Tourkrub Logo
วีซ่าเกาหลี ไม่ต้อง! How-To ทำ K-ETA เที่ยวเกาหลีใต้ ผ่านฉลุย

วีซ่าเกาหลี ไม่ต้อง! How-To ทำ K-ETA เที่ยวเกาหลีใต้ ผ่านฉลุย

วีซ่าเกาหลี สำหรับที่ต้องการไปเที่ยวเกาหลี ปัจจุบันฟรีวีซ่า แต่ก่อนเดินทางต้องลงทะเบียน K-ETA ก่อน ขั้นตอนการทำไม่ยาก ทำตามทัวร์ครับได้เลย

วีซ่าเกาหลี ไม่ต้อง! How-To ทำ K-ETA เที่ยวเกาหลีใต้ ผ่านฉลุย
tk-icon
3 ก.พ. 2026
พาเที่ยว
7,224
views

 

อัพเดตล่าสุดปี 2566 คนไทยไปเกาหลีใต้ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าเกาหลีแล้ว แค่ลงทะเบียนขออนุญาตผ่านระบบ K-ETA ก็ไปเที่ยวเกาหลีได้เลย! เชื่อว่าหลายคนได้ยินแบบนี้แล้วต้องดีใจแน่ ๆ เพราะนอกจากจะไม่ต้องขอวีซ่าเกาหลีแล้ว การทำ K-ETA ก็ง่ายแสนง่าย ซึ่งวันนี้ ทัวร์ครับ ก็มีขั้นตอนการทำ K-ETA มาแนะนำกันด้วย ใครที่มีแพลนจะไปทัวร์เกาหลี >> https://tourkrub.co/korea-tour สามารถทำตามขั้นตอนที่เรานำมาฝากได้เลย ผ่านฉลุย! แต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ K-ETA กันก่อนว่าคืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรบ้าง

K-ETA คืออะไร?

K-ETA หรือ Korea Electronic Travel Authorization คือ ระบบขออนุญาตเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้สำหรับชาวต่างชาติ โดยเราสามารถขอ K-ETA ได้ผ่านเว็บไซต์ http://www.k-eta.go.kr หรือแอปพลิเคชัน K-ETA ที่มีให้ดาวน์โหลดทั้งระบบ iOS และ Android หากใครมีแพลนจะไปทัวร์เกาหลี ไม่ว่าจะไปกิน เที่ยว หรือช้อป ก็ต้องขอ K-ETA ล่วงหน้า และต้องได้รับอนุมัติ K-ETA ก่อนเดินทางมากกว่า 72 ชั่วโมง โดยมีค่าธรรมเนียมในการขออยู่ที่ 10,000 วอน/คน (ไม่รวมค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต 3%) 

 

ขอ K-ETA ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

หนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ หรือมีอายุมากกว่า 6 เดือน พร้อมสแกนด้วยสกุลไฟล์ .jpeg .jpg .pdf .bmp อย่างใดอย่างหนึ่ง ขนาดไม่เกิน 300 KBรูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 700*700 ไฟล์ภาพขนาดไม่เกิน 20 MB หากไม่สามารถเปลี่ยนขนาดรูปภาพได้ แนะนำให้ลงทะเบียนขอ K-ETA ผ่านทางแอปพลิเคชัน เพราะจะมีการปรับขนาดรูปภาพให้โดยอัตโนมัติ ทั้งนี้รูปถ่ายจะต้องเห็นใบหน้าชัดเจน ไม่สวมหมวก แว่นตา หรือผ้าพันคอ รายละเอียดข้อมูลที่พักในประเทศเกาหลีใต้ที่ชัดเจน บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตสำหรับชำระค่าลงทะเบียน เช่น VISA, Master, JCB, AMEX   

ขั้นตอนการลงทะเบียน K-ETA

  1. เข้าเว็บไซต์ www.k-eta.go.kr หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน K-ETA ได้ทั้งระบบ iOS และ Android จากนั้นทำการเปลี่ยนเป็นภาษาไทย เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น

2. อ่านรายละเอียดข้อตกลงและเงื่อนไข พร้อมกดตอบรับให้ความยินยอม

3. กรอกอีเมลของผู้สมัคร เพื่อลงทะเบียนและใช้รับผลการอนุมัติ 

4. กรอกหมายเลขหนังสือเดินทาง 

5. กรอกข้อมูลหนังสือเดินทาง พร้อมอัปโหลดภาพหน้าหนังสือเดินทาง

6. กรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวพร้อมแผนการเดินทางอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็น

  • ข้อมูลพื้นฐาน เช่น ชื่อ, นามสกุล, วันเดือนปีเกิด, อายุ, เพศ, อาชีพ, ชื่อบริษัทที่ทำงาน, ที่อยู่บริษัท, รายได้ต่อปี

  • ข้อมูลการเดินทาง เช่น วัตถุประสงค์ในการเดินทาง, ข้อมูลที่พักในเกาหลีใต้, หมายเลขติดต่อที่พัก, วันที่เดินทางไป, วันที่เดินทางกลับ

  • ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล

  • วัตถุประสงค์การเดินทาง  

7. หลังจากกรอกข้อมูลทั้งหมด ให้ตรวจสอบข้อมูลที่กรอกให้แน่ใจว่าถูกต้องและครบถ้วนก่อนที่จะดำเนินการขั้นตอนต่อไป

8. แนบรูปถ่ายหน้าตรง 

9. ชำระค่าธรรมเนียม 10,000 วอน (ประมาณ 250-300 บาท) ราคาขึ้นอยู่ตามอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งราคาเบื้องต้นต่อผู้สมัคร 1 คน โดยสามารถชำระผ่านบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตได้ ทั้งนี้มีค่าธรรมเนียมในการชำระผ่านบัตร 3%  

10. เสร็จขั้นตอนการลงทะเบียนขอ K-ETA จากนั้นรอรับผลการพิจารณาผ่านทางอีเมลได้เลย หรือสามารถตรวจสอบผลการพิจารณาได้ที่เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันก็ได้เช่นกัน

 

ทั้งนี้ ผลการพิจารณาจะออกภายใน 72 ชั่วโมง หรืออาจนานกว่านั้นในบางกรณี ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องขอ K-ETA ล่วงหน้าก่อนเดินทางอย่างน้อย 72 ชั่วโมงนั่นเอง และหลังจากได้รับการอนุมัติ K-ETA แล้ว จะมีผลบังคับใช้นานถึง 3 ปี นับตั้งแต่วันที่รับอนุมัติ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องขอ K-ETA ใหม่ทุกรอบที่ไปเกาหลีใต้ ยกเว้นกรณีที่หนังสือเดินทางที่ใช้ในการขออนุมัติ K-ETA หมดอายุ หรือ มีอายุเหลือไม่ถึง 3 ปี จะมีผลบังคับใช้ถึงวันที่หมดอายุของหนังสือเดินทาง 

เคล็ด (ไม่ลับ) ขอ K-ETA อย่างไรให้ผ่านฉลุย

  • กรอกข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น

  • กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ยิ่งกรอกให้ละเอียดยิ่งดี และที่สำคัญคือต้องให้ข้อมูลตามความจริงด้วย เพราะมีผลต่อการพิจารณาเป็นอย่างมาก หากให้ข้อมูลเท็จอาจได้รับโทษทางกฎหมาย หรืออาจถูกยกเลิกได้เสมอแม้ได้รับการอนุมัติแล้ว นอกจากนี้อาจถูกจำกัดการเข้าประเทศเกาหลีใต้ในอนาคตอีกด้วย

  • วางแผนการเดินทางให้ดีเพราะต้องเผื่อเวลาในการรอผลอนุมัติ K-ETA และเผื่อถูกปฏิเสธแล้วต้องยื่นขอใหม่ด้วย

เที่ยวเกาหลีไม่ใช่เรื่องยาก ยิ่งไม่ต้องขอวีซ่าเกาหลี ด้วยแล้วยิ่งง่ายต่อการเดินทางมากทีเดียว และแน่นอนว่า จะเที่ยวเกาหลีให้สนุกก็ต้องจองแพ็กเกจ ทัวร์เกาหลไปกับ ทัวร์ครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังทั้งราคา ความคุ้มค่า และเชื่อถือได้แน่นอน

ทัวร์เกาหลี

คุณชอบบทความนี้

อยากบอกต่อให้เพื่อนรู้ง่ายๆ แค่แชร์ให้เพื่อนเลย

บทความแนะนำ
เที่ยวญี่ปุ่นแวะเที่ยว ..ศาลเจ้าเทพเจ้าจิ้งจอกอินาริ (Fushimi Inari Shrine)
เที่ยวญี่ปุ่นแวะเที่ยว ..ศาลเจ้าเทพเจ้าจิ้งจอกอินาริ (Fushimi Inari Shrine)
ศาลเจ้าเทพอินาริ หรือ ศาลเทพเจ้าจิ้งจอก ที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งของเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น มีชื่อเสียงโด่งดังจากประตูโทริอิ หรือเสาประตูสีแดงที่เรียงตัวกัน อย่างสวยงาม เป็นอีกสถานที่เที่ยวญี่ปุ่นอีกแห่งหนึ่งที่ควรไปให้ได้สักครั้ง ...
19 ก.พ. 202619,288
สะพานไม้อูเบ็ง U Bein Bridge
สะพานไม้อูเบ็ง U Bein Bridge
สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลกจนคุณแทบไม่เชื่อสายตา อยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า สร้างจากไม้สักที่ได้จาก พระราชวังเก่าแห่งกรุงอังวะมายังอมรปุระที่รื้อมา
19 ก.พ. 202611,181
สมาคมฟุกเกี๋ยน Cantonese Assembly Hall / Phuoc Kien Association
สมาคมฟุกเกี๋ยน Cantonese Assembly Hall / Phuoc Kien Association
เป็นสมาคมชาวจีนที่ใหญ่ และเก่าแก่ที่สุดของเมืองฮอยอัน ไว้สำหรับพบปะของคนหลายรุ่นที่อพยพมาจากฟุกเกี๋ยนที่มีแซ่เดียวกัน และไว้เป็นที่ระลึกถึงถิ่นกำเนิด
19 ก.พ. 202614,659
7 สถานที่ยอดฮิตชมใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น
7 สถานที่ยอดฮิตชมใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น
วันแม่ที่ใกล้ที่จะมาถึงนี้ก็ถือเป็นวันครอบครัววันนึง สำหรับใครที่อยากจะไปเที่ยวทริปครอบครัว บ้านไหนชอบแบบไหน เลือกแพลนไปเที่ยวได้แบบตามใจเล้ย
19 ก.พ. 20264,965
ตะลึง !! สตาร์บัค Starbucks สุดแปลกจากฟุกุโอกะ
ตะลึง !! สตาร์บัค Starbucks สุดแปลกจากฟุกุโอกะ
Starbucks สาขา Dazaifu โดดเด่นด้านการออกแบบ ใช้ไม้ท่อนกว่า2000ท่อนมาตกแต่งร้าน จนเป็น landmark ที่ขึ้นชื่อมากที่สุดในโลก ในเรื่องความสวยงามและแตกต่าง
19 ก.พ. 20266,611
ศาลเจ้าดาไซฟุ - Dazaifu Tenmagu Shrine
ศาลเจ้าดาไซฟุ - Dazaifu Tenmagu Shrine
เป็นศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ในเมืองดาไซฟุ เมืองเงียบๆ เล็กๆ ที่อยู่ใกล้กับเมืองฟูกุโอกะ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาตร์
19 ก.พ. 202611,423
LINE@ Tourkrubคุยกับทัวร์ครับ