ตะลุยสุดขอบเอเชียกับ 10 ที่เที่ยวจอร์เจีย ไปแล้วไม่เสียใจ

ตะลุยสุดขอบเอเชียกับ 10 ที่เที่ยวจอร์เจีย ไปแล้วไม่เสียใจ

จอร์เจีย กลายเป็นที่เที่ยวใหม่สำหรับคนชอบเที่ยวแบบลุยๆ แอดเวนเจอร์ สายเที่ยวลุยๆ และเพื่อให้การเที่ยวจอร์เจียไม่ต้องเสียเวลาเยอะ ทัวร์ครับ รวมลิสต์มาให้กับ 10 พิกัดไปเที่ยวจอร์เจียต้องตามไปเช็คอิน
4765
View
0
Share

หลายคนอาจจะยังไม่ค่อยมีข้อมูลเรื่องประเทศจอร์เจียสักเท่าไร แต่บอกเลยว่านี่เป็นอีกหนึ่งขุมทรัพย์ที่เหล่านักเดินทางต้องไม่พลาดและต้องไปเที่ยวให้ได้สักครั้งในชีวิต!! สำหรับใครที่สนใจจะเดินทางไปท่องเที่ยวจอร์เจีย ทัวร์ครับ (Tourkrub) พร้อมมาแนะนำ 10 ที่เที่ยวในจอร์เจีย ให้นักเดินทางที่ชอบเรื่องราวใหม่ๆ ตามกันไปดูว่าจอร์เจียร์น่าเที่ยวแค่ไหน

 

จองทัวร์จอร์เจียร์ กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub)

 

10 ที่เที่ยวจอร์เจีย

 

1. Gudauri Ski Resort

มาเริ่มกันที่แรก กับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเหล่านักท่องเที่ยวที่หลงใหลในการเล่นสกีหิมะ ประเทศจอร์เจียนั้นตั้งอยู่ในแนวเทือกเขาคอเคซัส ทำให้สถานที่แห่งนี้มีรีสอร์ตที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง กระจายไปทั่วประเทศ แต่มีชื่อเสียงมากที่สุดก็ต้องยกให้เมือง Stepantsminda ซึ่งอยู่บริเวณเชิงเขาคอเคซัสที่มีความสูงมากกว่า 2,200 เมตร ยิ่งเป็นบริเวณ Gudauri Ski Resort จะมีลานสกีขนาดใหญ่และยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมายเอาเป็นว่าเหมือนคุณได้ไปพักผ่อนพร้อมมีกิจกรรมสนุกๆ ให้คุณได้เล่นคลายเครียด แค่นี้ก็คุ้มสุดๆ แล้ว

 

2. Gergeti Trinity Church

สำหรับใครที่ชื่นชอบความสวยงามของสถาปัตยกรรมโบราณคงไม่อยากจะพลาดที่จะไปชมความสวยงามของโบสถ์เก่าแก่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังของ จอร์เจีย ตั้งอยู่บนภูเขาสูงกว่า 2,170 เมตร ภายใต้ยอดเขา Kazbegi ตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้าน Gergeti ในเมือง Stepantsmindaโดยตัวโบสถ์นั้นสร้างมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 เป็นคริสตจักรที่ผสมผสานแบบออร์ทอดอกซ์ และ Apostolic Church แน่นอนว่าต้องมีความสวยงามแต่ยังไม่ลืมความคลาสสิคแถมยังได้วิวภูเขาทางด้านหลังชวนให้คุณได้หลงไหลอย่างแน่นอน เตรียมกล้องในมือคุณไว้ให้ดีแล้วเก็บความประทับใจไปฝากคนที่บ้านกัน

 

3. Gelati Monastery

มาเที่ยวจอร์เจียสถานที่ๆ เราจะพลาดไม่ได้นั่นก็คือสถาปัตยกรรมเก่าแก่อย่าง โบสถ์เกอลาติ ที่ปัจจุบันได้รับการขึ้นเป็นมรดกโลกแล้ว สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1106 ในช่วงยุคทองของเศรษฐกิจและการเมืองของจอร์เจียเลยก็ว่าได้ ถือเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกที่ทุกวันก็ยังสามารถชมความงามได้อยู่ นอกจากด้านนอกจะมีความสวยงามควรค่าแก่การมาชมแล้วภายในโบสถ์ก็ยังมีมีจิตรกรรมฝาผนังบอกเล่าเรื่องราวของพระเยซูและนักบุญต่างๆ ของศาสนาคริสต์ให้ชมอีกด้วยถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาด

 

4. Mtskheta

มาถึงเมืองหลวงของจอร์เจียกันบ้างถือเป็นเมืองที่มีความเก่าแก่แต่คลาสสิค สวยงามในตัวเองอย่างมาก ที่นี่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาล ตั้งอยู่บริเวณหุบเขาเขาริมแม่น้ำ Mtkvari รายล้อมไปด้วยไร่องุ่นเพื่อการทำไวน์ แน่นอนว่าจอร์เจียก็เด่นเรื่องการทำไวน์ไม่แพ้ที่อื่นใครได้แวะเวียนมาอย่าลืมรสไวน์ของประเทศเขาด้วยล่ะ นอกจากนั้นยังเต็มไปด้วยบ้านเรือนที่มีความงดงาม หรือจะเป็นโบสถ์ชื่อดัง ทั้ง 3 แห่งอย่าง  Svetitskhoveli Cathedral, Samtavro Church and Monastery และ Mtskhetis Jvari ที่ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นโลกทางวัฒนธรรม อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอย่าง Shio-Mgvime monastery, Chateau Mukhrani Wine Tour และ Bebris Tsikhe Fortress สำหรับใครที่ชื่นชอบสถาปัตยกรรมยุคกลางต้องไม่พลาด รับรองว่าอยู่ได้ยาวๆ ทั้งอาทิตย์ยังไม่เบื่อเลยล่ะ

 

5. Caucasus Mountains

เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของ เทือกเขาคอเคซัสกันมาบ้าง เพราะที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่องความสูงขนาดใหญ่ทำภูเขาแห่งนี้ทำหน้าที่แบ่งพรมแดนระหว่างทวีปยุโรปและทวีปเอเชีย ถือเป็นเทือกเขาที่สำคัญในแถปยุโรปเลยก็ว่าได้ แน่นอนว่าในวิชาภูมิศาสตร์เราคงต้องเคยเจอชื่อของเทือกเขาแห่งนี้กันมาบ้าง แต่ถ้าพูดถึงแง่ของสถานที่ท่องเที่ยว ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิวที่สวยงามไกลสุดลูกหูลูกตาได้ แต่ก่อนที่จะได้ชมวิวที่สวยงามนั้นการเดินทางไปที่นี่ค่อนข้างทรหดพอสมควรเพราะฉะนั้นใครที่เมารถต้องระวังเตรียมพกยาดมยาหอมเอาไว้ให้ดีเพราะทางค่อนข้างหินพอสมควร แต่รับรองว่าคุ้มค่าการเดินทางแน่นอน รับรองไม่ผิดหวังมาจอร์เจียต้องไม่พลาดสถานที่แห่งนี้

 

6. Uplistsikhe

สำหรับใครที่อยากมาดูสถาปัตยกรรมศตวรรษที่ 8-7 ก่อนคริสตกาลต้องมาที่เมืองนี้เลยเมืองอัพลิสต์ซิเคห์ (Uplistsikhe) บริเวณถ้ำเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในยุคการเริ่มต้น เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่อย่างมากซึ่งในอดีตบริเวณพื้นที่นี้เป็นเส้นทางการค้าขายสินค้าระหว่างหมู่บ้านมทวารี ไปยังทะเลดำและต่อไปยังด้านตะวันตก ทำให้บริเวณแห่งนี้เกิดเป็นเมืองต่างๆ และอัพลิสต์ซิเคห์ก็เป็นเมืองหนึ่งที่เป็นศูนย์กลางการค้า ที่นี่ถูกสร้างขึ้นภายในถ้ำมีเนื้อที่กว้างประมาณ 50 ไร่ ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนใต้ ส่วนกลางและส่วนเหนือนักท่องเที่ยวจะนิยมเดินทางไปชมบริเวณส่วนกลางเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดประกอบไปด้วยสถาปัตยกรรมการสร้างตัดหินและเจาะลึกเข้าไปเป็นที่อยู่อาศัย แน่นอนว่าถ้ำแห่งถูกเก็บรักษาไว้แบบดั้งเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงทำให้ยิ่งดูมีความเก่าแก่คลาสสิคและสวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สามารถหาดูได้ที่ไหนต้องมาที่นี่เท่านั้น!

 

7. Vardzia

มาต่อกันที่ Vardzia สถานที่สำคัญของจอร์เจีย เป็นอารามถ้ำหินที่อยู่ริมหน้าผาของภูเขา Erusheti ใกล้กับแม่น้ำ Kura ในเมือง Aspindza เขตซัมซเค-จาวาเคตี (Samtskhe-Javakheti) ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 11 สถานที่แห่งนี้มีความคล้ายกับ Uplistsikhe เป็นอย่างมาก ซึ่งภายในถ้ำมีทั้งหมด 19 ชั้น แบ่งเป็นห้องเล็กห้องน้อยมากกว่า 400 ห้อง โดยบริเวณ Church of the Dormitionเป็นจุดสำคัญและมีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่ นับเป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้มาชมความงดงามของสถานที่แห่งนี้ ในความรู้สึกของเราเหมือนได้หลุดไปอยู่ในภาพยนตร์ใดสักเรื่องนึงเลยล่ะ มีทั้งความขลังและความคลาสสิคอยู่ในตัวชวนให้สะกดสายตา

 

8. Tbilisi

มาถึงเมืองหลวงของจอร์เจียกันบ้าง ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Mtkvari เมืองแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 5 ซึ่งผสมผสานทั้งสถาปัตยกรรมของยุคกลาง สถาปัตยกรรมฟื้นฟูคลาสสิก สถาปัตยกรรมโบซาร์ สถาปัตยกรรมสตาลิน และสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์น ยิ่งทำให้ดูมีเสน่ห์ชวนให้หลงใหล และยังถูกรายล้อมไปด้วยภูเขาสูงพร้อมกับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ สถานที่แห่งเป็นที่นิยมของเหล่าช่างภาพจำนวนมากเพราะความสวยงามและสภาพแวดล้อมที่ลงตัวแบบที่เมื่อได้มาลองสัมผัสครั้งแรกแล้วก็อยากจะกลับมาสัมผัสอีกสักครั้งให้ได้ยังไงยังงั้นเลย 

 

9. The Bridge of Peace

มาถึงเมือง Tbilisi ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวอย่าง สะพานแห่งสันติภาพ (The Bridge of Peace) สถาปัตยกรรมที่น่าสนใจที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบดั้งเดิมที่ออกแบบโดย Michele De Lucchi ซึ่งสะพานแห่งนี้มีความยาว 150 เมตร แน่นอนว่าสะพานแห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้มาชมความสวยงามของสะพานแห่งนี้ ที่นี่ยังสามารถมองเห็นได้หลายมุมจากในเมืองไม่ว่าจะเป็น illuminating หรือนั่งกระเช้าชมจากมุมสูงก็ยังได้แล้วยิ่งเป็นช่วงกลางคืนก่อนพระอาทิตย์จะตกดินจะมีการแสดงแสงสีบริเวณสะพานเป็นเวลา 90 นาทีชวนให้คุณมาเก็บภาพบรรยากาศ สะพานแห่งนี้ถูกเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2010

 

10. Holy Trinity Cathedral

 มาถึงสถานที่สุดท้ายอย่างวิหารศักดิ์สิทธิ์ของทบิลิซี (Holy Trinity Cathedral) ที่เรียกกันว่า Sameba ตั้งอยู่ในเมืองหลวงของจอร์เจีย สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1995-2004 เป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาของคริสตจักรออร์โธดอก และเป็นวิหารที่สูงที่สุด อันดับที่ 3 ของโบสถ์ออร์โธดอกในโลก สถานที่แห่งนี้โดดเด่นอย่างมากจึงทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศต่างพากันมาชมความงดงามของสถาปัตยกรรมของสถานที่แห่งนี้ สำหรับใครที่เดินทางมายังเมือง Tbilisi คงจะไม่อยากพลาดที่จะมาชมความงดงามของวิหารศักดิ์สิทธิ์ของทบิลิซีอย่างแน่นอน ว่ากันว่าถ้ามาจอร์เจียแล้วไม่ได้มาสถานที่แห่งนี้ถือว่ามาไม่ถึงกันเลย

 

10 สถานที่เที่ยวจอร์เจีย เรียกได้ว่าสวยสุดๆ จนลืมหายใจกันทุกที่เลยใช่มั้ย พอจะทำให้เพื่อนๆ เกิดไอเดียในการเที่ยวจอร์เจียได้บ้างไหม ใครที่กำลังอยากไปเที่ยว แต่ก็ไม่อยากไปเที่ยวเองวางแพลนเยอะแยะยุ่งยาก ก็จองทัวร์จอร์เจียร์กับ ทัวร์ครับ https://tourkrub.co/georgia-tour ได้เลย