.png)
เที่ยวจอร์เจียเดือนไหนดี 2026 หรือ พ.ศ. 2569? ทัวร์ครับสรุปอากาศ 4 ฤดู เทียบหิมะ ใบไม้เปลี่ยนสี งบ และ 15 ที่เที่ยวจอร์เจียให้วางแผนง่ายขึ้น!
เที่ยวจอร์เจียเดือนไหนดี 2026 หรือ พ.ศ. 2569? ทัวร์ครับสรุปอากาศ 4 ฤดู เทียบหิมะ ใบไม้เปลี่ยนสี งบ และ 15 ที่เที่ยวจอร์เจียให้วางแผนง่ายขึ้น!
จอร์เจีย (Georgia) คือประเทศเล็กๆ บนแนวเทือกเขาคอเคซัสที่กำลังฮอตแบบไม่พัก! หลายคนชอบเรียกว่าฟีลยุโรปในงบเอื้อมถึง เพราะมีทั้งเมืองเก่าสวยๆ โบสถ์โบราณ วิวภูเขาหิมะ ไวน์ระดับตำนาน และอากาศที่เปลี่ยนคาแรกเตอร์ชัดมากในแต่ละฤดู
ใครกำลังคิดว่าเที่ยวจอร์เจียเดือนไหนดี จอร์เจียมีหิมะเดือนไหน ใบไม้เปลี่ยนสีช่วงไหน หรือไปช่วงไหนคุ้มสุด ทัวร์ครับ (Tourkrub) ขออาสาเป็นเพื่อนซี้ช่วยสรุปให้แบบอ่านจบปุ๊บเลือกเดือนเดินทางได้ง่ายขึ้น พร้อมแจก 15 ที่เที่ยวจอร์เจียที่เข้ากับทุกฤดูแบบจุกๆ เตรียมเซฟเก็บไว้แล้วแพ็กกระเป๋าตามมาเลย!
จองแพ็กเกจกับเราได้เลย 👉 รวมแพ็กเกจทัวร์จอร์เจีย สุดคุ้มจาก Tourkrub
หลายคนอาจจะยังงงๆ ว่าจอร์เจียอยู่ยุโรปหรือเอเชียกันแน่? คำตอบคือจอร์เจียตั้งอยู่ตรงรอยต่อระหว่างยุโรปตะวันออกกับเอเชียตะวันตก ทำให้บรรยากาศของประเทศนี้มีทั้งความยุโรปแบบเมืองหินเก่า ความอบอุ่นแบบเอเชีย และวิวธรรมชาติอลังการงานสร้างแบบภูเขาคอเคซัส
เสน่ห์ของจอร์เจียคือการเที่ยวที่ครบรสมากในทริปเดียว เช้าเดินเล่นเมืองเก่าชิลๆ บ่ายออกไปดูโบสถ์บนเนินเขา เย็นจิบไวน์ท้องถิ่น ฟีลดี๊ดี และถ้าไปถูกฤดูก็จะได้โบนัสเป็นใบไม้เปลี่ยนสีหรือหิมะขาวๆ แบบสวยตาแตก ใครสายถ่ายรูป สายโรดทริป สายลุยหิมะ หรือสายชิลเอาต์มีมุมที่ใช่แน่นอน
จอร์เจียเป็นประเทศที่อากาศต่างกันชัดตามพื้นที่ เมืองหลวงและเมืองเก่าจะอุ่นกว่าโซนภูเขา ส่วนเส้นทางขึ้นเขาอย่างกูดาอูรีและคาซเบกีจะหนาวเร็วกว่าและมีโอกาสเจอหิมะมากกว่า เพราะฉะนั้นคำถามว่าเที่ยวจอร์เจียเดือนไหนดีจึงไม่มีคำตอบเดียวที่เหมาะกับทุกคน แต่เลือกตามสไตล์ทริปจะเป๊ะที่สุด
🌸 ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค. - พ.ค.) อากาศเย็นสบายกำลังดี (8°C - 22°C) เมืองเริ่มสดใส ดอกไม้เริ่มบาน ท้องฟ้าเปิดมากขึ้น เหมาะกับสายชิลๆ ที่อยากเดินเมืองเก่าแบบไม่หนาวเกินไปและไม่ร้อนเกินไป
☀️ ฤดูร้อน (มิ.ย. - ส.ค.) อากาศกลางวันค่อนข้างร้อนในเมือง (20°C - 32°C) แต่โซนภูเขาจะเย็นสบายกว่า ช่วงนี้เหมาะกับสายโรดทริป สายธรรมชาติ และใครที่อยากเห็นทุ่งหญ้าเขียวๆ วิวภูเขาชัดๆ แบบสดชื่นเต็มตา
🍁 ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย. - พ.ย.) อากาศเย็นลงกำลังฟิน (10°C - 24°C) เป็นช่วงยอดฮิตของคนไทย เพราะมีทั้งใบไม้เปลี่ยนสี เมืองเก่าโทนอบอุ่น และฤดูเก็บเกี่ยวองุ่น ใครสายคอนเทนต์หรือสายไวน์บอกเลยว่าช่วงนี้ทำถึงสุดๆ
❄️ ฤดูหนาว (ธ.ค. - ก.พ.) อากาศหนาวจัดโดยเฉพาะโซนภูเขา (-5°C - 8°C) ไฮไลต์คือหิมะ ลานสกี และวิวภูเขาขาวโพลน เหมาะกับสายลุยหิมะที่อยากสัมผัสหน้าหนาวแบบสะใจ แต่ต้องเตรียมเสื้อผ้าให้พร้อมและเผื่อเวลาเดินทางบนเขาไว้ด้วยนะ
ถ้าอยากได้อากาศสบาย เดินเที่ยวเมืองง่าย ถ่ายรูปสวยแบบไม่ต้องลุ้นหิมะหนัก ฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงคือช่วงที่บาลานซ์สุดๆ โดยเฉพาะเดือนเมษายน พฤษภาคม กันยายน และตุลาคมที่อากาศกำลังดี ราคายังพอจับต้องได้ถ้ารีบจองล่วงหน้า
ถ้าอยากเห็นใบไม้เปลี่ยนสีให้เล็งช่วงปลายกันยายนถึงตุลาคม จะได้โทนเหลือง ส้ม แดง ถ่ายรูปกับเมืองเก่าและภูเขาแล้วปังมาก ส่วนใครอยากเล่นหิมะหรือถ่ายรูปฟีลขาวๆ ให้เลือกธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ แต่ต้องยอมรับว่าบางเส้นทางอาจเจอหิมะหนักจนเดินทางช้ากว่าปกติ
เรื่องงบก็มีผลไม่น้อย ช่วงพีคอย่างใบไม้เปลี่ยนสีและปีใหม่ราคามักขยับไวมาก ใครวางแผนตั้งแต่กันยายนจะได้เปรียบ เพราะเลือกวันเดินทางได้เยอะกว่า ที่พักดีๆ ยังไม่เต็ม และมีโอกาสเจอแพ็กเกจโปรโมชันแบบคุ้มๆ มากกว่า
กรุงเทพไปจอร์เจียกี่ชั่วโมง? โดยทั่วไปใช้เวลารวมประมาณ 10-14 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับสายการบินและเวลาต่อเครื่อง ส่วนใหญ่จะต่อเครื่องผ่านเมืองใหญ่ในตะวันออกกลางหรือเอเชียกลางก่อนเข้าสู่จอร์เจีย
บินลงเมืองหลวงแล้วเที่ยววนง่ายที่สุด เส้นทางยอดนิยมคือเริ่มจากเมืองหลวง แล้วค่อยออกไปมรดกโลก เมืองน้ำแร่ และโซนภูเขาแบบไล่เส้นทาง ทำให้ไม่ต้องย้อนรถไปมาจนน่าเหนื่อย
เที่ยวกับรถบัสนำเที่ยวสบายกว่าเช่ารถเอง ถนนบางช่วงขึ้นเขา มีโค้งเยอะ และหน้าหนาวอาจเจอหิมะหรือถนนลื่น ใครไม่ชินเส้นทางต่างประเทศให้เลือกทัวร์ที่มีคนขับและไกด์ดูแลจะชิลกว่าเยอะ
เตรียมเสื้อผ้าตามฤดูแบบเลเยอร์ จอร์เจียอุณหภูมิแกว่งได้มาก โดยเฉพาะวันที่ออกจากเมืองไปโซนภูเขา แนะนำให้ใส่เป็นชั้นๆ ถอดง่าย ใส่เพิ่มง่าย จะเที่ยวได้สบายกว่า
.png)
เมืองเก่าทบิลิซีคือพิกัดเริ่มต้นที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักจอร์เจียแบบเต็มๆ มีทั้งบ้านระเบียงไม้สีพาสเทล ถนนหิน คาเฟ่เก๋ๆ และมุมถ่ายรูปฟีลยุโรปที่เดินเพลินมาก ฤดูใบไม้ร่วงยิ่งสวยเพราะทั้งเมืองจะได้โทนอุ่นๆ ถ่ายรูปมุมไหนก็ดูแพง
.png)
แลนด์มาร์กบนเนินเขาที่มองเห็นเมืองทบิลิซีได้แบบวิวหลักล้าน! ไฮไลต์คือขึ้นไปช่วงเย็นแล้วรอดูแสงทองตกกระทบหลังคาเมืองเก่า สวยจนลืมหายใจ ใครสายถ่ายรูปควรเผื่อเวลาไว้เยอะๆ เพราะมุมนี้กดชัตเตอร์เพลินมาก
.png)
สะพานกระจกดีไซน์ล้ำที่ตัดกับเมืองเก่าได้แบบจึ้งมาก กลางวันถ่ายรูปได้ฟีลโมเดิร์น ส่วนช่วงค่ำไฟจะสว่างระยิบระยับเหมาะกับสายคอนเทนต์สุดๆ ที่สำคัญอยู่ใกล้หลายจุดเที่ยวในทบิลิซี เดินต่อกันได้ชิลๆ
.png)
หนึ่งในโบสถ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจอร์เจีย โดดเด่นด้วยโดมสีทองและลานกว้างอลังการงานสร้าง บรรยากาศสงบมากแต่ถ่ายรูปออกมาสง่าสุดๆ ใครอยากเข้าใจวัฒนธรรมคริสต์ออร์โธดอกซ์ของจอร์เจียต้องมาเช็กอินที่นี่เลย
.png)
พิกัดสุดอลังที่ให้ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปในฉากหนังแฟนตาซี เสาหินขนาดยักษ์แกะสลักเรื่องราวประวัติศาสตร์และศาสนาอย่างละเอียดมาก มุมมองจากด้านบนเห็นเมืองและทะเลสาบกว้างๆ เหมาะกับสายคอนเทนต์ที่อยากได้รูปแรร์ๆ แบบไม่ซ้ำใคร
.png)
อารามเก่าแก่บนเนินเขาที่มองเห็นจุดบรรจบของแม่น้ำสองสายแบบสวยตาแตก ที่นี่เป็นหนึ่งในภาพจำของเมืองมรดกโลกและให้ไวบ์สงบมาก ฤดูใบไม้ผลิกับใบไม้ร่วงคือช่วงที่วิวรอบๆ ดูละมุนเป็นพิเศษ
.png)
วิหารสำคัญระดับตำนานของจอร์เจียที่ทั้งสวย ขลัง และเต็มไปด้วยเรื่องเล่าทางศาสนา ตัวอาคารหินขนาดใหญ่ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่แต่ยังเดินชมง่าย รอบๆ มีร้านขายของฝากและคาเฟ่ให้เดินเล่นต่อได้แบบฟินๆ
.png)
ป้อมริมอ่างเก็บน้ำที่วิวดีแบบตะโกน ทั้งกำแพงหิน โบสถ์เก่า และฉากหลังเป็นน้ำสีฟ้ากว้างๆ ทำให้ที่นี่เป็นจุดแวะยอดฮิตระหว่างทางขึ้นเขา ฤดูร้อนน้ำจะสีสด ส่วนฤดูหนาวได้ฟีลเท่ๆ เย็นๆ ไปอีกแบบ
.png)
จุดชมวิวบนเส้นทางภูเขาที่ใครไปจอร์เจียครั้งแรกมักต้องหยุดถ่ายรูป! ฉากหลังเป็นหุบเขากว้างๆ สลับชั้นภูเขาแบบอลังการสุดๆ ถ้าไปหน้าหนาวจะได้วิวหิมะขาวโพลน ส่วนหน้าร้อนจะได้ทุ่งเขียวสดฉ่ำๆ
.png)
นี่คือภาพโปสการ์ดของจอร์เจียที่แท้ทรู โบสถ์เล็กบนเนินเขาพร้อมฉากหลังเป็นยอดเขาสูงตระหง่าน สวยจนต้องร้องกรี๊ดทุกฤดู แต่ถ้าเจอวันที่ฟ้าเปิดจะเป็นโมเมนต์ที่คุ้มค่าการเดินทางสุดๆ
.png)
ใครถามว่าจอร์เจียมีหิมะเดือนไหน จุดนี้คือคำตอบที่หลายคนรอ! กูดาอูรีเป็นเมืองสกีสุดฮิตที่เหมาะกับทั้งคนอยากเล่นสกีและคนอยากถ่ายรูปกับหิมะนุ่มๆ ฤดูหนาวคือพีคแบบสะใจ แต่ต้องจองไวเพราะห้องพักดีๆ เต็มเร็วมาก
.png)
พิกัดธรรมชาติสำหรับสายลุยเบาๆ ที่อยากเติมความสดชื่นให้ทริปภูเขา เส้นทางเดินไม่ยาวเกินไปแต่ได้ฟีลผจญภัยกำลังดี หน้าร้อนและต้นใบไม้ร่วงจะเดินง่ายกว่า ส่วนหน้าหนาวต้องเช็กสภาพเส้นทางให้ดีนะ
.png)
เมืองบอร์โจมีขึ้นชื่อเรื่องน้ำแร่ และสวนกลางเมืองแห่งนี้คือจุดพักทริปที่ชิลมาก เดินเล่นท่ามกลางต้นไม้ จิบน้ำแร่ต้นตำรับ และสูดอากาศสดๆ ได้เต็มปอด ฤดูใบไม้ร่วงโทนสีในสวนจะสวยมากจนอยากหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรัวๆ
.png)
ปราสาทสุดอลังที่รวมหลายวัฒนธรรมไว้ในพื้นที่เดียว ทั้งกำแพงหิน หอคอย โดม และสวนสวยๆ เดินถ่ายรูปได้หลายมุมมาก ใครชอบโลเคชันที่ดูแฟนตาซีนิดๆ ประวัติศาสตร์หน่อยๆ ต้องใส่ไว้ในลิสต์เลย
.png)
เมืองถ้ำโบราณที่เจาะเข้าไปในหน้าผาเป็นชั้นๆ เห็นแล้วต้องอึ้งกับความทำถึงของคนสมัยก่อน ที่นี่เหมาะกับสายประวัติศาสตร์และสายแรร์ที่อยากเห็นจอร์เจียอีกมุมหนึ่ง แนะนำไปช่วงอากาศไม่ร้อนจัดจะเดินชมได้สบายกว่า
อ่านมาถึงตรงนี้น่าจะเห็นแล้วว่าเที่ยวจอร์เจียเดือนไหนดีขึ้นอยู่กับสไตล์ของคุณสุดๆ อยากเดินเมืองสบายไปใบไม้ผลิ อยากได้รูปโทนอุ่นไปใบไม้ร่วง อยากฟินหิมะไปหน้าหนาว หรืออยากโรดทริปภูเขาเขียวๆ ไปหน้าร้อน ทุกช่วงมีเสน่ห์ของตัวเองแบบครบจบ
แต่ถ้าใครอ่านรีวิวแล้วรู้สึกว่าวางแพลนเดินทางข้ามเมืองมันเหนื่อย หรือต้องลุ้นสภาพถนนขึ้นเขาหน้าหนาวแล้วแอบปวดหัว...
ให้ทัวร์ครับ (Tourkrub) เป็นตัวช่วยดูแลทริปของคุณดีกว่า!
เรามีแพ็กเกจทัวร์จอร์เจียแบบบินดี กินหรู อยู่สบาย มีไกด์ดูแลครบ รถบัสส่งถึงหน้าสถานที่เที่ยวทุกจุด จองวันนี้มีโปรโมชันผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน ด้วยนะ เที่ยวก่อน ผ่อนทีหลัง สบายกระเป๋าสุดๆ
🇬🇪 ดูแพ็กเกจทัวร์จอร์เจีย อัปเดต 2026 จากทัวร์ครับ คลิกเลย 👉 https://tourkrub.co/georgia-tour
คุณชอบบทความนี้
อยากบอกต่อให้เพื่อนรู้ง่ายๆ แค่แชร์ให้เพื่อนเลย
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
![ทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว [ Crescent Lake ]](https://tourkrub.co/cdn-cgi/image/format=auto,fit=cover,width=338,height=190,quality=75/https://cdn.tourkrub.co/blog/100/cover/shutterstock_1863735985.jpg)