15 เมืองหลวงยุโรป น่าเที่ยวของแต่ละประเทศ

15 เมืองหลวงยุโรป น่าเที่ยวของแต่ละประเทศ

ยุโรปมีหลายประเทศ แต่ครั้งนี้เรารวม เมืองหลวงน่าเที่ยวในยุโรปมาให้ เลือกมาให้แบบสวยๆ รับรองว่าไปเที่ยวแล้ว ไม่มีผิดหวังสวยทุกเมือง
30478
View
0
Share

ยุโรป  พิกัดดินแดนในฝันของเหล่านักท่องเที่ยวทั่วโลก  ที่สักครั้งในชีวิตของให้ได้ออกไปพิชิตให้สมใจอยาก  ว่าแต่ว่าทวีปยุโรปเองมีตั้ง 50 ประเทศ แค่เที่ยวเมืองหลวงของแต่ละประเทศให้ครบก็น่าจะเข้าขั้นหมดตัวได้  ว่าแล้วมาดูกันดีกว่าว่าจะล็อคเป้าพิกัดประเทศไหนในยุโรปกันดี กับ  “15 เมืองหลวงน่าเที่ยวของแต่ละประเทศ”  แล้วจะได้มาเลือกกันถูกว่าตามแต่จริตเราควรไปที่ไหนกันดี  ไปกันเลย

เที่ยวยุโรป ทั้งทีบินก็ไกล  เวลาก็น้อย แต่เราต้องอย่าให้เรื่องเวลามาเป็นอุปสรรคในการเที่ยวของเรา  เพียงแค่ประหยัดระยะเวลาการเดินทาง การต่อคิวเข้าแถวขึ้นรถลงเรือ ด้วยการไปเที่ยวยุโรปกับทัวร์ที่ดูแลเราอย่างมืออาชีพและมีครบจบพร้อมสรรพในที่เดียว  กับ หาทัวร์ครบจบที่ทัวร์ครับ  เพียงเท่านี้ก็มีเวลาเหลือเผื่อการเที่ยวชิลล์อีกเพียบเลย

จองทัวร์เที่ยวยุโรป  กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub)

https://tourkrub.co/europe-tour 

 

15 เมืองหลวงยุโรปน่าเที่ยว

 

1.กรุงปารีส  ประเทศฝรั่งเศส (Paris, France)

มหานครอันเป็นที่สุดของความโรแมนติก  จุดหมายปลายทางในฝันของคู่นักนักเดินทาง  และศิลปินจากทั่วทุกมุมโลก กับกรุงปารีส  เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส  พิกัดแหล่งรวมศิลปะชิ้นสำคัญของโลก  สิ่งปลูกสร้างและสถาปัตยกรรมระดับโลก  ไปจนถึงถนนที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในโลก  ริมแม่น้ำแซนอันแสนโรแมนติก กับเมืองหลวงอันเป็นที่สุดของมหานครระดับโลก  จึงต้องขอบอกว่าควรต้องได้มาเยือนกรุงปารีสสักครั้งในชีวิตเป็นอย่างน้อย


 

2.กรุงลอนดอน  สหราชอาณาจักร (London, United Kingdom)

พิกัดของเมืองหลวงที่ชิค  และคลาสสิคที่สุดของยุโรป กับมหานครอันทรงเสน่ห์ทั้งทางด้านศิลปวัฒนธรรม  สถาปัตยกรรม และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ที่กรุงลอนดอน  สหราชอาณาจักร  เมืองผู้ดีที่ลงตัวด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลาย  ผู้คนที่เป็นกันเอง และสถาปัตยกรรมที่งดงามอย่างลงตัว  ทั้งอาคารบ้านเรือนเก่าแก่สุดอลังการฉบับอังกฤษแท้ ๆ สุดตระการตาที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับวิถีชีวิตของผู้คนที่ทันสมัยโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสมัยที่สะดุดตา  ริมแม่น้ำเทสม์ที่ให้บรรยากาศสุดคลาสสิค ที่คงต้องบอกว่าถ้าไม่ได้มากรุงลอนดอนสักครั้ง ต้องของบอกว่าพลาดมาก ๆ พูดเลย


 

3.กรุงโรม  ประเทศอิตาลี (Rome, Italy)

กรุงโรม  เมืองหลวงของประเทศประเทศอิตาลี  เมืองเก่าแก่อันเคยเป็นทั้งศูนย์กลางอารยธรรม  ศิลปวัฒนธรรมอำนาจและการปกครอง ไปจนถึงศูนย์การศาสนาของอาณาจักรโรมันอันเก่าแก่ที่ยังคงความรุ่งเรืองอย่างยาวนานกว่า 3,000 ปีในอดีต  ที่เป็นเครื่องการันตีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และมนต์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมและบรรยากาศคลาสสิคของกรุงโรม กับนิยามของเมืองหลวงของประเทศอิตาลีแห่งนี้ที่ว่า  “เมืองอมตะ หรือนครที่ไม่มีวันตาย” มาต้องมนต์เสน่ห์ของศิลปะและสถาปัตยกรรมโบราณเก่าแก่สุดอลังการที่น่าหลงใหล และสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ทีเป็นมิตรและเป็นกันเองของชาวอิตาลี  พร้อมลิ้มชิมรสชาติพาสต้าสูตรต้นฉบับแท้ ๆ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมเมืองแห่งนี้จึงได้ชื่อว่านครที่ไม่มีวันตาย

 

4.กรุงวาติกัน  นครรัฐวาติกัน (State of the Vatican City)

นครรัฐวาติกัน  อันโด่งดังของประเทศเล็ก ๆ ที่มีพื้นที่เพียง 250 ไร่  กับนครเล็ก ๆ ท่ามกลางเมืองใหญ่อย่างกรุงโรม ที่แยกตนเองออกเป็นเอกเทศไม่ขึ้นตรงกับใคร  นครรัฐวาติกันเป็นแหล่งศูนย์รวมศรัทธาของศาสนาคริสต์ กับพิกัดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เล็ก ๆ ที่ทรงคุณค่าทัท้งทางศาสนา  และประวัติศาสตร์ วัฒนะธรรม ที่ได้รวบรวมเอาไว้ซึ่งผลงานทางสถาปัตยกรรมวิจิตรประณีตงดงาม ศิลปกรรมและ วิทยาการที่ล้ำนำสมัย  และโดดเด่นอลังการตระการตาเป็นที่สุด ที่ต้องเรียกว่าเป็นพิกัดเล็ก ๆ ที่ถึงจะเล็กแต่ก็เล็กพริกขี้หนู เพราะคุณภาพคับแก้วมาก ๆ 


 

5.กรุงปราก  สาธารณรัฐเช็ก (Prague, Czech)

กรุงปราก  สาธารณรัฐเช็ก  เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐเช็ก  กับเมืองที่ขึ้นชื่อได้ว่าสะอาดที่สุดในโลก และยังเป็นอีกหนึ่งเมืองมรดกโลกที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานนับ 1,000 ปี  โดยเฉพาะเรื่องความงดงามทางด้านสถาปัตยกรรมเก่าแก่สุดคลาสสิคตระการตา และบรรยากาศสุดชิลล์ยามค่ำคืนริมแม่น้ำแสนโรแมมติกของย่านเมืองเก่า  ที่ต้องบอกว่าคนมาเป็นคู่ต้องประทับใจไม่มีวันลืมแน่ ๆ


 

6.กรุงอัมสเตอร์ดัม  ประเทศเนเธอร์แลนด์ (Amsterdam, Netherlands)

กรุงอัมสเตอร์ดัม  ประเทศเนเธอร์แลนด์  เมืองแห่งสายน้ำริมฝั่งแม่น้ำอัมสเติล (Amstel)  ที่รายล้อมไปด้วยคลองกว่า 100 สาย จนได้รับการยกให้เป็น  “เวนิสแห่งตอนเหนือของยุโรป” นอกเหนือกับความชิลล์สุด ๆ กับบรรยากาศของเมืองหลวงแห่งสายน้ำแห่งนี้แล้ว  เมืองแห่งนี้ยังรายล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมเฉพาะตัวอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองที่น่ารัก สดใส และลงตัวสุด ๆ นอกจากนี้กรุงอัมสเตอร์ดัมยังเป็นมืองศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญทวีปยุโรปในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 อีกด้วย

 

 

7.กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี (Budapest, Hungary)

กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี  เมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ซึ่งเป็นเครื่องรับประกันความงดงามของเมืองหลวงแห่งนี้  กับพิกัดของเมืองหลวงสวย ๆ ในบรรยากาศสุดคลาสสิค และโรแมนติกด้วยทำเลที่ตั้งริมแม่น้ำดานูบ แม่น้ำที่มีความยาวเป็นอันดับที่ 2 ของทวีปยุโรป  และสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอโคโลเนียลสุดอลังการ จนได้รับการขนานน้ำว่าเป็น “ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ”

 

 

8.กรุงเวียนนา  ประเทศออสเตรีย (Vienna, Austria)

กรุงเวียนนา  เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย  อีกหนึ่งพิกัดแห่งดินแดนแสนโรแมนติกของทวีปยุโรป  กับบรรยากาศของเมืองเล็กแสนโรแมนติก ที่เคยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่สะอาดที่สุด  และมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในโลกในปี ค.ศ. 2014 อีกด้วย ทั้งสวยงามและน่าอยู่แบบนี้  ก็ไม่แปลกใจที่ใคร ๆ ที่แวะเวียนมาที่กรุงเวียนนา จะหลงรักเมืองและปักหยุดให้กรุงเวียนนาเป็น Honeymoon Destination ในดวงใจของหลาย ๆ คน  ด้วยทัศนียภาพของธรรมชาติ อันรายล้อมไปด้วยแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญที่ทรงเสน่ห์ และสถาปัตยกรรมแบบยุโรปแท้ ๆ ที่สวยงสมอลังการ จึงทำให้กรุงเวียนนากลายเป็นที่หนึ่งในดวงใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก

 

 

9.กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย (Moscow, Russia)

กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย อีกหนึ่งเมืองเก่าแก่ของทวีปยุโรปที่คงไม่มีใครไม่รู้จัก  กับเมืองสวย ๆ อันทรงเสน่ห์ด้วยวัฒนธรรมสุดน่ารักในแบบฉบับของต้นเอง  และสถาปัตยกรรมที่เป็นรูปแบบเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ที่ทำให้สักครั้งควรต้องได้มาเยี่ยมเยือน  โดยเฉพาะนักเที่ยวชาวไทยที่สามารถเดินทางเข้ารัสเซียได้โดยไม่ต้องทำวีซ่าอีกด้วย (สะดวกสุด ๆ)  และที่สำคัญคือการเดินทางท่องเที่ยวในกรุงมอสโคว์นั้นสะดวกสบาย ด้วยเป็นเมืองหลวงที่มีระบบขนส่งมวลชนคุณภาพดีที่สุดของโลกอีกด้วย  ใครกำลังมองหาเมืองหลวงบรรยากาศดี ๆ คูล ๆ สถาปัตยกรรมอลังการอยู่ละก็ ล็อคเป้ากันกรุงมอสโคว์ไว้ได้เลย เพราะแค่ความงดงามของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินก็สวยงามอลังการติดระดับโลกแล้วทีเดียว

 

 

10.กรุงเอเธนส์  ประเทศกรีซ (Athens, Greece)

กรุงเอเธนส์  เมืองหลวงของประเทศกรีซ  อีกหนึ่งเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของโลก  ที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนามมากกว่า 3,000 ปี  ดินแดนแห่งอารยธรรมอันเป็นจุดเริ่มต้น และจุดกำเนิดของอารยธรรมตะวันตก  ทั้งยังเป็นต้นกำเนิดของประชาธิปไตยอีกด้วย ที่นอกเหนือจากมนต์เสน่ห์ของคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนานแล้ว  ภูมิประเทศของกรุงเอเธนส์เองก็สวยงามโดเด่นไม่แพ้ชาติใดในยุโรป กับเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใครในโลก ที่แม้จะดูเรียบง่าย  แต่กลับมีชีวิตชีวา น่ารักสดใส และน่าประทับใจเป็นที่สุด ทั้งยังแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ทั้ง ภูเขา ท้องทะเลสวย ๆ และหมู่เกาะจำนวนมาก  กับความสวยงามของทัศนียภาพที่สมแล้วที่ได้รับการยกให้เป็นดินแดนของเทพเจ้าในตำนานกรีซโบราณ

 

 

11.กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน (Stockholm, Sweden)

กรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของประเทศสวีเดน  เมืองแห่งความหลากหลาย  ริมชายฝั่งทะเลทางทิศตะวันออกที่ห้อมล้อมด้วยลำคลองและแม่น้ำหลากหลายสาย  ลงตัวด้วยการผสมผสานระหว่างเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน กับเมืองสมัยใหม่ที่ทันสมัย  ในรูปแบบที่น่ารักเป็นกันเอง ไม่เหมือนใคร นับเป็นอีกหนึ่งเมืองหลวงน่ารักน่าเที่ยวของยุโรปเลยทีเดียว

 

 

12.กรุงออสโล  ประเทศนอร์เวย์ (Oslo, Norway)

กรุงออสโล  ประเทศนอร์เวย์  เมืองหลวงแห่งทะเลสาบ  ขุนเขา และความอุดมสมบูรณ์แห่งธรรมชาติ  กับเมืองหลวงแห่งกิจกรรมกลางแจ้ง และการเฉลิมฉลอง  ที่ต้องขอบอกว่ากรุงออสโลแห่งนี้มีงานเทศกาลแทบทุกเดือนตลอดทั้งปี  นักเที่ยวสายธรรมชาติที่หลงรักความสนุกสนานครื้นเครง นืคือพิกัดเมืองหลวงน่าเที่ยวสุด ๆ สำหรับคุณ  เพราะจะได้ทั้งดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงามอลังการ ไปพร้อม ๆ กับสีสัน ความน่ารัก และความอบอุ่นของชาวเมือง


 

13.กรุงเรคยาวิก  ประเทศไอซ์แลนด์ (Reykjavik, Ireland)

กรุงเรคยาวิก  เมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์  เมืองหลวงที่ขึ้นชื่อว่าอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมากที่สุด  พิกัดเมืองหลวงสุดฮิปที่เป็นพื้นที่รวบความมหัศจรรย์แห่งปรากฏการณ์ธรรมชาติ  ทั้งปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืน (Midnight Sun) และ ปรากฏการณ์แสงเหนือ (Aurora Light)  ซึ่งจัดเป็นอีกหนึ่งเมืองหลวงน่าเที่ยวโยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ ที่ต้องไม่พลาดความพิเศษสุด ๆ ของปรากฏการณ์สุดอลังการที่กรุงเรคยาวิกแห่งนี้


 

14.กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ (Warsaw, Poland)

กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์  เมืองหลวงของดินแดนใจกลางทะทวีปยุโรป  กับดินแดนอันสงบ เรียบง่าย และเป็นส่วนตัวของพื้นที่ราบริมแม่น้ำวิสทูลา  อันเป็นเมืองศูนย์กลางของอุตสาหกรรมหนัก และศูนย์กลางการศึกษาของทวีปยุโรป แต่แม้จะเป็ฯศูนย์กลางอุตสาหกรรมของทวีป  กรุงวอร์ซอ ก็ยังคงงดงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลฉบับยุโรปแท้ ๆ แบบดั้งเดิม และด้วยมนต์เสน่ห์แห่งความเก่าแก่คลาสสิคของตัวเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์ดูแลเป็ฯอย่างดี  ทำให้กรุงวอร์ซอเป็ฯอีกหนึ่งเมืองสวย ๆ ของยุโรปที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) อีกด้วย

 

 

15.กรุงเคียฟ  ประเทศยูเครน (Kiev, Ukraine)

หนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปของประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป  ซึ่งถูกขนานนามว่า “มารดาของเมืองทั้งปวง” กับ กรุงเคียฟ  เมืองหลวงของประเทศยูเครน  เมืองเก่าที่แวดล้อมไปด้วยมนต์เสน่ห์ของมีสถาปัตยกรรมโบราณที่สวยงามและน่าสนใจ   ในบรรยากาศแบบตะวันตกอันมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองที่น่าค้นหา ทั้งจากสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์  และบรรยากาศเมืองสุดคลาสสิคของพิกัดดินแดนอันแสนลึกล้ำที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมในรูปแบบผสมผสามของเมืองที่เคยเป็นส่วนหนึ่งสภาพโซเวียตที่ยิ่งใหญ่เมื่อครั้งอดีต

 

ครบกันไปแล้วกับทั้ง 15 พิกัดของยุโรปใน  “15 เมืองหลวงน่าเที่ยวของแต่ละประเทศ”  ซัมเมอร์ปีนี้บินไกลไปเที่ยวยุโรปก็เก๋ไม่หยอกจริงไหม?  ว่าแล้วบอกเลยว่าอดใจแทบไม่ไหว อยากไปสัมผัสบรรยากาศคูลๆ ท่ามกลางเมืองอันสวยงามติดอันดับโลกกันได้เลย จองทัวร์ยุโรป กับ ทัวร์ครับ >> https://tourkrub.co/europe-tour