
เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย

เป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการเมืองหนานหนิง เมืองหลวงของเขตปกครองตนเองกวางสี ประเทศจีน ตั้งอยู่ห่างไป 32 กม. ทางตะวันตกเฉียงใต้ของใจกลางเมืองหนานหนิง ท่าอากาศยานแห่งนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสาร 16 ล้านคนต่อปี
.jpg)
เมืองฉงจั่ว ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เป็นเมืองชายแดนที่สำคัญเชื่อมต่อจีนกับเวียดนาม มีพื้นที่ 17,345 ตารางกิโลเมตร ทิศตะวันออกติดนครหนานหนิง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของกว่างซี พรมแดนด้านตะวันตกและด้านใต้ติดประเทศเวียดนามยาว 533 กิโลเมตร

เป็นน้ำตกชายแดนที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก (รองจากน้ำตกแองการ่า) น้ำตกเต๋อเทียนมีความความกว้าง 120 เมตร สูงประมาณ 70 เมตร ที่อยู่ในจีนมี 3 ชั้น มีขนาดใหญ่กว่าฝั่งเวียดนามที่เป็นลักษณะน้ำตกชั้นเดียว ท่านจะได้ชมความอลังการ ใหญ่โตของน้ำตกแห่งนี้ แม้จะอยู่ห่างออกไป ก็ยังห้องได้ยินเสียงกึกก้องของน้ำอย่างชัดเจน

ถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ 4A ตั้งอยู่มณฑลต้าซิน ซึ่งเป็นถ้ำหินงอกหินย้อนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ทางอุทยานแห่งนี้ได้มีการปรับอุณหภูมิให้คงที่ทำให้ภายในถ้ำมีอุณหภูมิที่ติดลบ จึงเกิดมีเกล็ดน้ำแข็งมาเกาะตามหินงอกหินย้อย และกำแพงถ้ำจึงเป็นที่มาของถ้ำน้ำแข็งหลงกงแห่งนี้
.jpg)
เมืองฉงจั่ว ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เป็นเมืองชายแดนที่สำคัญเชื่อมต่อจีนกับเวียดนาม มีพื้นที่ 17,345 ตารางกิโลเมตร ทิศตะวันออกติดนครหนานหนิง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของกว่างซี พรมแดนด้านตะวันตกและด้านใต้ติดประเทศเวียดนามยาว 533 กิโลเมตร

ตั้งอยู่ในถนนไทผิง เขตเจียงโจว เมืองฉงจั่ว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี ชมวิวกลางคืนของเมืองโบราณมีเสน่ห์เป็นพิเศษ ด้วยแสงไฟที่สว่างไสวและสีสันต่างๆ ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการถ่ายรูปและเช็คอิน พร้อมชมการแสดงพื้นบ้านมีการแสดงพื้นบ้านต่างๆ ในตอนเย็น เช่น การแสดงแฟชั่นของนักแสดงหัวซาน และการแสดงพื้นบ้านของกลุ่มชาติพันธุ์จ้วงบนหอคอย

เป็นเมืองเอกเมืองหนึ่งของเขตปกครองตนเองชนชาติจ้วงกว่างซี ตัวเมืองล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศจีน มีพื้นที่ประมาณ 240,000 ตารางกิโลเมตร ทางทิศใต้ติดกับมณฑลยูนนาน ทางเหนือติดกับมณฑลกุ้ยโจว ทางตะวันออกเฉียงเหนือติดกับมณฑลหูหนาน ทางตะวันออกเฉียงใต้ ติดกับมณฑลกวางตุ้ง ทางใต้ติดกับอ่าวตังเกี๋ย และทางตะวันตกเฉียงใต้ติดกับประเทศเวียดนาม
.jpg)
ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ (Lavenders) บานสะพรั่งเหมือนพรมสีม่วงในฤดูร้อนที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมากมาย มาเที่ยวชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอย่างเต็มอิ่ม สามารถชมความงามและสัมผัสกลิ่นหอมเย็นของดอกลาเวนเดอร์ในทุ่งสีม่วง ซึ่งโดยปกติทุ่งดอกลาเวนเดอร์จะเริ่มบานในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมของทุกปี (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)
%20(1).jpg)
ชมเมืองโบราณชิงหยวน สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิหงอู่แห่งราชวงศ์หมิง ราวปีค.ศ.1373 จวบจนปัจจุบันมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 651 ปี ที่นี่ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 4 เมืองโบราณที่มีชื่อเสียงที่สุดของมณฑลกุ้ยโจว ร่วมกับเมืองโบราณเจิ้นหยวนเมืองโบราณปิ่งอัน และเมืองโบราณหลงหลี่

หมู่บ้านชนเผ่าแม้ว (Xijiang miao village) นับว่าเป็นชนเผ่าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากที่สุดของจีนก็ว่าได้ โดยชนเผ่าเหมียวจะอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของจีน โดยส่วนใหญ่หรือกว่าร้อยละ 90 จะอาศัยอยู่ในเมืองกุ้ยโจว ซึ่งถือได้ว่าชนเผ่าเหมียวเป็นชนเผ่าที่มีขนาดใหญ่และประชากรมากที่สุดในบรรดาชนเผ่าพื้นเมืองต่างๆ ในประเทศจีน โดยมีประมาณ 9 ล้านคน โดยส่วนใหญ่ของชาวเหมียว หรือ 5 ล้านคนอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเหมียว Kaili Xijiang Miao Village
.jpg)
เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของมณฑลกวางสี ประเทศจีน เป็นที่รู้จักกันในนาม "เมืองสีเขียว" เนื่องจากเป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ของต้นไม้เขตร้อนอันเขียวชอุ่ม ในเมืองนี้มีมีสวนสาธารณะหลายแห่งที่มีภูมิทัศน์เขตร้อนเขียวขจีเป็นหนึ่งในเมืองที่ "เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" ที่สุดเมืองหนึ่งในประเทศจีน

เป็นภูเขาที่ตั้งอยู่บนฝั่งของแม่น้ำหยงเจียง อยู่ห่างจากตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองหนานหนิงไปประมาณ 9 กิโลเมตร จุดสูงสุดมีความสูง 189 เมตรจากระดับน้ำทะเล ล้อมรอบด้วยต้นไม้หนา หินสูงชัน และสระน้ำเทียม 2 สระ เป็นจุดชมวิวในพื้นที่นี้มานับร้อยปี และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งในกวางสี
.png)
ที่แกะจากไม้จันทน์หอม ด้านหน้าศาลมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองหนานหนิงทั้งเมืองได้
.png)

ถนนสามสายและเขตประวัติศาสตร์วัฒนธรรมสองซอย มีที่มาจากถนนสายเก่าสามสาย ได้แก่ ถนนซิงหนิง ถนนหมินเซิง และถนนเจี่ยฟ่าง และถนนโบราณสองตรอกของถนนจินซีและถนนหยินซีจากราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง รวมกันเป็น “ถนนสามสายและสองตรอก” ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ซ่ง หนึ่งในย่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในมณฑลกว่างสี และมีกลุ่มอาคารที่อยู่อาศัยจากราชวงศ์ชิงที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ในเขตเมืองหนาน หนิง นอกจากนี้ ยังมีถนนคนเดินช้อปปิ้งที่ทันสมัยอีกด้วย


เป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการเมืองหนานหนิง เมืองหลวงของเขตปกครองตนเองกวางสี ประเทศจีน ตั้งอยู่ห่างไป 32 กม. ทางตะวันตกเฉียงใต้ของใจกลางเมืองหนานหนิง ท่าอากาศยานแห่งนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสาร 16 ล้านคนต่อปี

เป็นท่าอากาศยานที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ซึ่งในตอนแรกเปิดใช้แค่เที่ยวบินภายในประเทศ ในตอนนี้เป็นเสมือนท่าอากาศยานหลักประจำกรุงเทพฯ และยังเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีผู้เดินทางคับคั่งที่สุดในประเทศอีกด้วย