
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่ตั้อยู่ในเขตโดโมเดโดโว โดยอยู่ห่างไป 42 กิโลเมตรทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงมอสโคว์ ที่นี่เป็นหนึ่งในสี่ท่าอากาศยานหลักของกรุงมอสโคว์ รวมถึงเป็นหนึ่งในท่าอากาศยานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศรัสเซีย

เป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่ตั้อยู่ในเขตโดโมเดโดโว โดยอยู่ห่างไป 42 กิโลเมตรทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงมอสโคว์ ที่นี่เป็นหนึ่งในสี่ท่าอากาศยานหลักของกรุงมอสโคว์ รวมถึงเป็นหนึ่งในท่าอากาศยานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศรัสเซีย
เป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการเมืองมูร์มันสค์ เมืองท่องเที่ยวที่สำคัญทางตะวันตกเฉียงเหนือสุดของประเทศรัสเซีย ท่าอากาศยานนี้ตั้งอยู่ใกล้เมือง Murmashi ในชานเมืองทางใต้ของเมืองมูร์มันสค์

เป็นเมืองท่าเรือและศูนย์กลางของการบริหารแคว้นปกครองตนเองรัสเซียตั้งอยู่ในส่วนตะวันตกเฉียงเหนือสุดของรัสเซียตรงบริเวณอ่าวโคล่า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากชายแดนของรัสเซียกับนอร์เวย์และฟินแลนด์ แม้ประชากรลดลงอย่างรวดเร็ว มูร์มันสค์ยังคงเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางเหนือของอาร์กติก นอกจากนี้ มูร์มันสค์ยัเป็นเมืองล่าแสงเหนือที่เราสามารถเข้าถึงได้ง่ายที่สุดด้วย

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอเรือรุ่นเลนิน ซึ่งเป็นเรือทําลายน้ำแข็งพลังนิวเคลียร์รุ่นแรก ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ได้ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม โดยเรือนี้จอดเทียบท่าอยู่ที่เมืองมูร์มันสค์
.jpg)
เป็นอนุสาวรีย์รูปปั้นทหารขนาดใหญ่ที่อยู่ทางตอนเหนือของเมืองมูร์มันสค์ ตัวอนุสาวรีย์ตั้งตระหง่าน สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล ที่นี่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงทหารโซเวียตที่สู่รบในสมรภูมิอาร์คติกช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งรูปปั้นอนุสาวรีย์แห่งนี้มีความสูงถึง 7 เมตร เรียกได้ว่าเป็นรูปปั้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองของรัสเซีย

ความสนุกของการขี่สโนว์โมบิล คือความเร็ว ความคล่องตัว อารมณ์เดียวการขับเจ็ทสกี แต่ที่ดีกว่าคือการขับเล่นกันบนหิมะ ผ่านป่าน้ำแข็งและทุ่งกว้าง หรือจะขับขี่บนทะเลสาบที่เป็นกลายเป็นน้ำแข็งก็แล้วแต่สภาพแวดล้อมในแต่ละที่ สโนว์โมบิลจะมีที่จับเหมือนมอเตอร์ไซค์ แล้วจะมีที่จับโผล่มาสำหรับให้นิ้วโป้งเรากด เพื่อใช้เวลาเร่งความเร็ว ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ที่น่าลองมากทีเดียว
.jpg)
ภาพของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของ "แสงเหนือ" หรือ "แสงออโรร่า" (Aurora Borealis) เป็นแสงสีเขียวที่พาดผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน ท่ามกลางท้องฟ้าที่ใสดุจคริสตัล มองเห็นดาวนับล้านดวง สวยงามตระการตา เสมือนจิตรกรรมบนฟากฟ้า ทำให้กลายเป็นเป้าหมายของนักเดินทางจากทั่วสารทิศ ที่อยากไปเห็นภาพแบบนี้ด้วยตาด้วยเองสักครั้ง แต่การจะได้เห็นภาพแบบนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก เพราะต้องพึ่งพิงปัจจัยรอบด้าน เพราะฉะนั้นจึงต้องศึกษาข้อมูลให้ชัดเจน ก่อนที่จะได้มีโอกาสไปเห็นภาพแสงเหนือด้วยตาตัวเอง

เป็นหมู่บ้านของชาวพื้นเมืองซามิ ท่าสามารถสัมผัสถึงวิถีชีวิต ศิลปะวัฒนธรรม ประเพณี และการแต่งกายของชาวพื้นเมืองซามิที่ตอาศัยอยู่ตั้งแต่บรรพบุรุษในแถบตอนเหนือของคาบสมุทรโคลาและคาบสมุทรสแกนดินเวีย

ท่านจะได้ชมความน่ารักของสุนัขพันธุ์ฮัสกี้ สุนัขที่มีความฉลาดและความแข็งแรงโดยอาศัยอยู่ในเขตหนาว ซึ่งชาวแลปป์ได้เลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้เพื่อใช้ในการลากเลื่อนบนน้ำแข็งหรือหิม่ะ
สุนัขฮัสกี้ลากเลื่อน (Husky Sledding) เป็นสุนัขที่ได้รับการฝึกพิเศษให้มีหน้าที่ลากเลื่อน (ยานพาหนะที่ไม่มีล้อ) วิ่งไปบนน้ำแข็งหรือหิมะ สุนัขที่นิยมใช้ลากเลื่อนคือ "พันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้"
.jpg)
รถเลื่อนที่ใช้กวางเรนเดียร์ในการเคลื่อนรถ สัมผัสกับความน่ารักของกวางเรนเดียร์ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่ โดยตัวผู้มีขนาดใหญ่ขนาดโตเต็มที่มีน้ำหนักกว่า 300 กิโลกรัม และสูงประมาณ 214 เซนติเมตร ขนตามลำตัวยามปกติจะมีสีน้ำตาล แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว ขนจะเปลี่ยนไปเป็นสีอ่อนขึ้น หรือสีขาว
.jpg)
ภาพของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของ "แสงเหนือ" หรือ "แสงออโรร่า" (Aurora Borealis) เป็นแสงสีเขียวที่พาดผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน ท่ามกลางท้องฟ้าที่ใสดุจคริสตัล มองเห็นดาวนับล้านดวง สวยงามตระการตา เสมือนจิตรกรรมบนฟากฟ้า ทำให้กลายเป็นเป้าหมายของนักเดินทางจากทั่วสารทิศ ที่อยากไปเห็นภาพแบบนี้ด้วยตาด้วยเองสักครั้ง แต่การจะได้เห็นภาพแบบนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก เพราะต้องพึ่งพิงปัจจัยรอบด้าน เพราะฉะนั้นจึงต้องศึกษาข้อมูลให้ชัดเจน ก่อนที่จะได้มีโอกาสไปเห็นภาพแสงเหนือด้วยตาตัวเอง
เป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการเมืองมูร์มันสค์ เมืองท่องเที่ยวที่สำคัญทางตะวันตกเฉียงเหนือสุดของประเทศรัสเซีย ท่าอากาศยานนี้ตั้งอยู่ใกล้เมือง Murmashi ในชานเมืองทางใต้ของเมืองมูร์มันสค์

เป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่ให้บริการนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก หนึ่งในเมือท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศรัสเซีย ท่าอากาศยานนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางปฏิบัติการสำหรับสายการบินแอโรฟลอต

เมือง Tsarskoye Selo หรือเมืองพุชกิ้น (Pushkin) เป็นเมืองที่ประทับในฤดูร้อนของราชวงศ์ที่สำคัญเมืองหนึ่ง และมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในวันที่ 2 เมษายน ค.ศ.1917 พระเจ้านิโคลัสที่ 2 พร้อมสมาชิกในราชวงศ์ถูกควบคุมตัวจากกลุ่มของคณะปฏิวัติ ซึ่งกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าสุดท้ายในเมืองพุชกิ้นและราชวงศ์โรมานอฟที่ยาวนานกว่า 200 ปี โดยในปัจจุบัน พุชกิ้นเป็นเมืองย่อยที่อยู่ในเขตการปกครองของนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

เดิมเป็นพระราชวังที่พระเจ้าปีเตอร์มหาราชที่ทรงสร้างไว้สำหรับพระนางแคทเธอรีนที่ 1 เพื่อใช้พักผ่อนในฤดูร้อน และได้ตกแต่งใหม่หลายครั้ง การตกแต่งพระราชวังใหม่ในแต่ละครั้งจึงเปรียบเสมือนการแสดงอำนาจและบารมีของผู้เป็นเจ้าของในแต่ละยุค ซึ่งจากการตกแต่งที่ผสมผสานหลายครั้งจึงเกิดรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “รัสเซี่ยนบาโรค” ที่หรูหรา อ่อนช้อย และงดงามดังเช่นในปัจจุบัน

สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับของ Grand Duke Nikoley โอรสของพระเจ้านิโคลัสที่ 1 ปัจจุบันเป็นสถานที่จัดแสดงศิลปะพื้นเมืองที่มีกว่า 100 ชนชาติของรัสเซีย โดยมีความพิเศษคือระหว่างพักการแสดง จะเสิร์ฟวอดก้าและเรดคาร์เวียร์อาหารขึ้นชื่อของรัสเซียให้ผู้เข้าชมรับประทาน

ป้อมนี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช เป็นสิ่งแรกที่สร้างในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กโดยมีความสูง 122.5 เมตร ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดของเมือง จุดประสงค์ในการสร้างเพื่อป้องกันการรุกรานจากศัตรู ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใช้ฝังหลุมพระศพของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช และพระบรมศานุวงศ์แห่งราชวงศ์โรมานอฟ และส่วนหนึ่งยังใช้เป็นโรงงานผลิตเหรียญกษาปณ์ของรัฐบาลอีกด้วย

มหาวิหารนี้สร้างขึ้นในปี 1712 โดยมีโดมทองเป็นเอกลักษณ์ ในอดีตมหาวิวิหารเซนต์ไอแซคเป็นเพียงโบสถ์ไม้ธรรมดา ซึ่งต่อมาได้รับการปรับปรุงเป็นโบสถ์หิน และถูกสร้างใหม่อย่างงดงามในสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1 ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 40 ปี ปัจจุบันที่นี่ได้รับการยกย่องให้เป็นมหาวิหารทรงโดมที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ที่งดงามที่สุดในโลก

เป็นพระราชวังที่ประกอบด้วยห้องต่างๆ กว่า 1,050 ห้อง สถานที่แห่งนี้เคยใช้เป็นที่รับรองการเสด็จเยือนรัสเซียของรัชกาลที่ 5 ของไทย ในการเจริญสัมพันธไมตรีไทย / รัสเซีย พร้อมทั้งทรงร่วมฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ของรัสเซียอีกด้วย

เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะและวัฒนธรรมในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย ได้ชื่อว่าเป็น พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 1764 โดยพระราชโอการจากจักรพรรดินีแคทเธอรีนมหาราช ปัจจุบันภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงงานศิลปะต่างๆ มากกว่าล้านรายการในแต่ละส่วนของพื้นที่

โบสถ์นี้ถูกสร้างเพื่อเป็นเกียรติแด่พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2 ผู้ประกาศเลิกทาส แต่ถูกปลงพระชนม์ โดยส่งหญิงชาวนาผู้หนึ่งติดระเบิดพลีชีพวิ่งเข้ามาขณะพระองค์เสด็จผ่าน ต่อมาบริเวณถนนที่เกิดเหตุนั้นถูกสร้างโบสถ์ครอบไว้ กลายเป็นโบสถ์หยดเลือดมาจนถึงทุกวันนี้ ปี พ.ศ. 2534 จึงเปลี่ยนชื่อกลับเป็นเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

เป็นย่านถนนเก่าแก่ที่เกิดขึ้นในปี 1710 ในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช โดยมีความยาว 4.5 กิโลเมตร เริ่มต้นที่หน้าพระราชวังฤดูหนาวและสิ้นสุดที่สถานีรถไฟมอสโก จุดเด่นอยู่ที่สถาปัตยกรรมสมัยศตวรรษที่ 18-20 ที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง ปัจจุบันเป็นถนนสายหลักของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งเป็นทั้งย่านการค้า ย่านที่อยู่อาศัย ที่ตั้งของพระราชวัง โรงละคร โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกมากมาย

ซับซานเพิ่งเริ่มออกให้บริการครั้งแรกเมื่อปลายปี 2009 เริ่มจากเส้นทางระหว่างมอสโกกับเซ็นต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ระยะทางประมาณ 800 กิโลเมตร รถไฟซับซานในแต่ละขบวนจะมี 10 ตู้ แต่ละขบวนสามารถให้บริการผู้โดยสารได้สูงสุด 604 คน

สถานีรถไฟใต้ดินกรุงมอสโคว ได้รับการยกย่องจากทั่วโลกว่าเป็นสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่สวยที่สุดในโลก ซึ่งในแต่ละสถานีจะมีการตกแต่งที่แตกต่างกัน ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สถานีรถไฟใต้ดินได้กลายเป็นหลุมหลบภัยที่ดีที่สุดเพราะมีโครงสร้างที่แข็งแรง ในปัจจุบันรถไฟใต้ดินที่กรุงมอสโคว์มีถึง 11 สาย 156 สถานี ด้วยความยาวทั้งหมด 260 ก.ม.

วิหารนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1839 ในสมัยพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 1 เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะและแสดงกตัญญุตาแด่พระเป็นเจ้าที่ทรงช่วยปกป้องรัสเซียให้รอดพ้นจากสงครามนโปเลียน ปัจจุบันวิหารนี้ใช้ในการประกอบพิธีกรรมสำคัญระดับชาติของรัสเซีย

เป็นถนนเส้นเก่าแก่เส้นหนึ่งของกรุงมอสโคว์ ถนนนี้ปรากฏมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ในประวัติเมืองมอสโคว์ บันทึกว่าเคยเกิดเพลิงไหม้ครั้งหนึ่งเมื่อปี 1493 ในสมัยศตวรรษที่ 16 ในรัชสมัยกษัตริย์อีวานจอมโหด ถนนสายนี้เป็นที่อยู่อาศัยของตำรวจลับ ถนนอารบัตเป็นที่ย่านพักของเกิดมีชนชั้นใหม่ นั่นก็คือ ฃสมาชิกระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์ กระทั่งปี 1985 ถนนอารบัตได้กลายเป็นถนนคนเดิน และเป็นถนนที่ใครๆ ก็รู้จักและคึกคักที่สุด เพราะเป็นแหล่งชุมนุมศิลปิน จิตรกร ร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟ ศูนย์วัฒนธรรม โรงละคร และอื่นๆ

ล่องเรือแม่น้ำมอสคาว่า ชมทัศนียภาพงดงามและชมสถาปัตยกรรมต่างๆ ในแบบสตาลินบนสองฝั่งแม่น้ำมอสโคว์หรือแม่น้ามอสคาว่า แม่น้ำสายหลักของกรุงมอสโคว์

เป็นเมืองหลวงของประเทศรัสเซีย เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเงิน การศึกษา และ การเดินทางของประเทศ โดยตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำมัสกวา ซึ่งในตัวเมืองมีประชากรอยู่อาศัยกว่า 1 ใน 10 ของประเทศ ทำให้เป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในยุโรป[ต้องการอ้างอิง] และเมื่อสมัยครั้งที่สหภาพโซเวียตยังไม่ล่มสลาย กรุงมอสโกก็ยังเป็นเมืองหลวงของสหภาพโซเวียตอีกด้วย

เป็นวิหารของศาสนจักรออร์โธดอกซ์รัสเซีย ตั้งอยู่ที่จัตุรัสแดง กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย สร้างขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะเหนือพวกมองโกล ผลจากชัยชนะครั้งนี้ทำให้รัสเซียสามารถรวมชาติได้เป็นปึกแผ่น จึงสร้างมหาวิหารแห่งนี้ขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1555

ห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงมอสโก มีสินค้าอย่างหลากหลายชนิด ห้างสรรพสินค้ากุม หรืออีกสถานที่หนึ่งที่มีสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ของเมืองนี้มีความสวยงามและโดดเด่นมากลักษณะชองตัวอาคารเป็นอาคารสูง 3 ชั้น มีร้านค้าเปิดให้ บริการมากมายสำหรับให้ผู้ที่เดินทางหรือผู้ที่ชอบการช้อปปิ้งถึง 200 ร้านค้าด้วยกัน

ตั้งอยู่ที่กรุงมอสโค ประเทศรัสเซีย สร้างอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำมอสควา ภายในมีพระราชวัง หอคอย และป้อมปราการ ซึ่งในอดีต เป็นที่ประทับของพระเจ้าซาร์กษัตริย์แห่งราชวงศ์รัสเซีย

เป็นโบสถ์คริสต์ออร์โธดอกของรัสเซียที่สร้างอุทิศให้กับ Dormition of the Theotokos ที่นี่ถือได้ว่าเป็นโบสถ์แม่ของ Muscovite Russia ตามคำสั่งของมอสโกแกรนด์ดุ๊กที่ชื่อว่าพระเจ้าอีวานที่ 3 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลีชื่อ Aristotele Fioravanti นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ฝังศพของมอสโคว์เมโทรโพลิแทนและปรมาจารย์ของโบสถ์ออร์โธดอกซ์รัสเซียหลายๆ คน

ระฆังพระเจ้าซาร์ได้ชื่อว่าเป็นระฆังที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีน้ำหนักมากกว่า 200 ตัน ซาร์อเลกซิสทรงรับสั่งให้สร้างแล้วแขวนบนหอคอย แต่เมื่อปี1701 ไฟไหม้หอคอย ระฆังจึงตกแตกเป็นเสี่ยงๆ ดังนั้นกษัตรีซารีนา อานนา ทรงรับสั่งให้นำเศษซากระฆังที่แตกให้มาหล่อใหม่เป็นครั้งที่สองในปี 1737 เกิดความผิดพลาดขณะหล่อ เทน้ำเย็นบนระฆังร้อน ทำให้เกิดเศษระฆังแตกหนักขนาด 11 ตัน
เป็นปืนใหญ่ที่หล่อขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 โดยพระเจ้าอีวานได้ให้ Andrey Shchokov ซึ่งมีอาชีพเป็นช่างหล่อที่เก่งที่สุดในยุคนั้น ทำการออกแบบอาวุธชนิดนี้ โดยให้ออกแบบปืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ที่นี่อยู่ในบริเวณพระราชวังเครมลิน พิพิธภัณฑ์นี้เป็นสถานที่เก็บสมบัติลํ้าค่ากว่า 4,000 ชิ้น เช่น อาวุธต่างๆ เครื่องป้องกันตัว หมวก เสื้อเกราะที่ใช้รบในสมรภูมิ เครื่อง เงิน ทอง เพชรพลอยเครื่องทรงของกษัติย์พระเจ้าซาร์และซารีน่าซึ่งหาดูได้ยากยิ่ง

ละครสัตว์รัสเซียมีชื่อเสียงมากตั้งแต่สมัยก่อน ละครสัตว์ได้รับความสนใจจากผู้ชมมากมาย ด้วยเพราะความมหัศจรรย์ของนักแสดงและ ความสามารถของผู้กำกับ ทำให้คณะละครสัตว์ของรัสเซียได้รับการตอบรับที่ดีเสมอ

เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศรัสเซีย ในตลาดมีสินค้าพื้นเมืองนานาชนิด ในราคาที่ถูกที่สุด อาทิเช่น นาฬิการัสเซีย, ตุ๊กตาแม่ลูกดกหรือมาโตรชกา (Matryoshka), ผ้าคลุมไหล่, อำพัน, ของที่ระลึกต่างๆ และอื่นๆอีกมากมาย

พิพิธภัณฑ์อวกาศมอสโคว์ (Museum of Cosmonautics) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจอีกเเห่ง เพราะมันจะเเสดงให้คุณเห็นถึงความยิ่งใหญ่ของรัสเซียในช่วงปี ค.ศ.1960 ที่เป็นยุคที่มนุษยชาติกำลังสนใจในเรื่องของท้องฟ้า เเละเกิดสงครามเย็นที่ทำให้พวกเขาเเละอเมริกันต้องขับเคี่ยวกันอย่างหนักเพื่อพิชิตอวกาศให้ได้ เเละรัสเซียก็นับว่ามีความโดดเด่นเเละสำเร็จในหลายๆ เรื่องเลยก็ว่าได้ ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดนั้นถูกจัดเเสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์เเห่งนี้ที่ใครมาเที่ยวชมเเล้วจะต้องประทับใจอย่างเเน่นอน

มีอีกชื่อเรียกว่าเนินเขานกกระจอก เป็นบริเวณที่มองเห็นทัศนียภาพของนครมอสโคว์ที่อยู่เบื้องล่างได้โดยทั้งหมด ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมอสโคว์ และเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดในมอสโคว์เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นพิเศษในการชมบรรยากาศของมอสโคว์

เป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่ตั้อยู่ในเขตโดโมเดโดโว โดยอยู่ห่างไป 42 กิโลเมตรทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงมอสโคว์ ที่นี่เป็นหนึ่งในสี่ท่าอากาศยานหลักของกรุงมอสโคว์ รวมถึงเป็นหนึ่งในท่าอากาศยานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศรัสเซีย

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย