแน่นอน14.The Tale of Nokduมาต่อกันที่ซีรี่ย์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ ย้อนยุค ฉบับรีเมค อย่าง The Tale of Nokdu ที่ได้นักแสดงอย่าง จางดงยุน มารับบท จอนนกดู และ คิมโซฮยอน มารับบท ดงดงจู ซีรี่ย์สุดฟิน เป็นเรื่องราวของ จอนนกดู ชายหนุ่มในตระกูลชั้นสูงตัดสินใจปลอมตัวเป็นหญิงสาวเพื่อแฝงตัวเข้าไปอยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งที่นั่นทำให้เขาได้พบกับดงดงจู หญิงสาวที่กำลังได้รับการฝึกฝนให้เป็นกีแซงทั้งๆที่เธอไม่อยากเป็น เธอได้ไปรู้จักกับ จอนนกดู และได้รู้มาว่าเขาไม่ใช่ผู้หญิง เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อมาติดตามกันต่อเลยกับซีรี่ย์เรื่อง The Tale of Nokdu รับรองคุณจะไม่ผิดหวังตัวอย่าง :https://youtu.be/T-RZC7rl2as15. Extraordinary Youมาต่อกันที่ซีรี่ย์แนวแฟนตาซี วัยรุ่น โรแมนติก กันบ้างอย่าง Extraordinary You เป็นผลงานของ คิมซังฮยอบ และยังได้นักแสดงอย่าง คิมฮเยยุน มารับบท อึนดันโอ และอีแจอุค มารับบท แบคคยอง ซึ่งจะเป็นเรื่องราวของอึนดันโอ นักเรียนชั้นมัธยมในโรงเรียนแห่งหนึ่ง เธอมาจากครอบครัวมีฐานะแต่เธอป่วยเป็นโรคหัวใจ คู่หมั้นของเธอแบคคยอง ก็กำลังเรียนโรงเรียนเดียวกันกับเธอ ทันในนั้นเองเธอได้ค้นพบว่าตัวเธอเองรวมไปถึงเพื่อนๆในโรงเรียน เป็นตัวละครจากในการ์ตูนที่มีคนแต่งขึ้นมาชื่อเรื่องว่าSecret และเธอได้รู้ว่าตัวละครของเธอไม่ใช่ตัวละครหลักของเรื่องและจะมีชีวิตอีกไม่นาน เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้กับเรื่องราวที่นักเขียนได้วางไว้ ซีรี่ย์เรื่องนี้ยังเป็นการรีเมคจากเว็บตูนต้นฉบับที่มีชื่อว่าJuly Found by Chance อีกด้วย รับรองความสนุกสุดฟินตัวอย่าง :https://youtu.be/z50qmlbCS8g16. When Camellia Bloomsยังอยู่กันที่ซีรี่ย์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ ทริลเลอร์ แต่อบอุ๊นอบอุ่น อย่างเรื่อง When Camellia Blooms เป็นผลงานของ ชายองฮุน และยังได้นักแสดงอย่าง กงฮโยจิน มารับบท ดงแบค อีกด้วย การันตีความสนุกเจ้กงคนดีคนเดิม ที่เล่นเรื่องไหนก็ฟินไปสามบ้านแปดบ้าน ซึ่งซีรี่ย์เรื่องนี้จะเล่าถึงเรื่องราวความรักและปาฏิหาริย์ของ ดงแบค กับผู้หญิงคนหนึ่งที่มีผู้ชาย 3 คนเข้ามาในชีวิต ทำให้เกิดเป็นเรื่องราวสุดประทับใจ มาติดตามกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้บ้าง กับซีรี่ย์น้ำดีอย่าง When Camellia Blooms การันตีด้วยเรตติ้งถล่มทลายจากประเทศเกาหลีตัวอย่าง :https://youtu.be/ebjHmfjGGUw17. Flower Crew : Joseon Marriage Agencyเป็นอีกหนึ่งซีรี่ย์ที่หน้าติดตามอย่าง Flower Crew : Joseon Marriage Agency ซีรี่ย์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ เป็นซีรี่ย์ที่สาวๆหลายคนชื่นชอบเพราะได้รวบรวมชายหนุ่มหน้าตาดี มาไว้ในซีรี่ย์นี้เกือบหมด ไม่ว่าจะเป็น ซอจีฮุน ที่มารับบท องค์กษัตริย์อีซู ,กงซึงยอน มารับบท แกดง , คิมมินแจ มารับบท มาฮุน, บยอนอูซอก มารับบท โดจุน และ พัคจีฮุน มารับบท โกยองซู เรียกได้ว่าขนหนุ่มหล่อมาให้สาวฟินกันอย่างเต็มที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ องค์กษัตริย์อีซู ว่าจ้างสำนักงานจัดหาคู่Flower Crewเพื่อให้เขาและ แกดง สามารถรักกันได้อย่างถูกต้อง มาติดตามความรักและบทสรุปของพวกเขาได้ที่ Flower Crew : Joseon Marriage Agencyตัวอย่าง :https://youtu.be/ZnlAiU4QPxs18. Love Alarmสำหรับใครที่ชื่นชอบซีรี่ย์เกาหลีแนวโรแมนติกคงไม่อยากพลาดกับเรื่องนี้อย่างแน่นอนกับเรื่อง Love Alarm เป็นผลงานของ อีนาจอง ที่ได้นำซีรี่ย์เรื่องนี้มารีเมคจากเว็บตูนมาสร้างใหม่ เรียกได้ว่าสามารถดึงดูดใจได้มากเลยทีเดียว เป็นเรื่องราวของความว้าวุ่นที่เริ่มต้น หลังจากที่เธอเปิดใช้งานแอปพลิเคชั่นที่สื่อความในใจ Love Alarmจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อแอปของเธอได้แจ้งเตือนว่า มีคนกำลังชอบเธออยู่ 2 คน มาติดตามกันดูว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรจะฟินแค่ไหนกันตัวอย่าง :https://youtu.be/PQzqCKotjWg19. A Piece of Your Mindมาถึงซีรี่ย์อย่าง Half of Half ที่ได้นักสดงอย่าง Jung Hae In มารับบท Ha Won และ Chae Soo Bin มารับบท Han Seo Woo เป็นเรื่องราวของความรักของHa Won และHan Seo Woo เป็นโปรแกรมเมอร์ AI และเขายังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท M&H Ha Won ซึ่งทั้งคู่ต่างกันโดยสิ้นเชิง มาติดตามกันดูว่าเขาและเธอจะเป็นอย่างไรต่อเมื่อทั้งคู่รักกันตัวอย่าง :https://youtu.be/5-BFjfRVY5Yซื้อประกันภัย โควิด-19 คลิกเลย20. Pegasus Marketปิดท้ายกันด้วยซีรี่ย์แนวดราม่าอย่าง Pegasus Market เป็นเรื่องของ ซุปเปอร์มาร์เก็ตซอนริมะ ที่ได้ผู้บริหารหน้าใหม่ไฟแรงมาช่วย แต่แท้จริงแล้วเขาต้องการทำลายร้านนี้ให้พ้นทาง มาติดตามกันดูว่าเขาจะทำสำเร็จไหมหรือจะเป็นการทำให้ร้านยิ่งมีผู้คนเยอะมากขึ้นกว่าเดิม ซีรี่ย์เรื่องได้ แบคซึงรยอง มาเป็นผู้กำกับอีกด้วย และยังได้นักแสดงอย่าง อีดงฮวี รับบท มุนซอกกู และ คิมบยองชอล รับบท จองบกดง อีกด้วยตัวอย่าง :https://youtu.be/4pPWloSHxNM21. What’s Wrong With Secretary Kimหากใครอ่านชื่อเต็มๆ อาจจะไม่คุ้นมาก แต่ถ้าบอกว่า “เรื่องเลขาคิม” คงร้องอ๋อ เพราะถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดังมว๊ากกกก ในปี 2018 นี้ เพราะสาวๆ หลายคนคงอิน และฟินไปกับความหลัวของ “ท่านรองประธาน” จนอยากจะเข้าไปสิงร่างของคุณเลขาคิมเสียให้ได้ แถมยังจะได้จิ้นจนเขินตัวบิด จิกหมอนขาดไปตามๆ กัน กับความหวานน้ำตาลเรียกพี่ของคู่นี้ เป็นซีรี่ย์แนวน่ารักใสๆ ที่มีความกุ๊กกิ๊กมุ้งมิ้ง แถมโรแมนติกสุดๆ ไม่อยากสปอยล์มากเพราะเดี๋ยวจะไม่สนุก แต่ขอบอกเลยว่าเรื่องนี้ ห้ามพลาด! ใครดูแล้วไม่ฟินเอาไม้มาตีแอดมินได้เลยยย เรื่องนี้ขอเอาหัวเป็นประกันว่ามันส์แน่นอน !ตัวอย่าง :https://youtu.be/beQ4WqZmDro22. Your House Helperยังขออยู่กับซีรีย์โรแมนติกก่อน สาเหตุก็อย่างที่เราทราบกันดีว่า ซีรี่ย์ของเกาหลี ถ้าเป็นแนวโรแมนติกนี่ฟินจนถึงขีดสูงสุดเลย สำหรับเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องราวของพระเอก ที่อยากจะพิสูจน์ตัวเองให้พ่อกับแม่ได้เห็น จึงตัดสินใจลาออกจากบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งๆ ที่หน้าที่การงานกำลังไปได้ดี มารับบทเป็นพ่อบ้านที่ต้องคอยรับฟัง และช่วยแก้ไขปัญหาให้ลูกค้า ซึ่งก็คือนางเอกที่เป็นเด็กฝึกงาน ที่กำลังต่อสู้เพื่อให้ตัวเองได้งานในบริษัทที่ฝึกงานอยู่ นอกจากจะได้ฟิน ได้อิน ได้จิ้นแล้ว เพื่อนๆ ยังจะได้คอยลุ้น และเอาใจช่วยคู่นี้ด้วยล่ะ เป็นอีกเรื่องที่ห้ามพลาดเลยนะครับตัวอย่าง :https://youtu.be/1hWwNstYT8g23. Are You Human?ความดราม่าบังเกิด เมื่อชายหนุ่มที่อยู่ในอากาศโคม่า จนครอบครัวต้องสร้างหุ่นยนต์ขึ้นมาเป็นตัวแทนชั่วคราว แต่เจ้าหุ่นยนต์ตัวนั้นดันมีความรู้สึกราวกับคนจริงๆ! เพราะเขาดันไปตกหลุมรักนางเอก และแน่นอนว่าความลับที่ตัวเขาเป็นเพียงแค่หุ่นยนต์นั้น ก็ต้องถูกปิดบังและซ่อนเอาไว้ เป็นเรื่องราวที่น่าเอาใจช่วยสุดๆ และยังได้ลุ้นไปพร้อมๆ กันด้วยว่า ความลับจะเป็นความลับหรือไม่ และความรักครั้งนี้จะเกิดขึ้นได้ไหม ? ใครที่ชอบซีรีย์ดกาหลีแนววิทยาศาสตร์ ผสมผสานกับดราม่า ต้องจดเรื่องนี้ไว้เลยตัวอย่าง : https://youtu.be/B-UJ3PDo8rI24. Life on Marsขอเอาใจเพื่อนๆ ที่ชอบซีรีย์แนวสืบสวนสอบสวน และเรื่องราวเหนือธรรมชาติกันบ้างนะครับ ซีรีย์เรื่องนี้คือเรื่องราวของพระเอกที่เป็นนักสืบคนเก่ง ที่กำลังจะปิดคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เขาตามสืบมานานได้สำเร็จ แต่จู่ๆ กลับเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง และตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองย้อนมาอยู่ในปี 1988 และรับบทเป็นนักสืบจำเป็นประจำสถานีตำรวจในเมืองห่างไกล และต้องตามสืบคดีฆาตกรรมต่อเนื่องอีก! เอาล่ะสิเรื่องราวจะจบยังไง ต้องมาคอยลุ้นกันนะครับ สำหรับเรื่องนี้นอกจากจะได้ความตลก ลุ้นระทึกสนุกสนานแล้ว ขอบอกว่าสีของซีรี่ย์เรื่องนี้สวยมาก และได้เห็นเกาหลีในอดีตด้วยล่ะ อย่าพลาดนะครับตัวอย่าง : https://youtu.be/gZ2zZ3h7ykQ25. Mr. Sunshineหากใครดูเรื่อง Life on Mars แล้วติดใจภาพสวยๆ สีสวยๆ ของซีรีย์ขอแนะนำให้ดูเรื่องนี้ต่อเลยครับ เพราะเป็นซีรีย์เกาหลีแนวย้อนยุค ที่มีความโรแมนติกดราม่า กับเรื่องราวของชายหนุ่มเกาหลี ที่ต้องกลับมาบ้านเกิดในฐานะทหารอเมริกา ที่ดันมาตกหลุมรักนางเอกซึ่งเป็นลูกสาวของขุนนางเกาหลี นอกจากสงครามในสนามรบแล้ว ในสนามรักก็มีสงครามความรักที่แทบเป็นไปไม่ได้นี้เช่นกัน เตรียมทิชชู่ไว้ให้ดีๆ แล้วมาลุ้นเอาใจช่วยคู่นี้ไปพร้อมๆ กันนะตัวอย่าง : https://youtu.be/MHa0aw1odvE26. Life (Drama – 2018)เรื่องราวสุดดราม่า และน่าเอาใจช่วย ภายใต้เสื้อกาวนด์ของพระเอกที่เป็นคุณหมอ ที่ต้องต่อสู้กับเหตุการณ์หลายๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความไม่โปร่งใส และเรื่องของการฆาตกรรมนองเลือด ทั้งยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่รอให้ค้นพบ และเขาต้องต่อสู้กับความอยุติธรรม เพื่อให้โรงพยาบาลแห่งนี้กลับมาขาวสะอาดอีกครั้ง เรื่องนี้ขอแนะนำสำหรับคนที่ชอบซีรีย์เกาหลีที่มีเรื่องราวค่อนข้างเข้มข้น หนักหน่วง รับรองว่าสนุกไปกับการสืบสวนครั้งนี้อย่างแน่นอน27. Radio Romanceกลับมาที่ซีรีย์เกาหลีแนวน่ารัก หวานๆ น้ำตาขึ้นจอกันอีกครั้ง กับเรื่องราวสุดฟินของซุป’ตาร์หนุ่ม ผู้ซึ่งไม่สามารถพูดได้หากไม่มีสคริปต์ให้ กับนักเขียนสคริปต์วิทยุ ที่โตมากับแม่ที่ตาบอด เธอจึงมาเป็นนักเขียนสคริปต์แม้ว่าจะไม่มีพรสวรรค์ใดๆ เลยก็ตาม เรื่องราววุ่นๆ ระหว่างคู่นี้จึงเกิดขึ้น เพราะต้องช่วยกันดำเนินรายการให้ผ่านพ้นไปได้ดี มิเช่นนั้นรายการอาจถูกถอดได้ น่าดู น่าเอาใจช่วย และรับรองว่าจะฟินสุดๆ กับความเคมีเข้ากันของพระเอกนางเอก ได้เขินจนจิกหมอนขาดก็งานนี้แหละจ้า!ตัวอย่าง : https://youtu.be/KLRjQXpTlzY28. While You Were Sleeping?ซีรีย์เกาหลีเรื่องนี้ขออนุญาต Proudly Present นะครับ เพราะนำแสดงโดย อีจงซอก หวานใจของสาวหลายๆคนในทัวร์ครับนั่นเอง อิอิ เป็นเรื่องราวของหญิงสาวที่เธอสามารถมองเห็นอุบัติเหตุที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตผ่านความฝันของเธอ และพระเอกที่เป็นพนักงานอัยการ ที่จะทำทุกทางเพื่อยับยั้งให้ความฝันของนางเอกไม่เกิดขึ้นจริง เป็นเรื่องราวลุ้นๆ ชวนให้ติดตาม บวกเข้ากับความโรแมนติก ดูเพลินๆ จนลืมเวลานอนเลยล่ะจะบอกให้ตัวอย่าง : https://youtu.be/oM8ldaOAMuU29. Revolutionary Loveไหนใครในที่นี้ชอบวง Super Junior บ้าง? ซีรีย์เกาหลีที่กำลังจะพูดถึงต่อไปนี้ มีนักแสดงนำก็คือ ซีวอน จากวง Super Junior นั่นเองครับ ซึ่งเขาจะเข้ามารับบททายาทมหาเศรษฐี ที่วันๆ ไม่ทำอะไรนอกจากใช้ชีวิตให้มีความสุข และต้องมาเป็นศัตรูกับหัวหน้าทีมเลขานุการของบริษัทที่ครอบครัวตนเองเป็นเจ้าของ เพื่อแย่งชิงหัวใจของนางเอกผู้ซึ่งขยันขันแข็ง และต่อสู้เพื่อหน้าที่การงานที่ดีแม้จะมีการศึกษาที่ดีก็ตาม เพื่อนๆ จะได้สนุกไปกับรักวุ่นๆ ในครั้งนี้ และได้ติดแฮชแท็ก (#) เชียร์ชายหนุ่มที่ตนเองชอบแน่นอนตัวอย่าง : https://youtu.be/nIOHbHXjxfk30. A Korean Odysseyเห็นโปสเตอร์ซีรีย์เกาหลีเข้มๆ แบบนี้ แต่บอกเลยว่าไม่ใช่อย่างที่คิดนะครับ เพราะเรื่องนี้มีหลายฉากที่ตลกมากๆ เรียกได้ว่าเรียกเสียงขำได้อยู่เรื่อยๆ ทั้งยังมีฉากโรแมนติกอีกเพียบ! เป็นเรื่องราวของการเดินทางแสวงหาความจริงในโลกยุคมืด ที่เทพแห่งความชั่วร้ายได้แพร่กระจายไปทั่ว เป็นอีกเรื่องที่น่าติดตาม และดูเพลินสุดๆ เลยครับ ไม่อยากให้พลาดจริงๆ จดชื่อไว้ดีๆ นะตัวอย่าง : https://youtu.be/Y35-OanurKM30 ซี่รี่ย์เกาหลีที่ไม่ควรพลาด เป็นไงกันบ้าง สำหรับสาวๆ ที่มองหาซีรี่ย์เกาหลีดีๆ ในช่วงนี้หรือยังคิดไม่ออกว่าจะดูซีรี่ย์เรื่องอะไรดีมาจดลิสต์กันได้เลยเพราะเรามีซีรี่ย์เกาหลีงานดีทั้งเนื้อเรื่องและนักแสดงที่มาแรงหลากหลายเรื่องราว หลากหลายสไตล์ ซีรี่ย์เกาหลีปี 2020 ก็มีมาอีกเพียบ ชวนให้คุณเสพยาวๆ แก้เครียดกันแบบจุใจไปเลยหยุดทุกความเครียด หมดทุกความกังวล ด้วยประกันภัยโควิด คัฟเวอร์ 3in1เริ่มต้นเพียง 489-/ปี คลิกเลยซื้อประกันภัยโควิด คัฟเวอร์ 3in1 คลิกเลย
ยิ่งเที่ยว ยิ่งรัก 12 เหตุผล ทำไมต้องไป "เที่ยวกับแฟน"
พาพร้อม
ยิ่งเที่ยว ยิ่งรัก 12 เหตุผล ทำไมต้องไป "เที่ยวกับแฟน"
จากผลสำรวจความคิดเห็นของคู่รักถึง 1,000 คู่เกี่ยวกับความเข้าใจว่าการเดินทางส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของพวกเขาอย่างไรบ้าง เกือบสองในสามของผู้ตอบแบบสอบถาม (63%) ระบุว่าการเดินทางท่องเที่ยวด้วยกันนั้นส่งผลที่ดีต่อความสัมพันธ์ ทำให้พวกเขาได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันจริงๆ นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและน่าตื่นเต้นที่จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ได้อีกด้วย ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ไปดูกันเลยครับ 1. มีการตั้งเป้าหมายและจุดประสงค์ร่วมกัน การตกลงไปเที่ยวสถานที่ใดที่หนึ่งร่วมกัน จะต้องมีการตั้งเป้าหมายและวัตถุประสงค์ร่วมกัน ซึ่งทำให้ความคาดหวัง และความปราถนาไปในทิศทางเดียวกันด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเส้นทางไปเที่ยว กิจกรรมระหว่างทาง หรือแม้แต่การเลือกว่าจะกินอะไรดี และเพื่อที่จะไปให้ถึงจุดมุ่งหมายนั้นทั้งสองคนจะต้องมีแบ่งปันทัศนคติ ความคิดเห็น ตลอดจนการช่วยเหลือสนับสนุนซึ่งกันและกันครับ 2. ได้ทำความเข้าใจและปรับเปลี่ยนข้อจำกัดระหว่างกัน การเดินทางไม่เพียงเผยให้เห็นเฉพาะโลกภายนอกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโลกภายในของกันและกันด้วย ทำให้รู้ว่าแต่ละคนมีข้อดี ข้อเสีย และข้อจำกัดอย่างไรบ้าง จะช่วยอีกฝ่ายหาวิธีเติมเต็มได้อย่างไร มีตรงไหนที่เราต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทางร่วมกันครับ 3. มีการสื่อสารที่ดีขึ้น จากการสำรวจพบว่าคู่รักที่เดินทางด้วยกัน จะมีความคิดเห็นไปในแนวทางเดียวกันและมีความขัดแย้งน้อยกว่าคู่รักที่ไม่ได้เดินทางด้วยกัน การเดินทางทำให้พวกเขาเข้าใจและอดทนต่อกันมากขึ้น ทำให้ต้องร่วมมือกันและคอยคิดหาวิธีตกลงกันให้ได้ สถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจร่วมกันนี้จะทำให้คุณสองคนสื่อสารกันได้ดีขึ้นและเข้าใจซึ่งกันและกัน แถมยังได้รู้จักการให้ การเสียสละเพื่ออีกฝ่าย ซึ่งจะทำให้ชีวิตรักของพวกคุณมีความสุขเพิ่มขึ้นครับ 4. สร้างความทรงจำร่วมกัน การเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ จะช่วยให้คุณได้เปิดประสบการณ์ใหม่ ซึ่งจะกลายเป็นความทรงจำที่ดีร่วมกันและประทับอยู่ในใจ การพาแฟนเที่ยวจะยิ่งทำให้คุณสองคนเติบโตไปด้วยกัน และเมื่อการผจญภัยสิ้นสุดลง ทั้งคู่ก็จะมีความทรงจำอันสุดพิเศษที่มีแค่คุณสองคนเท่านั้นเป็นพยานรับรู้ครับ 5.แสดงให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของแต่ละคน เนื่องจากทั้งทริปนั้นคุณจำเป็นที่จะต้องอยู่ด้วยกันเกือบตลอดเวลา ทำให้คุณสามารถสังเกตถึงรายละเอียดเล็กน้อยต่างๆ ที่เป็นการแสดงออกถึงตัวตน พฤติกรรม และความเคยชินของอีกฝ่าย เช่น อาจจะนอนกรน เข้าห้องน้ำนานมาก เป็นคนจุกจิก หรือเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองทำให้เราค้นพบตัวตนที่แท้จริงจากการเที่ยวกับแฟนและยังเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคุณทั้งสองคนในอนาคตได้ครับ 6.รู้จักการสร้างอารมณ์ขันเพื่อรักษาสถานการณ์ บ่อยครั้งที่เวลาไปเที่ยวแล้วต้องเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่เป็นอย่างใจ ตั้งแต่ไฟลท์ดีเลย์ กระเป๋าสตางค์หาย ไปจนถึงเรื่องเล็กๆน้อยๆ อย่างแผนที่ไม่ตรงกับสถานที่จริง หรือร้านอาหารที่ตั้งใจต่อคิวยาวไม่อร่อยดังหวัง เราสามารถสังเกตนิสัยแฟนได้จากปฏิกิริยาที่เขาหรือเธอมีต่อสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่กดดันและเคร่งเครียด ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่สำคัญก็คือการมองโลกในแง่ดี รู้จักการสร้างอารมณ์ขันเพื่อรักษาและแก้ไขสถานการณ์ ให้ช่วงเวลาที่เหลืออยู่นั้นมีความสุขและเป็นทริปที่น่าประทับใจ นอกจากนี้ในอนาคตคุณก็สามารถหาวิธีปรับตัวเข้าหากันได้ง่ายขึ้นด้วยครับ 7.คงความโรแมนติกไว้ ตรงนี้เป็นเรื่องหลักที่แตกต่างจากคู่รักที่ใช้เวลาดูหนัง หรืออ่านหนังสือเพียงอย่างเดียว ในฐานะคู่รักที่ใช้เวลาเดินทางด้วยกัน จะมีการแสดงออกถึงความโรแมนติกออกมาตามธรรมชาติ นี่เป็นเหตุผลที่ 86% ของผู้ตอบแบบสอบถามในการสำรวจคู่รักเดินทางกล่าวว่าความสัมพันธ์ของพวกเขายังคงมีความโรแมนติกอยู่แม้จะกลับจากทริปแล้วก็ตาม เมื่อเทียบกับ 73% ของคู่รักที่ไม่เคยเดินทางร่วมกันครับ 8.อยู่กับช่วงเวลาที่เป็นปัจจุบัน ในขณะที่คู่รักอื่น ๆ ที่ไม่ได้เดินทางไปด้วยกัน มักกังวลเกี่ยวกับอนาคตและสร้างข้อสงสัยในความสัมพันธ์ แต่คู่รักที่เดินทางร่วมกันไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องเหล่านั้น เนื่องจากพวกเขาจดจ่ออยู่กับช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยม เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่เกิดจากการท่องเที่ยวระหว่างกันและกัน การเดินทางร่วมกันช่วยให้พวกเขาไม่ต้องใช้สมองไปกับการคิดคำนึงหรือหวาดระแวงเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคตเท่าไหร่นัก เพราะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องต่างๆ และสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า ทำให้พวกเขามีเวลาชื่นชมกับช่วงเวลาที่เป็นปัจจุบันมากกว่านั่นเอง 9.ให้อภัยกันมากขึ้น ระหว่างการเดินทางด้วยกันนั้น มีโอกาสมากมายที่จะทำให้คุณเกิดความขัดแย้งขึ้นได้ รวมถึงความไม่พอใจในความคิดเห็นหรือตัวตนของอีกฝ่าย คู่รักที่เดินทางด้วยกันจะเข้าใจถึงความจำเป็นในการให้อภัยซึ่งกันและกันได้อย่างรวดเร็วและก้าวต่อไปครับ 10.ได้เรียนรู้ร่วมกัน การเดินทางเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราได้เปิดโอกาสในการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ไม่ว่าคุณจะอยู่ บนเครื่องบิน ไปขับรถเที่ยว หรือกำลังนั่งกินข้าวด้วยกัน การไปเที่ยวกับแฟนทำให้คุณได้มีโอกาสใช้เวลาพูดคุยและเรียนรู้เกี่ยวกับทุกด้านของชีวิตแต่ละฝ่าย รวมไปถึงได้รับรู้ความคิดเห็น คุณค่า อุดมการณ์ ความกลัว และแรงบันดาลใจที่มีต่อสิ่งต่างๆรอบตัวในชีวิต นอกจากคุณจะได้เรียนรู้อะไรบางอย่างแล้ว คนรักของคุณก็เติบโตขึ้นด้วยเช่นกัน 11.มิตรภาพแน่นแฟ้นมากขึ้น ยิ่งคุณใช้เวลาเที่ยวกับคนรักของคุณนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งสร้างความผูกพันกับคนรักของคุณมากขึ้นเท่านั้น รวมทั้งยังสร้างมิตรภาพอันแน่นแฟ้น อันจะเป็นปัจจัยให้ความสัมพันธ์ของคุณเติบโตอย่างยั่งยืน ภายหลังจากการได้แชร์ประสบการณ์ร่วมกัน คุณและคนรักก็จะกลายเป็นมากกว่าแค่แฟนหรือเพื่อนร่วมทาง แต่จะกลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตที่จะสามารถอยู่เคียงข้างคุณไปตลอด 12.เคารพพื้นที่ส่วนตัวของอีกฝ่าย แม้ว่าการเดินทางท่องเที่ยวด้วยกันนั้น ทั้งสองคนจะต้องอยู่ด้วยกันเกือบจะตลอดเวลาก็จริง แต่ก็ยังมีบางช่วงจังหวะเวลาที่อีกฝ่ายต้องการความเป็นส่วนตัว คู่รักที่เข้าใจตรงจุดนี้ก็จะอยู่ร่วมกันได้อย่างสบายๆ เคารพในความเป็นส่วนตัวยามที่อีกฝ่ายต้องการใช้ความคิดอยู่คนเดียวเงียบๆ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหน่ึงต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ครับ บทความโดย : นันทรัช ชมภูแสง Content Writer ประจำเว็บไซต์ GoBear ผู้หลงใหลการอ่านหนังสือและเชื่อมั่นในพลังของการถ่ายทอดความรู้สึกผ่านเรื่องราว มีความสุขกับการฟังเพลง ดูซีรีส์ และทุกอย่างที่เกี่ยวกับญี่ปุ่น บทความแนะนำจากทัวร์ครับ >>แนะ 8 เทคนิคเที่ยวอย่างสบายใจ เที่ยวยังไงให้ไม่อ้วน !<<
แพลนทริปไว้แพลนเงินด้วย! รวม 10 ไอเดียออมเงินไว้ไปเที่ยวแบบชิลล์ๆ
พาพร้อม
แพลนทริปไว้แพลนเงินด้วย! รวม 10 ไอเดียออมเงินไว้ไปเที่ยวแบบชิลล์ๆ
นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ รู้กันดีอยู่แล้วว่า การจะไปเที่ยวแต่ละทีต้องใช้เงินเยอะขนาดไหน เอาแค่ต่างจังหวัดบ้านเรา บางทีแค่แบงค์พัน 5 ใบยังแทบจะเอาไม่อยู่ และถ้าหากต้องไปแบบเหนียมๆ มีงบแบบจำกัดก็คงจะเที่ยวไม่สนุกเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นวันนี้ ทัวร์ครับ เลยขอเสนอ 10 ไอเดียออมเงิน ที่ได้ผลดี๊ดี เอาไว้เป็นบัดเจ็ทในการไปเที่ยวทริปต่อกันไปครับ 1. เก็บแบงค์ 50 วิธียอดฮิตตลอดกาล ที่หลายๆ คนคงใช้วิธีนี้อยู่ และบอกเลยว่าเป็นวิธีที่ได้ผลดีมากๆ ด้วยนะครับ ถึงแม้บางครั้งอาจจะเก็บได้ช้าหน่อย เพราะเราไม่ค่อยได้รับแบงค์ 50 แต่พอได้มาแล้วเราเก็บอย่างเดียว ไม่ใช้ ไม่ไปแตะต้องมันเลย สะสมไว้มากๆ ก็กลายเป็นเงินก้อนได้เหมือนกันนะ 2. เก็บแบงค์ใหม่ เวลาได้รับแบงค์ใหม่มาจากเงินทอน ไม่ว่าจะเป็นแบงค์ยี่สิบ แบงค์ร้อย หรือแบงค์พัน ก็ต้องเก็บเข้ากระปุกทั้งหมดนะครับ วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่มีวินัยและแน่วแน่ เพราะบอกเลยว่าแอบโหดนิดๆ เวลากดเงินจากตู้ ATM แล้วเจอแบงค์ใหม่ก็ต้องเก็บเช่นเดียวกัน แต่บอกเลยว่าได้ผลดี แถมเห็นผลไวอีกต่างหาก 3. เก็บเหรียญทั้งหมด ห้ามมีกระเป๋าใส่เหรียญแยกเด็ดขาด ใครมีเอาไปทิ้งด่วนๆ เพราะต่อจากนี้เราจะไม่เก็บเหรียญกัน! ได้ทอนมา หรือได้จากไหนมาต้องนำมาหยอดกระปุกให้หมด ห้ามเบี้ยว ห้ามขี้โกงเด็ดขาด ผ่านไปหนึ่งปีแล้วนำออกมานับกันว่าได้กี่บาทน๊า 4. เก็บเงินแต่ละชนิด ในแต่ละวัน ตั้งกฎเหล็กในแต่ละวันเลย ว่าจะเก็บเงินอะไรบ้าง เช่น วันจันทร์ เราจะเก็บแบงค์ยี่สิบ เพราะฉะนั้นได้จากไหนมาก็ห้ามใช้ วันอังคาร เราจะเก็บเหรียญสิบทั้งหมด อะไรแบบนี้ วิธีนี้ก็จะทำให้เราเก็บเงินได้ไว แล้วก็ไม่อึดอัดเกินไปด้วยครับ 5. เก็บเงินตามวันที่ แบบเบๆ อนุบาลๆ เพิ่งเริ่มต้น ก็เอาแค่วันที่ 1 - 31 หรือ 1 - 100 พอ แต่ระดับรุ่นใหญ่เค้านับกันเป็นปี! ตั้งแต่วันที่ 1 - 365 เลยทีเดียว วิธีนี้แรกๆนี่ชิลๆ แทบจะหยอดกระปุกเผื่อวันต่อๆ ไป แต่พอผ่านไปสักสามเดือนเริ่มปาดเหงื่อเพราะยอดมันเยอะขึ้นเรื่อยๆ แต่บอกเลยผลคุ้มค่ามาก เพราะหากทำครบปีจะมีเงินเก็บเกือบ 70,000 เลยล่ะ!! 6. เก็บเงินวันละ 20 - 100 บาท วิธีนี้ง่ายมากๆ ตั้งเป้าหมายไปเลยว่าเราจะเก็บนานแค่ไหน และอยากมีเงินเก็บเท่าไหร่ แต่บอกก่อนว่า ต้องทำทุกวัน ห้ามขาดเลยนะครับ วันไหนลืมก็ต้องเอามาหยอดกระปุกคืนด้วยนะ ถึงแม้จะดูว่าเราเก็บเงินทีละนิด แต่สะสมจนถึงวันที่เราตั้งเป้าไว้ ก็เรียกรอยยิ้มได้เหมือนกันนะ 7. เก็บเงินแยกกระปุก ในที่นี้หมายถึง เรามีเป้าหมายชัดเจนไปเลยครับ ว่าเราอยากจะไปเที่ยวที่ไหน แล้วลองคำนวณงบคร่าวๆ นำมาหารกับระยะเวลาที่เหลือก่อนไปเที่ยว เราก็จะได้รู้ว่าเราต้องเก็บวันละกี่บาท หรือหากใครยังไม่มีแพลน ก็เก็บแยกกระปุกเฉยๆ ไปก่อนก็ได้ เป็นค่าช้อปปิ้ง ค่าทริป หรือเก็บไว้เผื่อฉุกเฉิน เป็นต้น 8. แบ่งเงินใช้เป็นรายวัน ย้อนกลับไปตอนเด็กๆ เราก็จะได้ค่าขนมจากผู้ปกครองกันใช่ไหมล่ะ วิธีนี้ก็เหมือนกันเลย เป็นการให้ค่าขนมตัวเองในแต่ละวันนั่นเอง กำหนดให้เราใช้เงินได้แค่นี้เท่านั้นในแต่ละวัน ถ้าอยากใช้เกินให้ไปยืมของวันถัดไปมา แล้ววันถัดไปก็ต้องเหลือใช้น้อยลง หากไว้ไหนใช้ไม่หมด อนุญาตให้ทบไว้ใช้วันถัดไปได้ หรือจะหยอดลงกระปุกก็ได้นะ 9. เศษของเงินเดือนคือเงินเก็บ หลายๆ บริษัทมักจะจ่ายเงินเดือนเป็นเศษ เพราะต้องหักค่าประกัน หรือค่าอื่นๆ เพราะฉะนั้นเราก็แค่เอาเศษพวกนั้นมาออมเป็นเงินเก็บ แล้วเหลือเงินใช้จ่ายเป็นเลขกลมๆ พอครับ แต่วิธีนี้ขอแนะนำให้หักเศษหลักพันขึ้นไป ถึงจะได้ผลดีนะจ๊ะ 10. จ่ายค่าข้าวเท่าไหร่ เก็บเงินเท่านั้น จะมื้อกลางวัน หรือมื้อเย็น เอาที่สะดวกเลยครับ (หรือใครโหดๆ หน่อยจัดสองมื้อไปเล้ย) วันไหนทานน้อย ก็ออมน้อย วันไหนทานมื้อใหญ่ ก็ออมเยอะตามราคาที่จ่ายไป นอกจากนี้ใครจะนำไปปรับเป็นการออมเงินเท่าค่าเสื้อผ้า ค่าช้อปปิ้ง ก็ไม่ผิดนะ นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของวิธีออมเงินเท่านั้นนะครับ จริงๆ ยังมีอีกหลากหลายวิธีเลย ลองหาวิธีที่เข้ากับตัวเองมากที่สุดแล้วทำดูนะ หรือจะนำหลายๆ วิธีมาผสมกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดก็ได้ สำคัญคือเราต้องมีวินัย กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องไปตึงหรือหย่อนไป เงินออมคือเงินที่เหลือจากค่าใช้จ่าย เพราะฉะนั้นไม่ควรทำให้ตัวเองลำบากเพราะการออมเงินน๊า บทความแนะนำ >>10 อุบายที่สายเที่ยวควรระวัง จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อในต่างแดน<<
10 ทริคเด็ดก่อน ‘เที่ยวรัสเซีย’ ทำตามนี้ไม่มีเพลียแน่นอน
พาพร้อม
10 ทริคเด็ดก่อน ‘เที่ยวรัสเซีย’ ทำตามนี้ไม่มีเพลียแน่นอน
‘ทัวร์ครับ’ เลยไม่พลาดที่จะตามเทรนด์ ด้วยการจัดหาโปรแกรมทัวร์รัสเซียแบบ ‘จัดเต็ม’ !! มาคอยเสิร์ฟให้เพื่อนๆ ได้เลือกกันด้วย บอกเลยว่าทุกโปรแกรมพาไปแลนด์มาร์กรัสเซียแบบแน่นๆ ได้ทั้งความประทับใจ และความทรงจำที่ดีแน่นอน ดูเลย ทัวร์เที่ยวรัสเซีย สุดคุ้ม เริ่มต้น 34,999 บาท!! แต่ก่อนจะไป ‘ทัวร์ครับ’ ก็ขอจัด 10 ทริคเด็ด ที่จะทำให้เพื่อนๆ ได้ไปฟินที่รัสเซียแบบไม่ติดขัด รับรองว่าทำตาม 10 ทริคนี้ ได้เที่ยวรัสเซียแบบไม่มีเพลีย มีแต่เพลินแน่นอน เลื่อนไปดูกันเลยยย~ 1. รัสเซีย Free Visa📋 ใครที่คิดว่าไปเที่ยวรัสเซียจะยุ่งยาก ขอบอกเลยว่าคิดผิดมากๆ เพราะที่นี่เค้าฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยถึง 30 วันเลยล่ะครับ มีแค่พาสปอร์ตเล่มเดียวก็ไปฟินไกลถึงรัสเซียได้แล้ว หรือถ้าไปเที่ยวกับทัวร์ครับก็หมดห่วงเรื่องนี้ไปได้เลย ทัวร์ครับจัดการให้ :D 2. แลกเงินก่อนไป💵 ที่รัสเซียจะให้เงินสกุล รูเบิ้ลรัสเซีย (RUB) ซึ่งแลกจากเมืองไทยไปเลยจะสะดวกกว่าครับ แต่หากใครกลัวไม่พอ และหวังจะไปแลกเพิ่มที่รัสเซีย ขอแนะนำให้แลกเป็น USD ไปก่อน จะได้เรทที่ดีกว่า นอกจากนี้ที่รัสเซียยังสามารถใช้บัตรเครดิตได้แบบไม่มีชาร์จด้วยนะ สะดวกมากๆ เลยครับ 3. เลือกซื้อซิมการ์ดให้ดี แน่นอนว่ามาเที่ยวต่างประเทศทั้งที จะให้มาอดใจไม่ให้เช็คอิน หรืออัพโหลดรูปสวยๆ ลงโซเชียลก็คงไม่ได้ ครั้นจะรอใช้แต่ Wifi ฟรีที่โรงแรมก็คงจะไม่ทันใจ เพราะฉะนั้นแนะนำให้ซื้อซิมการ์ดไปเลย ที่รัสเซียมี 4G ที่ลื่นปรื๊ด โดนใจชาวเราสุดๆ แต่ที่สำคัญก็คือ ตอนซื้อต้องบอกพนักงานด้วยนะครับว่า ขอเป็นซิมการ์ดที่ใช้ได้ทั่วรัสเซีย ไม่งั้นเดี๋ยวจะได้ซิมการ์ดเฉพาะเมืองที่เราซื้อ แล้วพอเปลี่ยนเมืองจะใช้ไม่ได้ครับ 4. เวลาบิน และเวลาท้องถิ่น✈️ เราใช้เวลาบินจากประเทศไทย ไปยังประเทศรัสเซียประมาณ 9 ชั่วโมงถ้าหากบินตรงครับ ถ้าบินแบบมีเปลี่ยนเครื่องก็บวกเข้าไปอีก ส่วนเวลาท้องถิ่นที่รัสเซีย เวลาจะเดินช้ากว่าประเทศไทยเรา 4 ชั่วโมงครับ เพราะฉะนั้นลงจากเครื่องมาอย่าลืมปรับเวลากันด้วยนะครับ 5. สภาพอากาศ⛅️ ดูสภาพอากาศรัสเซีย คลิก จริงๆ แล้วประเทศรัสเซียถือว่าเป็นประเทศที่เที่ยวได้แทบจะทั้งปี เพราะอากาศเค้าไม่ได้ร้อนมาก เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 10-30 องศา แต่หากใครอยากสัมผัสอากาศหนาวแบบติดลบ แนะนำให้ไปช่วงฤดูหนาว ในเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ จะมีหิมะปกคลุมไปทั่วเลยล่ะครับ ส่วนช่วงที่ถือว่าเป็น Peak Period ที่สุดก็คือช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม เพราะจะมีกลางวันที่ยาวนานมากๆ สว่างจนถึงเที่ยงคืนเลยล่ะ ถ่ายรูปเพลินไปเลยทีนี้ อ่านต่อ :รู้ไว้ไม่พลาด! เที่ยวรัสเซีย เดือนไหนดี เดือนไหนโดน! 6. App สามัญประจำเครื่อง ทัวร์ครับขอบอกไว้ก่อนว่าที่รัสเซียเค้าใช้ Line ไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นควรบอกเพื่อนๆ ไว้ล่วงหน้าก่อนว่าหากจะติดต่อ ให้ติดต่อผ่านทางแอพแชทอื่นๆ เช่น FB Messenger หรือ Whatsapp นอกจากนี้ควรโหลดแอพ Yandex Metro ที่เป็นแอพใช้ดูเส้นทางรถไฟใต้ดิน ซึ่งสามารถใช้สลับภาษารัสเซียกับอังกฤษได้ ที่สำคัญ แอพแปลภาษาก็ขาดไม่ได้เลยครับ 7. คนรัสเซีย🕺🏻 จริงๆ แล้วคนรัสเซียส่วนมากจะเป็นพวกยิ้มไม่เก่ง หน้าตาดูเคร่งขรึม นิ่งๆ แถมยังไม่ค่อยใช้ภาษาอังกฤษอีกต่างหาก แต่ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ หรือคนที่ทำงานบริการ จะต่างกันเลยล่ะครับ เพราะเค้าจะยิ้มเก่ง และสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีเลยทีเดียว 8. มิจฉาชีพ🔪 ไม่มีประเทศไหนในโลกที่ปลอดภัย 100% และที่รัสเซียก็เช่นกัน โดยมิจฉาชีพที่รัสเซียส่วนมากจะเล็งนักท่องเที่ยวที่มากันไม่ค่อยเยอะ เพราะง่ายต่อการลงมือ ส่วนมากจะอยู่ตามสถานีรถไฟฟ้า และจุดแลนด์มาร์กที่คนหนาแน่น นอกจากนี้พวกมาสคอตตามสถานที่ต่างๆ ก็ถือว่าเป็นมิจฉาชีพรูปแบบหนึ่งเหมือนกัน หากเราเผลอไปถ่ายรูปหรือจับมือด้วย ก็อาจจะโดนเรียกเก็บเงินก็ได้ครับ 9. ของฝากรัสเซีย ของฝากรัสเซียที่นิยมม๊ากมาก ก็คือ ตุ๊กตาแม่ลูกดก นั่นเอง นอกจากนี้พวกของตั้งโชว์ แม่เหล็กติดตู้เย็น ก็ถือเป็นของฝากยอดฮิตเช่นกัน จริงๆ เสื้อผ้า หรือของแฟชั่นต่างๆ ที่รัสเซียราคาไม่แพงเลยครับ เพราะฉะนั้นใครที่ชอบช้อปปิ้ง แต่ไม่ซีเรียสว่าจะต้องเป็นคอลเลคชั่นใหม่เท่านั้น เตรียมเงินมาช้อปให้จุใจได้เลยนะครับ ส่วนพวกขนม ช็อกโกแลตต่างๆ แนะนำซื้อที่ซูเปอร์มาร์เก็ตครับ มีให้เลือหลากหลาย และราคาถูกมากๆ อ่านต่อ :ชี้ลายแทง! ของฝากรัสเซีย ไปเที่ยวรัสเซีย ซื้ออะไรดีนะ ? 10. เตรียมอะไรไปเที่ยวรัสเซียบ้าง🧣 อันดับแรกเลยก็คือ กายและใจ !! ตามมาด้วยเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับสภาพอากาศ ยาสามัญประจำตัว ทิชชูเปียก คล้ายๆ กับการไปเที่ยวต่างประเทศทั่วไปล่ะครับ แต่ขอเพิ่มเติมนิดนึงกับ ‘กระเป๋าคาดเอว’ หรือ ‘กระเป๋าคล้องคอ’ เพื่อใส่เงินและเอกสารสำคัญอย่างพาสปอร์ตไว้ในนั้น แนะนำว่าอย่านำของเหล่านี้ใส่กระเป๋าสะพายข้างนะครับ ถึงแม้ว่าจะไปเที่ยวกับทัวร์ แต่ทั้ง 10 ทริคที่เราจัดมาให้ ต้องจำให้แม่น เพราะรับรองว่าจะได้ใช้แน่นอนครับ เอ้ารู้แล้วจะรออะไร กดไปจองทัวร์รัสเซียกันเลยดีกว่า ขอให้เที่ยวรัสเซียให้สนุกนะครับผม อ่านต่อ .. เที่ยวรัสเซียช่วงไหนดี..เดือนไหนมีอะไรให้ไปบ้าง?
ทัวร์ครับ ชวนรู้!  วิธีเตรียมตัวรับมือให้พร้อม ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ
พาพร้อม
ทัวร์ครับ ชวนรู้! วิธีเตรียมตัวรับมือให้พร้อม ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ
ก่อนเดินทางไปต่างประเทศทุกครั้ง นอกจากจะต้องจองทัวร์ต่างประเทศให้พร้อม เรายังต้องเตรียมตัวและร่างกายให้พร้อมก่อนการเดินทางด้วยนะครับ ในปัจจุบันบางครั้งในแต่ละประเทศก็จะมีการเหตุการฉุกเฉินไม่คาดฝันขึ้น เช่น โรคระบาดต่างๆ ซึ่งวันนี้ ทัวร์ครับจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจกับระดับการเฝ้าระวัง หากจะต้องเดินทางไปในพื้นที่สุ่มเสี่ยง จะได้ปฏิบัติตัวกันได้ถูกต้องและเที่ยวต่างประเทศได้อย่างปลอดภัยและราบรื่นครับ โดยหากเมื่อประเทศใด เกิดการระบาดของโรคติดต่อในพื้นที่ จะมีระดับการเฝ้าระวัง ซึ่งสามารถแบ่งเป็น 3 ระดับได้แก่ ระดับที่ 1 ระดับจับตา ( Travel Watch )👁‍🗨 ในระดับที่ 1 นั้น ยังไม่ห้ามการเดินทางไปยังประเทศนั้นๆ สามารถ เดินทางได้ตามปกติ ครับ เพียงแต่นักท่องเที่ยวอาจจะมีการป้องกันตัวเองเบื้องต้น ด้วยการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกัน หรือหากใครที่ยังไม่ได่รับวัคซีนของโรคที่กำลังระบาด สามารถไปรับวัคซีนป้องกันได้ แต่ต้อง 21 วันก่อนเดินทางเท่านั้นนะครับ เพื่อให้วัคซีนได้มีเวลาเข้าไปสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของเรานั่นเองครับ ระดับที่ 2 ระดับเฝ้าระวังและแจ้งเตือน ( Travel Alert )📢 ในระดับที่ 2 นั้น ก็ยังคง อนุญาตให้เดินทางได้ตามปกติ เพียงแต่ทาง ภาครัฐจะมีคำแนะนำในการปฏิบัติตนให้ถูกต้อง หากต้องเดินทางเข้าไปยังพื่นที่ของโรคระบาดครับ จะได้เดินทางได้อย่างปลอดภัย ราบรื่นและถูกต้องครับผม ระดับที่ 3 ระดับเตือนภัย (Travel Warning)⛔️ สำหรับระดับนี้ เรียกได้ว่าเป็นระดับสุดท้าย หากพื้นที่สุ่มเสี่ยงใดเข้าถึงระดับที่ 3 แล้วนั้นหมายความว่า ห้ามเข้าไปยังพื้นที่โดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความรุนแรงของโรคค่อนข้างสูงซึ่งอาจทำให้เราติดเชื้อได้ครับ จึงไม่ควรเสี่ยงเข้าไปยังพื้นที่ระบาดโดยเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยนั่นเองครับ แต่ไม่ว่าระดับการเฝ้าระวังของพื่นที่นั้นจะอยู่ที่ระดับไหน หญิงที่ตั้งครรภ์ก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากจะมีความเสี่ยงกับทารกในครรภ์ได้ครับครับ ทางที่ดีทัวร์ครับแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำ หรือหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงนั้นไปก่อนจะดีที่สุดครับ และหากใครกำลังมีแพลนจะเดินทางไปพื้นที่สุ่มเสี่ยง ทัวร์ขอแนะนำให้คอยติดตามข่าวสารให้ดี และปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง รับรองว่าจะได้เที่ยวเพลิน อย่างปลอดภัย สบายใจไร้กังวลแน่นครับผม แน่นอนว่าทัวร์ครับยังมีบทความดีดี ให้ได้ไปฟินกันต่อ กับเคล็ดลับสุดเด็ดเตรียมตัวเที่ยวต่างประเทศ ตามไปอ่านได้เลยที่... >>> เที่ยวยังไงให้รอด 7 เคล็ดลับ!! เตรียมตัวก่อนไปเที่ยวต่างประเทศ <<<
10 อุบายที่สายเที่ยวควรระวัง จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อในต่างแดน
พาพร้อม
10 อุบายที่สายเที่ยวควรระวัง จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อในต่างแดน
วันนี้ทัวร์ครับเลยนำ 10 อุบายที่มิจฉาชีพมักใช้หลอกนักท่องเที่ยวมาเล่าให้ฟังกันครับ ใครมีแพลนกำลังจะออกเดินทางไปยังที่ไหนก็ตาม ลองอ่านกันดูนะครับ จะได้เตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆจะได้ไม่โดนหลอก.. 1. หลอกถามทาง วิธีนี้เป็นวิธีที่ฮิตมากๆ ในแถบยุโรป เพราะมิจฉาชีพเหล่านี้จะมีคนนึงในกลุ่ม แต่งตัวเป็นนักท่องเที่ยวเหมือนกับเรา ถือแผนที่ขนาดใหญ่ และเดินตรงเข้ามาขอความช่วยเหลือให้เราช่วยดูแผนที่ให้หน่อย ในขณะเดียวกันมิจฉาชีพคนอื่นๆ ก็จะอาศัยจังหวะที่เราไม่ทันระวังตัว มาแอบล้วงกระเป๋าหรือหยิบฉวยของเราไปนั่นเอง วิธีหลีกเลี่ยงพวกนี้ก็คือ อย่าไปคุย ให้เดินหนีเลยครับ พึงระลึกไว้เสมอว่า คนที่หลงทางจริงๆ จะมาถามนักท่องเที่ยวด้วยกันทำไม หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็ระมัดระวังกระเป๋าให้ดีๆห้ามประมาทเลยล่ะ 2. ขอทาน คนไทยเราเป็นเหยื่อให้กับมิจฉาชีพที่ใช้วิธีนี้ได้ง่ายมากๆ เพราะด้วยพื้นฐานเราเป็นคนขี้สงสาร และมีน้ำใจ โดยวิธีที่คนร้ายจะใช้ก็คือ ปลอมตัวเป็นขอทาน (หรือขอทานจริง) เดินเข้ามาขอเงินกันโต้งๆ เลยครับ อาจจะมาในรูปแบบของเด็กเล็ก หรือคนแก่ที่น่าสงสารมากๆ และพอเราควักกระเป๋าสตางค์ออกมาก็ฉกกระเป๋าเราแล้ววิ่งหนีไปดื้อๆ เลย ซึ่งวิธีนี้พบได้ทั่วโลก!!นอกจากนี้อาจจะมีกรณีที่ ให้เงินกับขอทาน 1 คน แล้วโดนขอทานมารุมอีกเป็นสิบ !!ไม่ให้ก็ไปจากตรงนั้นไม่ได้ ก็ถือว่าเป็นมิจฉาชีพรูปแบบหนึ่งเหมือนกันนะ ใครไปเที่ยวก็อย่าลืมเลี่ยงคนเหล่านี้ไว้ด้วยนะครับไม่งั้นจะเป็นเราเองที่ไม่มีเงิน 555555555+ 3.ให้เครื่องประดับ กำไลข้อมือ หรือของจุกจิก ทั้งสองอย่างนี้คือตัวอันตรายเลยครับ พวกมิจฉาชีพจะตรงดิ่งเข้ามาหาคุณ และ พยายามยัดเยียดของที่จะใส่ให้ข้อมือของคุณให้จงได้ ถ้าเจอต้องรีบหนีอย่างด่วนๆ เพราะหากเผลอรับมาแล้ว อาจจะต้องเสียเงินจำนวนมหาศาลสำหรับสายสิญจน์เส้นเล็กๆ หรือบางครั้งอาจจะเป็นการดึงความสนใจของคุณ เพื่อล้วงกระเป๋าก็ได้ครับ ซึ่งวิธีนี้มักจะเจอที่แถบยุโรป ตามสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแลนด์มาร์กครับ 4. การแสดงริมถนน จำไว้ให้มั่นเลย ว่าหากมีการแสดงริมถนนที่มีการล้อมวง คนเยอะๆ อย่าไปสนใจ อย่าไปอยากรู้อยากเห็นเด็ดขาด เพราะเป็นแหล่งทำงานชั้นดีของเหล่ามิจฉาชีพเลยล่ะ พวกนี้จะอาศัยจังหวะที่เราสนใจการแสดง ล้วงกระเป๋าหรือขโมยของเรา วิธีนี้พบเจอได้ทั้งประเทศในเอเชียเรา และทางแถบยุโรปเลยครับ ถ้าไปยืนดูการแสดง ทัวร์ครับก็แนะนำให้ปิดกระเป๋าให้มิดชิดและเอากระเป๋ามาไว้ด้านหน้าลำตัวหรือดูแลจับตามองกระเป๋าเราให้ดี จะได้ไม่เปิดช่องให้มิจฉาชีพได้มาขโมยกันได้ง่ายๆ 5. ถ่ายรูปให้หน่อย อย่าแปลกใจถ้าหากคุณไปท่องเที่ยวกับแฟนเพียงสองคนแล้วอยากมีรูปคู่ แต่ไปขอให้ใครช่วยถ่ายก็ไม่มีใครถ่ายให้ เพราะการขอให้ช่วยถ่ายรูป ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่มิจฉาชีพชอบใช้เช่นกันครับ โดยพวกเค้าจะทำทีมาขอให้เราถ่ายรูปให้ ด้วยกล้องที่ใช้งานไม่ได้ และพอเราส่งคืนเค้าก็จะแกล้งทำตก และแน่นอนว่าเราต้องชดใช้ค่าเสียหายให้เค้าด้วยราคาที่แพงมากเลยล่ะ 6. ถ่ายรูปให้ไหม นอกจาก ถ่ายรูปให้หน่อย แล้ว วิธีถ่ายรูปให้ไหม ก็ยังเป็นวิธียอดฮิตของเหล่ามิจฉาชีพเช่นเดียวกัน ซึ่งมักจะเข้าหานักท่องเที่ยวที่มาคนเดียว หรือมาเป็นคู่รักครับ โดยถ้าเราหลงกล เค้าก็อาจจะเก็บค่าถ่ายรูปกับเราในราคาแพงแสนแพง บางทีหนักหน่อย ก็อาจจะโดนวิ่งราวกล้องไปต่อหน้าต่อตาเลยครับ 7. ตำรวจปลอม วิธีนี้น่ากลัวมากๆ และเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยครับ เพราะมิจฉาชีพเหล่านี้จะทำทีว่าตัวเองเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ มาขอดูพาสปอร์ตของเรา หรือวีซ่าของเรา แล้วบอกว่าวีซ่าเรามีปัญหา หรือแกล้งบอกว่าเราทำอะไรผิดต่างๆ นานา ก่อนจะแกล้งทำทีเสนอให้เราจ่ายค่าปรับตรงนี้แทนที่จะไปสถานีตำรวจ ถ้าเราไม่ยอมให้ก็อาจจะข่มขู่ มากไปถึงการทำร้ายร่างกายเลยล่ะ วิธีแก้ง่ายๆคือให้เราค้นหาเบอร์ตำรวจของประเทศนั้นๆ ไว้ พอเจอพวกนี้เข้ามาปั๊บ ก็โทรหาตำรวจตัวจริงก่อนเลย 8. ตั๋วปลอม ในระหว่างที่เราต่อแถวรอซื้อตั๋วเพื่อเข้าสถานที่ต่างๆ หรือทำกิจกรรมใดๆ ก็ตาม ก็อาจจะมีมิจฉาชีพเข้ามาทำทีอ้างว่ามีตั๋วมาขายในราคาที่ถูกกว่าบอกเลยว่าอย่าไปหลงกลเด็ดขาดนะครับ ถึงราคาจะถูกกว่าครึ่งหนึ่งก็ตาม เพราะตั๋วที่ได้มามักจะเป็นตั๋วปลอม ใช้งานไม่ได้ นอกจากเสียเงินแล้วยังเสียเวลาอีก เซ็งแย่ 9. แท็กซี่เถื่อน รู้ๆ กันอยู่แล้วล่ะเนอะข้อนี้ เพราะในบ้านเราก็มี (เฮ้อ...พูดแล้วเซ็ง) และแน่นอนว่าทั่วโลกก็มีเช่นกันครับ แท็กซี่พวกนี้จะไม่ยอมกดมิเตอร์ และชาร์จราคาแพงกว่าปกติ วิธีหลีกเลี่ยงง่ายๆ ก็คือใช้บริการรถไฟฟ้าให้คล่อง หรือเรียกรถจากแอพต่างๆ ที่มีให้บริการดีกว่า 10. คนน้ำใจงาม เหมือนจะดูเป็นคนดี แต่พวกนี้บอกเลยว่าร้ายสุดๆ เพราะในขณะที่เรากำลังยกกระเป๋าขึ้นรถไฟ หรือแบกกระเป๋าเดินทางใบโตไปไหนมาไหนดูท่าทีลำบ๊ากลำบาก มิจฉาชีพพวกนี้ก็จะทำทีแสดงน้ำใจ มาช่วยเรายกของ ขนของ และพอเสร็จก็จะขอเงินจากเรานั่นเอง ถ้าหากไม่จ่ายก็อาจจะโดนข่มขู่ หรือทำร้ายร่างกายนั่นเองครับ เห็นมั้ยล่ะครับ? ว่าการเที่ยวแต่ละครั้งก็ไม่ได้มีแต่ความสุข แต่ก็ไม่ใช่ว่าที่มาเล่าจะทำให้กลัวจนไม่อยากเที่ยวนะครับ ต้องอย่าลืมรู้จักป้องกันตัวเอง ดูแลตัวเอง และระมัดระวังตัวเองอย่างดี เพียงเท่านี้ก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพ และแน่นอนว่ามาเที่ยวกับทัวร์ครับ ปลอดภัยหายห่วง.. ใครกำลังจะไปเที่ยว อ่านต่อนี่เลย !! >> จัดกันมันส์ทุกทริป ! 10 ทริคเที่ยวต่างประเทศแบบประหยัด
5 ที่สุด!  รีวิวทัวร์เวียดนาม Pantip เที่ยวเวียดนามแบบชัวร์ๆ ฉบับคนง้อทัวร์!
พาพร้อม
5 ที่สุด! รีวิวทัวร์เวียดนาม Pantip เที่ยวเวียดนามแบบชัวร์ๆ ฉบับคนง้อทัวร์!
เวียดนาม (Vietnam) อีกหนึ่งประเทศเพื่อนบ้านที่คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวกันอย่างคึกคัก เพราะการไปเที่ยวเวียดนามนั้นราคาไม่แพง แถมที่เที่ยวเวียดนามยังจัดได้ว่าดีงาม มีการผสมผสานกันระหว่างธรรมชาติ วัฒนธรรมได้อย่างลงตัว เราจึงมักได้เห็นเหล่านักเที่ยวชาวไทย กลับมาเขียนรีวิวความดีงามของเวียดนามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการไปเที่ยวเวียดนามด้วยตัวเอง หรือไปกับทัวร์เวียดนาม ต่างก็ให้ความฟินที่แตกต่างกัน หลายคนอาจจะได้เห็นรีวิวเที่ยวเวียดนามด้วยตัวเองกันไปเยอะแล้ว วันนี้ทัวร์ครับจึงได้รวบรวมรีวิวเที่ยวเวียดนามแบบทัวร์ๆกันบ้าง กับ 7 ที่สุด! รีวิวทัวร์เวียดนาม Pantip จะสนุกสนานแค่ไหน ตามไปอ่านกันเลยคร๊าบบบ... [CR] Review...เที่ยวเวียดนาม(กลาง)แบบง้อทัวร์ ไม่ต้องกลัวหลงทาง เริ่มกระทู้ทัวร์เวียดนาม Pantip กระทู้แรก กับประสบการณ์การเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก เที่ยวเวียดนามแบบไม่ต้องวางแผน กับคุณแม่ จะสนุกสนาน ฮาขนาดไหน ต้องไปติดตามครับ อ่านกระทู้เพิ่มเติม >>> https://pantip.com/topic/33947715 เวียดนามเหนือ ซาปา - นิงบิงห์ - ฮาลอง 9-12 มิถุนายน 2017 ประสบการณ์การไปเที่ยวเวียดนามครั้งแรก กับทัวร์เวียดนาม ไม่ต้องกังวลเรื่องอุปสรรคทางภาษาตะลอนทัวร์เวียดนามเหนือแบบสบายใจ กับ 3 เมืองยอดฮิตแห่งเวียดนามเหนือ อ่านกระทู้เพิ่มเติม >>> https://pantip.com/topic/36579125 รีวิว: ทัวร์ เวียดนาม-ฮานอย-ฮาลองเบย์ รีวิวการไปทัวร์เวียดนาม กับที่เที่ยวสุดฮิตประจำเวียดนาม อย่าง ฮานอย และ ฮาลองเบย์ กับทริปสั้นๆ เพียง 3 วัน 2 คืน จัดเต็มเรื่องอาหารและที่เที่ยวสไตล์ครอบครัว อ่านกระทู้เพิ่มเติม >>> https://pantip.com/topic/32231929 [CR] เที่ยวต่างประเทศครั้งแรก เวียดนาม แบบฉบับไปกับทัวร์ 4 วัน 3 คืน การเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก กับทัวร์เวียดนาม 4 วัน 3 คืน หลังจากเก็บข้อมูลด้วยการรีวิวเที่ยวเวียดนาม Pantip มาหลายกระทู้ ก็ถึงเวลาออกไปสัมผัสความสวยงามของเวียดนามด้วยตาตัวเอง จึงกลายเป็นกระทู้ทัวร์เวียดนามสไตล์ทัวร์ๆ กับความสนุกแบบรัวๆ ที่คนไม่เคยเที่ยวทัวร์เวียดนาม ต้องอ่าน! อ่านกระทู้เพิ่มเติม >>> https://pantip.com/topic/37269730 [CR] ทริปเวียดนาม 4 วัน 3 คืน (ซาปา-ฟานซีปัง -นิญบิง-จ่างอาน-ฮานอย) จากแผนเที่ยวด้วยกันก่อนเรียนจบ ของวัยรุ่นมหาลัย กับการออกแบบทริปสไตล์ Backpack ผสมกับทัวร์เวียดนามหน่อยๆ จนกลายเป็นประสบการณ์แห่งความประทับใจของทริปเวียดนาม 4 วัน 3 คืน ที่ใครก็ไปตามรอยกันได้ครับ อ่านกระทู้เพิ่มเติม >>> https://pantip.com/topic/37593920 แต่ละกระทู้รีวิวทัวร์เวียดนามที่ทัวร์ครับ จัดให้มานั้น ถือว่าเด็ดดวงกันทุกกระทู้จริงๆครับ แต่ละกระทู้ก็จะได้รับประสบการณ์ความประทับใจที่แตกต่างกันไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนรู้สึกเหมือนกันก็คือ เวียดนาม เป็นประเทศที่เต็มไปด้วยมนต์สเน่ห์จริงๆ ใครได้ไปก็ต่างตกหลุมรัก ยิ่งหากไปทัวร์เวียดนามคุณภาพจากทัวร์ครับแล้วล่ะก็ รับรองว่าต้องเต็มไปด้วยประสบการณ์ดีดี และความสะดวกสบายยิ่งกว่า ถ้าได้ทัวร์เวียดนามที่ถูกใจแล้วล่ะก็ ทัวร์ครับจะพาทุกคนไปเตรียมตัวเที่ยวเวียดนามกันอีกขั้น กับ... >>>เปิดถุงช้อป! 5 ของฝากเวียดนาม ไม่ซื้อจะพลาดมากกกก…<<<
10 เรื่องน่ารู้ก่อนไปเที่ยวฝรั่งเศส - ไปทั้งที ต้องไม่มีคำว่าพลาด!
พาพร้อม
10 เรื่องน่ารู้ก่อนไปเที่ยวฝรั่งเศส - ไปทั้งที ต้องไม่มีคำว่าพลาด!
แผนที่ :France 1. รู้ภาษาฝรั่งเศสไว้บ้าง แน่นอนว่าไปฝรั่งเศสต้องเจอกับภาษาเจ้าถิ่น เพราะเป็นภาษาราชการ ยกเว้นตามจุดที่ต้องบริการนักท่องเที่ยวถึงจะมีการใช้ภาษาอังกฤษบ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไปเที่ยวฝรั่งเศส ก็ควรรู้ภาษาของเค้าไว้บ้างนะคะ เพราะบางทีเราอาจจะต้องใช้ในการถามทาง อ่านป้าย หรือใช้พูดขอบคุณ ขอโทษ ก็จะดีไม่น้อยเลยล่ะ 2. ชาวฝรั่งเศส ไม่นิยมให้ทิป เราอาจจะเคยชินกับการให้ทิปตามร้านอาหาร หรือเวลาใช้บริการอะไรก็ตามที่เรามักจะเหลือเศษเงินเอาไว้เป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆ แต่ที่ฝรั่งเศสไม่นิยมให้ทิปกันนะครับ เพราะค่าบริการส่วนใหญ่นั้นมีการรวม Service charge ไปด้วยแล้วนั่นเอง อย่าแปลกใจถ้าเราให้ทิปพนักงานแล้วเค้าไม่รับนะคะ บางที่เค้ามีกฎกันเลยทีเดียวล่ะ 3. ลูกค้าไม่ใช่พระเจ้า เราอาจจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า The customer is always right หรือ ลูกค้าคือพระเจ้า แต่บอกเลยว่าคำนี้ใช้ไม่ได้ที่ฝรั่งเศสครับ เพราะเค้าก็มองเราเป็นแค่ลูกค้าคนนึงเท่านั้น ไม่ต้องแปลกใจนะครับ ถ้าบริการของเค้าจะแข็งๆ ไม่ได้นอบน้อมเหมือนคนไทยเรา แถมบางทีเอาแต่ใจไปด้วยซ้ำ เช่น การเปิดร้านไม่เป็นเวลา เปิดตามใจตัวเอง อะไรแบบนี้ เพราะฉะนั้นอย่าเผลอไปงี่เง่าใส่เค้านะครับ 4. คนฝรั่งเศสชอบคำชม เจ้าบ้านเค้าจะยินดี และปลื้มปิติมากๆ หากได้ยินใครชมเมืองของเค้าให้ได้ยิน ไม่ว่าจะเป็นการชมสถานที่ท่องเที่ยว ชมตึกรามบ้านช่อง ชมรสชาติของอาหารหรือไวน์ เค้าก็แฮปปี้ทั้งนั้น และจะหน้าบูดและไม่ยินดีแน่นอนถ้าหากได้ยินคำติ เพราะฉะนั้นต่อให้เราเซ็ง หรือไม่ชอบอะไรของเค้า ก็จุ๊ๆ เก็บไว้ในใจก่อนนะครับ ชมไว้ก่อนพ่อสอนไว้ อิอิ 5. เที่ยวอย่างระมัดระวังตัว เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินว่า โจรที่น่ากลัวที่สุดในโลก คือ โจรยุโรป ! และแน่นอนว่าที่ฝรั่งเศสก็มีเช่นกันนะจ๊ะ ซึ่งมิจฉาชีพที่มีมาหลายรูปแบบมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการเอาของมายัดใส่มือ การเสนอตัวถ่ายรูปให้ การแกล้งเดินชนแล้วเรียกร้องค่าเสียหาย หรือแม้กระทั่งขโมยกันโต้งๆ ก็มีเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ระมัดระวังตัวอยู่เสมอ อย่าเผลอไปรับอะไรจากคนแปลกหน้า และเก็บของมีค่าให้มิดชิดและใกล้ตัวที่สุดนะครับ 6. เก็บของมีค่าให้มิดชิดที่สุด จากข้อที่แล้ว ขอยกมาแนะนำเพิ่มเติมในเรื่องของการเก็บของมีค่านะครับเพราะมิจฉาชีพที่นั่นนอกจากมาในรูปแบบหลากหลายแล้ว การขโมยซึ่งๆหน้า การล้วงกระเป๋าก็มีมากเหมือนกัน แนะนำว่าให้เก็บเงินและโทรศัพท์มือถือไว้ในกระเป๋าคาดอก หรือกระเป๋าแบบที่เราใช้เล่นสงกรานต์ แล้วคล้องหรือสะพายไว้ด้านในเสื้อผ้าอีกทีนะครับ ห้าม !! ใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ หรือกระเป๋าสะพายข้างเด็ดขาด เพราะเดี๋ยวจะหายไม่รู้ตัวเด้อออ 7. ใช้ Metro เป็นแล้วจะสบาย การเที่ยวฝรั่งเศสแบบสบายที่สุด คือการใช้ Metro หรือรถไฟใต้ดินเป็นยานพาหนะหลักนั่นเอง เพราะสามารถพาเราไปได้แทบทุกที่ในฝรั่งเศสเลยค่าา เก็บแลนด์มาร์คได้ครบ แถมประหยัดเวลา และประหยัดเงินอีกต่างหาก แต่ข้อสำคัญคือ ต้องระมัดระวังด้วยนะครับ เพราะใน Metro ก็มีมิจฉาชีพเยอะเหมือนกัน 8. ศึกษาแผนที่ และทางลัดให้แม่น เส้นทางในฝรั่งเศส ขึ้นชื่อว่าง่ายต่อการหลงทางมากๆ เพราะฉะนั้นควรศึกษาแผนที่ให้ดี และถ้าหากต้องการใช้ทางลัด ก็ควรเลือกทางที่ไม่ยากเกินไป จำง่ายๆ ไปง่ายๆ จะสะดวกมากกว่า บอกเลยว่าเผลอเลี้ยวผิดนิดเดียว อาจจะหลงทางจนมึนเลยก็เป็นได้ใครจะไปเที่ยวฝรั่งเศสอย่าลืมวางแพลนเที่ยวดีๆล่ะ อ่านต่อ :5 อันดับสถานที่เที่ยวฝรั่งเศส สวยพราวเสน่ห์ ประเทศสุดศิวิไลซ์ 9. เช็ควันหยุดราชการให้ดี ที่ฝรั่งเศสจะมีวันหยุดราชการทั้งหมด 11 วัน คือ วันที่ 1 มกราคม, วันที่ 1 และ 8 พฤษภาคม, วันจันทร์หลังวันอีสเตอร์, วันฉลองการเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ของพระเยซู (ซึ่งจะตรงกับวันพฤหัสหรือสี่สิบวันหลังจากวันอีสเตอร์), วันสมโภชพระจิต (ซึ่งจะตรงกับวันจันทร์หรือห้าสิบ วันหลังจากวันอีสเตอร์), วันที่ 14 กรกฎาคม, วันที่ 15 สิงหาคม, วันที่ 1 และ 11 พฤศจิกายน และวันที่ 25 ธันวาคม วันเหล่านี้สถานที่ท่องเที่ยว และร้านอาหารมักจะปิดทำการ เพราะฉะนั้นอาจจะเซ็งๆหน่อยหากไปแล้วเจอกับเมืองเงียบๆ ก่อนวางแพลนลองเช็ควันกันดีๆนะครับ เดี๋ยวเหงาไม่รู้ด้วยนะ.. 10. ร้านอาหารไม่ได้เปิดทั้งวัน ร้านอาหารส่วนใหญ่ที่ฝรั่งเศส จะเปิดให้บริการเป็นช่วง คือมื้อเที่ยง เวลา 12.00 น. - 15.00 น. และมื้อเย็น เวลา 19.00 น. - 23.00 น. เพราะฉะนั้นวางแผนดีๆ ไปถึงแล้วเจอป้าย Close แล้วจะหงุดหงิดเอาได้ แถมยังอดกินอีกด้วย ถ้ารู้แล้วว่าก่อนไปฝรั่งเศสควรเตรียมตัวยังไงบ้าง ก็อย่าลืมแชร์บอกเพื่อนๆ ผู้ร่วมทริปกันด้วย การไปเที่ยวฝรั่งเศสประเทศอันสวยงามนี้ จะได้มีแต่เรื่องราวน่าจดจำ ไม่ต้องมีอะไรติดขัดให้เซ็ง และถ้าใครที่สนใจเที่ยว ทัวร์ฝรั่งเศส ราคาสุดคุ้ม เก็บครบ !! สถานที่ไฮไลท์ในฝรั่งเศส คลิกที่นี่ได้เลย :https://tourkrub.co/france-tour เที่ยวครบจบที่เดียว !!
5 อันดับที่พักญี่ปุ่น ใน 5 เมืองท่องเที่ยว ที่มีเสียงรีวิวว่า คุ้มที่สุด!!
พาพร้อม
5 อันดับที่พักญี่ปุ่น ใน 5 เมืองท่องเที่ยว ที่มีเสียงรีวิวว่า คุ้มที่สุด!!
โตเกียว 1. Toco.-Tokyo Heritage Hostel ที่พักสุดชิค อยู่ในย่าน อูเอโนะ อายุมากกว่า 100 เป็นที่พักที่ฮอตมากสำหรับนักเดินทางจากทั่วโลก ทำให้ต้องจองล่วงหน้าเป็นเดือนๆ 2.Tokoyo Hutte เป็นโฮสต์เทลที่มีบรรยากาศและการตกแต่งเสมือนคาเฟ่ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ Oshiageภายในเป็นสภาพคล้ายๆคาเฟ่ มีบรรยากาศสบาย ๆ ที่เราสามารถเข้าไปนั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือดื่มกาแฟได้ สามารถใช้ Wi-Fi ฟรี แถมยังมีให้เลือกทั้งห้องพักแบบส่วนตัวและส่วนรวมมีทั้งห้องนอนแบบเตียงสองชั้นและฟูกสไตล์ญี่ปุ่นที่มาพร้อมผ้าม่านและที่กั้นเพิ่มความเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับ ใครที่ชอบบรรยากาศสบาย ๆ ที่นี่ถือเป็นสถานที่ ที่เหมาะสมมากๆเลยทีเดียว 3. Keio Plaza Hotel ใกล้สถานี สามารถเดินจากสถานี JR Shinjuku อยู่ฝั่งตรงข้าม เพียง3 นาทีเท่านั้น มี Free shuttle ไป Disneyland ด้วย บรรยากาศภายในห้องค่อนข้างใหญ่ อาหารเช้าอลังการ มีห้องอาหารสองห้อง สามารถให้เลือกกินได้ทั้งสองห้อง 4. Asakusa View Hotel เป็นโรงแรมที่อยู่ใกล้วัด อาซากุสะ ดองกี้ และแหล่งช้อปปิ้งอื่นๆ โรงแรมที่จัดว่าโอเค พนักงานให้ความช่วยเหลือดี ห้องมีขนาดใหญ่ สามารถเดินจาก สถานี tawaramachi (G18) ประมาณ 10 นาที หรือ 700 เมตร ใกล้กว่าสถานี asakusa(G19) 2 ข้างทางมีร้านอาหาร ร้านค้าตลอดทาง สามารถเดินเล่นได้เพลินๆ จากโรงแรมเดินไปเที่ยววัดไม่ไกล หากลงจากนาริตะ มี ลิมูซีนบัสจอดหน้าโรงแรม ราคาเพียง 2800 เยน เท่านั้นเอง 5. Sakura Hotel Ikebukuro เป็นโรงแรมที่ราคาไม่แพง สะอาด อยู่ในย่านครื้นเครง ใกล้สถานี JR Ikebukuro เป็นจุดศูนย์กลางของรถไฟหลายๆ สาย จึงเดินทางท่องเที่ยวได้สะดวก เที่ยวโตเกียว >> คลิก โอซาก้า 1. toyoko inn namba เป็นโรงแรมที่สามารถเดินไปใต้ดิน Namba ได้ในระยะทาง 700 เมตร และสามารถเดินต่อไปถึง dotonburi อีก300 เมตร สามารถนั่ง นันไก ไลน์ ( Nankai Line ) จากสนามบินคันไซมาสุดสาย เดินทางแค่ 2 บล็อคเท่านั้น ก็จะเห็นโรงแรม อีกทั้งยังไปไหนมาไหนสะดวก อาหารหาทานได้ง่ายอีกด้วย 2. Chisun Hotel Shinsaibashi โรงแรมนี้อยู่ติดสถานีรถไฟใต้ดิน Nagahoribashi อยู่ในระยะที่เดินไปชินไซบาชิ นัมบะ และโดทงบุริได้ ใกล้แหล่งช้อปปิ้งมากมาย 3. Hotel Kanade โรงแรมเล็กๆ ย่าน Namba หน้าโรงแรมเป็นทางลงรถไฟฟ้าสถานี Namba เดินประมาณ 5 นาทีจาก Dotombori และกูลิโก๊ะ เดินเพียง 500 เมตร สะดวก ใกล้ร้านอาหาร สามารถหาทานได้ง่าย 4. Yoshi House ที่พักสไตล์ย้อนยุคสู่สมัยโชวะ ห่างจากสถานี Osaka-Namba ประมาณ 500 เมตร สามารถเดินจากโรงแรมมายังสถานีได้ไม่ยาก ภายในห้องมีขนาดกว้างมาก แถมใกล้ๆที่พักยังมี family mart อยู่ใกล้ๆอีกด้วย สามารถเดินไปยัง dotonburi shinsaibashi ได้ง่าย 5. Hotel New Hankyu Osaka โรงแรมอยู่ใกล้สถานีรถไฟสำคัญๆหลายสาย เช่น Osaka , Umeda ร้านอาหารบริเวณรอบโรงแรมมีค่อนข้างเยอะ รายล้อมไปด้วยห้างใหญ่ เช่น Daimaru, Grand Front Osaka, Lucua, Yodobashi, HEP Five, Hanshin, Hankyu ภายในไม่ใหญ่มาก แต่สามารถอยู่ได้แบบสบายๆ ไม่มีปัญหาเรื่องปลั้กเสียบเพราะมีให้เยอะมากๆ สามารถปรับแอร์/ฮีทเตอร์ได้ มีแม่บ้านทำความสะอาดทุกวัน มี Wifi ให้ มีน้ำดื่มฟรีเติมให้ทุกวัน มีร้านอาหารภายในโรงแรมมากมายหลายร้าน เที่ยวโอซาก้า >> คลิก เกียวโต 1. Ryokan Shimizu : พักสบาย ใกล้สถานี เกียวโต มีออนเซ็น เป็นที่พักสำหรับผู้ที่มีความชอบความเป็นญี่ปุ่นมากๆ นอนบนฟูกนุ่มๆบนเสื่อ ให้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น ความพิเศษของที่นี่ก็คือ สำหรับใครที่อยากมาแช่ออนเซ็น แต่เขินอาย ไม่กล้าแช่ห้อง ที่นี่ก็สามารถตอบโจทย์มากๆ เพราะภายในมีที่แช่ออนเซ็นส่วนตัวอีกด้วย 2. Ohto Ryokan : เรียวกังราคาประหยัด บรรยากาศดี ใกล้สถานีรถไฟ Shichijo ภายในมีทั้งห้องพักแบบส่วนตัว ที่พักได้สูงสุดถึง 5 คน และแบบรวม มีห้องน้ำรวม และอุปกรณ์ครบครันทุกอย่างให้เป็นอย่างดี 3. Sakura Terrace The Gallery : เป็นที่พักที่มีบรรยากาศดี เงียบสงบ สะอาด พนักงานให้การต้อนรับดีมาก ห้องตกแต่งสวย พร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบ มีเตาผิง และบ่อน้ำร้อน ไวไฟแรง ใกล้แหล่งช็อปปิ้งของเกียวโต สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกง่ายดาย จาก สถานี JR เกียวโต หน้าฝั่งชินกันเซ็นเลย เดินแค่ 200 เมตรข้ามถนนมาก็ถึงเลย 4. Mitsui Garden Hotel Kyoto Shijo :เป็นที่พักใจกลางเมืองเกียวโต โรงแรมไม่ไกลจากสถานีรถไฟ (แต่ก็ไม่ใกล้มากนัก) มีป้ายรถเมล์อยู่หน้าโรงแรม มีบริการขนส่งสาธารณะในระยะ 380 เมตร สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกง่ายดาย มีสภาพแวดล้อมที่สะอาดเรียบร้อย บริการดี สามารถฝากกระเป๋า โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีออนเซนที่ชั้น 1 ของโรงแรม และเครื่องนวดไฟฟ้าให้ใช้ฟรี ใกล้ร้านมินิมาร์ท และแหล่งช้อปปิ้งของเกียวโต 5. Kyoto Century Hotel : ที่พักติดสถานีรถไฟ JR KYOTO สามารถเดิน 2 นาทีไปยังสถานีเกียวโต สะดวกมากๆ ห้องพักกว้าง เตียงใหญ่ มีบริการ Smart Phone ที่เชื่อมต่อกับ Internet ได้อีกด้วย เที่ยวเกียวโต >> คลิก ฮอกไกโด 1. The Stay Sapporoเป็นที่พักที่บรรยากาศเป็นกันเองมากๆ อบอุ่นสุดๆ ชิลๆ เก๋ๆ แนวๆ ใน 1 ห้อง จะมีหลายๆ เตียงอยู่ภายใน มีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ห้องครัว และห้องนั่งเล่น “แบบใช้ส่วนรวม” สามารถลงสถานี Susukino ไปประมาณ 10-15 นาที โดยรวมที่พักสะอาดและค่อนข้างใหม่ แถมราคาไม่แพงอีกด้วย 2. HOTEL MYSTAYS Sapporo Nakajima Park Annex ที่พักไม่ใหญ่มากใจกลางเมือง ตั้งอยู่ห่างจากสวนสาธารณะ Nakajima Koen Park เป็นระยะทางเพียง 1 ช่วงตึก และตั้งอยู่ห่างจากสถานี Nakajima Koen โดยใช้เวลาเดิน 7 นาที ที่พัก Wi-Fi ฟรี ห้องพักสะอาด สะดวกสบาย พร้อมไมโครเวฟ อุปกรณ์ครบครัน คุ้มค่า คุ้มราคาสุดๆ โรงแรมมีร้านสะดวกซื้อ SeicoMart มีบริการน้ำแข็งให้กดฟรี ห้องเล็กตามแบบญี่ปุน แต่สามารถอยู่ได้อย่างสบายๆ 3.Richmond Hotel Sapporo Odoriตั้งอยู่ใน ย่าน Tanukikojiซึ่งเป็นแหล่งใจกลางย่านช้อปปิ้ง ขนาดห้องพัก เป็นห้องพักขนาดเล็กสไตล์ญี่ปุ่น มีอุปกรณ์ใช้สอยครบครัน แถมยังใกล้แหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหาร สามารถเดินทางสะดวก เพราะมีทั้งสถานีรถไฟใต้ดินและรถราง ตรง Lobby มีทางออก ทำให้สามาถเดินออกไปช้อปปิ้ง โดยทางล็อบบี้ไปได้เลย ง่ายมากๆเลยทีเดียว ส่วนในล็อบบี้จะมีเอกสารแจกฟรี ทั้งที่ท่องเที่ยว พร้อมทั้งบริการเช่ารถ และส่วนลดต่างๆ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่คนไทยสาบช้อปปิ้งอย่างเรา นิยมไปพักกันมากๆเพราะเดินทางสะดวกสุดๆไปเลยจ้า 4. Marks Inn Sapporo ตั้งอยู่ในใจกลางเมือง ประมาณ 10 - 15 นาทีเดินไปหอนาฬิกา อยู่ห่างจากสถานี Nakajima Koen ออกไป 400 เมตร โดยใช้เวลาเดิน 3 นาที มีบริการอาหารเช้าพร้อมขนมปังอบสดใหม่ ห้องพักมีขนาดไม่ใหญ่มาก ตกแต่งอย่างเรียบง่าย สะอาด มีบริการ WiFi ฟรี 5. Smile Hotel Hakodate โรงแรมหน้า JR station ตรงข้ามกับสถานี JR Hakodate เดินออกมาจากสถานีก็เลี้ยวซ้าย เดินประมาณ 200 เมตร 2 นาทีเท่านั้นก็เจอเลย หาง่าย พนักงานให้บริการดี ราคาประหยัดและยังมีร้านอาหาร ร้านขนม ร้านสะดวกซื้อ มีอุปกรณ์เครื่องใช้ให้ครบที่หน้าเคาเตอร์ มีตู้กดน้ำในโรงแรม อาหารเช้าราคา 550 เยน ถือว่าคุ้มค่ามาก ข้างโรงแรมมีร้านราเมงและซูชิ เปิดถึง 4 ทุ่ม ตอนเช้าสามารถเดินข้ามไป 2 Blocks ก็เจอตลาดเช้า หมดห่วงเรื่องอาหารการกินแน่นอน เที่ยวฮอกไกโด >> คลิก ฟุกุโอกะ 1. Candeo Hotel Fukuoka Tenjin ตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดิน Tenjin โดยใช้เวลาเดิน 10 นาที มี Wi-Fi ฟรี ห้องพักทันสมัย อ่างอาบน้ำสาธารณะ ห้องซาวน่า ห้องน้ำส่วนตัวพร้อมอ่างอาบน้ำ เครื่องเป่าผม และเครื่องใช้ในห้องน้ำฟรี ที่สำคัญมีออนเซ็นด้านบน ใกล้แหล่งช้อปปิ้งของฟูกูโอกะ สามารถเดินทางได้อย่างง่ายดาย ถือว่าเป็นที่พักที่คุ้มค่ามากๆเลย 2. Hotel Sunroute Hakata Fukuoka อยู่ห่างจากใจกลางเมืองเพียงนิดเดียวเท่านั้น สามารถเดินทางไปสนามบินได้ภายในเวลาประมาณ 5 นาที เดินทางสะดวกสบาย ตั้งอยู่ใกล้ Hakata Deitos, Hakata Hankyu, JR Hakata City Amu Plaza Hakata ใกล้แหล่งชอปปิ้ง พนักงานเป็นกันเอง ภายในขนาดห้องไม่ใหญ่มาก แต่สะอาดมาก มีร้านสะดวกซื้ออยู่ใกล้ และมีร้านอาหารอยู่ใกล้มาก 3. Kia Ora Budget Stay ตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟ JR Hakata Train Station ใช้เวลาเดินเพียง 10 นาที ใช้เวลาเดิน 20 นาที จาก Ohori Park และห่างจากสนามบิน Fukuoka Airport ใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟ 15 นาที มีห้องพักสไตล์ห้องพักรวมค่อนข้างทันสมัย และห้องพักส่วนตัว มี Wi-Fi ฟรี ราคาประหยัด ระหว่างทางมีร้านค้ามากมาย หาของกินง่าย มีห้องครัวส่วนกลางสำหรับปรุงอาหารเพื่อรับประทานเอง มีคอมพิวเตอร์สำหรับใช้งานฟรี พนักงานสามารถพูดภาษาไทยได้ชัดมาก ตรงข้ามอีกฝั่งถนนมีมินิมาร์ท สามารถหาอาหารทานได้ง่าย ที่สำคัญภายในที่พักมีไกด์แนะนำเที่ยวเมืองฟุกุ แนะนำร้านอาหาร ให้ข้อมูลได้ดี หากไปกันเป็นกลุ่ม พักที่นี่ก็สนุกดี มีกิจกรรมให้ทำเยอะ ให้บรรยากาศที่อบอุ่นมาก สามารถเช่าจักรยานปั่นรอบเมืองได้ 4. Hakata Miyako Hotel ที่ตั้งอยู่หน้า JR hakata เลย สะดวกทั้งการใช้รถไฟ subway และรถโดยสาร อยู่ใกล้ห้าง yobaodoshi และสามารถเดินไป canal city ได้ภายใน 15 นาที มีบริการจักรยานให้เช่ามีบริการที่จอดรถในสถานที่ สะดวกต่อผู้ที่เดินทางมาโดยรถยนต์ พนักงานก็สุภาพ ให้บริการดี บริเวณรอบๆโรงแรมมีร้านสะดวกซื้อมากมายทั้ง familymart lowson 7-11 เดินทางสะดวกมากๆ พนักงานสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดี มีของใช้ให้ครบหมดทุกอย่าง 5. Hakata Green Hotel 2 โรงแรมเป็นสไตล์โมเดิน ทางเดิน ห้องพัก ค่อนข้างสะอาด มีอุปกรณ์พื้นฐานให้ครบ ตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟ JR hakata เป็นระยะทางเพียง 250 ม. มี Wi-Fi ฟรี ที่สะดวกสบาย โรงแรมสะอาด ทันสมัย อุปกรณ์อำนวนความสะดวกครบครัน ด้านหน้ามีแหล่งร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้ออยู่รอบๆ มีช้อปปิ้งมอลล์ Canal City Hakata อยู่ห่างออกไปโดยใช้เวลาเดิน 10 นาที หอคอย Fukuoka Tower อยู่ห่างออกไปโดยใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ 15 นาที สนามบิน Fukuoka Airport อยู่ห่างออกไปโดยใช้เวลาโดยสารรถไฟ 5 นาทีจากสถานี Hakata Station ด้านล่างของโรงแรมมีมินิมาร์ท และร้านอาหารหลายร้านอยู่ฝั่งตรงข้าม เที่ยวฟุกุโอกะ>> คลิก
เตรียมตัวให้พร้อม ! พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2019
พาพร้อม
เตรียมตัวให้พร้อม ! พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2019
มาแว้วววว กับ พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ประจำปี2018 ฉบับล่าสุดจาก Zekkei Japan ที่ทัวร์ครับรวบรวมมาให้เหล่านักล่าใบไม้เปลี่ยนสีทั้งหลายได้มีเวลาเตรียมพร้อม โดยในปี 2018 ตามพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี 2018 คาดการณ์ว่าจะเริ่มต้นประมาณกลางเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ดังนั้นตอนนี้จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเตรียมตัว ศึกษาข้อมูลพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีให้ดี ว่าแล้วเรามาเริ่มต้นกันเลยที่... ภูมิภาคฮอกไกโด (Hokkaido) แน่นอนว่าภูมิภาคแรกที่ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะมาเยือนก่อนเสมอคือ ฮอกไกโด นั่นเองค่ะ เนื่องจากภูมิภาคฮอกไกโดตั้งอยู่เหนือสุดของประเทศญี่ปุ่นทำให้มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ส่งผลให้ใบไม้ที่จะเปลี่ยนสีเป็นที่แรกในญี่ปุ่นค่ะ ทั่วทั้งฮอกไกโดจะเต็มไปสีส้มแดง สดใสไปทั่วบริเวณเลยทีเดียวค่ะ ช่วงเวลาไฮไลท์ใบไม้เปลี่ยนสี : กลางเดือนตุลาคม - ปลายเดือนตุลาคม สถานที่เด็ดชมใบไม้เปลี่ยนสี:โจซังเค (Jozankei) เราสามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ทั่วบริเวณของฮอกไกโด แต่สถานที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องความสวยงามขอบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสี ทัวร์ครับขอยกให้ที่นี่เลย โจซังเค ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงซัปโปโร เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องน้ำพุร้อนและออนเซ็น และเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลใบไม้เปลี่ยนสี เราจึงสามารถชื่นชมบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีพร้อมกับแช่ออนเซ็นแบบฟินๆ หรือจะเดินเลียบลำธารดื่มดำกับภาพความสวยงามของธรรมชาติหก็ได้เช่นกัน ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) เมื่อเข้าสู่ปลายเดือนตุลาคม สีสันของใบไม้เปลี่ยนสีก็เข้าสู่ภูมิภาคโทโฮคุค่ะ ภูมิภาคโทโฮคุตั้งอยู่ทางเหนือของเกาะฮอนชู พูดง่ายๆก็คืออยู่ด้านบนโตเกียว เป็นภูมิภาคที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของธรรมชาติอันแสนอดมสมบูรณ์ ภูมิภาคโทโฮคุจึงถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสีสุดฮิตของญี่ปุ่นค่ะ ช่วงเวลาไฮไลท์ใบไม้เปลี่ยนสี : กลางเดือนตุลาคม - ปลายเดือนตุลาคม สถานที่เด็ดชมใบไม้เปลี่ยนสี:ภูเขาฮักโกดะ(Hakkodasan) ภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ในจังหวัดอะโอโมริ (Aomori) ซึ่งเป็นสถานที่ขึ้นชื่อในการชมใบไม้เปลี่ยนสีประจำภูมิภาคโทโฮคุ โดยเราสามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปชมความสวยงามของใบไม้เปลี่ยน หรือจะดื่มด่ำกับบรรยากาศของใบไม้เปลี่ยนสีแบบใกล้ชิดกับเส้นทางเดินชมใบไม้เปลี่ยนสี ก็เป็นอีกกิจกรรมที่นักล่าใบไม้เปลี่ยนสีไม่ควรพลาดโดยเด็ดขาดค่ะ ภูมิภาคชูบุ (Chubu) เขยิบลงมาอีกหน่อยที่ภูมิภาคชูบุ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับภูมิภาคคันโค และคันไซ เป็นภูมิภาคที่เต็มไปด้วยเทือกเขาสูง และมีความกหลากหลายทางภูมิศาสตร์ จึงทำให้ภูมิภาคชูบุมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งภูเขา ทะเล ออนเซ็น แต่ที่สำคัญเลยคือสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีของที่นี่ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น 1 ในสุดยอดใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่นเลยค่ะ ช่วงเวลาไฮไลท์ใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายเดือนตุลาคม - ต้นเดือนพฤศจิกายน สถานที่เด็ดชมใบไม้เปลี่ยนสี: หุบเขาโครังเค (Korankei) สำหรับสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงที่สุดของภูมิภาคโทโฮคุจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นอกจาก หุบเขาโครังเค สถานที่ท่องเที่ยวซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติสุดอลังการ เมื่อฤดูใบไม้เปลี่ยนสีมาเยือน ทั่วทั้งหุบเขาโครังเค ก็จะแปรเปลี่ยนกลายเป็นสีส้มแดงไปทั่วทุกพื้นที่ เป็นภาพความสวยงามอันน่าประทับใจ และที่สำคัญอย่าลืมถ่ายรูปคู่กับ สะพานไม้ไทเกะสึเคียว (Taigetsukyo Bridge)สะพานไม้สีแดงอันโดดเด่น ที่ไม่ว่าใครก็ต้องแวะถ่ายรูปค่ะ ภูมิภาคชูโกกุ (Chugoku) ในที่สุดก็มาถึงภูมิภาคที่อยู่กลางที่สุดของประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคไฮไลท์ของประเทศญี่ปุ่น เพราะเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นทะเลทรายทตโตริ ดังนั้นหากใครอยากชมใบไม้เปลี่ยนสี พร้อมสัมผัสของทะเลทรายเพียงแห่งเดียวของญี่ปุ่น ทัวร์ครับขอแนะนำให้มาภูมิภาคชูโกกุเลยค่ะ ช่วงเวลาไฮไลท์ใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายเดือนตุลาคม - กลางเดือนพฤศจิกายน สถานที่เด็ดชมใบไม้เปลี่ยนสี: เกาะมิยาจิมา (Miyajima) ภาพของเสาโทริอิสีแดงที่ตั้งอยู่กลางน้ำ อันเป็นสัญลักษณ์ของเกาะมิยาจิมา ในจังหวัดฮิโรชิมา (Hiroshima) โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจาก UNESCO อีกด้วยค่ะ แต่เกาะมิยาจิมะนั้นไม่ได้โดดเด่นด้านวัฒนธรรมเท่านั้น เพราะเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูของใบไม้เปลี่ยนสี เราก็จะได้เกาะสีส้มแดงสดใสควบคู่กับเสาโทริอิ จึงทำให้เกาะมิยาจิมะเป็นสถานที่โด่งดังในการมาชมใบไม้เปลี่ยนสีประจำภูมิภาคโทโฮกุนั่นเองค่ะ ภูมิภาคคันโต (Kanto) ภูมิภาคยอดฮิตของเหล่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่น เพราะเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงแสนทันสมัยอย่าง โตเกียว (Tokyo) แน่นอนว่าโตเกียวนั้นถือเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกนิยมเดินทางมาชื่นชมความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสี ท่ามกลางอาคารบ้านเรือนแสนจะทันสมัย และแหล่งช้อปปิ้งระดับโลกนั่นเองค่ะ ช่วงเวลาไฮไลท์ใบไม้เปลี่ยนสี :กลางเดือนพฤศจิกายน - ต้นเดือนธันวาคม สถานที่เด็ดชมใบไม้เปลี่ยนสี:อุโมงค์ใบเมเปิ้ล โมมิจิ ไคโร (Momiji Kairo) อุโมงค์ใบเมเปิ้ล โมมิจิ ไคโร แห่งนี้นั้นตั้งอยู่บริเวณทะเลสาบคาวากูชิโกะ (Lake Kawaguchigo) ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีประจำโตเกียวค่ะ เมื่อเข้าสู่ปลายเดือนพฤศจิกายน เราก็จะได้เห็นสีแดงส้ม ตลอดสองฝั่งคลอง เป็นภาพความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีที่จัดว่าเด็ดๆสุดๆค่ะ อีกทั้งเมื่อยังมีการประดับตกแต่งไฟIllumination รอบๆบริเวณอุโมงค์ใบเมเปิ้ลแห่งนี้ ช่วยเพิ่มรสชาติให้การชมใบไม้เปลี่ยนสีขึ้นไปอีกค่ะ ภูมิภาคคิวชู (Kyushu) ถัดลงมาจากโตเกียว ก็เข้าสู่ฝั่งใต้ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่ตั้งของเกาะคิวชู ดินแดนออนเซ็นญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของวิถีชีวิตสไตล์ชนบทของญี่ปุ่น หากใครอยากสัมผัสความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสี ท่ามกลางบรรยากาศแบบสโสว์ไลฟ์ของญี่ปุ่น คิวชูคือคำตอบค่ะ ช่วงเวลาไฮไลท์ใบไม้เปลี่ยนสี :เดือนพฤศจิกายน - ปลายเดือนพฤศจิกายน สถานที่เด็ดชมใบไม้เปลี่ยนสี: ภูเขาฮิโกะ(Mt. Hiko) สำหรับสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีประจำภูมิภาคคิวชู ได้แก่ ภูเขาฮิโกะ นักท่องเที่ยวนิยมเดินตามเส้นทางเดินเขาเพื่อชื่นชมความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสี หรือใครอยากจะชมจากด้านบนก็สามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปได้ค่ะ ชื่นชอบแบบไหนก็สามารถเลือกกันได้เลย แต่ไม่ว่าจะสไตล์ไหนก็จะได้ชมความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีไม่แตกต่างกันค่ะ >>>แพคเกจทัวร์ญี่ปุ่น ใบไม้เปลี่ยนสี 2018 คุณภาพจากทัวร์ครับ<<< ภูมิภาคคันไซ (Kansai) ปิดท้ายด้วยภูมิภาคคันไซ ที่ตามพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีของปี 2018 ได้พยากรณ์ไว้ว่าจะเป็นภูมิภาคสุดท้ายที่คุณจะได้มีโอกาสชื่นชมใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่น ซึ่งนอกจากจะได้ชื่นชมความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว ภูมิภาคคันไซ ยังเป็นที่ตั้งของเมืองขนาดใหญ่ อย่างโอซาก้า ที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยว และแหล่งช้อปปิ้งละลานตา ถือมาทีเดียวได้เที่ยวแบบครบรสเลยค่ะ ช่วงเวลาไฮไลท์ใบไม้เปลี่ยนสี : กลางเดือนพฤศจิกายน - ต้นเดือนธันวาคม สถานที่เด็ดชมใบไม้เปลี่ยนสี: วนอุทยานเมจิโนะโมริมิโน(Meiji no Mori Mino Quasi Nation Park) วนอุทยานเมจิโนะโมริมิโน แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่อุดสมบูรณ์ของโอซาก้า ภายในมีเส้นทางเดินป่าที่ห้อมล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่มากมาย ความสวยจึงเกิดขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ภูเขาสีเขียวจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง ไล่สีสลับกันอย่างสวยงามจนได้ชื่อว่าเป็น สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นประจำภูมิภาคคันไซ เลยทีเดียวค่ะ ยังไม่หมดค่ะ ทัวร์ครับยังสรุปผลการพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี 2018 มาให้ทุกท่านเข้าใจง่ายๆ ด้วย Infographic สุด Cute! ใครจะเซพเก็บไว้กันลืม แล้วรีบจองทัวร์ใบไม้เปลี่ยนสีจากทัวร์ครับ รับรองว่าไม่พลาดใบไม้เปลี่ยนสีปี 2018 แน่นอนค่ะ!