All articles abouts เที่ยวญี่ปุ่น ใบไม้เปลี่ยนสี

เที่ยวได้ทั้งปีไม่มีเบื่อ! รวมที่เที่ยว “ญี่ปุ่น” ฤดูนี้ไปไหนดีนะ ??

เที่ยวได้ทั้งปีไม่มีเบื่อ! รวมที่เที่ยว “ญี่ปุ่น” ฤดูนี้ไปไหนดีนะ ??

10 ม.ค. 62

มาพูดถึงเรื่องสภาพอากาศกันบ้าง ที่ญี่ปุ่นเนี่ยมีทั้งหมด 4 ฤดูกาล ได้แก่ 🌿 ฤดูใบไม้ผลิ ในช่วงเดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม ☀️ ฤดูร้อน เดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม 🍂  ฤดูใบไม้ร่วง เดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน และ ☃️ ฤดูหนาว เดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ ซึ่งเอาจริงๆ ก็ถือว่าเที่ยวได้ทั้งปีเลยนะครับ เพราะแต่ละฤดูก็มีความน่าสนใจแตกต่างกันไป วันนี้ ทัวร์ครับ เลยขอรวบรวมไฮไลท์เด่นๆ ของแต่ละฤดูมาให้ เผื่อเพื่อนๆ กำลังมีแพลนไปญี่ปุ่น แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปฤดูไหนดี จะได้เลือกได้ถูกใจนะครับ ไปดูกันเล้ยยยยย ~ ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม) สำหรับฤดูนี้ สิ่งที่พีคฝุดๆ หนีไม่พ้นเลยก็คือ การไปชมดอกซากุระ ครับ ซึ่งมันสวยมว๊ากกก ความสีชมพูละมุน บวกกับอากาศเย็นสบายไม่หนาวเกินไป ทำให้ฤดูนี้ถือว่าเป็น ฤดูยอดฮิตติดชาร์ต ที่นักท่องเที่ยวหลายๆ คนต่างตั้งเป้าไว้จะต้องไปให้ได้ แล้วยิ่งช่วงเวลานี้ประเทศไทยเรากำลังร้อนระอุ การตีตั๋วหนีร้อนไปญี่ปุ่นเลยกลายเป็นอะไรที่ดีมากๆ แต่...ด้วยความที่มันฮิตเนี่ย เค้าเลยจองตั๋วกันข้ามปีเชียวล่ะ !!! แผนที่ : Osaka Castle ซึ่งการไปชมซากุระนั้น ส่วนมากจะไปกันช่วงปลายเดือนมีนาคม - กลางเดือนเมษายน เพราะจากการพยากรณ์การผลิของดอกซากุระในหลายปีที่ผ่านมา ก็จะอยู่ในช่วงนี้แหละครับ โดยซากุระนั้นจะบานจากใต้ขึ้นเหนือ เพราะฉะนั้นจะเริ่มบานที่โอซาก้าก่อน ใครไปเที่ยวแถบคันไซก็แนะนำให้ไปชมดอกซากุระที่ ปราสาทโอซาก้า นะครับ รับรองว่าจะได้ฉากหลังที่สวยเก๋อย่างแน่นอน ส่วนใครที่เที่ยวแถวคันโต หรือแถบโตเกียว ก็ต้องไปที่สวนอุเอโนะเลย รับรองว่าได้ชมซากุระจนจุใจแน่นอน ฤดูร้อน (เดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม) ถึงแม้ว่าฤดูร้อนของญี่ปุ่นนั้น จะร้อนมากก็ตามที แต่นักท่องเที่ยวก็ไม่หวั่น เพราะยังมีอีกหลายสถานที่สวยๆ และกิจกรรมอีกมากมายให้ทำไม่แพ้ฤดูอื่นๆ เลยล่ะครับ แถมราคาค่าตั๋วยังถูกมากอีกด้วย เรียกได้ว่าไม่ต้องจองข้ามปีก็ได้ตั๋วมาในราคาโปรฯ กันไปเลย โดยกิจกรรมที่นิยมทำกันในฤดูร้อนสุดๆ นั่นก็คือ การไปชมสวนดอกไม้ต่างๆ เพราะเป็นช่วงที่ดอกไม้จะบานสะพรั่ง สวยงามสุดๆ ใครที่เป็น Flower Lover หรือ Blossom girl จะต้องอิน และเลิฟสุดๆ ในการมาเที่ยวญี่ปุ่นในฤดูนี้ นอกจากนี้ ถ้าพูดถึงฤดูร้อนแล้ว ก็ต้องนึกถึงทะเลใช่ไหมล่ะ ที่ญี่ปุ่นก็เช่นกัน มีทะเลสวยๆ น้ำใสๆ ให้เหล่า Beach Lover ได้ไปฟินกันเพียบเลย แผนที่ : Okinawa สำหรับทะเลสวยๆ นั้น เราขอแนะนำที่ เกาะโอกินาว่า เลย บอกเลยว่าสวยมาก น้ำทะเลสีฟ้าเทอคอวยซ์สุดสวย กับท้องฟ้าในวันสดใส ดีต่อใจจริงๆ แถมบินจากกรุงเทพฯ เพียง 4 ชั่วโมงนิดๆ เท่านั้นเอง ค่าครองชีพก็ไม่แพงด้วยน๊า ส่วนใครที่เป็นสายทุ่งดอกไม้ ต้องขึ้นเหนือไปที่ฮอกไกโดแล้วล่ะ เพราะทุ่งดอกลาเวนเดอร์สีม่วงสวย กับกลิ่นหอมอ่อนๆ รอคุณอยู่ !!! เห็นมั้ยครับบอกแล้วว่าไปญี่ปุ่น ฤดูร้อน ก็มีกิจกรรมให้ทำเพียบไม่แพ้ฤดูอื่นๆ เลยน๊าาาา ฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน) มาถึงฤดูที่ยืนหนึ่งตลอดกาล ฮิตสุดๆ อะไรก็ฉุดไม่อยู่อย่าง ฤดูใบไม้ร่วง กันแล้วครับ ด้วยความที่อากาศในฤดูใบไม้ร่วงนั้น อยู่ในระดับที่เรียกได้ว่ากำลังเย็นสบาย ไม่ร้อน และไม่หนาวจนปากสั่น ยังใส่โค้ทเก๋ๆ ได้โดยไม่ต้องใส่เสื้อขนเป็ด บวกกับฉากหลังที่มีใบไม้สีส้ม สีแดง ดูสวยงาม ทำให้ฤดูนี้เป็นที่ถูกใจของใครหลายคนสุดๆ และนักท่องเที่ยวก็ต่างตบเท้าเข้ามาไม่ว่างเว้นแต่ละวันเลย กิจกรรมของฤดูนี้ก็ไม่มีอะไรมาก ในเมื่อมันเป็นฤดูของการชมใบไม้แดง ก็ต้องชมใบไม้แดงให้หนำใจกันไปเลยค่ะ ที่เหลือก็เป็นการตะลุยกิน ชมสถานที่ต่างๆ และตะลุยช้อปแหลก !!! เพราะช่วงนี้ของ Sale เพียบ เพื่อเตรียมเข้าสู่ Winter Season และใกล้สิ้นปี ทำให้เสื้อผ้าเอย ของใช้ต่างๆ เอย ต่างขนขบวนกันมาลดแลกแจกแถมแบบสุดๆ ใครไปเที่ยวญี่ปุ่นในฤดูนี้ อย่าลืมเตรียมกระเป๋าไปขนของเยอะๆ นะจ๊ะ อ้อ! เกือบลืมบอกจุดชมใบไม้แดงไปเลย ถ้าอยู่โตเกียวบอกเลยว่าอิ่มแน่ๆ เพราะสวยเกือบทุกที่เลยครับ แต่อยากแนะนำให้นั่งรถออกไปที่คาวากูชิโกะก็จะได้ฟินเพิ่มขึ้น เพราะนอกจากจะได้เห็นใบไม้แดงแล้ว ยังได้เห็นฟูจิซังใส่หมวกด้วยน๊า ส่วนถ้าใครไปแถบคันไซ ก็อย่าลืมแวะไปทักทายน้องกวางที่นารา และไปวัดคิโยมิสุ หรือวัดน้ำใสที่เกียวโตนะครับ แผนที่ :  Kiyomizu-dera ฤดูหนาว (เดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์) ปิดท้ายกันที่ความขาวของหิมะญี่ปุ่นกันบ้าง ด้วยความที่เมืองไทยเราไม่มีหิมะตก เพราะฉะนั้นญี่ปุ่น จึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางแรกๆ ที่คนจะนึกถึงและตีตั๋วไปสัมผัสอากาศหนาวติดลบและหิมะด้วยตัวเองสักครั้ง เพราะไปง่าย มีกิจกรรมให้ทำเยอะ ค่าครองชีพก็รับได้ไม่ได้แพงหูฉี่เหมือนไปยุโรป ทำให้ฤดูนี้ก็ถือว่าเป็นอีกฤดูยอดฮิตเช่นเดียวกันครับ มาเจอหิมะทั้งที กิจกรรมต่างๆ ก็คงหนีไม่พ้นวนเวียนอยู่กับการไป เล่นสกี หรือไปดูหิมะ นั่นแหละ ซึ่งถ้าหากจะเล่นสกี ก็ต้องไปฮอกไกโด เพราะมีสกีรีสอร์ทเจ๋งๆ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วนรออยู่ แต่ถ้าไม่อยากขึ้นเหนือมาก จะอยู่แถบๆ โตเกียวก็ยังมีที่ กาล่า ยูซาว่า อีกที่นะครับ สวยและสนุกไม่แพ้กันเลยล่ะ นอกจากนี้เรายังขอแนะนำให้ไปเยือน ชิราคาวาโกะ หมู่บ้านมรดกโลก สักครั้ง เพราะเค้าจะสวยที่สุดในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะตกนี่แหละครับ บอกเลยว่าสวยราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในโลกเทพนิยายเลยทีเดียว ที่เหลือก็ไม่มีอะไรมาก ไปเที่ยวญี่ปุ่นฤดูหนาวก็แค่ enjoy festival ไม่ว่าจะเป็นคริสมาสต์ หรือปีใหม่ แค่นี้ก็สุดยอด เป็นทริปที่น่าประทับใจแล้วครับ แผนที่ : Shirakawa-go อ่านจนถึงบรรทัดนี้แล้ว ตัดสินใจได้แล้วหรือยังครับว่าจะไปเที่ยวญี่ปุ่น ช่วงไหนดี ? ให้ทายก็คงแอบมีลิสต์ไว้ในใจแล้วใช่ไหมล่ะ ?? แต่ถ้ายังตัดสินใจเด็ดขาดไม่ได้ ลองดูโปรแกรมทัวร์กับทัวร์ครับก่อนก็ได้นะครับ เผื่อจะมีที่โดนๆ และเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจครับ : )    อ่านบทความแนะนำ >>ไปเที่ยวญี่ปุ่นนาโกย่ากันเถอะ ! เก็บ 10 แลนด์มาร์กสุดฟินที่ไม่ควรพลาด <<      

อ่านเพิ่มเติม
เที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้ห้ามพลาด! 8 พิกัด ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่โตเกียว
เที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้ห้ามพลาด! 8 พิกัด ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่โตเกียว

06 ส.ค. 62

ใครกำลังจะไปเที่ยวโตเกียว แต่ยังไม่รู้จะไปช่วงไหน ทัวร์ครับ ขอแนะนำ เที่ยวโตเกียวช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ไปเที่ยวโตเกียวช่วงนั้นจะสวยสุดๆ คุณจะได้ค้นพบความสวยงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้น แบบอยากกลับไปซ้ำเที่ยวโตเกียวอีกหลายๆ ครั้ง แล้วทริปโตเกียวชมใบไม้เปลี่ยนสีของคุณจะเที่ยวได้สบายใจ แบบไม่ต้องแพลนที่เที่ยวโตเกียวเอง จองทัวร์โตเกียว กับ ทัวร์ครับ รับรองว่าเที่ยวสนุกแน่นอน เมื่อจองทัวร์โตเกียวแล้ว ก็ตามไปส่องได้เลยว่า 8 พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีในโตเกียวมีที่ไหนบ้าง   จองทัวร์โตเกียว กับ ทัวร์ครับ   8 พิกัด ใบไม้เปลี่ยนสีที่โตเกียว   1. สวนตะวันออกพระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Palace East Gardens) เป็นสวนอยู่ในพื้นที่พระราชวังโตเกียวอิมพีเรียล ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนคงไม่มีโอกาสได้เข้าชมง่ายๆ เพราะต้องเป็นบุคคลสำคัญเท่านั้นถึงจะมีสิทธ์เข้าชม แต่ปัจจุบันเขาเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมได้แล้ว เราก็ไม่พลาดที่ไปเก็บความประทับใจ บริเวณสวนตะวันออกมีเสาเก่าของปราสาทยุคปี 1657 ที่หลงเหลือจากไฟไหม้เรียกได้ว่าคนที่ชื่อชอบประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นคงชื่นชอบไม่น้อยเลยทีเดียวอีกทั้งในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนั้นจะยิ่งเพิ่มความสวยงามให้ที่แห่งนี้ได้อีกมาก แน่นอนว่าความงามนั้นเลอค่าแน่นอนเพราะอยู่ในเขตพระราชวังแนะนำช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะอยู่ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน-ต้นเดือนธันวาคม   2. ภูเขามิตาเกะ (Mount Mitake)   ภูเขามิตาเกะตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติชิชิบุทามะไก (Chichibu-Tama-Kai National Park) ซึ่งมีพื้นราว 1,250 ตารางกิโลเมตร แน่นอนว่าใหญ่มากแต่มีภูเขามิตาเกะเป็นไฮไลท์เด็ดของอุทยานแห่งนี้เลยก็ว่าได้ด้วยเพราะว่ามีทั้งผืนป่าหนาแน่น แน่นอนว่ามีผืนป่าก็ต้องมีการเดินป่า ถือว่าป็นอีกหนึ่งกิจกรรมของอุทยานแห่งนี้แต่เดี๋ยวก่อนยังไม่หมดแค่นั้นเพราะที่นี่ยังมีสถานีเคเบิ้ลคาร์ด้านบนของภูเขาอีกด้วย ใช้เวลาเดินไปอีกประมาณ 20-30 นาที จะถึงศาลเจ้ามูซาชิมิตาเกะ (Musashi Mitake Shrine) เป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียง อายุเกือบ 2,000 ปี ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง 929 เมตร นอกจากนั้นระหว่างการเดินทางยังมีหมู่ชาวญี่ปุ่นอีกด้วย แน่นอนว่าช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะยิ่งสวยมากขึ้นเป็นทวีคูณ เพราะสองข้างทางเต็มไปด้วยใบไม้สีแดงเหลืองและยังมีวิวที่ยอดเขาอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งสถานที่แนะนำที่เหมาะกับการดูใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงที่ฮอตฮิตจะอยู่ในช่วงต้นเดือน-ปลายเดือนพฤศจิกายน   3. สวนฮามะริเคียว (Hama Rikyu)   สวนฮามะริเคียว ตั้งอยู่ใจกลางโตเกียวนับเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเลยเปรียบเสมือนสวนลุมพินีบ้านเรา ซึ่งนอกจากจะมีขนาดใหญ่และมีความสวยงามจากต้นไม้ใบหญ้าที่ตกแต่งอย่างงดงามแล้วนั้นภายในยังมีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางซึ่งน้ำในบ่อนี้จะเป็นน้ำทะเล ทำให้ระดับน้ำในสระก็จะขึ้นลงตามระดับน้ำทะเล อีกทั้งยังมองเห็นวิวตึกสูงย่าน Shiodome แน่นอนว่าช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีคงเห็นเป็นวิวที่สวยงามคุ้มค่าสุดๆ แน่นอนเพราะมีวิวตึกกับน้ำและใบไม้สีแดงเหลือง แนะนำช่วงเดินทางช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน-ต้นเดือนธันวาคม   4. สวนริคุงิเอน (Rikugien Garden) ไม่มีใครไม่รู้จักสวนสวนริคุงิเอน เพราะเป็นสวนที่ดังมากมากจนเรียกได้ว่าดังระดับประเทศเลยติด 1 ใน10ของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ช่วงในการท่องเที่ยวก็จะเป็นช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีเพราะจะมีเทศกาลชมต้นซากุระโบราณขึ้น มีการเปิดไฟประดับต้นซากุระยักษ์ในช่วงกลางคืน สามารถเข้าชมและเดินเล่นถ่ายรูปภายในสวนแห่งนี้ได้ อีกช่วงที่สวยไม่แพ้กันก็ต้องฤดูใบไม้แดง เป็นเทศกาลที่นักท่องเที่ยวต่างพากันสนใจ แน่นอนว่ามีความสวยงามระดับประเทศเชียวนะถือว่าไม่ควรพลาดเลยทีเดียวกับการมาชมฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่สวนริคุงิเอนจะอยู่ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน – ต้นเดือนธันวาคม   5. อิโช นามิกิ (Icho Namiki/Ginkgo Avenue) ที่แห่งนี้มีต้นไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนทำให้มีความสวยงาม อลังการเป็นอย่างมากและใต้ต้นไม้ก็เต็มไปด้วยใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมาทำให้พื้นที่แถวนั้นเป็นสีเหลือง การเดินทางจะเริ่มตั้งแต่สถานีรถไฟใต้ดิน Aoyama-Itchome Station มองออกไปสองข้างจะเห็นสีเหลืองสวยงาม นอกจากนั้นยังมีคาเฟ่ที่ทำระเบียงออกมาให้สัมพันธ์กับบรรยากาศใบไม้สีเหลืองสวยงามเป็นอะไรที่เหมาะแก่การถ่ายรูปมากและแน่นอนว่าเข้าชมฟรีแต่คาเฟ่ไม่ฟรีนะจ๊ะ แนะนำช่วงเดินทางจะอยู่ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน - ต้นเดือนธันวาคม   6. ภูเขาทาคาโอะ (Mount Takao) แน่นอนว่าพูดถึงภูเขาหลายคนคงลำบากน่าดูแต่ไม่ใช่กับภูเขาทาคาโอะเพราะที่นี่อยู่ใกล้ๆใจกลางเมืองโตเกียวทั้งสะดวกสบายและที่สำคัญสวยไม่แพ้ใคร มีจุดชมวิวที่สวยงามมากมีกิจกรรมเดินป่าได้อย่างสบายตามสไตล์สายชิวๆ มียอดเขาสูง 599 เมตร แต่ถ้าใครไม่อยากเดินเขาก็มีบริการกระเช้าเคเบิ้ลคาร์ ภูเขาทาคาโอะไม่ได้มีดีแค่ธรรมชาติเท่านั้นเพราะที่นี่ยังมีวัดยาคุโออิน (Yakuoin Temple) ตั้งอยู่ระหว่างทางขึ้นสู่ยอดเขา แน่นอนว่าจุดชมวิวต้องมองเห็นเมืองและที่สำคัญมองเห็นยอดภูเขาไฟฟูจิในวันฟ้าโปร่ง นอกจากนี้ภูเขาทาคาโอะยังเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การชมดอกซากุระ 2-3 สัปดาห์หลังจากผลิบานในกรุงโตเกียวและชมใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามได้ในฤดูใบไม้ร่วงจะอยู่ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน-ปลายเดือนพฤศจิกายน   7. หุบเขามิตาเกะ (Mitake Valley) เขามิตาเกะอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Chichibu-Tama-Kai อยู่ห่างจากโตเกียวไปทางทิศตะวันตกประมาณ 70 กิโลเมตร การที่จะเดินขึ้นไปยังหุบเขามิตาเกะจะต้องเดินทางด้วยเคเบิ้ลคาร์ แน่นอนว่าบนเขามิตาเกะมีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งทำให้สะดวกสบายและยังมีรถบัสค่อยรับส่งแต่ไม่ฟรีนะ ขึ้นอยู่กับระยะทาง จุดชมวิวของเขามิตาเกะจุดแรกใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาทีแลกกับสิ่งที่ได้คือวิวธรรมชาติที่สวยงามพร้อมกับใบไม้สีแดงที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนสีสวยมากเกินราคามากจริงๆ เมื่อเดินไปต่อจะพบศาลเจ้ามุซาชิมิตาเกะ ซึ่งมีอายุราวสองพันปีอีกทั้งบริเวณศาลเจ้าจะมีภูเขาทำให้ดูสวยงามไปอีกแบบเห็นช่องเขาบวกกับต้นไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีของใบไม้มันชั่งสวยงามเกินคำบรรยายจริงๆ ช่วงที่จะเกิดฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะอยู่ในช่วงกลาง – ปลายพฤศจิกายน   8. สวนโชวะ คิเนน (Showa Kinen Koen) สวนโชวะ คิเนน เป็นสวนที่ถูกสร้างขึ้นครบรอบ 50 ปี ของจักรพรรดิโชวะ มีขนาดใหญ่ถึง 16,300 เอเคอร์ สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้สถานี Tachikawa Station จะถูกแบ่งออกเป็น 3 สวน นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นอย่างมากในช่วงฤดูกาลเปลี่ยนสีของใบไม้หรือฤดูใบไม้ร่วงนั่นเอง เพราะมีความสวยงามและหาดูไม่ได้ง่ายๆ จากที่ไหน ทำให้เหล่านักท่องเที่ยวพากันมาดูใบไม้สีแดงกับสีเหลืองรับรองว่าคุ้มค่าที่ได้มาชมแน่อน ช่วงที่เกิดไม่ใบเปลี่ยนสีปลายเดือนตุลาคม-ปลายเดือนพฤศจิกายน   ไปเที่ยวโตเกียว ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องช้อปปิง แต่อย่างที่บอกไว้เลยว่า เที่ยวธรรมชาติก็มีจะ ยิ่งไปช่วงเดือน ตุลาคม-พฤศจิกายน จะได้เห็นความสวยของโตเกียวอีกแบบหนึ่ง

อ่านเพิ่มเติม
สุดว้าว !! เส้นทางใหม่ เที่ยวเซนได ชมใบไม้เปลี่ยนสี
สุดว้าว !! เส้นทางใหม่ เที่ยวเซนได ชมใบไม้เปลี่ยนสี

14 ส.ค. 62

อีกหนึ่งเมืองที่วันนี้ทัวร์ครับจะมาแนะนำกันก็คือ เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น เซนได เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ 1 ใน 7 ของประเทศญี่ปุ่น อยู่ในจังหวัดมิยางิตั้งอยู่ในหมู่เกาะฮอนชูหรือแถบโทโฮคุ ยังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้ว่าเมืองนี้ก็น่าเที่ยวไม่ต่างจากเมืองหลวงของญี่ปุ่น จะมีอะไรน่าสนใจบ้างนั้นตามมาดูกันเลย ! พิกัด: Sendai, Japan ความเป็นมาควรรู้ก่อนเที่ยวเซนได เมืองเซนไดมาโด่งดังในช่วงปี 2011 ที่เกิดสึนามิพัดถล่มที่เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งหลังเหตุการณ์ครั้งนั้นทางประเทศญี่ปุ่นได้ประชาสัมพันธ์เมืองเซนไดและชักชวนให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่เซนได ทำให้เมืองเซนไดเป็นที่รู้จักของต่างชาติและนักท่องเที่ยว แน่นอนว่าเมืองเซนไดก็โด่งดังเรื่องใบไม้สีแดงหรือฤดูเปลี่ยนสีของใบไม้ไม่ต่างจากเมืองอื่นๆ แนะนำช่วงเวลาที่ควรมาคือเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน (ช่วงฤดูใบไม้แดง) เที่ยวเซนได วันที่ 1 วันแรกที่ได้มาเที่ยวเซนได อากาศที่นี่ค่อนข้างเย็นสบาย แนะนำให้มาเดินชม ถนนโจเซนจิ โดริ (Jozenji Dori) ย่านเมืองเก่าของเมืองเซนได เมืองที่ได้รับขนานนามว่าเป็น เมืองแห่งต้นไม้ ที่นี่เราจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เพราะตลอดแนวของถนนสายนี้เต็มไปด้วยความร่มรื่นของต้นเซลโคว่มีใบไม้ที่เปลี่ยนสีสลับไปมา อีกทั้งบริเวณเกาะกลางถนนยังมีทางเดินเท้าให้ได้เดินชมบรรยากาศโดยรอบพร้อมชมงานปฏิมากรรมรูปปั้นของจิตรกรผู้มีชื่อเสียง จากนั้นพาไปเที่ยวเซนไดต่อใน ย่านอิจิบังโจ (Ichibancho) เป็นย่านที่สายช้อปปิ้งไม่ควรพลาดเพราะเป็นย่านช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคนี้ นอกจากนั้นถนนอิจิบังโจยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่อยู่ติดๆ กับสถานีรถไฟเซนได เดินทางสะดวก ขึ้นจากรถไฟก็จะละลานตาไปด้วยถนนหลายเส้นที่มีร้านค้าต่างๆมากมาย รวมไปถึงห้างสรรพสินค้า อีกทั้งยังมีร้านอาหารมากมายให้เลือกฝากท้องกันอีกด้วย เราเดินทางจากเมืองเซนไดไปยังสถานี Naruko Onsen ด้วยรถไฟขบวนพิเศษที่เปิดเฉพาะช่วงเทศกาลฤดูใบไม้เปลี่ยนสีมีชื่อว่า Resort Minori  มี 2 แบบให้เลือก แบบที่พิเศษกับแบบธรรมดา ซึ่งตลอดเส้นทางของรถไฟจะล้อมรอบด้วยบรรยากาศหุบเขาและธรรมชาติสามารถชมวิวทิวทัศน์ได้ตลอดเส้นทาง เมื่อเดินทางมาถึงสถานี Naruko Onsen ต้องต่อรถบัสเพื่อเดินทางต่อไปยัง Naruko Gorge สัมผัสแรกที่ก้าวลงจากรถบัสก็เห็นภาพอันสวยงามของธรรมชาติที่เต็มไปด้วยต้นไม้สีเหลืองสลับแดงเห็นแค่ข้างนอกยังสวยขนาดนี้แล้วข้างในจะสวยขนาดไหน ช่วงที่มาอากาศจะเย็นแต่ไม่หนาวมากอยู่ในช่วง 12-15 องศา กำลังดีพอแต่งตัวได้ แต่ถ้าเป็นช่วงที่มีลมกับเมฆมากจะอยู่ในช่วง 6-8 องศา แน่นอนว่าบรรยากาศเกินบรรยาย ที่นี่เราจะได้เห็นความสวยงามได้แบบเต็มอรรถรสเพราะเป็นช่วงที่พีคที่สุดในการชมใบไม้เปลี่ยนสีหรือไม้ใบสีแดง และยังมีถาพจุดไฮไลท์เที่ยวเซนไดอย่างภาพรถไฟเคลื่อนออกจากอุโมงค์ผ่านธรรมชาติอันสายงามจากนั้นเดินทางกลับไปตัวเมืองเซนไดเพื่อพักโรงแรมย่านอิจิบังโจ บริเวณนี้มีที่พักให้เลือกมากมาย เราเลือกที่จะพักย่านี้เพราะมันติดสถานีรถไฟเซนไดและที่สำคัญย่านนี้ของกินเยอะมาก เหมาะสุดๆ กับสายกินดึก เที่ยวเซนได วันที่ 2 วันที่ 2 บอกตรงๆ ว่านี่เป็นครั้งแรกที่เรามาเมืองนี้เลยยังไม่ค่อยคุ้นชินกับเส้นทางมากนัก เลยต้องอาศัยถาม Tourist Information อีกครั้งเกี่ยวกับการเดินทางไปวัดยามาเดระ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็น่ารักให้เราเดินทางจากสถานี Yamagata มาที่สถานี Yamadera แล้วจากนั้นมองป้ายบอกทางเดินตามป้ายก็จะเจอวัด ข้อมูลของวัดยามาเดระ" (Yama-dera Temple) ซึ่งเป็นวัดที่มีประวัติยาวนานกว่าพันปี ตัววิหารงดงาม เต็มไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์โอบล้อมด้วยบรรยากาศแห่งขุนเขา เพื่อนๆ จะได้สัมผัสทั้งความเงียบสงบของวัดอันเก่าแก่และทัศนียภาพที่งดงามแห่งธรรมชาติ ไม่แปลกใจที่หลายคนจัดให้วัดนี้เป็นวัดชื่อดังแห่งเมืองยามากาตะแห่งนี้ ขึ้นชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่ามาเยี่ยมชมมากที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคโทโฮกุ เมื่อมาถึงทางเข้าวัดจะพบป้ายหินขนาดใหญ่ เดินขึ้นบันไดไปจะพบกับคอนปอนชูโด (Konpon-Chudo) ซึ่งเป็นวิหารหลักของวัดยามาเดระแห่งนี้ เมื่อมาถึงก็จุดธูปไหว้พระ เตรียมตัวเตรียมใจเดินขึ้นบันไดที่สูงชัน แต่มาถึงที่ทั้งทีจะถอดใจก็เหมือนมาไม่ถึง เส้นทางทางขึ้นของวัดยามาเดระจะมึวิหารมากมาย ซึ่งมีความสวยงามอย่างมากและมีความหมายทางประวัติศาสตร์แตกต่างกันไป ใครที่ชอบเสพวัฒนธรรมน่าจะชื่นชอบที่นี่เป็นพิเศษ ไฮไลท์เด็ดของการมาทริปเที่ยวเซนไดนี้ของเราจะพลาดไม่ได้เลยนั่นก็คือการชมใบไม้เปลี่ยนสีระหว่างเส้นทาง เพราะระหว่างสองข้างทางมีต้นไม้และภูเขาที่มีใบไม้สีแดงมากมาย ทำให้ตลอดการเดินของเรามีแต่ความเพลิดเพลินเพราะได้ชมความสวยงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นมา จากนั้นเมื่อเราเดินทางมาถึงบริเวณวิหารโอคุโนอิน (Okunoin) บริเวณนี้จะเป็นจุดหมายปลายทางของการเยี่ยมชมวัดยามาเดระก็คือ โกไดโด Godaido Hall) ตัววิหารที่อยู่จุดสูงสุด ที่นี่เราจะได้พบกับทัศนียภาพที่สวยงามของภูเขา ตัวเมือง และบริเวณรอบๆวัดยามาเดระช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะปากคลุมไปด้วยใบไม้สีแดงสลับส้มแต่เป็นช่วงฤดูหนาวบริเวณนี้จะปกคลุมด้วยหิมะสีขาว ควรค่าแก่การถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกมากๆ   เที่ยวเซนได วันที่ 3 เนื่องจากยังพอมีเวลาเหลือที่จะเที่ยวเลยตกลงกับเพื่อนว่าจะไป Matsushima ต่อ ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวติด 1 ใน 3 ของประเทศญี่ปุ่น แน่นอนว่ามันต้องมีความสวยงามสมคำเคลมเขาล่ะ บริเวณโดยรอบจะมีเกาะเล็กๆ จำนวนมาก นอกจากนั้นสถานที่แห่งนี้ยังมีบริการล่องเรือชมความงดงามของอ่าวอีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่เที่ยวเซนไดที่ไม่ควรพลาด เสียดายที่เรามาทริปแค่ 3 วัน 2 คืนไม่อย่างงั้นอาจจะได้เที่ยวเสพบรรยากาศกันต่อยาวๆ แต่ก็ถือว่าเป็นทริปที่ประทับใจ และแน่นอนว่าเราได้บอกกับเพื่อนแล้วว่า..เราจะกลับมาเที่ยวเซนได ประเทศญี่ปุ่น อีกครั้งในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีครั้งหน้าอย่างแน่นอน จองทัวร์เซนได เที่ยวญี่ปุ่นเซนได กับ ทัวร์ครับ

อ่านเพิ่มเติม
7 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ ‘ฮอกไกโด’ ไม่มาถือว่าพลาด!
7 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ ‘ฮอกไกโด’ ไม่มาถือว่าพลาด!

15 ส.ค. 62

ใกล้เข้ามาแล้วกับฤดูกาลชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ฮอกไกโด สุดโรแมนติก มีแพลนในใจกันรึยังว่าจะไปที่ไหนดี ถ้ายังไม่มีเราขอแนะนำเมืองยอดฮอตฮิตติดอันดับของญี่ปุ่นอย่างเมืองเล็กๆ ที่แสนจะอบอุ่นอย่างเมือง ‘ฮอกไกโด’ ทัวร์ครับ รวมมาให้แล้วกับ 10 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ ‘ฮอกไกโด’ จดลิสต์ไว้ให้พร้อม ไปเที่ยวฮออกไกโดครั้งนี้จะได้ไม่พลาดจุดถ่ายรูปสวยๆ นะครับ   จองทัวร์ฮอกไกโด เที่ยวญี่ปุ่น กับ ทัวร์ครับ   7 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ ‘ฮอกไกโด’    1.อุทยานแห่งชาติไดเซสึซัง        อุทยานแห่งชาติไดเซสึซังเป็นอุทยานที่ใหญ่ที่สุดในฮอกไกโดและแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้นหรือเพิ่งเคยมาชมใบไม้เปลี่ยนสี ฮอกไกโด เป็นครั้งแรก ที่นี่มีเทือกเขาสูงถึง 2,000 เมตร หิมะปกคลุม ซึ่งบริเวณอุทยานจะเป็นภูเขาไฟทำให้มีบ่อน้ำพุร้อนเป็นจำนวนมากและบริเวณนั้นอยู่ในจุดที่สูงด้วยทำให้พืชพรรณไม้ แบบป่าสนอัลไพน์ขึ้นอยู่หลากกลายชนิดและทำให้เหล่านักท่องเที่ยวที่ต้องการถ่ายภาพกับธรรมชาติในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีนิยมมาที่อุทยานแห่งชาติไดเซสึซัง        บริเวณที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติไดเซสึซังตั้งอยู่ในใจกลางเกาะฮอกไกโด จุดศูนย์กลางของอุทยานแห่งชาติไดเซสึซังมีกลุ่มภูเขาไฟไดเซ็ตสึและยอดเขามากมาย อย่างยอดเขาที่เป็นภูเขาหลักคือเขาอาซาฮิ ซึ่งมีความสูง 2291 เมตร เขาโทกาจิและเขาอิชิคาริ ทำให้เขาพวกนี้ถูกเรียกว่า หลังคาฮอกไกโด อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ถูกแต่งตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติประจำฮอกไกโด รวมไปถึงแม่น้ำอิชิคาริและแม่น้ำโทกาจิ ช่วงฤดูชมใบไม้เปลี่ยนสี ฮอกไกโด อยู่ในช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน ของทุกปี ทำให้ทั่วทั้งอุทยานจะเต็มไปด้วยสีสันของใบไม้ที่พากันเปลี่ยนสีอวดความสวยงามของธรรมชาติที่ไม่ควรพลาด พิกัด: Daisetsuzan National Park   2.โซอุนเคียว หุบเขาโซอุนเคียว เป็นสถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าสวยงาม และสามารถชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสีบริเวณนี้ได้แบบมุมสูง ผ่านการนั่งกระเช้าลอยฟ้า ซึ่งทำให้เห็นในอีกมุมมองในการชมใบไม้เปลี่ยนสี ฮอกไกโด นับได้ว่าสวยงามและได้สัมผัสประสบการณ์การชมใบไม้เปลี่ยนสีที่แปลกใหม่ นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นกระเช้าลอยฟ้าได้ที่หมู่บ้านโซอุนเคียวที่เชิงเขา        นอกจากนั้นหุบโซอุนเคียวยังมีน้ำตกที่สวยงามอย่างน้ำตกริวเซและน้ำตกกินกะ อีกทั้งมีสถานที่ธรรมชาติชมใบไม้เปลี่ยนสี ฮอกไกโด อย่าง หินลาวา Obako ที่เกิดจากการประทุของภูเขาไฟ ทำเกิดเป็นภาพที่สวยงามถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์เด็ดอีกหนึ่งอย่างของโซอุนเคียว ช่วงเวลาที่แนะนำคือเดือน สิงหาคม – พฤศจิกายน พิกัด: Sounkyo     3. ยอดเขาคุโรดาเกะ   สายธรรมชาติเราขอแนะนำชมใบไม้เปลี่ยนสี ฮอกไกโดที่นี่เลยยอดเขาคุโรดาเกะ เพราะหากมาเที่ยวที่นี่ทุกคนจะได้เห็นการเปลี่ยนสีใบไม้ทั่วทั้งภูเขาคุโรดาเกะ ซึ่งมีความสูงถึง 1,984 เมตร ทางเริ่มต้นจะอยู่ที่หมู่บ้านในหุบเขาโซอุนเคียว ภายในหมู่บ้านจะมีทั้งโรงแรม ออนเซ็น ร้านอาหาร สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ นอกจากนั้นถ้าเราเดินทางไปยังยอดเขาคุโรดาเกะ จะมีกระเช้าขึ้นไปยังสถานี Upper Station เป็นจุดที่เราจะได้เห็นวิวจากด้านบนซึ่งมีความสวยงามอย่างมาก ก่อนที่เราจะเดินทางไปยังยอดเขาคุโรดาเกะระหว่างทางสามารถแวะชมธรรมชาติของดอกไม้หลากหลายชนิดตลอดเส้นทาง แต่การเดินทางอาจจะมีความลำบากบ้างแต่รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน เพราะเราจะได้ชมวิวอันสวยงามของธรรมชาติในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ฮอกไกโด พิกัด: Kurodake Mountain   4. ยอดเขาอะซาฮิดาเกะ มาฮอกไกโดอีกหนึ่งที่ที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือยอดเขาอะซาฮิดาเกะที่มีความสูงที่สุดในญี่ปุ่นมีความสูงถึง 2,290 เมตร ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของอุทานแห่งชาติไดเซสึซังฝั่งเขาอะซาฮิดาเกะ เส้นทางจะเริ่มต้นที่หมู่บ้านอะซาฮิดาเกะออนเซ็น มีกระเช้า Asahidake Ropeway ในหมู่บ้านแห่งนี้กระเช้าจะพาทุกคนเดินทางไปยังสถานี Sugatami ซึ่งต่อจากนี้จะเป็นการผจญภัยซึ่งเลือกเดินได้ 2 เส้นทาง        เส้นทางที่ 1 ผ่านบึง Kagami และบึง Suribachi จุดเด่นคือ มีรูปร่างคล้างรูปหัวใจ บริเวณพื้นที่แห่งนี้ยังพืชพรรณสีเขียวตัดกับท้องฟ้าทำให้มันดูสวยงามมากขึ้นไปอีก เหมาะกับการถ่ายรูปเช็คอินสุดๆ ไปเลย        เส้นทางที่ 2 นี้จะเป็นวิวธรรมชาติต้นไม้กับลำธารทั้งนี้ระหว่างทางจะมีหินริมบึง Sugatami เป็นแลนด์มาร์กสำคัญประจำเส้นทางนี้ ซึ่งระหว่างจะได้ชมการเปลี่ยนสีของใบไม้ตลอดทั้ง 2 เส้นทาง หากนักท่องเที่ยวต้องการไปชมวิวยอดเขาก็สามารถเดินขึ้นไปยังยอดเขาได้อีกด้วย ที่นั่นเราจะได้พบกับวิวอันยอดเยี่ยมของธรรมชาติกับสีส้มสลับเหลืองรับรองว่าหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง   พิกัด: Asahidake   5. เส้นทางชิเรโทโกะ ไปเที่ยวฮอกไกโด เส้นทางชิเรโทโกะ (Shiretoko Pass) เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางคมนาคมบนเกาะฮอกไกโด แน่นอนในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากเพราะสองข้างทางจะเต็มไปด้วยวิวของต้นไม้สีเหลืองสลับส้มแล้วยิ่งเส้นทางชิเรโทโกะ นั้นวิวสองข้างทางนี่คือสวยจนไม่รู้จะบรรยายยังไงเลยล่ะครับ แน่นอน Shiretoko Pass ไม่ได้มีดีแค่วิวสองข้างทางที่นี่ยังมีภูเขาราอูซุ ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งในภูเขาที่มีความสูงมากที่สุดในชิเรโทโกะเลยทีเดียว โดยมีความสูงมากถึง 1,661 เมตร ถ้าได้ไปยืนถ่ายรูปบนยอดเขากับวิวใบไม้เปลี่ยนสีกับท้องฟ้าและธรรมชาติอันสวยงามพูดได้คำเดียวคุ้มมากกกกกกกก พิกัด: Shiretoko Pass   6. น้ำตกโอชินโคชิน ชมใบไม้เปลี่ยนสี ฮอกไกโด ต้องไปที่น้ำตกที่มีชื่อในฮอกไกโด ต้องมีชื่อนี้แน่นอน Oshinkoshin Falls เพราะเป็นน้ำตกที่ติด 1 ใน 100 น้ำตกที่ดีที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งน้ำตกนี้จะตั้งอยู่ติดถนนใช่แล้วฟังไม่ผิดตั้งอยู่ติดถนนสายหลักที่มาจากซาอะริไปยังเมืองอูโทโร่ ทำให้น้ำตก Oshinkoshin Falls มีความสะดวกสบายในการเดินทางมาเที่ยวชมธรรมชาติแล้วยิ่งในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี น้ำตก Oshinkoshin Falls จะเปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล  โดยในช่วงฤดูร้อนนั้นที่นี่จะชุ่มฉ่ำเเละเต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ น้ำตกสูงสวยงามเเละกระเเสน้ำไหลตกลงกระทบกับลานหินเบื้องล่าง แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะเป็นสีส้มสลับเหลืองแน่นอนว่าสวยงามไม่แพ้กันเลยทีเดียว   พิกัด: Oshinkoshin Falls   7. ทะเลสาบทั้งห้าของชิเรโทโกะ ร์ฮอกไกโด จะมีทะเลสาบขนาดเล็กจำนวน 5 แห่ง ที่ชื่อว่า Shiretoko Five Lakes โดยจะตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน โดยเกิดจากภูเขาไฟอิโอะระเบิดทำให้เกิดน้ำพุขึ้นมากจากดินสถานที่แห่งนี้ชาวญี่ปุ่นยังเชื่ออีกว่าเปรียบเสมือนนิ้วทั้ง 5 ของพระผู้เป็นเจ้า วิวโดยรอบของทะเลสาบทั้งห้าชิเรโทโกะจะมีภูเขาโอบล้อมเอาไว้ และมีต้นไม้และผืนหญ้าที่มีความสวยงามอย่างมากโดยจุดที่น่าสนใจมากที่สุดก็เห็นจะเป็นในส่วนของสะพานไม้ยกระดับที่มีความยาวกว่า 800 เมตร ที่จะพาทุกคนชมวิวธรรมชาติอันสวยงาม ทั้งทะเลสาบ ภูเขาที่ล้อมรอบอยู่ เเละทะเลโอค็อตสค์นับเป็นว่าจุดที่น่าสนใจในการชมฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ฮอกไกโดอีกที่หนึ่งเลย  พิกัด: Shiretoko Five Lakes   ใครกำลังวางแพลนไปทัวร์ฮอกไกโด ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีอย่าลืมตามไปเช็คอินให้ครบทุกที่ด้วยนะ รับรองว่าไม่มีทางผิดหวังแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม
9 พิกัดเก็บจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น โอซาก้า
9 พิกัดเก็บจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น โอซาก้า

13 ก.ย. 62

สำหรับเราๆ การไปเที่ยวโอซาก้าและได้ไปดูใบไม้เปลี่ยนสีคือเป้าหมายของเรา ส่วนตัวเป็นคนชอบเที่ยวประเทศญี่ปุ่นเพราะบรรยากาศ ความเป็นอยู่ และวัฒนธรรมของเขาที่มันดูมีความญี่ปุ๊นญี่ปุ่น ที่ไม่สามารถหาที่ไหนได้ ส่วนสถานที่ๆ ไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่โอซาก้าจะมีที่ไหนน่าเที่ยวบ้างไปดูกันเลยครับ จองทัวร์ญี่ปุ่น ชมใบไม้เปลี่ยนสี กับ ทัวร์ครับ   1. สวนมิโน ถ้าพูดถึงการไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่โอซาก้าก็คงไม่พ้นสวนมิโนที่เรียกได้ว่าเป็นสวนอันดับหนึ่งของโอซาก้าก็ว่าได้ ระหว่างทางก็มีธรรมชาติอันสวยงามให้ชมตลอด เส้นทางจะลัดเลาะไปตามเทือกเขาระหว่างสองข้างทางจะมีการเปลี่ยนสีของใบไม้ ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ใน MV เพลงเลยก็ว่าได้ แน่นอนว่าเป็นถึงสวนอันดับหนึ่งของโอซาก้าแล้วไม่ได้มีแค่นี้แน่นอน ที่นี่ยังมีน้ำตกที่ทางเดินเต็มไปด้วยต้นไม้และยังมีการปีนเขาเหมาะสำหรับสายแอดเวนเจอร์สุดๆ บรรยาศใบไม้สีแดงกับน้ำตกคงเป็นบรรยากาศทีน่าจดจำและอยากกลับมาอีกสักครั้ง  ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะอยู่ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน – ต้นเดือนธันวาคม 2. สวนสาธารณะรอบปราสาทโอซาก้า  แผนที่ : Osaka Castle ขึ้นชื่อว่าปราสาทความสวยงามคงไม่ต้องพูดกันเยอะ แล้วยิ่งเป็นปราสาทกับใบไม้เปลี่ยนสีแบบนี้คงสุดยอดแน่ๆ เพราะปราสาทโอซาก้าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ เมื่อมาโอซาก้าถ้าไม่มาที่นี่ถือว่าพลาด นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะชอบมาในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีเพราะมันจะทำให้รู้สึกเวลาใบไม้กำลังเปลี่ยนสีแล้วมองเข้ากับปราสาทหลังเก่ามันคงสวยและมีมนต์เสน่ห์ สำหรับใครที่ชื่นชอบการเดินทางที่สะดวกสบาย ไม่ชอบเดินหลงทางเข้านู่นออกนี่ล่ะก็เราแนะนำให้จองเพคเกจทัวร์จะดีกว่า แต่ต้องเลือกดีๆ กันหน่อยเพราะคงไม่อยากมีใครไปทัวร์ชะโงกหรอกจริงมั้ย? สำหรับเราที่เราใช้บริการประจำจะเป็นของทัวร์ครับ ขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยากแค่เข้าเว็บไซต์ของเขาก็เลือกสถานที่ที่อยากไปได้แล้ว ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะอยู่ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน – ต้นเดือนธันวาคม  3. ถนนมิโดสุจิ แผนที่ : Midosuji ต่อกันที่ถนนมิโดสุจิ ถนนที่มีความยาว 4 กิโลเมตร เป็นถนนที่เชื่อมเขตคิตะทางเหนือและเขตมินามิทางใต้เข้าด้วยกัน สองข้างทางจะมีต้นแปะก๊วยเรียงยาวแล้วเมื่อมาถึงฤดูเปลี่ยนสีของใบไม้จะทำให้ใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองยาวเลยทีเดียว เมื่อได้ขับรถผ่านเส้นทางนี้คงฟินน่าดูเพราะตลอดเส้นทางจะมีต้นแปะก๊วยตลอดเส้นทางแล้วยิ่งตอนใบไม้ร่วงที่พื้นจะเต็มไปด้วยใบไม้สีเหลืองเปรียบเสมือนถนนสีเหลืองเลยก็ว่าได้ แถมยังมีงานประติมากรรมของศิลปินชื่อดังหลากหลายท่าน จำนวนรวม 27 ชิ้น จัดวางไว้ตามจุดต่างๆเพื่อเพิ่มความงามให้กับถนนสายนี้ จนถนนแห่งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของเมืองโอซาก้า  ช่วงที่ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีจะอยู่ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน – ต้นเดือนธันวาคม 4. สวนโฮชิดะ ที่สวนโฮชิดะมีทางเดินอุโมงค์ต้นไม้ให้เดินชมลำธารและผาหินเทียมความสูง 16.5 เมตร แถมยังมีการเดินป่าหรือจะปีนเขาก็ได้เหมาะแก่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการออกกำลังกายและยังมีสะพานแขวน โฮชิโนะบลังโก ที่มีความหมายแสนโรแมนติว่าเป็นชิงช้าแห่งดวงดาวแค่ความหมายก็ชวนพาคู่รักไปเที่ยวแล้วสิ และยังสามารถชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีได้แบบ 360 องศา เมื่อมองออกไปแล้วเห็นใบไม้เปลี่ยนพร้อมกับสะพานแขวนมันคงคุ้มค่าแน่นอน  ช่วงที่ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีจะอยู่ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน – ต้นเดือนธันวาคม   5. น้ำตกมิโนะ  แผนที่ : Minoo Waterfall น้ำตกมิโนะนั้นจะตั้งอยู่บนอุทยานแห่งชาติมิโนะ ทางทิศเหนือของเมืองโอซาก้า หลายคนมาชมใบไม้เปลี่ยนสีพร้อมกับสะพานสีแดงชื่อดังของโอซาก้า ที่ตั้งอยู่หน้าน้ำตกที่มีความสูง 33 เมตร บรรยากาศเทือกเขาและมีใบไม้หลากสีจำนวนมาก ทำให้เหมือนเราหลุดไปให้หนังเลยล่ะ เมื่อมายังจุดที่สะพานสีแดง น้ำตกมิโนะยังมีจุดให้บริการขนมตามฤดูกาลอย่าง โมมิจิ เทมปุระ ตามร้านค้าโดยรอบ  ช่วงที่ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีจะอยู่ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน – ต้นเดือนธันวาคม 6. สวนอนุสรณ์บัมปาคุ สวนอนุสรณ์บัมปาคุเป็นสวนที่ใช้สำหรับจัดงานมหกรรมโลก World Expo เมื่อครั้งที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพในปี ค.ศ. 1970 ซึ่งจะมี 2 โซนหลัก คือ โซนน้ำตกโมมิจิแล้วยิ่งในช่วงฤดูเปลี่ยนสีของใบไม้แล้วนั้นจะทำให้เห็นใบไม้สีแดงพร้อมกับน้ำตกเป็นความงามทึ่ควรค่ามากๆ และอีกโซนคือสวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ สวนในรูปแบบญี่ปุ่นค่อนข้างมีเอกลักษณ์ทำให้ใน ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน – ปลายเดือนพฤศจิกายน มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมเยอะเป็นพิเศษ 7. วัดเรียวอันจิ (Ryuan-ji temple) แผนที่ : Ryuan-ji temple วัดเรียวอันจิจะตั้งอยู่บริเวณเทือกเขามิโนะทางทิศเหนือของโอซาก้า วัดมีความเงียบสงบแค่นึกภาพก็รู้เลยว่าคงจะทำให้รู้เหมือนเรามาพักผ่อน เสพความเงียบ ความสงบที่วัดเรียวอันจิแถมยังได้ชมธรรมชาติอันสวยงาม แล้วยิ่งในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีแล้วนั้นจะทำให้วัดเรียวอันจิมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีกเพราะใบไม้ที่เปลี่ยนเป็นสี ส้ม เหลือง แดง ผสมกันด้านรอบข้างวัดเรียวอันจิทำให้ตัดกับบรรยากาศเงียบสงบของวัดเรียวอันจิให้ดูมีมนต์ขลังมากขึ้น ช่วงที่ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีจะอยู่ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน – ต้นเดือนธันวาคม 8. วัดไดอิโทคุจิ แผนที่ : Daitokuji Temple วัดไดอิโทคุจิอยู่บนเขาอุชิทาคิ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของโอซาก้าติดกับจังหวัดวากายามะ เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในการชมใบไม้เปลี่ยนสี มีเจดีย์ทะโฮโต (Tahoto) ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติที่มีความสวยตามสไตล์ญี่ปุ่นแล้วยิ่งเป็นช่วงฤดูเปลี่ยนสีของใบไม้แล้วนั้นจะทำให้เจดีย์ทะโฮโตกับใบไม้สีแดงสดใสนั้นกลมกลืนเข้ากันได้อย่างลงตัว เราก็ไม่พลาดที่จะถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกเช่นเดิม ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะมีเทศกาลโมมิจิ จะมีร้านค้าขายสินค้าจากเทศกาลดันจิริ และขนมญี่ปุ่นบวกกับบรรยากาศเย็นสบายเดินกลางธรรมชาติบอกเลยว่าฟินมาก  ช่วงที่ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีจะอยู่ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน – ปลายเดือนธันวาคม 9. สวนเซ็ตสึเคียว ใครที่ไม่ชอบเดินทางไกลแต่ชื่นชอบธรรมชาติแนะนำเลย สวนเซ็ตสึเคียวถึงจะเดินทางไม่ไกลแต่ธรรมชาตินั้นมีความอุดมสมบูรณ์ไม่ต่างจากสถานที่ไกลๆ เลย ที่นี่เป็นที่นิยมของชาวโอซาก้าเลยก็ว่าได้ สวนเซ็ตสึเคียวนั้นมีทางเดินให้เลือกถึง 5 เส้นทางแต่ละเส้นก็จะแบ่งไปตามฤดูกาล แต่เส้นทางที่นิยมไปดูใบไม้เปลี่ยนสีคือเส้นทางชูฟุกุ ชิเซ็นริน (Chufuku Shizenrin Course) เป็นเส้นทางลัดเลาะไปตามเทือกเข้าสองข้างทางเต็มไปด้วยใบไม้สีแดงและเหลือง และในเส้นทางนี้ยังมีน้ำตกพร้อมกับธรรมชาติอันสวยงามอีกด้วย และยังมีอีกเส้นทางคือ เคโคคุ (Keikoku Course) เป็นเส้นทางเลียบลำธารใสและก้อนหินรูปร่างแปลกตา  ช่วงที่ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีจะอยู่ในช่วงปลายเดือนตุลาคม – ปลายเดือนพฤศจิกายน เป็นไงกันบ้างครับ? กับ 9 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่โอซาก้าที่เราเลือกมาให้แค่เห็นภาพก็อยากไปจริงแล้วใช่มั้ยล่ะ แน่นอนว่าโอซาก้า ไม่เคยทำให้เราผิดหวัง จะไปกี่ครั้งก็ประทับใจทุกครั้งที่ได้เดินทางไปเที่ยว อยากไปเที่ยวโอซาก้าอีก ก็กดจองทัวร์โอซาก้า กับ ทัวร์ครับ ที่นี่ เลย     

อ่านเพิ่มเติม