
หนีความวุ่นวายไปเที่ยว ‘ฟุกุโอกะ’ กันดีกว่า! ใครกำลังหาแพลนเที่ยวญี่ปุ่นแบบชิลๆ เดินทางง่าย ของกินอร่อย ทัวร์ครับขอเสนอ 17 พิกัดที่เที่ยวฟุกุโอกะ 2026 กิน-เที่ยว-ชอป ครบ!
หากกำลังมองหาจุดหมายปลายทางในญี่ปุ่นที่เที่ยวสบาย ไม่วุ่นวายเท่าโตเกียวหรือโอซาก้า แต่มีความเจริญ ธรรมชาติ และอาหารที่โดดเด่นครบครัน ‘ฟุกุโอกะ (Fukuoka)’ คือคำตอบที่ใช่ที่สุด! เมืองท่าแห่งนี้เปรียบเสมือนประตูสู่ภูมิภาคคิวชู (Kyushu) ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทยเพิ่มขึ้นทุกปี และใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวฟุกุโอกะ 2026 ทัวร์ครับ (Tourkrub) ได้รวบรวมข้อมูลตั้งแต่การเตรียมตัว การเดินทาง สภาพอากาศ ไปจนถึงอัปเดต 17 ที่เที่ยวฮิตฉบับปี 2569 มาให้แล้ว เซฟบทความนี้เก็บไว้แล้วไปจัดทริปกันต่อได้เลย!
ไม่อยากปวดหัวเรื่องแพลนทริป? ให้ทัวร์ครับดูแลดีกว่า เที่ยวสบาย ผ่อน 0% ได้นาน 10 เดือน
👉 รวมแพ็กเกจทัวร์ฟุกุโอกะ คิวชู สุดคุ้ม คลิกเลย!
ฟุกุโอกะตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะคิวชู ที่มีความหลากหลายของภูมิประเทศทั้งติดทะเลทอดแนวยาวและมีภูเขาล้อมรอบ ทำให้เมืองนี้มีความอุดมสมบูรณ์และมีอาหารทะเลที่สดใหม่มาก ส่วนใครที่สงสัยว่าไปเที่ยวฟุกุโอกะช่วงไหนดี? อากาศที่ฟุกุโอกะเป็นยังไงบ้าง เราขอสรุป 4 ฤดูให้เห็นภาพชัดๆ ดังนี้
🌸 ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค. - พ.ค.) อากาศเย็นสบาย (10-20°C) เป็นช่วงเวลาทองในการชมดอกซากุระบานสะพรั่งตามสวนสาธารณะ ที่สำคัญซากุระที่นี่มักจะบานเร็วกว่าโตเกียวและโอซาก้าเล็กน้อย
☀️ ฤดูร้อน (มิ.ย. - ส.ค.) อากาศค่อนข้างร้อนชื้น (25-35°C) แต่เต็มไปด้วยสีสันของเทศกาลฤดูร้อน (Matsuri) เช่น เทศกาล Hakata Gion Yamakasa ที่ยิ่งใหญ่ และเป็นฤดูแห่งการชมดอกไม้ไฟ
🍂 ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย. - พ.ย.) อากาศกลับมาเย็นสบายและแห้ง (15-25°C) ไฮไลต์คือการชมใบไม้เปลี่ยนสีตามศาลเจ้าและภูเขารอบนอกเมือง ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงที่น่าเที่ยวที่สุด
❄️ ฤดูหนาว (ธ.ค. - ก.พ.) อากาศหนาวเย็น (5-10°C) หิมะตกประปรายในตัวเมือง ฤดูนี้ฟุกุโอกะจะประดับประดาด้วยไฟอิลลูมิเนชัน (Illumination) ทั่วทั้งเมือง โรแมนติกสุดๆ
บินตรงลงฟุกุโอกะ สนามบินฟุกุโอกะ (FUK) คือสนามบินที่เข้าเมืองง่ายที่สุดในญี่ปุ่น! จากอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ให้นั่ง Shuttle Bus ฟรีมาที่อาคารในประเทศ แล้วต่อรถไฟใต้ดิน (Fukuoka City Subway) เพียง 2 สถานี (ประมาณ 5 นาที) ก็ถึงสถานี Hakata ศูนย์กลางของเมืองแล้ว
การเดินทางหลัก สะดวกและครอบคลุมด้วยรถไฟใต้ดิน 3 สาย และรถบัส (Nishitetsu Bus) ที่วิ่งทั่วเมือง
เงินตรา & บัตรแทนเงินสด ใช้สกุลเงินเยน (JPY) แนะนำให้พกบัตร IC Card เช่น Suica, Pasmo หรือบัตรท้องถิ่นอย่าง Hayakaken / Nimoca เพื่อความสะดวกในการแตะจ่ายค่าเดินทางและซื้อของในร้านสะดวกซื้อ
อินเทอร์เน็ต & ปลั๊กไฟ เตรียม Pocket WiFi หรือซิมการ์ด (eSIM) ไปให้พร้อม ส่วนปลั๊กไฟญี่ปุ่นใช้แบบหัวแบน 2 ขา อย่าลืมพกอะแดปเตอร์ไปด้วย
.png)
หอคอยริมทะเลที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น (234 เมตร) รูปทรงคล้ายกระจกสามเหลี่ยมสุดล้ำที่สะท้อนแสงอาทิตย์และสีของท้องฟ้าได้สวยงาม บริเวณจุดชมวิวบนชั้น 5 สามารถมองเห็นเมืองฟุกุโอกะและอ่าวฮากาตะได้แบบ 360 องศา ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดของที่นี่คือการขึ้นไปรอชมวิวช่วงก่อนพระอาทิตย์ตก เพื่อรอดูแสงไฟยามค่ำคืนของเมือง นอกจากนี้บนหอคอยยังมีโซน Lover's Sanctuary ให้คู่รักมาคล้องกุญแจรูปหัวใจ และในตอนกลางคืนตัวหอคอยจะมีการเปิดไฟอิลลูมิเนชันเปลี่ยนลายไปตามเทศกาลอีกด้วย
ค่าเข้าชม: 800 เยน (นักท่องเที่ยวต่างชาติโชว์พาสปอร์ตลด 20%)
เวลาเปิด-ปิด : 09:30 - 22:00 น.
.png)
สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่ชาวฟุกุโอกะรักมากที่สุด ตรงกลางของสวนมีสระน้ำขนาดใหญ่ที่สามารถเช่าเรือเป็ดปั่นเล่นรับลมชิลๆ ได้ นอกจากนี้ภายในสวนยังมีคาเฟ่และร้านกาแฟบรรยากาศดีให้แวะนั่งพัก บริเวณติดกันคือซากปราสาทฟุกุโอกะ (Maizuru Park) ซึ่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ พื้นที่บริเวณนี้จะเปลี่ยนเป็นสีชมพูสะพรั่ง กลายเป็นจุดชมซากุระยอดฮิตที่ชาวเมืองนิยมมาปูเสื่อปิกนิกและสังสรรค์กันอย่างคึกคัก
ค่าเข้าชม: เข้าสวนฟรี (สวนญี่ปุ่นด้านในมีค่าเข้า 250 เยน)
เวลาเปิด-ปิด : เปิด 24 ชั่วโมง
.png)
ชายหาดเทียมที่ทอดยาวอยู่ด้านหน้า Fukuoka Tower โดดเด่นด้วยมาริซอน (Marizon) อาคารอิฐสีแดงสไตล์ยุโรปคลาสสิกที่ตั้งยื่นออกไปกลางน้ำ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานยอดฮิตของชาวญี่ปุ่น บริเวณนี้มีบรรยากาศผ่อนคลายสุดๆ เหมาะกับการมาเดินเล่นบนหาดทราย ถ่ายรูปชิคๆ รับลมทะเล หรือแวะนั่งชิลตามร้านอาหารและคาเฟ่ริมหาดในช่วงเย็นเพื่อชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน
ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : เปิด 24 ชั่วโมง
.png)
แลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่สาวกกันดั้มต้องพุ่งตัวมา! ไฮไลต์คือการมาถ่ายรูปคู่กับหุ่นกันดั้มยักษ์ ‘RX-93ff ν Gundam’ ขนาดเท่าของจริงที่สูงกว่า 24 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่หน้าห้าง โดยในแต่ละวันจะมีรอบโชว์ขยับแขนและศีรษะประกอบแสงสีเสียงด้วย นอกจากนี้ภายในห้างชั้น 4 ยังมีโซน Gundam Park ให้ชอปปิงกันพลา ลิมิเต็ดอิดิชัน และเล่นเกมอาร์เคดสุดล้ำ รวมถึงมีช็อปแบรนด์ดังให้เดินละลายทรัพย์อีกเพียบ
ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : 10:00 - 21:00 น.

ถนนชอปปิงใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในคิวชู ทอดยาวกว่า 600 เมตร เชื่อมต่อสถานีรถไฟใต้ดินและห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ในย่านเทนจินเข้าไว้ด้วยกัน โดดเด่นด้วยการตกแต่งด้วยอิฐ หินปูน และกระจกสีสไตล์ยุโรปคลาสสิกช่วงศตวรรษที่ 19 ที่นี่มีร้านค้ากว่า 150 ร้าน ทั้งเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องสำอาง และคาเฟ่ชิคๆ ข้อดีคือเดินชอปได้ยาวๆ แบบไม่ต้องกลัวแดดร้อนหรือฝนตกเลย
ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : ร้านค้าส่วนใหญ่เปิด 10:00 - 20:00 น. (ร้านอาหารเปิดถึง 21:00 น.)
พิกัด :
.png)
ชอปปิงคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาอย่างสร้างสรรค์ราวกับเมืองจำลอง มีคลองจำลองสีฟ้าตัดผ่านตรงกลาง และดีไซน์ตึกโค้งมนสีสันสดใสแปลกตา นอกจากจะเป็นสวรรค์ของนักชอปที่มีทั้งร้านเสื้อผ้าและช็อปแอนิเมชัน (เช่น จิบลิสโตร์) แล้ว ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือโซน ‘ราเมนสเตเดียม’ บนชั้น 5 ที่รวบรวมร้านราเมนดังจากทั่วญี่ปุ่นมาไว้ในที่เดียว และอย่าลืมรอดูโชว์น้ำพุเต้นระบำ (Canal Aqua Panorama) ที่มีให้ชมฟรีทุกวันด้วยนะ
ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : 10:00 - 21:00 น.
พิกัด :

สนามกีฬาในร่มสเกลยักษ์ที่เป็นเดสติเนชันหลักของศิลปิน K-Pop และศิลปินระดับโลกที่มาเปิดคอนเสิร์ตในฟุกุโอกะ ใครที่บินมาดูคอนเสิร์ตต้องแวะมาเช็กอินแน่นอน ติดกันคือตึก BOSS E・ZO ศูนย์รวมความบันเทิงล้ำสมัย ไฮไลต์คือ "teamLab Forest" สวนสนุกศิลปะดิจิทัลสุดตระการตา และสำหรับสายเอ็กซ์ตรีมต้องลองเครื่องเล่นบนดาดฟ้าตึก อย่างสไลเดอร์หลอดความเร็วสูง (Tube) ที่ไถลลงมาจากความสูง 40 เมตร!
ค่าเข้าชม: แตกต่างกันตามเครื่องเล่นและนิทรรศการ
เวลาเปิด-ปิด : วันธรรมดา 11:00 - 20:00 น. / วันหยุด 10:00 - 20:00 น.
.png)
.png)
ศาลเจ้าชินโตที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่เทพแห่งการเรียนรู้ (ท่านสุกะวะระ มิชิซะเนะ) ทำให้ในแต่ละปีมีนักเรียนนักศึกษาและนักท่องเที่ยวมาต่อคิวลูบหัวรูปปั้นวัวทองเหลืองเพื่อขอพรให้สอบผ่านและมีสติปัญญาดีอย่างเนืองแน่น อีกทั้งถนนคนเดินหน้าศาลเจ้าเต็มไปด้วยบรรยากาศย้อนยุค มีร้านค้า คาเฟ่ และร้านสตาร์บัคส์ที่ออกแบบด้วยไม้ระแนงสุดล้ำโดยสถาปนิก Kengo Kuma และอย่าลืมแวะชิมขนมโมจิย่าง ‘อุเมะกาเอะโมจิ (Umegae Mochi)’ ร้อนๆ แสนอร่อยด้วยนะ
เที่ยวสบายแบบไม่ต้องนั่งรถไฟหลายต่อ จองแพ็กเกจทัวร์ที่มีศาลเจ้าดาไซฟุ ได้ที่นี่เลย
👉 ทัวร์ญี่ปุ่น ฟุกุโอกะ 6 วัน 4 คืน โมจิโกะเรโทร ศาลเจ้าดาไซฟุ
ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : 06:00 - 19:00 น. (อาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล)
.png)
วัดพุทธที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางไสยาสน์ (พระนอน) สัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีขนาดใหญ่และหนักกว่าเทพีเสรีภาพเสียอีก วัดแห่งนี้โด่งดังมากในเรื่องการขอพรโชคลาภและการเสี่ยงดวง ไฮไลต์คือการไปลูบฝ่าพระบาทขององค์พระที่มีลวดลายมงคลเพื่อดึงดูดความโชคดี และการจับเชือกที่ผูกโยงมาจากพระหัตถ์เพื่อเชื่อมจิตอธิษฐาน ใครอยากเฮงอยากปัง ต้องแวะมาไหว้ขอพรที่นี่ให้ได้
👉 ไหว้พระขอพรโชคลาภแบบทริปสุดปัง ทัวร์ครับมีแพ็กเกจพาไปวัดนันโซอินด้วยนะ
ทัวร์ญี่ปุ่น ฟุกุโอกะ 6 วัน 4 คืน วัดนันโซอิน หุบเขาทาคาชิโฮะ ทะเลสาบคินริน ศาลาว่าการเมืองคุมาโมโต้
ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : 09:00 - 17:00 น.

แลนด์มาร์กสุดโรแมนติกที่เมืองอิโตชิมะ (Itoshima) ซึ่งเป็นเมืองตากอากาศที่กำลังฮิตมาก ห่างจากตัวเมืองฟุกุโอกะประมาณ 1 ชั่วโมง โดดเด่นด้วยหินก้อนใหญ่สองก้อนกลางทะเลที่ถูกคล้องด้วยเชือกชิเมนาวะเส้นยักษ์ เสมือนเป็นสามีภรรยาที่ผูกพันกัน ด้านหน้ามีเสาโทริอิสีขาวตั้งตระหง่านอยู่ริมหาด เป็นจุดถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกที่งดงามและแปลกตาไม่เหมือนใคร แนะนำให้เผื่อเวลาไปขับรถเล่นและแวะคาเฟ่ริมทะเลในย่านนี้ด้วย
ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : เปิด 24 ชั่วโมง
.png)
.png)
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำริมทะเลที่ใหญ่และจัดแสดงได้น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในภูมิภาคคิวชู จัดแสดงสัตว์น้ำกว่า 30,000 ตัว ไฮไลต์คืออุโมงค์ใต้น้ำ โซนจัดแสดงสัตว์ทะเลน้ำลึก และสเตเดียมแบบเปิดโล่งที่จัดการแสดงโชว์โลมาและแมวน้ำสุดน่ารัก โดยมีฉากหลังเป็นวิวทะเลฮากาตะอันสวยงามกว้างไกล ถือเป็นสถานที่ที่มอบรอยยิ้มและถูกใจทั้งครอบครัวอย่างแน่นอน
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 2,500 เยน / นักเรียนมัธยม 1,200 เยน / เด็กประถม 1,000 เยน
เวลาเปิด-ปิด : 09:30 - 17:30 น. (อาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล)
.png)
สวนสาธารณะระดับชาติที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทร ติดกับอควาเรียม มารีนเวิลด์ พื้นที่สวนมีความกว้างขวางมากจนนักท่องเที่ยวนิยมเช่าจักรยานปั่นเที่ยวชมรอบๆ ไฮไลต์คือ ‘เนินเขาทุ่งดอกไม้’ ที่จะเปลี่ยนสีสันไปตามฤดูกาล เช่น ทุ่งดอกเนโมฟีลาสีฟ้าในฤดูใบไม้ผลิ และดอกคอสมอสในฤดูใบไม้ร่วง ถ่ายรูปออกมาปังทุกมุม นอกจากนี้ยังมีโซนป่าสัตว์ (Animal Forest) ที่เปิดให้เราได้เข้าไปดูคาปิบาราและจิงโจ้กันแบบใกล้ชิดอีกด้วย
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 450 เยน / เด็ก (มัธยมต้นลงไป) เข้าฟรี
เวลาเปิด-ปิด : 09:30 - 17:30 น.
.png)
เปิดประสบการณ์หนีความวุ่นวายด้วยการนั่งเรือเฟอร์รีข้ามฟาก (ใช้เวลาเพียง 10 นาทีจากฝั่ง) ไปยังเกาะโนโคโนะ เพื่อชมทุ่งดอกไม้ที่บานสะพรั่งเต็มเนินเขา ตัดกับสีฟ้าน้ำทะเลของอ่าวฮากาตะได้อย่างไร้ที่ติ ภายในสวนมีถนนสายเรโทร (Omoide Dori) ที่จำลองบ้านเรือนญี่ปุ่นยุคเก่าให้เดินเล่น และอย่าลืมแวะชิม ‘โนโคอุดง (Noko Udon)’ ที่เส้นเหนียวนุ่มซึ่งเป็นของดีประจำเกาะ ให้ฟีลลิ่งการเที่ยวธรรมชาติที่ชิลและผ่อนคลายมากๆ
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 1,200 เยน / เด็กประถม 600 เยน / เด็กเล็ก 400 เยน
เวลาเปิด-ปิด : 09:00 - 17:30 น.
.png)
เกาะทางตอนเหนือที่โดดเด่นด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติและประวัติศาสตร์ ไฮไลต์คือการขับรถหรือปั่นจักรยานผ่านถนน Umi-no-Nakamichi ที่ขนาบด้วยน้ำทะเลทั้งสองข้างทาง ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังแล่นรถอยู่กลางผืนน้ำ นอกจากนี้เกาะนี้ยังเป็นสถานที่ค้นพบตราประทับทองคำซึ่งเป็นสมบัติประจำชาติญี่ปุ่น และมีศาลเจ้าชิกาอุมิ (Shikaumi Shrine) อันเก่าแก่ให้แวะสักการะ และที่พลาดไม่ได้คือการแวะกินข้าวหน้าซีฟู้ด (Kaisen-don) สดๆ จากชาวประมง ที่ได้ลองแล้วจะฟินสุดๆ
ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : เปิด 24 ชั่วโมง
.png)
เปลี่ยนบรรยากาศมาเดินเล่นในเมืองท่าทางตอนเหนือสุดของฟุกุโอกะ บริเวณนี้เต็มไปด้วยอาคารอิฐแดงสไตล์ตะวันตกที่สร้างมาตั้งแต่สมัยเมจิ ให้ความรู้สึกคลาสสิกและโรแมนติกสุดๆ ไฮไลต์คือการถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรมของสถานีรถไฟโมจิโกะ (Mojiko Station) และตึกศุลกากรเก่า ใครชอบถ่ายรูปสามารถเช่าชุดเดรสสไตล์เรโทรมาใส่เดินถ่ายรูปได้ด้วย และอย่าลืมชิมเมนูเด็ดประจำถิ่นอย่าง ‘ยากิเคอรี่’ (ข้าวแกงกะหรี่อบชีสเยิ้มๆ) ที่รับรองว่าอร่อยเข้มข้นจนลืมไม่ลง
ค่าเข้าชม: เดินเล่นบริเวณท่าเรือฟรี
เวลาเปิด-ปิด : เปิด 24 ชั่วโมง (ร้านค้าเปิด-ปิดตามเวลาของแต่ละร้าน)
.png)
จากโมจิโกะเรโทร แนะนำให้นั่งเรือเฟอร์รีข้ามช่องแคบคัมมง (ใช้เวลาเพียง 5 นาที) ข้ามไปยังจังหวัดยามากุจิ เพื่อมายังตลาดปลาคาราโตะ ตลาดแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องปลาปักเป้า (Fugu) ที่แล่บางๆ จัดเรียงอย่างสวยงาม และซูชิปั้นสดๆ หน้าล้นๆ ในราคาที่เป็นมิตร ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ (ศุกร์-อาทิตย์) จะมีการจัดโซน "Bakan-gai" ที่คึกคักมาก นักท่องเที่ยวนิยมไปชี้เลือกซูชิที่ชอบ แล้วนำมานั่งกินริมทะเลรับลมเย็นๆ พร้อมชมวิวสะพานแขวนคัมมง
👉 แวะกินซูชิสดๆ จากตลาดปลา พร้อมเที่ยวโมจิโกะเรโทรในทริปเดียว
ทัวร์ญี่ปุ่น ฟุกุโอกะ 5 วัน 3 คืน โมจิโกะ เรโทร ตลาดปลาคาราโตะ ทะเลสาบคินริน
ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : จันทร์-เสาร์ 05:00 - 15:00 น. / อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 08:00 - 15:00 น.
.png)
ปิดท้ายทริปด้วยไลฟ์สไตล์ยามค่ำคืนที่เป็นซิกเนเจอร์อันดับหนึ่งของฟุกุโอกะ กับร้านอาหารแผงลอยสไตล์ ‘ยาไต’ ที่เปิดขายเรียงรายริมแม่น้ำนากะวะ (Nakagawa) ให้ฟีลลิ่งสตรีทฟู้ดญี่ปุ่นขนานแท้ เสน่ห์ของการกินยาไตคือการได้นั่งเบียดไหล่กับคนท้องถิ่น พูดคุยกับพ่อครัวอย่างใกล้ชิด เมนูที่ต้องสั่งคือ ‘ฮากาตะราเมง (ทงคตสึราเมงซุปกระดูกหมูเข้มข้น)’, โอเด้งร้อนๆ, ยากิโทริเสียบไม้ย่าง และเกี๊ยวซ่า นั่งกินดื่มท่ามกลางอากาศเย็นๆ ฟินอย่าบอกใคร
👉 แวะกินซูชิสดๆ จากตลาดปลา พร้อมเที่ยวโมจิโกะเรโทรในทริปเดียว ดูรหัสแพ็กเกจของทัวร์ครับได้ที่นี่
ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : ส่วนใหญ่เปิด 18:00 - 02:00 น. (ขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน)
เห็นลิสต์ที่เที่ยวแน่นๆ แบบนี้ ฟุกุโอกะถือเป็นอีกหนึ่งเมืองในญี่ปุ่นที่สามารถเที่ยวได้ทั้งปีจริงๆ ไม่ว่าจะสายธรรมชาติ สายชอปปิง หรือสายมูเตลูก็มีครบจบในภูมิภาคเดียว ใครที่พร้อมจะแพ็กกระเป๋าไปลุยฟุกุโอกะแล้ว แต่ไม่อยากเหนื่อยกับการวางแพลนหรือเดินทางข้ามเมือง ปล่อยให้ทัวร์ครับ (Tourkrub) จัดการให้ดีกว่า! เรามีแพ็กเกจทัวร์ฟุกุโอกะและคิวชูที่คัดมาแล้วว่าคุ้ม บินสบาย พักโรงแรมหรู ไกด์ดูแลครบ แถมผ่อน 0% ได้นานถึง 10 เดือน!
👇คลิกเข้าไปเลือกทริปทัวร์ญี่ปุ่น ฟุกุโอกะ ราคาพิเศษกับ Tourkrub ได้เลยที่ 👇
https://tourkrub.co/japan-tour/fukuoka
คุณชอบบทความนี้
อยากบอกต่อให้เพื่อนรู้ง่ายๆ แค่แชร์ให้เพื่อนเลย
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
