ผลการค้นหา: ทัวร์ญี่ปุ่น วัดเซนโซจิ (วัดอาซากุสะ)

พบ 36 แพ็กเกจ

ตัวช่วยค้นหา
พบ 0 แพคเกจ
เรียงตาม
ยอดนิยม

ข้อมูล ทัวร์ญี่ปุ่น วัดเซนโซจิ (วัดอาซากุสะ)

ถ้าพูดถึงโตเกียวขึ้นมา เชื่อว่าหลายคนจะมีภาพจำของแลนด์มาร์คสำคัญๆ ในเมืองนี้แตกต่างกันไป มั่นใจว่าหนึ่งในนั้นจะต้องมีภาพของโคมสีแดงขนาดยักษ์ที่แขวนอยู่กลางประตูทางเข้าวัดแบบโบราณ ซึ่งรอบด้านน่ะแวดล้อมไปด้วยย่านตึกสูงใจกลางเมือง และนั่นละจ้าคือวัดเซนโซจิ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อวัดอาซากุสะนั่นละ แล้วถ้าคุณยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าแล้ววัดนี้มีดีอะไร ถึงได้กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่ใครมาโตเกียวเมื่อไหร่ก็ต้องแวะมาเช็คอินกันเกือบทุกราย วันนี้เราจะทำให้คุณได้ร้อง “อ๋อออออ” กันแบบยาวๆ แล้วคราวหน้าถ้าคุณได้แวะไปทัวร์ญี่ปุ่น วัดเซนโซจิ (วัดอาซากุสะ) จะได้ไม่พลาดไฮไลท์เปรี้ยงๆ ปังๆ ในวัดดังแห่งนี้กันไงล่ะ ว่าแล้วก็ไปดูทีเด็ดของวัดเซนโซจิแห่งนี้กันเลยดีกว่า ว่ามีอะไรบ้าง

วัดเซนโซจิ (วัดอาซากุสะ)

วัดเซนโซจิ เป็นวัดพุทธที่ตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ เขตไทโต ของกรุงโตเกียว โดยได้ชื่อว่าเป็นวัดที่เก่าแก่และมีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองหลวงแห่งนี้ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.628 โดยมีตำนานต้นกำเนิดการสร้างวัดเล่าต่อกันมาว่า ในอดีต มีชาวประมงสองพี่น้องซึ่งออกไปหาปลาบริเวณแม่น้ำสุมิดะ และได้ทอดแหพบกับองค์เจ้าแม่กวนอิมทองคำองค์เล็กๆ ที่มีขนาดประมาณ 5.5 เซนติเมตรเท่านั้น สองพี่น้องจึงนำองค์เจ้าแม่กวนอิมที่ได้ไปให้หัวหน้าหมู่บ้าน จากนั้นจึงมีการนำองค์เจ้าแม่ไปประดิษฐานไว้ให้ผู้คนได้มากราบไหว้ขอพรกัน และเมื่อคำร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ที่ว่ากันว่าขออะไรก็มักจะได้ตามความประสงค์มีการแพร่กระจายออกไป จึงมีการสร้างวัดขึ้นเพื่อประดิษฐานองค์เจ้าแม่กวนอิมอย่างเป็นการ แต่ตัวอาคารเดิมนั้นได้ถูกทำลายเสียหายไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เกือบทั้งหมด ตัววัดส่วนใหญ่ที่ได้เห็นกันในปัจจุบันนี้ จึงเป็นอาคารที่มีการสร้างขึ้นมาในภายหลังจากนั้นนั่นเอง

ไฮไลท์อันดับหนึ่งของวัดแห่งนี้ที่คุณพลาดไม่ได้ เมื่อไปทัวร์ญี่ปุ่น วัดเซนโซจิ (วัดอาซากุสะ) ก็คือบริเวณประตูคามินาริ หรือประตูฟ้าคำรณ ที่มีโคมไฟสีแดงขนาดยักษ์ที่สูงถึง 3.9 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3.3 เมตร น้ำหนัก 700 กิโลกรัมแขวนอยู่ด้านบน ซึ่งเป็นจุดที่ทุกคนที่มาเยือนวัดนี้ต้องไม่พลาดการถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกลับไป สองข้างของประตูจะมีรูปของเทพเจ้าแห่งลมและเทพเจ้าสายฟ้าตั้งอยู่คนละฝั่ง ระหว่างเดินลอดใต้โคมไฟก็อย่าลืมแหงนหน้าขึ้นไปมองด้านบนตรงก้นโคมกันด้วยนะ เพราะคุณจะได้เห็นความสวยงามของรูปแกะสลักเทพเจ้ามังกร ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเทพผู้พิทักษ์ของวัดนี้อยู่บริเวณด้านล่างของตัวโคมไฟ บอกเลยว่าทั้งเก่าแก่และอ่อนช้อยงดงาม คุ้มค่ากับการได้ชมด้วยตาตัวเองจริงๆ

เมื่อผ่านประตูอันโด่งดังเข้ามาสู่พื้นที่ในตัววัด จะพบกับถนนสั้นๆ ที่ชื่อว่านากามิเสะ ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านร้านค้าที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นเลยทีเดียวนะ เพราะตรงนี้มีการเปิดแผงค้าขายกันมาแล้วกว่า 130 ปี บอกเลยว่านี่คือโซนซึ่งเป็นสวรรค์ของทั้งนักกินและนักช้อปอย่างแท้ทรูเลยทีเดียว เพราะตรงนี้จะเต็มไปด้วยร้านค้ากึ่งแผงลอยกว่า 90 ร้าน เรียงรายไปตลอดแนวถนนจนถึงบริเวณอาคารด้านในของวัด ทั้งร้านอาหาร ร้านขนม และร้านขายของที่ระลึกอีกหลากหลายรูปแบบ แนะนำว่ายังไงก็เข้าไปไหว้พระในตัววัดกันก่อนดีกว่า เพราะถ้าคุณจะเริ่มต้นด้วยการแวะกระจายเงินเยนกันก่อนตั้งแต่ตรงนี้ รับรองว่าพะรุงพะรังจนไหว้พระกันได้อย่างไม่เต็มที่อย่างแน่นอนจ้า

เมื่อผ่านเข้ามายังพื้นที่บริเวณด้านใน จะเจอกับตัวอาคารหลักซึ่งเป็นที่ประดิษฐานองค์เจ้าแม่กวนอิมทองคำอันศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏอยู่ในตำนานการสร้างวัด ซึ่งคุณสามารถแวะตั้งจิตอธิษฐานขอพรกันได้บริเวณด้านหน้าแท่นบูชา บอกเลยว่าด้านในของตัววิหารแห่งนี้นั้นมีงานจิตรกรรมบนเพดานที่สวยงามให้ได้ชมกันด้วยนะ แค่ต้องลองแหงนหน้าขึ้นไปดูกันสักนิดเท่านั้นเอง อีกหนึ่งอย่างที่มาแล้วควรต้องลองในบริเวณนี้ นั่นก็คือการเสี่ยงเซียมซีแบบเจแปนจ้า โดยจะมีกระบอกโลหะซึ่งมีรูเล็กๆ หนึ่งรูอยู่ด้านบน วิธีการเสี่ยงก็คือเขย่าให้ไม้โผล่ออกมาพ้นรูเพื่อดูตัวเลขแล้วนำไปรับคำทำนาย อย่าเพิ่งส่ายหน้าว่าอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ จะรู้เรื่องยังไง?? ก็เพราะที่นี่เค้ามีเซียมซีให้เลือกกันสองภาษาทั้งอังกฤษและญี่ปุ่นจ้า รับรองว่า understand กันชัวร์ๆ อ้อ … กระซิบไว้หน่อยว่าถ้าได้คำทำนายที่ไม่ค่อยดีนัก เค้ามีราวให้นำใบเซียมซีไปผูกเอาไว้ด้วยนะ นัยว่าเป็นการฝากโชคร้ายเอาไว้ที่วัดนี้ ถ้าอ่านแล้วไม่แฮปปี้ก็ผูกทิ้งเอาไว้ได้เลยจ้า

ส่วนใหญ่แล้วคนที่มาทัวร์ญี่ปุ่น วัดเซนโซจิ (วัดอาซากุสะ) จะหันหลังกลับไปช้อปปิ้งกันเมื่อเสร็จจากจุดนี้ แต่ถ้าคุณแฮปปี้กับการได้ตระเวนไหว้พระขอพรมากกว่า ขอบอกว่ารอบๆ ตัววิหารหลักน่ะ ยังมีศาลของเทพเจ้าต่างๆ ซ่อนอยู่อีกหลายแห่งเลยนะ โดยจะมีลักษณะเป็นอาคารไม้ไซส์มินิเป็นสัดส่วนแยกจากกันเป็นหลังๆ ไป ข้อดีของการเดินทางไปกับทัวร์คือคุณจะมีไกด์ที่แนะนำให้ได้ ว่าตรงไหนควรไปไหว้และขอพรเรื่องอะไร ไม่ว่าจะเป็นเทพเจ้าที่คนนิยมไปขอพรเรื่องการค้า หรือศาลของ 1 ใน 7 เทพธิดาแห่งความสุขก็อยู่ที่นี่จ้า แล้วถ้าไม่มีคนชี้ทางบอกให้ บอกเลยว่าหลายคนจะพลาดการได้มูเตลูบริเวณนี้ไปอย่างน่าเสียดายที่สุดเลย

ก่อนออกจากวัด ขอกระซิบเคล็ดลับกันนิดนึงว่า ถ้าคุณอยากโยนเหรียญลงกล่องทำบุญในวัดนี้ เชื่อกันว่าหากใช้เหรียญ 5 เยน 50 เยน หรือ 500 เยน ในการทำบุญ จะเป็นเคล็ดลับซึ่งจะทำให้คุณได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง และเมื่อเห็นผู้คนมากมายรุมกันอยู่บริเวณกระถางธูปใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางลานก็อย่าแปลกใจ เพราะหลายคนเชื่อกันว่าการได้อาบควันธูปที่ใช้ไหว้พระนั้น จะเป็นการขับไล่สิ่งไม่ดีให้ออกไปจากร่างกายนั่นเองค่ะคุณ เอาหน่อยมั้ยล่ะ?

ถ้าออกมาจากการทัวร์ญี่ปุ่น วัดเซนโซจิ (วัดอาซากุสะ) แล้วยังมีเวลาเหลือ ลองเดินเลยมาอีกนิด คุณจะได้ชมวิวแม่น้ำสุมิดะ ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญของโตเกียว โดยฝั่งตรงข้ามจะเห็นแลนด์มาร์คที่มักจะถูกใช้เป็นแบ็คกราวนด์ถ่ายรูปชั้นดี อย่างประติมากรรมรูปฟองเบียร์สีทองบนตึกอาซาฮี หรือโตเกียว สกายทรี ที่สูงปรี๊ดดูเด่นเป็นสง่าอยู่ถัดออกไป ถ้าอยากเห็นความสูงเสียดฟ้าแบบใกล้ๆ ก็สามารถนั่งรถไฟหรือเดินไปจากบริเวณวัดก็ยังได้นะถ้าชอบ นอกจากนั้น หากนั่งรถไฟต่อไปอีกไม่กี่สถานี คุณยังจะได้เจอที่เที่ยวไฮไลท์ของโตเกียวอีกเพียบจ้า ไม่ว่าจะเป็นย่านฮาราจูกุ ศาลเจ้าเมจิ สวนอุเอโนะ ห้าแยกชิบุย่า หรือว่าแหล่งช้อปยอดฮิตของคนไทยอย่างในตลาดอะเมะโยโกะ ซึ่งทั้งหมดนั้นคุณสามารถวางแผนเป็น One Day Trip ในละแวกตัวเมืองได้อย่างสบาย และเป็นความคุ้มค่ามากมายจากการเลือกใช้บริการทัวร์ญี่ปุ่น วัดเซนโซจิ (วัดอาซากุสะ) เพียงทริปเดียว