สักครั้งต้องลองกับ 7 ภัตตาคาร “ร้านอาหารยุโรปในกรุงเทพ”

สักครั้งต้องลองกับ 7 ภัตตาคาร “ร้านอาหารยุโรปในกรุงเทพ”

ตะลุยภัตตาคารอาหารยุโรปในกรุงเทพที่ได้รับดาวมิชลินสตาร์ และควรค่าแก่การไปลองชิมกันดูสักครั้งหนึ่งในชีวิต จะดีสมคำเคลมหรือไม่ไปดูกัน
4251
View
0
Share

หลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของร้านอาหารยุโรปที่ติดมิชลินสตาร์กันมาบ้างแล้ว ว่าถ้าพูดถึงมิชลินสตาร์แสดงว่าร้านอาหารนั้นได้รับการการันตีในเรื่องของรสชาติอาหาร ความสะอาด และความสดใหม่ เปรียบเหมือนกับดาวที่ติดยศตำรวจหรือทหารยังไงยังงั้นเลย แต่ต้องบอกก่อนก่อนว่าดาวมิชลินมีแค่ 1-3 ดาวเท่านั้นร้านไหนที่โม้ว่าร้านฉัน 5 ดาวขอให้คิดไว้ก่อนเลยโม้รึเปล่า การจำแนกรางวัลดาวมิชลิน 1 ดาว คือ ร้านอาหารที่ดีที่สุดในร้านอาหารประเภทเดียวกัน รางวัลดาวมิชลิน 2 ดาว คือ ร้านอาหารที่ยอดเยี่ยม ในระดับที่คุ้มค่าที่จะเดินทางไปกิน และรางวัลดาวมิชลิน 3 ดาว ร้านอาหารที่ดีเลิศ ต่อให้ไกลแค่ไหน สักครั้งในชีวิตก็ควรเดินทางไปกิน การจะได้แต่ละดาวนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะฉะนั้นเราจึงมั่นใจได้ว่าร้านอาหารที่ได้ดาวมีคุณภาพดีสมคำล่ำลือจริงๆ วันนี้ Tourkrub เราจะพาทุกคนไปตะลุยภัตตาคารอาหารยุโรปในกรุงเทพที่ได้รับดาวมิชลินสตาร์ และควรค่าแก่การไปลองชิมกันดูสักครั้งหนึ่งในชีวิต จะดีสมคำเคลมหรือไม่ไปดูกัน


1.ร้าน Fireplace Grill and Bar

เริ่มต้นด้วยภัตาคารร้านอาหารยุโรปเก่าแก่อย่าง Fireplace Grill ใครชอบสาย Grill ต้องไม่พลาดร้านนี้เพราะเขาโดดเด่นเรื่องสเต๊กเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำกรอบนอกนุ่มใน อร่อยอย่าบอกใครสมกับตำแหน่งดาวมิชลินสตาร์ โดย เชฟฌอง-มาร์ค บองโซ เชฟมิชลินสตาร์ 2 ดาวที่รักษาระดับนี้ไว้ได้นานติดต่อกันถึง 28 ปี มารังสรรค์เมนูอาหารให้ทุกคนได้กินกัน

ร้านอาหารยุโรปโดดเด่นด้วยอาหาร Grill อย่างเสต็กเนื้อที่บอกเลยว่าแค่ได้เห็นหน้าตาก็น้ำลายสอกันแล้วเพราะเชฟของที่นี่เขาโชว์กรรมวิธีในการทำอาหารให้เราเห็นกันจะๆ เลยรับรองรองนอกจากรสชาติที่ถูกปากแล้วยังได้ฟีล และบรรยากาศในการกินอาหารอีกมากโขเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีอาหารขึ้นชื่ออีกหลายอย่างยกตัวอย่างเช่น หอยนางรมจากออสเตรเลียและฝรั่งเศสอบซอส, ตับห่านทอด, สลัดอโวคาโด, กุ้งมังกรเทอร์มิดอร์-อาลาเนจ-ราฟวิโอลี่, แซลมอนสามสหาย หรือจะเป็นเนื้อแกะชุ่มซอส ก็ล้วนเป็นเมนูที่น่ากินด้วยกันทั้งนั้น ใครสนใจอยากทานแนะนำให้จองโต๊ะกันก่อนจะได้พลาดเมนูมื้อดินเนอร์สุดพิเศษที่ร้าน Fireplace Grill
การเดินทาง: จากสยามเซ็นเตอร์ ใช้ถนนพระราม 1 ตรงมาทางถนนเพลินจิต ผ่านสี่แยกเอราวัณ ให้ชิดซ้าย ห้องอาหารไฟร์เพลสกริลล์สเต็กเฮ้าส์ อยู่บริเวณชั้น G ในโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ ติดกับเกษรพลาซ่า

cr.thegreatgastro.com


 
2.ร้าน Rib Room & Bar

 

ยังอยู่กันที่ภัตาคารอาหารยุโรปที่ขึ้นชื่อเรื่องสเต็กอีกร้านหรึ่งอย่างร้าน Rib Room & Bar โรงแรมแลนด์มาร์ค ที่นอกจากจะโดดเด่นของอาหารที่รสชาติถูกปาก จนได้รับรางมินลินไกด์แล้ว ยังได้รับการการันตีคุณภาพดีด้วยรางวัล The Plate โดยเชฟหลักที่ได้ถูกยอมรับในฝีมือระดับสากลอย่าง Chef Philippe Gaudal  ส่วนเรื่องของบรรยากาศของที่นี่เขาก็ไม่แพ้ ด้วยโทนสีแดงเรียบหรู ประกอบกับสามารถชมวิวเมืองสวยๆ ได้ริมหน้าต่าง รับรองว่าถูกอกถูกใจหลายๆ คนแน่นอน ถ้ายิ่งมากับคู่รักในวันพิเศษแล้วล่ะก็รับรองว่าประทับใจแน่นอน ส่วนเมนูที่เราอยากแนะนำก็คือ Dry Aged Beef สเต็กชิ้นโตเนื้อนุ่มที่กำลังเป็นที่นิยมกันอยู่ในตอนนี้
การเดินทาง: ตัวโรงแรมแลนด์มาร์คจะอยู่ห่างจากสถานีนานาประมาณ 50 เมตร เดินตามรถมา โรงแรมอยู่ด้านซ้ายมือติดถนนใหญ่ ระหว่างสุขุมวิทซอย 4 และซอย 6
cr.thegreatgastro.com


 
3. ร้าน Elements - The Okura Prestige Bangkok

แผนที่ : The Okura Prestige Bangkok

 

เปลี่ยนสไตล์มาที่เมนูอาหารฝรั่งเศสสุดหรูกันบ้างที่ร้าน Elements ที่อร่อยจนต้องยกดาวมิชลินให้ ในโรงแรม The Okura Prestige Bangkok โรงแรมสุดหรูติด BTS เพลินจิต พอพูดว่าเป็นอาหารฝรั่งเศสอาจจะดูไม่แปลกเท่าไร แต่พอบอกว่าเป็น อาหารฝรั่งเศสที่ผสมผสานกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นขึ้นมาล่ะก็หลายคนคงสงสัยกันแล้วใช่ไหมล่ะว่ารสชาติจะอร่อยล้ำแค่ไหน แนะนำให้ไปลองโดนกันได้ เมนูที่แนะนำเป็น Crispy Skin Soy Marinated Duck Breast And Leg Croquette เนื้อเป็ดที่ Slow Cooked ในสาเก และนำมามาเซียร์ส่วนหนังให้กรอบ รับรองว่ากรอบนอกนุ่มในสมดาวมิชลินแน่นอน แถมยังคุ้มค่าด้วยบรรยากาศบนชั้นดาดฟ้ามองวิวเมืองตอนพระอาทิตย์ตกดินรับรองว่าโรแมนติคอย่าบอกใครเชียวล่ะ
การเดินทาง: ตั้งอยู่ที่ชั้น 25 ของโรงแรม The Okura Prestige Bangkok สามารถเดินทางมาทาง BTS ลงสถานีเพลินจิต และเดินเข้าโรงแรมผ่านทางอาคาร ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ได้
cr.guide.michelin.com


 
4. ร้าน Mezzaluna

มาต่อกันที่ Mezzaluna ร้านอาหารอิตาเลี่ยนที่ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ถึง 2 ดาวด้วยกัน  นอกจากรสชาติอาหารชั้นเยี่ยมแล้วยังมีการดีไซน์ตกแต่งร้านที่โดดเด่น ตกแต่งคล้ายกับพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวสามารถมองเห็นวิวของกรุงเทพมหานครแบบพาโนราม่า 360 องศา นอกจากอิ่มท้องแล้วยังได้ฟีลที่สุดแสนจะโรแมนติคอีกด้วย
การเดินทาง: ตั้งอยู่ชั้น 65 โรงแรมเลอบัวแอทสเตททาวเวอร์ จากถนนสีลม ให้ตรงไปบริเวณโรงพยาบาลเลิดสิน หัวมุมถนนสีลมตัดถนนเจริญกรุงแยกบางรัก จะเห็นอาคารสเตททาวเวอร์กรุงเทพ โรงแรมเลอบัวแอทสเตททาวเวอร์ อยู่บนชั้น 21-26, 51-59 ของอาคารสเตททาวเวอร์กรุงเทพ
cr.tripadvisor.com
 

5.ร้าน Le normandie

 

 

ภัตตาคารอาหารยุโรปที่ซ่อนตัวอยู่ ในโรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ล โรงแรมสุดหรูที่ตั้งอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างร้าน เลอ นอร์มังดี ที่ได้รับการการันจากมิชลินสตาร์มากถึง 2 ดาวที่ได้รับการรังสรรค์เมนูจากเชฟเจ้าของประเทศอย่างเชฟ เชฟอาโน ดูนัง โซทีเอร์ ที่ได้ผสมผสานความคลาสสิคกับอาหารในยุคสมัยใหม่ให้เข้ากันได้อย่างลงตัวจนได้รับรางวัล อาหารที่แนะนำก็จะเป็น อาหารจานหลักอย่าง Roasted Pigeon, Endive, Pear and Cocoa เนื้อนกพิราบมาจากเมือง Breast นำมาย่างพร้อมเสิร์ฟกับผักเครื่องเคียง ได้รสชาติผสมผสานที่เข้ากันได้อย่างลงตัว
การเดินทาง: เดินจาก BTSสะพานตากสิน 8นาที หรือ ขึ่นเรือไปที่ท่าโรงแรมโอเรียนเต็ล
 

6.ร้าน Savelberg


ร้านอาหารฝรั่งเศสที่มีการตกแต่งแบบโล่งโปร่งสบายแต่ยังแฝงไปด้วยความเรียบหรูตามสไตล์ร้านอาหารฝรั่งเศสอย่างร้าน Savelberg ที่ได้รับการการันตีคุณภาพจากเชฟมากประสบการณ์อย่างเชฟ Henk Savelberg มีให้เลือกแบบทั้ง A la carte และ Set Course
การเดินทาง: เดินทางด้วย BTS เพลินจิต ถนนวิทยุลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร


7.ร้าน L Atelier de Joel Robuchon Restaurant

 

cr.tripadvisor.com

ปิดท้ายด้วยร้านอาหารฝรั่งเศสอย่างร้าน L Atelier de Joel Robuchon Restaurant ที่เคยได้รับการรังสรรค์เมนูอาหารจากอดีตเชฟชื่อดังอย่าง Robuchon ที่ได้รับความเชื่อมั่นในระดับโลกเพราะได้รับดาวมิชลินมากที่สุดในโลก ปัจจุบันก็ยังเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่ได้รับความนิยมอยู่อย่างไม่ขาดสาย เชื่อว่าเพื่อนๆ จะได้ชิมรสชาติอาหารระดับโลกโดยไม่ต้องเดินทางไปถึงประเทศฝรั่งเศส
การเดินทาง: อยู่ที่ชั้น5 Mahanakon Cube ถนนนราธิวาสฯ สามารถจอดรถที่ชั้นใต้ดินได้เลย หรือจะมาด้วย BTS ลงสถานีช่องนนทรีก็ได้เช่นกัน