.jpg)
พุกาม-มัณฑะเลย์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางโบราณคดีที่น่าสนใจในประเทศเมียนมาร์ ภาพผืนแผ่นดินกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา
พุกาม-มัณฑะเลย์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางโบราณคดีที่น่าสนใจในประเทศเมียนมาร์ ภาพผืนแผ่นดินกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา
พุกาม-มัณฑะเลย์ แหล่งท่องเที่ยวพม่า ที่เต็มไปด้วยเจดีย์น้อยใหญ่สลับกับผืนป่าทั่วทั้งพื้นที่ ดินแดนแห่งนี้เคยมีเจดีย์ถึง 4,450แห่ง ด้วยความเชื่อตามวิถีพุทธในดินแดนพุกามว่า การสร้างเจดีย์เป็นการสร้างบุญที่สูงสุด แต่ด้วยภัยสงครามและภัยธรรมชาติ รวมกับความเสื่อมโทรมเพราะขาดการดูแลทำให้ปัจจุบันนี้มีเจดีย์เก่าเหลืออยู่เพียง 2,230 องค์เท่านั้น
.jpg)
นักท่องเที่ยวที่ตั้งใจจะไปเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวพม่า ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์แห่งนี้ มักเป็นนักท่องเที่ยวที่หลงใหลในสถาปัตยกรรมทางศาสนาแบบโบราณ ชื่นชมความสวยงามของวัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายตามธรรมชาติ ภายใต้การเชื่อมโยงชีวิตให้ใกล้ชิดกับพระพุทธศาสนามากที่สุด
นับว่าเมืองพุกามเป็นแหล่งท่องเที่ยวพม่า ดินแดนที่ค่อนข้างแปลกในแง่ของความศรัทธาในพระพุทธศาสนา เนื่องจากกิจกรรมที่ผู้คนส่วนใหญ่นิยมทำกันมากที่สุดคือการไปวัด เพื่อร่วมในกิจกรรมสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นวันปกติ เช่น การทำบุญตักบาตรหรือจะเป็นโอกาสพิเศษต่างๆ เราจะเห็นคนตื่นตี 3 เพื่อไปนั่งฟังพระสวดที่วัดพระมหามัยมุนี ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ศาสนวัตถุที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวพม่า เราจะพบเห็นผู้คนร่วมใจกันไปทำบุญใส่บาตรให้กับพระภิกษุสามเณรนับร้อยนับพัน ที่วัดมหากันดายงค์
.jpg)
ซึ่งเป็นวิทยาลัยสงฆ์ที่ใหญ่ที่สุดในพม่า เคยมีคนเล่าให้ฟังว่าหากมีพระดังๆไปเทศนาธรรมที่ไหนก็ตาม มหาชนคนพม่าหลายพันคนจะตั้งใจไปฟังเทศน์ประหนึ่งว่ามีการจัดมหกรรมคอนเสิร์ตจากซุปเปอร์สตาร์ชื่อดังอย่างไรอย่างนั้น ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างล้นเหลือ
เพราะ อากาศพม่า ดีเอาเสียมาก ๆ จึงมีกิจกรรมมากมายที่รองรับนักท่องเที่ยวที่เน้นสายธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการล่องเรือชมความสวยงามตามธรรมชาติ และวิถีชีวิตของคน 2 ฝั่งแม่น้ำอิระวดี (เอยาวดี) การนั่งบอลลูนเพื่อชมเจดีย์เก่าแก่ทั่วพื้นที่พุกาม หรือการไปเดินเที่ยวบนสะพานไม้สักที่ยาวกว่า 2 กิโลเมตรและเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก “สะพานอูเบ็ง”ที่ทอดข้ามทะเลสาบตองตะมานเพื่อพานักท่องเที่ยวไปสักการะเจดีย์เจ๊าตอว์กยี
ฤดูกาลที่เหมาะสมที่สุดในการไปเยือนพุกาม-มัณฑะเลย์
คือช่วงพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เพราะเป็นช่วงเวลาที่อุณหภูมิและสภาพอากาศเหมาะสมที่สุด เนื่องจากพม่าเป็นเมืองที่อากาศค่อนข้างร้อนและยิ่งรุนแรงมากในช่วงหน้า แต่สำหรับคนที่ชอบความรื่นเริงและความตื่นตาตื่นใจ ช่วงเดือน ตุลาคมจะเป็นช่วงเวลาแห่งเทศกาลท้องถิ่น ซึ่งอาจทำให้เราได้พบเห็นวัฒนธรรมที่แปลกใหม่
การเดินทางที่ดีที่สุดแนะนำให้เดินทางโดยเครื่องบิน
เนื่องจากการคมนาคมทางบกอาจไม่สะดวกมากนัก ในพื้นที่ห่างไกล แต่บางคนที่มีเวลาเลือกการนั่งเรือแบบชิลล์เลาะมาตามแม่น้ำอิระวดีจากเมืองย่างกุ้งไปยังมัณฑะเลย์ ใช้เวลา 2 วัน ก็ถือว่าเป็นการท่องเที่ยวที่สร้างสีสันได้อย่างดี สายการบินยอดนิยมที่สามารถบินตรงจากประเทศไทยสู่มัณฑะเลย์ได้เลยคือ สายการบินของไทยแอร์เอเชีย และบางกอกแอร์เวย์ หรือสายการบินเจ้าบ้านอย่าง เมียนมาร์ แอร์เวย์ อินเตอร์แนทชั่นแนล เมียนมาร์
สำหรับการขอวีซ่า
พม่า การขอวีซ่าจากประเทศไทย ถือว่าเป็นประเทศเพื่อบ้านที่ได้รับการยกเว้นการขอวีซ่าเข้าประเทศเมียนมาร์ ถ้าหากเราเดินทางโดยเครื่องบินโดยสาร มีพาสปอร์ตอยู่แล้วที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน เราสามารถใช้เป็นหลักฐานในการเดินทางเข้าพม่าได้ทันที โดยไม่ต้อง ขอวีซ่าพม่า หรือถ้ายังไม่มี เราสามารถใช้บัตรประชาชนขอวีซ่าชั่วคราวได้
แต่จะมีข้อจำกัดในการเข้าถึงได้เฉพาะบางพื้นที่เมืองหลักๆที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวอาศัยอยู่ได้ โดยมีระยะเวลาที่สามารถใช้งานได้ในประเทศพม่านาน 14 วัน แต่ถ้าเราต้องการเดินทาง โดยผ่านเส้นทางชายแดนต่างๆ เราสามารถขอวีซ่าได้ที่สถานทูตเมียนมาร์ในประเทศไทย อยู่แถวสาทร ซึ่งมีค่าธรรมเนียมการขอที่ 810 บาท การขอ 1 ครั้งจะอยู่ได้นาน 28 วัน สำหรับนักท่องเที่ยว และ 70 วันสำหรับผู้ติดต่อธุรกิจ
ซึ่งหลาย ๆ คนที่ไปเที่ยวพม่ายังไม่รู้ว่า ไปพม่าซื้ออะไรดี สำหรับสินค้าที่น่าสนใจในพม่า ได้แก่ พวกพลอยหลากสี ซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่อของดินแดนแห่งนี้ นอกจากนี้อาจจะมีพวกของฝากเล็กๆน้อยๆที่เป็นงานฝีมือของคนในท้องถิ่นให้เราได้เอาไปอวดคนที่บ้านว่าครั้งหนึ่งเราได้มาเยือนดินแดนแห่งอารยะธรรมโบราณอย่าง พุกาม และมัณฑะเลย์มาแล้ว
โปรแกรมเที่ยวทัวร์พม่า >> คลิก
คุณชอบบทความนี้
อยากบอกต่อให้เพื่อนรู้ง่ายๆ แค่แชร์ให้เพื่อนเลย