ทัวร์ครับพาเที่ยว
รวมเรื่องเที่ยวรอบโลก สาระน่ารู้ บทความรีวิว ท่องเที่ยวในต่างแดน
Checklist ง่ายๆ เตรียมตัวไว้ก่อนไปเที่ยวต่างประเทศ!
พาเที่ยว
ญี่ปุ่น
Checklist ง่ายๆ เตรียมตัวไว้ก่อนไปเที่ยวต่างประเทศ!
ช่วงนี้อยู่ไทยก็เหงาๆ หน่อย นึกถึงภาพตัวเองตอนไปเที่ยวต่างประเทศก็ยิ่งคิดถึงคพอนึกว่าได้เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศทีไร ใจมันก็ตื่นเต้นทุกที ถึงแม้ตอนนี้จะยังเที่ยวต่างประเทศไม่ได้ แต่เปิดประเทศได้เมื่อไรเราต้องพร้อมเดินทางไปเที่ยวให้ไวก่อนใคร และเพื่อจะได้ไม่พลาดทุกการเดินทาง Tourkrub เตรียมลิสต์มาให้ ก่อนเดินทาง Checklist ง่ายๆ เตรียมตัวไว้ก่อนตามนี้ เมื่อเปิดประเทศเมื่อไหร่ก็เก็บเสื้อผ้า ลากกระเป๋าเดินทาง พร้อมพุ่งตัวไปได้เลย!เช็คลิสต์ที่ 1 : เตรียมข้อมูลและเอกสารสำคัญต่างๆ ในการเดินทางต่างประเทศ● ตั๋วเครื่องบิน : เตรียมให้พร้อม ทั้งขาบินไปและขาบินกลับ อันนี้สำคัญมาก● หลักฐานการจองที่พัก : ถ้ามีสถานที่พักแล้ว หากตม. ขอดูเอกสารก็ผ่านเข้าประเทศเขาได้ไม่ยากเลย● วีซ่า (ถ้ามี) : บางประเทศอาจต้องใช้ ทำและพกไว้ติดตัวตลอดระหว่างอยู่ในประเทศนั้นๆ● พาสปอร์ต (Passport) : หลายคนไม่ได้เดินทางนาน พาสปอร์ตอาจจะหมดอายุได้ อย่างน้อยต้องมีอายุ 6 เดือนก่อนหมดอายุ ถ้าน้อยกว่านี้บางประเทศเดินทางไม่ได้ อย่าลืมตรวจเช็คและอัปเดตวันหมดอายุพาสปอร์ตอยู่เสมอ ไม่งั้นปุบปั๊บต้องเดินทางออกนอกประเทศ ไปไม่ได้ไม่รู้ด้วยนะ● เอกสารการอนุญาตการใช้ยา ยาบางประเภท เข้าไม่ได้และถ้าคุณมีโรคประจำตัว แล้วต้องใช้ยาบางชนิด ขอเอกสารพกไปด้วยนะเช็คลิสต์ที่ 2 : เตรียมของใช้ส่วนตัวให้ครบถ้วน● เสื้อผ้า เช็คอุณหภูมิประเทศนั้นๆ ในช่วงที่เราจะเดินทางไปเที่ยว แฟชั่นต้องได้ แต่ก็ต้องใส่ให้ตรงกับฤดูของเขาด้วยนะ● ชุดชั้นใน เอาไปให้เพียงพอ ไม่ควรใส่ซ้ำเพื่อสุขภาพที่ดีของน้องอะนะ● เครื่องสำอาง / อุปกรณ์อาบน้ำ ต่างๆ หากสิ่งไหนสำคัญมากๆ เป็นของเหลวจำเป็นต้องหิ้วขึ้นเครื่องไปด้วยกัน คุณจะต้องแบ่งลงขวดเล็ก ที่มีปริมาณขวดละไม่เกิน 100 มล.● โทรศัพท์ / แบตสำรอง (ความจุไฟฟ้าไม่เกิน 32,000 mAh และห้ามโหลดลงใต้เครื่องบิน)● กระเป๋าใบเล็กสำหรับหิ้วเสริมขึ้นเครื่อง (ขนาดไม่เกิน 20 นิ้ว)● กล้องถ่ายรูป (ห้ามโหลดลงใต้เครื่องเด็ดขาด)● Pocket Wifi (ถ้ามี)● ยาประจำตัว ทั่วไป เช่นยาแก้ปวดหัว ปวดท้อง เป็นต้น● หน้ากากอนามัย / เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ สำคัญมากๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนการ์ดอย่าตก พกไปด้วยดูแลตัวเองให้ดีที่สุดและรับผิดชอบต่อสังคมเช็คลิสต์ที่ 3 : เตรียมประกันไว้ให้พร้อมรองรับทุกการเดินทางเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ควรมีประกันการเดินไปด้วยทุกครั้ง ซึ่งก็มีหลากหลายแพ็คให้เราได้เลือกซื้อ แต่เราแนะนำนี่เลยประกันเดินทางจาก Cigma จะช่วยให้คุณหมดห่วงทุกปัญหา ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าหาย ไฟลท์ดีเลย์ กรณีเจ็บป่วย ไม่สบาย หรืออุบัติเหตุเกิดขึ้นได้แบบไม่ตั้งใจ ทุกปัญหาฉุกเฉิน ประกัน Cigma ก็พร้อมจะดูแลคุณไปทุกการเดินทาง สามารถเข้าไปดูรายละเอียดต่างๆ ได้ที่นี่ >> https://www.cigna.co.th หรือคลิกดู ประกันการเดินทาง ได้เลยเช็คลิสต์ที่ 4 : เตรียมเงินสำหรับใช้จ่าย● เงินต่างประเทศ แลกให้เพียงพอ ตามสกุลของประเทศนั้นๆ ที่เราจะไปเที่ยว● เงินไทย (ติดไว้เผื่อสำรอง)● ATM / บัตรเครดิต ที่ทำธุรกรรมระหว่างประเทศได้ เกิดฉุกเฉินช้อปเงินสดเพลิน บัตรเครดิต ต่างๆ ช่วยเราได้เมื่อเตรียมพร้อมทั้งสิ่งของ ทั้งกายและใจ แถมยังมีผู้ช่วยดูแลให้การเดินทางของคุณสะดวกมากขึ้นขนาดนี้ แบบนี้ก็สามารถไปเที่ยวได้สบายอย่างหายห่วงแล้วล่ะค่ะ ขอให้เดินทางท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยนะ อย่าลืมซื้อ ประกันการเดินทาง ทุกครั้งเมื่อต้องเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศด้วยนะและถ้าเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศได้เมื่อไร ไม่ว่าจะบินไปเที่ยวที่ไหน จองไปเที่ยวกับทัวร์ครับ รับรองว่า ทุกอย่างสะดวกสบาย เพราะทัวร์ครับจัดการไว้ให้หมดแล้ว จองทัวร์ครบจบที่ทัวร์ครับ
เที่ยวญี่ปุ่น สนุก สบาย มีตั๋วใบเดียว ก็เที่ยวชิลล์ได้ทั่วเมือง
พาเที่ยว
ญี่ปุ่น
เที่ยวญี่ปุ่น สนุก สบาย มีตั๋วใบเดียว ก็เที่ยวชิลล์ได้ทั่วเมือง
เที่ยวญี่ปุ่นหลายคนคงคุ้นเคบกับรถไฟ JR เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูงชินคังเซน รถไฟเข้าเมืองจากสนามบิน หรือรถไฟเดินทางไปเมืองต่างๆ และด้วยราคารถไฟของเขาราคาไม่เบา จึงทำให้หลายคนเข้าใจค่ารถไฟที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นแพงเหลือเกิน แต่วันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีการเดินทางเที่ยวเองในญี่ปุ่นที่ราคาถูก เดินทางแบบไม่แพง เน้นราคาถูก ไม่เน้นเดินทางไว เหมาะกับสายชิลล์ ไม่รีบไม่ร้อน ได้เที่ยวญี่ปุ่นแวะตามเมืองต่างๆ ได้ชมธรรมชาติ แวะกินอาหารไปเรื่อยเปื่อย เจ้าตั๋วที่เรากำลังพูดถึงคือ JR Seishun 18 Kippu ซึ่งเป็นตั๋วสำหรับรถไฟท้องถิ่นไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยตั๋วนี้จะเปิดให้ซื้อช่วงที่เด็กๆ ปิดเทอม เข้าไปเช็ครายละเอียดได้ที่ลิงค์นี้เลยครับ >> https://www.jreast.co.jp/e/pass/seishun18.html แต่เที่ยวญี่ปุ่นจะสะดวกมบายที่สุด แบบไม่ต้องวางแพลนเที่ยวเอง ไม่ต้องหาตั๋วซื้อตั๋วรถไฟ ก็แนะนำให้ซื้อทัวร์ไปเลย ได้เที่ยวในแบบที่ชอบไม่ต่างกัน ซึ่งก็สามารถเข้าไปดูแพ็กเกจทัวร์ญี่ปุ่น ได้ที่ ทัวร์ครับ เว็บไซต์ที่รวมทัวร์ต่างประเทศไว้เยอะมากๆ https://tourkrub.co/japan-tour อย่างทัวร์ญี่ปุ่นเองก็มีให้เลือกเยอะ ถ้าเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศจองกับทัวร์ครับ ไว้ใจได้จริงๆ โฉมหน้าของตั๋ว JR Seishun 18 Kippu นะครับ ซึ่งทริปนี้เราจะเริ่มจากขึ้นรถไฟ JR ที่ชิบูย่าไปเมืองทากาซากิ จังหวัดกุนมะ จากทากาซากิไปเมืองมินาคามิ จังหวัดกุนมะจากมินาคามิไปยัง ยูซาวะ จังหวัดนีกาตะ แล้วนั่งรถสายเดิมกลับโตเกียว นั่งรถไฟฉึกฉักมาชั่วโมงเศษๆ เราก็มาโผล่ที่ทากาซากิเมืองแห่งดารุมะ หรือตุ๊กตาแดงนั้นเอง ลงรถไฟมาปุ๊ป เราก็เจอกับไดรุมะ ตัวใหญ่มาต้อนรับ ช่วงเวลาที่ผมไปคือวันปีใหม่ครับ ทุกอย่างในเมืองที่ผมไปจึงปิดหมด แต่ทากาซากิมีเทศกาลดารุมะพอดี โชคดีเลยครับ เรามีเวลาแวะเที่ยวเมืองนี้ 1 ชั่วโมง แล้วต้องกลับไปสถานีเพื่อนั่งรถไฟต่อไปยังมินาคามิ ดารุมะเป็นตุ๊กตาสีแดงคล้ายตีกตาล้มลุก ไม่มีแขน มีแต่หน้า ซึ่งการวาดหน้าดารุมะนี้วาดให้เหมือนพระ ตรงคางจะเขียนคำขอพรต่างๆ เช่นสุขภาพดี เจริญก้าวหน้า โชคดีอะไรแบบนี้ครับ และตัวดารุมะยังหมายถึงชิวิตเวลาที่เราล้มเราก็สามารถลุกขึ้นมาอีกได้ครับ ดารุมะตัวใหญ่ใจกลางเมือง ผมมาถึงเมืองนี้งงๆ มากับเพื่อนญี่ปุ่นที่พามา จับใจความได้ว่าวันนี้เราโชคดีนะ ร้านปิดหมดแต่มีเทศกาลพอดี ผมก็เดินตามเขาไปตรงใจกลางเมือง ก็พบคลื่นมหาชนมากมาย และร้านรวงที่ขายตัวดารุมะ และร้านขายอาหารต่างๆ คล้ายถนนคนเดินบ้านเราแหละครับ แต่บ้านเราร้านเยอะกว่า ร้อนกว่า แผงขายดารุมะเต็มไปหมด รับสักตัวไหมครับ ทากาซากิเป็นเมืองขนาดพอดีๆ มีที่เที่ยวเยอะอยู่ครับ แต่เราใช่วิธีชะโงกทัวร์เอาเพราะมีเวลาน้อยแค่ชั่วโมงเดียวเลยได้บรรยากาศภายในเมือง จริงๆ ถ้าใครมีเวลาแนะนำไปเที่ยววัดดารุมะจิ ชมโรงงานผลิตตุ๊กตาดารุมะ และสักการะเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ เขามีให้เขียนตัวดารุมะด้วยครับ จึงไปเขียนดั่งภาพ มีการแสดงด้วยครับ เป็นเพลงแบบครึกครื้นครับ ที่ทาคาซากิ มีร้านอาหารไทยด้วยนะครับ แต่ร้านปิดวันนั้น อด จากทากาซากิ เรานั่งรถไฟสาย JR Joetsu Line ไปยังเมืองมินาคามิ ซึ่งเป็นเมืองออนเซน ผมนี้เตรียมแช่น้ำเลยครับบบ เนื่องจากเรามมมีเวลาทั้งหมด 3 ชั่วโมงที่เมืองนี้เพื่อรอรถไปยังนีงาตะ ระหว่างทางที่นั่งรถไฟไปก็เริ่มรู้สึกว่ายิ่งจากโตเกียวมามากเท่าไหร่ยิ่งหนาวเท่านั้น สังเกตุจากสภาพวิวทิวทัศน์นะครับ เพราะในรถไฟอุ่นอยู่แล้ว แล้วผมก็คิดถูกเนื่องจากเจอหิมะบนพื้น เซอร์ไพรส์มากครับ หิมะ แต่มีเซอร์ไพรส์มากกว่านี้ครับ อีกภาพหนึ่ง มินาคามิเป็นเมืองที่คนโตเกียวและเมืองใกล้เคียงนิยมมาแช่ออนเซ็น เล่นสกี เพราะที่นี้มีลานสกีที่ขึ้นชื่อ มีภูเขาที่สวยงาม มีแม่น้ำไหลผ่านกลางเมือง เป็นเมืองในฝันของคนรักสงบ หน้าหนาวเมืองนี้จะขาวดพลนไปด้วยหิมะวันที่ผมไปคุณป้าชาวญี่ปุ่นบอกว่าวันนี้ไม่ค่อยหนาว แม่เจ้าที่ขนาดไม่หนาวผมเหลือแต่ตาเดิน สะพานข้ามแม่น้ำระหว่างทางจากสถานีรถไฟเข้าเมือง พวกเราพร้อมมากที่จะไปแช่ออนเซ็น เพื่อนชาวญี่ปุ่นผมพราวทูพรีเซ็นมาก แต่ปรากฎว่าทั้งเมืองร้างครับ ปิดหมด ปิดหมดทุกอย่าง ตามภาพนี้เลยครับ วันที่ 1 มกราคม ทุกคนก็ปิดบ้านนอนหมด พวกเราก็เดินเหงากัน เหงามากครับ มีเวลาสามชั่วโมงในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ไม่มีสิ่งใดฆ่าเวลาได้ดีเท่ากับการเดินเล่นในร้านแถวสถานีรถไฟ และนั่งคุยกับคุณป้าแถวนั้นครับ คุยรู้รื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็รอยยิ้มและเสียงหัวเราะทำให้เวลาผ่านไปเร็วมากครับ คุณป้าเจ้าของร้านอาหารที่ผมแวะไปนั่งเมาท์มอยกับแก เมืองนี้ของดีก็คือสาเกครับ จริงๆ ดีหลายอย่างแต่ผมโพกัสแค่นี้เลย ตุ๊กตุ่น ตุ๊กตาผ้าน่ารักมากเลยครับ มีโชว์ที่สถานีรถไฟ ถึงเวลาอันสมควรพวกเราก็เดินทางไปด้วย JR Joetsu Line ไปยังยูซาวะ นีงาตะ ระหว่างทางก็คือเราจะผ่านลานสกี ภาพที่เห็นคือหิมะตกตลอดทาง ผมนี้ตื่นเต้นมากครับ รถไฟมาถึงสถานียูซาวะ พวกเรามุ่งหน้าไปสถานที่ที่ผมอยากไปมาก ซึ่งทริปนี้ตรงนี้คือไฮไลท์ครับ นั้นคือพิพิธภัณฑ์สาเก รวมมาทั้งเกาะเลยครับ อย่าเอาอย่างตาลุงคนนี้นะครับ อันนี้คือรูปปั้นตรงหน้าทางเข้าครับ Ponshukan Sake Museum ตั้งอยู่บริเวณสถรนีรถไฟอิชิโกะ ยูซาวะ รวบรวมสาเกจากทั่วประเทศ 132 ชนิด และที่สำคัญคือจ่ายค่าเข้า 500 เยน จะได้รับจอกสาเก และเหรียญสำหรับหยอดตู้สาเกอัตโนมัติ 5 เหรียญ ซึ่งแต่ละตู้ก็จะใช้จำนวนเหรียญเริ่มต้นที่ 1 เหรียญขึ้นไปตามแต่ความไฮโซของสาเก เราสามารถทดลองชิมเท่าไหร่ก็ได้ไม่จำกัดตามแต่งบประมาณ และความแข็งแรงของร่างกายแค่อย่าล้มหงายเป็นลุงคนนั้นพอ เขาจำกัดอายุเข้านะครับ ต้อง18 ปีขึ้นไปตามกฎหมายญี่ปุ่น จอกวิเศษพร้อมกับป้ายแนะนำว่าเบอร์ไหนอร่อย เบิกฤกษ์ด้วยเบอร์ 13 ครับ ไม่อ่านป้ายแนะนำแต่รู้ว่าอันแรกต้องเบอร์ 13 นอกจากสาเกแล้วที่นี้ยังมีเกลือและมิโซะสำหรับใช้กินคู่กับสาเก เหมือนที่เรากินของเปรี้ยวๆ กับยาดองนั้นเอง ที่ญี่ปุ่นกินของเค็มๆ แต่เกลือก็ไม่ได้มีแค่เกลือป่นสีขาวๆ นะครับ มีตามในภาพเลยครับชิมจนงง เยอะจนลืมนับครับ ที่เห็นในถ้วยคือเกลือครับ ไม่ใช่ตู้ฝากของนะครับ ตู้กดสาเกครับ ยาวเต็มผนังเลยครับ จุดจบสายแข็ง เพลินเพลิดไปกับสาเกในตู้จำนวนมากจนหิว ถ้าคุณมากับครอบครัวภรรยาไม่ดื่มและลุกเล็กเด็กวัยรุ่นเข้าไม่ได้ ไม่ต้องกังวลภายในสถานีมีร้านอาหารมากมายและที่ช้อปปิ้ง ซึ่งพูดเลยว่าเพลินมาก นีงาตะเป็นแหล่งปลูกข้าวชั้นดีของประเทศจึงทำให้ที่นี้มีผลิตภัณฑ์จากข้าว ไม่ว่าจะเป็นสาเก มิโซะ ขนมแซมเบ้ ข้าวสาร และ เครื่องสำอางที่ผลิตภัณฑ์จากข้าว ข้าวญี่ปุ่นคุณภาพดี ข้าวญี่ปุ่นที่ห่อผ้ามาอย่าสวยงาม ขนมจากข้าวราคาย่อมเยาว์ และสิ่งที่อยากให้ลองมากที่สุดคือข้าวปั้นครับ อร่อยมากครับ ข้าวของเขาคืออร่อยจริงๆ ก้อนใหญ่มาก นี้คือของจริงบนมือชายร่างใหญ่สูง 180 เซ็นติเมตร ข้าวปั้นใหญ่มากครับ ใหญ่จนผมต้องกินสองครั้งถึงจะหมด มีหลายใส้ให้เลือกไม่ว่าจะบ๊วย สาหร่ายหวาน ไข่ปลาแซลมอน ไข่ปลาค๊อดดอง หรือไส้ผักต่างๆ ราคาเริ่มต้นที่ 580 เยนเองครับ ปิดท้ายด้วยภาพเหล่าขวดสาเกในภาพนี้ครับ ทริปนี้พวกเราหารค่ารถกัน 5 คนเพียงคนละ 2พันกว่าเยน ตีเป็นเงินก็ 500 กว่าบาท แต่ได้ไปเที่ยวถึงสามเมือง ได้ชิมของอร่อยมากมาย ได้เห็นหิมะตก และชมความสวยงามทั้งสองข้างทาง ขากลับผมก็นั่งรถสายเดิมแบบเดิมสถานีเดิมแบบขามาออกจากโตเกียวตอน 9โมงเช้า กลับถึงบ้านตอนเที่ยงคืนเศษๆ ใช่วันปีใหม่ได้คุ้มค่ามากครับ
รวม 10 สายการบินไปญี่ปุ่น นั่งสบายราคาไม่แพง 
พาเที่ยว
ญี่ปุ่น
รวม 10 สายการบินไปญี่ปุ่น นั่งสบายราคาไม่แพง 
วันนี้คนไทยนิยมไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นจำนวนมากต่างจากเมื่อก่อนเพราะราคาที่ถูกลงและจับต้องง่ายมากขึ้น ทำให้การเดินทางไปญี่ปุ่นง่ายและสะดวกสบายมากกว่าแต่ก่อน ที่สำคัญยังไม่ต้องขอวีซ่า และนั่งเครื่องแต่ละครั้งก็ไม่นานอย่างที่คิดเพราะสามารถบินตรงถึงญี่ปุ่นได้ทันที วัฒนธรรมประเพณี เราก็คุ้นชินและรู้สึกว่าไม่ต่างจากที่ไทยมากนัก อาจเป็นเพราะว่าเราได้นำญี่ปุ่นเข้ามาในไทยหลายอย่าง เช่น วัฒนธรรมการกิน อาหารญี่ปุ่น วิถีการใช้ชีวิต หลายคนยังยกให้ญี่ปุ่นเป็นเมืองที่สะอาดและน่าไปเที่ยวซ้ำมากที่สุด วันนี้เราจะมาแนะนำ 10 สายการบินไปญี่ปุ่น นั่งสบายราคาไม่แพง ให้เพื่อนๆ ได้เลือกดูกันจะมีสายการบินไหนน่าไป และคุมงบได้ตามที่ต้องการมั่งไปดูกันเลย จองทัวร์ญี่ปุ่น กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub) https://tourkrub.co/japan-tour 10 สายการบินไปญี่ปุ่น 1. AirAsia X มาเริ่มกันที่สายการบินที่คนไทยนิยมนั่งกันอย่าง AirAsia X เป็นสายการบินจากประเทศมาเลเซียที่มาก่อตั้งและดำเนินการในประเทศไทย เป็นสายการบิน Low Cost ที่ให้บริการเที่ยวบินทั้งในและต่างประเทศ ให้บริการเส้นทางการบินระยะไกลกว่า 4 ชั่วโมงขึ้นไป แน่นอนว่าต้องรวมถึงประเทศญี่ปุ่นอยู่ด้วย ซึ่งสามารถจองตั๋วเครื่องบินผ่านทางเว็บไซต์ www.airasia.com มีทั้งบินตรงด้วย AirAsia X และเที่ยวบินที่ต้องต่อเครื่องคือบินด้วยสายการบิน AirAsia จากกรุงเทพฯ ไปเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศมาเลเซียเพื่อเดินทางต่อสู่ประเทศญี่ปุ่น และมีหลากหลายโปรโมชั่นให้เราเลือกมากมาย ยิ่งเป็นช่วงที่ทางสายการบินเปิดให้จองล่วงหน้าจะถูกเป็นพิเศษเลย ก็เป็นอีกทางเลือกนึงสำหรับ AirAsia X สายการบินที่คนไทยนิยมใช้บริการ เพราะโปรที่เด็ดจริง! 2. Thai Airways มาถึงสายการบินของประเทศไทยกันบ้างอย่าง Thai Airways สายการบินที่ให้บริการคนไทยมาถึง 56 ปี ถือเป็นสายการบินประจำชาติที่คนไทยทุกคนรู้จักกันดี เป็นสายการบิน Full Service เรียกได้ว่าสามารถเลือกได้เลยว่าจะนั่งแบบไหน ก็เป็นอีกสายการบินที่คนไทยนิยมเลือกที่จะนั่งไปประเทศญี่ปุ่น สายการบินนี้สามารถเลือกไปได้ทุกสนามบินของญี่ปุ่นกันเลย เป็นการบินตรงแบบไม่หยุดพักนอกจากนั้น Thai Airways ยังโดดเด่นเรื่องการบริการที่ดีเยี่ยมที่เหล่านักท่องเที่ยวชื่นชอบอีกด้วย เพราะแน่นอนว่าเขาคือสายการบินของคนไทย ยิ้มสยามไทยสไมล์ต้องมา แต่ก็ต้องยอมรับในเรื่องของราคาที่แลกมากับการบริการที่ดีเยี่ยม ทำให้ราคาค่อนข้างสูงและมีโปรโมชั่นน้อยต่างจากพวกสายการบิน Low Cost 3. Japan Airlines มาถึงสายการบินที่ตอนนี้ได้รับความนิยมจากคนไทยไม่แพ้กันอย่าง Japan Airlines หรือ JAL เป็นสายการบินของประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นสายการบินที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศญี่ปุ่นรองจาก ANA มีเส้นทางการบินที่ครอบคลุมสนามบินทั่วทั้งประเทศ เรียกได้ว่ามีให้เหล่านักท่องเที่ยวได้เลือกเดินทางมากมาย เป็นสายการบินประเภท Full Service เรื่องความสะดวกสบายนั้นสายการบินนี้ได้รับความไว้วางใจจากทั่วโลกกันเลย แน่นอนว่าต้องดีอย่างแน่นอนแถมราคาก็มีให้เลือกตามงบประมาณถือเป็นอีกหนึ่งสายการบินที่น่าสนใจสำหรับการบินไปญี่ปุ่น 4. Cathay Pacific มาที่สายการบินประจำชาติของประเทศฮ่องกงกันบ้างอย่าง Cathy Pacific ที่คนไทยมักใช้บริการ ว่าด้วยเรื่องคุณภาพและการบริการที่ดีเยี่ยมในระดับ 5 ดาวกันเลย จากการวัดระดับของ Skytrax เป็นอีกหนึ่งสายการบิน Full Service ที่หลายคนให้ความไว้วางใจ สำหรับใครที่ยังไม่เคยนั่งสายการบิน Cathy Pacificเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นเราอยากให้คุณได้ลองนั่งสักครั้งกับสายการบินระดับพรีเมี่ยม และยังเป็นอีกหนึ่งสายการบินที่สามารถเลือกลงได้ทุกสนามบินในญี่ปุ่นอีกด้วย 5. Hongkong Airlines หลายคนคงไม่ค่อยรู้จักกับเจ้าสายการบิน Hongkong Airlines สายการบินประจำชาติของประเทศฮ่องกง เป็นอีกหนึ่งสายการบินที่น่าสนใจหาจะเลือกเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นสายการบินที่ใครๆหลายคนเลือกใช้ เพราะเป็น Full Service ที่เด่นเรื่องการบริการและความสะดวกสบายอย่างมาก สายการบินนี้สามารถเลือกลงที่สนามบินประเทศญี่ปุ่นได้อย่าง Sapporo ,Narita ,Osaka และ Okinawa อยากเที่ยวไหนก็เลือกลงได้เลยไม่ต้องต่อเครื่องให้เสียเวลา 6. China Eastern Airlines มาที่สายการบินประเทศจีนกันบ้างอย่าง China Eastern Airlines เป็นสายการบินที่ควบคุมทุกด้านทั้งเรื่องการบริการและความสะดวกสบาย เป็นอีกหนึ่งสายการบินที่คนไทยเลือกใช้เพราะราคาค่อนข้างสบายกระเป๋า ถือเป็นอีกสายการบินที่สามารถจุผู้โดยสารได้มากเป็นอันดับสองของประเทศจีนกันเลย เรียกได้ว่าเหมาะสำหรับผู้โดยสารที่มากันเป็นกลุ่มเพราะจุคนได้เยอะ เดินทางยาวแบบไม่หยุดพักหรือจะเลือกเดินทางแบบต่อเครื่องก็มีให้เลือกมากมายตามราคางบประมาณที่มีได้เลย 7. Peach Airlines มาถึงสายการบินน้องใหม่ของประเทศญี่ปุ่นอย่างสายการบิน Peach เป็นสายการบินแบบ Low Cost เป็นสายการบินที่เปิดได้ไม่นาน ซึ่งการให้บริการเส้นทางการบินระหว่างประเทศไทยกับญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีเส้นทางการเดินทางให้เลือกน้อยคือสนามบินสุวรรณภูมิสู่สนามบิน Naha Airport, Okinawa เท่านั้น แต่ในอนาคตก็น่าจะมีการเปิดเส้นทางเพิ่มให้ชาวไทยได้มีทางเลือกมากขึ้น เพื่อเดินสู่ประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น ใครที่สนใจอยากลองเจ้าสายการบินน้องใหม่ลำนี้รับรองว่าจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนเพราะทางญี่ปุ่นการันตีเรื่องการบริการและความสะดวกสบาย ตามแบบฉบับของญี่ปุ่นเขาล่ะ แถมยังมาในราคาที่จับต้องง่ายมากขึ้น แน่นอนว่าถูกใจคนไทยอย่างเรามากๆ 8. All Nippon Airways มาถึงสายการบิน ANA หรือ All Nippon Airways เป็นสายการบินที่มีคุณภาพอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น เป็นสายการบินประเภท Full Service มีเส้นทางการบินครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่สำคัญคือเป็นสายการบินที่ครอบคลุมทุกสนามบินในประเทศญี่ปุ่น จึงทำให้ ANA ได้เปรียบกว่าสายการบิน Low Cost ในขณะเดียวกันราคาก็ค่อนข้างสูงตามไปด้วย แต่คุณภาพนั้นโดดเด่นยิ่งกว่าใครๆ จึงทำให้เป็นสายการบินอันดับต้นๆที่คนไทยเลือกใช้บริการ เพราะเขามาพร้อมทั้งเรื่องคุณภาพการบริการและความสะดวกสบาย ทำให้ ANA ถูกเรียกว่าสายการบินอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นนั้นเอง 9. Scoot มาต่อกันที่สายการบิน Low Cost ราคาประหยัดของประเทศญี่ปุ่นอย่างสายการบิน Scoot เป็นสายการบินที่มุ่งหวังให้ผู้โดยสารเดินทางด้วยความสนุกสนานพร้อมทั้งได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ไม่ซ้ำใคร โดยเฉพาะตัวเครื่องบินโดดเด่นด้วยสีเหลืองสดใสเป็นเอกลักษณ์ของสายการบิน Scoot ถ้าพูดถึงเรื่องราคาคือดีงามพระราม 8 แน่นอนและยิ่งในช่วงโปรโมชั่นจะราคาถูกเป็นพิเศษ สายการบินนี้เป็นที่นิยมไม่แพ้กันสามารถเลือกเดินทางจากกรุงเทพไปประเทศญี่ปุ่นได้ 2 เส้นทางไม่ว่าจะเป็น Narita หรือ Osaka ก็มีให้เลือกสำหรับใครที่อยากเดินทางราคาประหยัดก็แนะนำเลยสายการบิน Scoot 10. Emirates Airlines ปิดท้ายกันด้วยสายการบินอันดับหนึ่งอย่าง Emirates สายการบินของแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สายการบินในเครือเอมิเรตส์กรุ๊ปของรัฐบาลดูใบ เรียกได้ว่าโดดเด่นในทุกๆด้าน เป็นสายการบินประเภท Full Service สายการบินแห่งนี้เป็นสายการบินที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลกเลยก็ว่าได้ ทั้งเรื่องการบริการที่ดีเยี่ยม ความสะดวกสบายที่ลงตัว ถึงแม้ราคาจะค่อนข้างสูงก็มีคนไทยหลายคนที่เลือกใช้บริการเดินไปยังประเทศญี่ปุ่นไม่ใช่น้อยเลย สามาถเลือกลงได้ทุกสนามบินของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วยเรียกได้ว่าสะดวกสบายจริงๆ เป็นไงกันบ้างคะเพื่อนๆกับ 10 สายการบินไปญี่ปุ่น ใครยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกสายการบินไหนเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นมาจดลิสต์ที่เราสิ เราคัดมาให้แล้วกับสายการบินที่มีคุณภาพ สะดวกสบาย ราคาไม่แพงมาก รับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน