ทัวร์ครับพาเที่ยว
รวมเรื่องเที่ยวรอบโลก สาระน่ารู้ บทความรีวิว ท่องเที่ยวในต่างแดน
15 เมืองหลวงยุโรป น่าเที่ยวของแต่ละประเทศ
พาเที่ยว
ยุโรป
15 เมืองหลวงยุโรป น่าเที่ยวของแต่ละประเทศ
ยุโรป พิกัดดินแดนในฝันของเหล่านักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่สักครั้งในชีวิตของให้ได้ออกไปพิชิตให้สมใจอยาก ว่าแต่ว่าทวีปยุโรปเองมีตั้ง 50 ประเทศ แค่เที่ยวเมืองหลวงของแต่ละประเทศให้ครบก็น่าจะเข้าขั้นหมดตัวได้ ว่าแล้วมาดูกันดีกว่าว่าจะล็อคเป้าพิกัดประเทศไหนในยุโรปกันดี กับ “15 เมืองหลวงน่าเที่ยวของแต่ละประเทศ” แล้วจะได้มาเลือกกันถูกว่าตามแต่จริตเราควรไปที่ไหนกันดี ไปกันเลย เที่ยวยุโรป ทั้งทีบินก็ไกล เวลาก็น้อย แต่เราต้องอย่าให้เรื่องเวลามาเป็นอุปสรรคในการเที่ยวของเรา เพียงแค่ประหยัดระยะเวลาการเดินทาง การต่อคิวเข้าแถวขึ้นรถลงเรือ ด้วยการไปเที่ยวยุโรปกับทัวร์ที่ดูแลเราอย่างมืออาชีพและมีครบจบพร้อมสรรพในที่เดียว กับ หาทัวร์ครบจบที่ทัวร์ครับ เพียงเท่านี้ก็มีเวลาเหลือเผื่อการเที่ยวชิลล์อีกเพียบเลย จองทัวร์เที่ยวยุโรป กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub) https://tourkrub.co/europe-tour 15 เมืองหลวงยุโรปน่าเที่ยว 1.กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส (Paris, France) มหานครอันเป็นที่สุดของความโรแมนติก จุดหมายปลายทางในฝันของคู่นักนักเดินทาง และศิลปินจากทั่วทุกมุมโลก กับกรุงปารีส เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส พิกัดแหล่งรวมศิลปะชิ้นสำคัญของโลก สิ่งปลูกสร้างและสถาปัตยกรรมระดับโลก ไปจนถึงถนนที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในโลก ริมแม่น้ำแซนอันแสนโรแมนติก กับเมืองหลวงอันเป็นที่สุดของมหานครระดับโลก จึงต้องขอบอกว่าควรต้องได้มาเยือนกรุงปารีสสักครั้งในชีวิตเป็นอย่างน้อย 2.กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร (London, United Kingdom) พิกัดของเมืองหลวงที่ชิค และคลาสสิคที่สุดของยุโรป กับมหานครอันทรงเสน่ห์ทั้งทางด้านศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมืองผู้ดีที่ลงตัวด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลาย ผู้คนที่เป็นกันเอง และสถาปัตยกรรมที่งดงามอย่างลงตัว ทั้งอาคารบ้านเรือนเก่าแก่สุดอลังการฉบับอังกฤษแท้ ๆ สุดตระการตาที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับวิถีชีวิตของผู้คนที่ทันสมัยโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสมัยที่สะดุดตา ริมแม่น้ำเทสม์ที่ให้บรรยากาศสุดคลาสสิค ที่คงต้องบอกว่าถ้าไม่ได้มากรุงลอนดอนสักครั้ง ต้องของบอกว่าพลาดมาก ๆ พูดเลย 3.กรุงโรม ประเทศอิตาลี (Rome, Italy) กรุงโรม เมืองหลวงของประเทศประเทศอิตาลี เมืองเก่าแก่อันเคยเป็นทั้งศูนย์กลางอารยธรรม ศิลปวัฒนธรรมอำนาจและการปกครอง ไปจนถึงศูนย์การศาสนาของอาณาจักรโรมันอันเก่าแก่ที่ยังคงความรุ่งเรืองอย่างยาวนานกว่า 3,000 ปีในอดีต ที่เป็นเครื่องการันตีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และมนต์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมและบรรยากาศคลาสสิคของกรุงโรม กับนิยามของเมืองหลวงของประเทศอิตาลีแห่งนี้ที่ว่า “เมืองอมตะ หรือนครที่ไม่มีวันตาย” มาต้องมนต์เสน่ห์ของศิลปะและสถาปัตยกรรมโบราณเก่าแก่สุดอลังการที่น่าหลงใหล และสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ทีเป็นมิตรและเป็นกันเองของชาวอิตาลี พร้อมลิ้มชิมรสชาติพาสต้าสูตรต้นฉบับแท้ ๆ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมเมืองแห่งนี้จึงได้ชื่อว่านครที่ไม่มีวันตาย 4.กรุงวาติกัน นครรัฐวาติกัน (State of the Vatican City) นครรัฐวาติกัน อันโด่งดังของประเทศเล็ก ๆ ที่มีพื้นที่เพียง 250 ไร่ กับนครเล็ก ๆ ท่ามกลางเมืองใหญ่อย่างกรุงโรม ที่แยกตนเองออกเป็นเอกเทศไม่ขึ้นตรงกับใคร นครรัฐวาติกันเป็นแหล่งศูนย์รวมศรัทธาของศาสนาคริสต์ กับพิกัดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เล็ก ๆ ที่ทรงคุณค่าทัท้งทางศาสนา และประวัติศาสตร์ วัฒนะธรรม ที่ได้รวบรวมเอาไว้ซึ่งผลงานทางสถาปัตยกรรมวิจิตรประณีตงดงาม ศิลปกรรมและ วิทยาการที่ล้ำนำสมัย และโดดเด่นอลังการตระการตาเป็นที่สุด ที่ต้องเรียกว่าเป็นพิกัดเล็ก ๆ ที่ถึงจะเล็กแต่ก็เล็กพริกขี้หนู เพราะคุณภาพคับแก้วมาก ๆ 5.กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก (Prague, Czech) กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐเช็ก กับเมืองที่ขึ้นชื่อได้ว่าสะอาดที่สุดในโลก และยังเป็นอีกหนึ่งเมืองมรดกโลกที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานนับ 1,000 ปี โดยเฉพาะเรื่องความงดงามทางด้านสถาปัตยกรรมเก่าแก่สุดคลาสสิคตระการตา และบรรยากาศสุดชิลล์ยามค่ำคืนริมแม่น้ำแสนโรแมมติกของย่านเมืองเก่า ที่ต้องบอกว่าคนมาเป็นคู่ต้องประทับใจไม่มีวันลืมแน่ ๆ 6.กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ (Amsterdam, Netherlands) กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมืองแห่งสายน้ำริมฝั่งแม่น้ำอัมสเติล (Amstel) ที่รายล้อมไปด้วยคลองกว่า 100 สาย จนได้รับการยกให้เป็น “เวนิสแห่งตอนเหนือของยุโรป” นอกเหนือกับความชิลล์สุด ๆ กับบรรยากาศของเมืองหลวงแห่งสายน้ำแห่งนี้แล้ว เมืองแห่งนี้ยังรายล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมเฉพาะตัวอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองที่น่ารัก สดใส และลงตัวสุด ๆ นอกจากนี้กรุงอัมสเตอร์ดัมยังเป็นมืองศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญทวีปยุโรปในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 อีกด้วย 7.กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี (Budapest, Hungary) กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ซึ่งเป็นเครื่องรับประกันความงดงามของเมืองหลวงแห่งนี้ กับพิกัดของเมืองหลวงสวย ๆ ในบรรยากาศสุดคลาสสิค และโรแมนติกด้วยทำเลที่ตั้งริมแม่น้ำดานูบ แม่น้ำที่มีความยาวเป็นอันดับที่ 2 ของทวีปยุโรป และสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอโคโลเนียลสุดอลังการ จนได้รับการขนานน้ำว่าเป็น “ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ” 8.กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย (Vienna, Austria) กรุงเวียนนา เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย อีกหนึ่งพิกัดแห่งดินแดนแสนโรแมนติกของทวีปยุโรป กับบรรยากาศของเมืองเล็กแสนโรแมนติก ที่เคยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่สะอาดที่สุด และมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในโลกในปี ค.ศ. 2014 อีกด้วย ทั้งสวยงามและน่าอยู่แบบนี้ ก็ไม่แปลกใจที่ใคร ๆ ที่แวะเวียนมาที่กรุงเวียนนา จะหลงรักเมืองและปักหยุดให้กรุงเวียนนาเป็น Honeymoon Destination ในดวงใจของหลาย ๆ คน ด้วยทัศนียภาพของธรรมชาติ อันรายล้อมไปด้วยแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญที่ทรงเสน่ห์ และสถาปัตยกรรมแบบยุโรปแท้ ๆ ที่สวยงสมอลังการ จึงทำให้กรุงเวียนนากลายเป็นที่หนึ่งในดวงใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก 9.กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย (Moscow, Russia) กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย อีกหนึ่งเมืองเก่าแก่ของทวีปยุโรปที่คงไม่มีใครไม่รู้จัก กับเมืองสวย ๆ อันทรงเสน่ห์ด้วยวัฒนธรรมสุดน่ารักในแบบฉบับของต้นเอง และสถาปัตยกรรมที่เป็นรูปแบบเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ที่ทำให้สักครั้งควรต้องได้มาเยี่ยมเยือน โดยเฉพาะนักเที่ยวชาวไทยที่สามารถเดินทางเข้ารัสเซียได้โดยไม่ต้องทำวีซ่าอีกด้วย (สะดวกสุด ๆ) และที่สำคัญคือการเดินทางท่องเที่ยวในกรุงมอสโคว์นั้นสะดวกสบาย ด้วยเป็นเมืองหลวงที่มีระบบขนส่งมวลชนคุณภาพดีที่สุดของโลกอีกด้วย ใครกำลังมองหาเมืองหลวงบรรยากาศดี ๆ คูล ๆ สถาปัตยกรรมอลังการอยู่ละก็ ล็อคเป้ากันกรุงมอสโคว์ไว้ได้เลย เพราะแค่ความงดงามของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินก็สวยงามอลังการติดระดับโลกแล้วทีเดียว 10.กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ (Athens, Greece) กรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของประเทศกรีซ อีกหนึ่งเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของโลก ที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนามมากกว่า 3,000 ปี ดินแดนแห่งอารยธรรมอันเป็นจุดเริ่มต้น และจุดกำเนิดของอารยธรรมตะวันตก ทั้งยังเป็นต้นกำเนิดของประชาธิปไตยอีกด้วย ที่นอกเหนือจากมนต์เสน่ห์ของคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนานแล้ว ภูมิประเทศของกรุงเอเธนส์เองก็สวยงามโดเด่นไม่แพ้ชาติใดในยุโรป กับเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใครในโลก ที่แม้จะดูเรียบง่าย แต่กลับมีชีวิตชีวา น่ารักสดใส และน่าประทับใจเป็นที่สุด ทั้งยังแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ทั้ง ภูเขา ท้องทะเลสวย ๆ และหมู่เกาะจำนวนมาก กับความสวยงามของทัศนียภาพที่สมแล้วที่ได้รับการยกให้เป็นดินแดนของเทพเจ้าในตำนานกรีซโบราณ 11.กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน (Stockholm, Sweden) กรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของประเทศสวีเดน เมืองแห่งความหลากหลาย ริมชายฝั่งทะเลทางทิศตะวันออกที่ห้อมล้อมด้วยลำคลองและแม่น้ำหลากหลายสาย ลงตัวด้วยการผสมผสานระหว่างเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน กับเมืองสมัยใหม่ที่ทันสมัย ในรูปแบบที่น่ารักเป็นกันเอง ไม่เหมือนใคร นับเป็นอีกหนึ่งเมืองหลวงน่ารักน่าเที่ยวของยุโรปเลยทีเดียว 12.กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ (Oslo, Norway) กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ เมืองหลวงแห่งทะเลสาบ ขุนเขา และความอุดมสมบูรณ์แห่งธรรมชาติ กับเมืองหลวงแห่งกิจกรรมกลางแจ้ง และการเฉลิมฉลอง ที่ต้องขอบอกว่ากรุงออสโลแห่งนี้มีงานเทศกาลแทบทุกเดือนตลอดทั้งปี นักเที่ยวสายธรรมชาติที่หลงรักความสนุกสนานครื้นเครง นืคือพิกัดเมืองหลวงน่าเที่ยวสุด ๆ สำหรับคุณ เพราะจะได้ทั้งดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงามอลังการ ไปพร้อม ๆ กับสีสัน ความน่ารัก และความอบอุ่นของชาวเมือง 13.กรุงเรคยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ (Reykjavik, Ireland) กรุงเรคยาวิก เมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ เมืองหลวงที่ขึ้นชื่อว่าอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมากที่สุด พิกัดเมืองหลวงสุดฮิปที่เป็นพื้นที่รวบความมหัศจรรย์แห่งปรากฏการณ์ธรรมชาติ ทั้งปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืน (Midnight Sun) และ ปรากฏการณ์แสงเหนือ (Aurora Light) ซึ่งจัดเป็นอีกหนึ่งเมืองหลวงน่าเที่ยวโยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ ที่ต้องไม่พลาดความพิเศษสุด ๆ ของปรากฏการณ์สุดอลังการที่กรุงเรคยาวิกแห่งนี้ 14.กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ (Warsaw, Poland) กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ เมืองหลวงของดินแดนใจกลางทะทวีปยุโรป กับดินแดนอันสงบ เรียบง่าย และเป็นส่วนตัวของพื้นที่ราบริมแม่น้ำวิสทูลา อันเป็นเมืองศูนย์กลางของอุตสาหกรรมหนัก และศูนย์กลางการศึกษาของทวีปยุโรป แต่แม้จะเป็ฯศูนย์กลางอุตสาหกรรมของทวีป กรุงวอร์ซอ ก็ยังคงงดงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลฉบับยุโรปแท้ ๆ แบบดั้งเดิม และด้วยมนต์เสน่ห์แห่งความเก่าแก่คลาสสิคของตัวเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์ดูแลเป็ฯอย่างดี ทำให้กรุงวอร์ซอเป็ฯอีกหนึ่งเมืองสวย ๆ ของยุโรปที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) อีกด้วย 15.กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน (Kiev, Ukraine) หนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปของประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป ซึ่งถูกขนานนามว่า “มารดาของเมืองทั้งปวง” กับ กรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศยูเครน เมืองเก่าที่แวดล้อมไปด้วยมนต์เสน่ห์ของมีสถาปัตยกรรมโบราณที่สวยงามและน่าสนใจ ในบรรยากาศแบบตะวันตกอันมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองที่น่าค้นหา ทั้งจากสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และบรรยากาศเมืองสุดคลาสสิคของพิกัดดินแดนอันแสนลึกล้ำที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมในรูปแบบผสมผสามของเมืองที่เคยเป็นส่วนหนึ่งสภาพโซเวียตที่ยิ่งใหญ่เมื่อครั้งอดีต ครบกันไปแล้วกับทั้ง 15 พิกัดของยุโรปใน “15 เมืองหลวงน่าเที่ยวของแต่ละประเทศ” ซัมเมอร์ปีนี้บินไกลไปเที่ยวยุโรปก็เก๋ไม่หยอกจริงไหม? ว่าแล้วบอกเลยว่าอดใจแทบไม่ไหว อยากไปสัมผัสบรรยากาศคูลๆ ท่ามกลางเมืองอันสวยงามติดอันดับโลกกันได้เลย จองทัวร์ยุโรป กับ ทัวร์ครับ >>https://tourkrub.co/europe-tour
คัดมาแล้วแน่นๆ สวยสะกดตา  20 ที่เที่ยวธรรมชาติต่างประเทศ
พาเที่ยว
ยุโรป
คัดมาแล้วแน่นๆ สวยสะกดตา 20 ที่เที่ยวธรรมชาติต่างประเทศ
ใครชอบเที่ยวชมธรรมชาติต่างประเทศกันบ้าง วันนี้ ทัวร์ครับ (Tourkrub) จะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในต่างแดนที่สวยมากๆ เห็นแล้วใจสั่น สะกดสายตาของใครหลายๆ คน ที่แนะนำ! กาดอกจันท์ไว้เลยว่าต้องไปสักครั้งในชีวิตให้ได้! มาติดตามกันดูว่ามีสถานที่ไหนกันบ้างที่น่าสนใจ 20 ที่เที่ยวธรรมชาติ ต่างประเทศ 1. The Great Blue Hole (Belize) มาเริ่มกันที่ หลุมยักษ์น้ำเงินครามแห่งเบลิซที่ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของอเมริกากลางริมทะเลแคริบเบียน สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างจากชายฝั่งของเบลิชประมาณ 65 ไมล์ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 984 ฟุต และมีความลึกถึง 410 ฟุต เป็นหลุมกลางทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าเกิดจากการก่อตัวขึ้นในยุคน้ำแข็ง สถานที่แห่งนี้ยังถูกจัดว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย และที่สำคัญใครที่ชื่นชอบการดำน้ำคงไม่อยากพลาดอย่างแน่นอนเพราะว่าหลุมแห่งนี้ยังเป็น 1 ใน 7 หลุมที่นักดำน้ำจำนวนมากต่างพากันมาชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติและยังถูกจัดอันดับว่าเป็นสถานที่น่าดำน้ำที่สุดในโลก 2. Fairy Pools (Scotland) มาต่อกันที่ Fairy Pools สระน้ำแห่งเทพนิยายเป็นสระน้ำทางธรรมชาติตั้งอยู่ที่หุบเขาเกลน บริทเทิล ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ Isle of Skye หมู่เกาะที่อยู่นอกชายฝั่งตะวันตกของสกอตแลนด์ บอกได้เลยว่าไม่มีความสวยงามไหนเทียบเท่าเหมือนสระ Fairy Pools ได้อย่างแน่นอน สถานที่แห่งนี้ยังสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั่วโลกให้มาชมความงดงามทางฑรรมชาติของสถานที่แห่งนี้และสถานที่แห่งนี้ยังถูกจัดให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย 3. To Sua Ocean Trench (Samoa) ประเทศซามัว ประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกตอนใต้เป็นอีกประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าเหลือเชื่ออย่าง หลุมสระว่ายน้ำธรรมชาติโทซัว เป็นสระขนาดใหญ่ตามธรรมชาติที่ เกิดจากรอยแตกชั้นใต้ดินที่น้ำไหลกัดเซาะเข้ามาเรื่อยๆ ทำให้เกิดเป็นโพรงทะลุจนเกิดเป็นบ่อที่มีความสวยงามอย่างมากและบริเวณหลุมยังมีการติดตั้งบันไดยื่นลงไปในสระเพื่อให้นักท่องเที่ยวสัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งสถานที่แห่งนี้ยังสามารถลงเล่นน้ำได้อีกด้วย 4. Matterhorn (Switzerland) สำหรับใครที่อยากสูดอากาศอันแสนบริสุทธิ์ คงไม่อยากจะพลาดที่จะไปสัมผัสกับเมืองZermatt บอกได้เลยว่ามีไม่กี่แห่งในโลกที่เราจะสามารถสูดอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเมืองแห่งนี้ ตั้งอยู่ในประเทศ Switzerland บนความสูง 1,620 เมตร บริเวณเชิงเขา Matterhorn ที่มีความสวยงามที่สุดในประเทศและสำหรับใครที่ชื่นชอบธรรมชาติคงไม่อยากพลาดที่จะไปสัมผัสบรรยากาศเมืองเล็กๆ แห่งนี้ที่มีความสวยงามระดับโลกอย่างแน่นอน จองทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ กับ ทัวร์ครับ >>https://tourkrub.co/switzerland-tour 5. Volcanoes Kamchatka (Russia) มาถึงประเทศรัสเซียกันบ้างกับภูเขาไฟ คัมซัสก้า ใครที่มองสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและชื่นชอบภูเขาไฟคงไม่อยากพลาดที่นี่อย่างแน่นอน เพราะภูเขาไฟแห่งนี้ยังไม่ดับและพร้อมที่จะประทุตลอดเวลา สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่ภูเขาไฟอย่างเดียวยังมีภูมิทัศน์ที่สวยงาม ธารน้ำแข็งและบริเวณสถานที่แห่งยังเป็นที่อาศัยของเหล่าสัตว์หลากหลายชนิด ทั้งปลาแซลมอนหลายสายพันธุ์ นากทะเล หมีสีน้ำตาลหรือจะเป็นนกอินทรีทะเลสเตลลาร์ที่อาศัยกันมากมาย วิวทิวทัศน์ที่จะสะกดสายตาคุณไม่ให้ไปไหน ต้องที่นี่เลย! จองทัวร์ รัสเซีย กับ ทัวร์ครับ >>https://tourkrub.co/russia-tour 6. Cenotes of Yucatan Peninsula (Mexico) มาถึงหลุม Cenotes of Yucatan Peninsula ในประเทศเม็กซิโก หลุมแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอย่างมาก เกิดจากธรรมชาติและมีขนาดใหญ่ที่สุดในเม็กซิโก บริเวณหลุมจะมีน้ำที่ใสมากจนมองเห็นพื้นล่าง คาดกันว่าหลุมแห่งเกิดขึ้นในยุคน้ำแข็ง ที่นี่ยังเป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักดำน้ำซึ่งสถานที่แห่งนี้ถูกจัดให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกและสถานที่แห่งนี้ยังถูกจัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่าโบราณอีกด้วย 7. Zhangye Danxia landform (China) กลับมาที่ประเทศจีนกันบ้างกับสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ติด 1 ใน 100 อันดับสถานที่สวยที่สุดในโลกอย่าง ภูเขาสี ในเขตมณฑลกันซู่ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีความสวยงามอย่างมาก เกิดจากการตกตะกอนของหินทราย และแร่ธาตุที่ทับถมกันมานานกว่า 20 ล้านปี สถานที่แห่งนี้เป็นที่นิยมอย่างมากชวนให้เหล่านักท่องเที่ยวเดินทางมาชมความสวยงามของภูเขาเหล่านี้ จอง ทัวร์จีน กับ ทัวร์ครับ >>https://tourkrub.co/china-tour 8. Banos (Ecuador) สำหรับใครที่อยากไปสัมผัสบรรยากาศภูเขาไฟที่ครุกรุ่นอยู่ ที่ Banos ในประเทศเอกวาดอร์ สถานที่แห่งนี้เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวผจญภัยอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการเดินขึ้นเขาชมชาติ หรือจะเป็นการชมวิวแบบที่ไม่เหมือนใครอย่างการนั่งชิงช้าที่ผูกไว้ในบ้านต้นไม้ออกไปที่หน้าผา แค่นี้ก็รู้สึกถึงความตื่นเต้นแล้วเมื่อได้ไกวชิงช้าไปให้สุดพร้อมบรรยากาศวิวภูเขาไฟและธรรมชาติ ถือเป็นไฮไลท์ที่จะได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบเสียวไปถึงสันหลังกันเลย 9. Mendenhall Ice Caves of Juneau (United States) มาถึงประเทศสหรัฐอเมริกา กันบ้างเรียกได้ว่าประเทศแห่งนี้มีสถานที่น่าท่องเที่ยวมากมายสำหรับใครชื่นชอบความหนาวเราจะมาแนะนำ อุโมงค์น้ำแข็งอลาสก้า ที่ตั้งอยู่ที่หุบเขาMendenhallซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมือง Juneau รัฐอลาสก้า ที่มีความยาวถึง 19 กิโลเมตร เป็นภาพที่ก้อนน้ำแข็งจำนวนมาก แขวนอยู่บนอากาศหรือจะเป็นธารน้ำไหลที่ไหลลอดลงสู่โตรกหินด้านล่าง เป็นภาพที่เหมือนหลุดมาจากนิยายกันเลย สถานที่แห่งนี้ยังถูกจัดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองทางธรรมชาติที่มีความสวยงามติดอันดับต้นๆ ของประเทศอีกด้วย 10. Mount Roraima (Brazil and Guyana) มาถึงภูเขา Roraimaที่ตั้งอยู่ชายแดนระหว่าง 3 ประเทศไม่ว่าจะเป็น บราซิล, กายอานา และเวเนซุเอลา เรียกได้ว่ามาสถานที่แห่งนี้จะได้มองวิวทั้ง 3 ประเทศกันไปเลย ซึ่งภูเขา Roraimaเกิดจากการก่อตัวทางธรณีวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเมื่อประมาณ 2 พันล้านปีและยังเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ต้องมาให้ได้ของสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย เรียกได้ว่าใครไม่มาถือว่าพลาดจริงๆ 11. Cappadocia (Turkey) มาถึงเมืองที่ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.1985 อย่างเมืองคัปปาโดเกีย สถานที่แห่งนี้เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และภูเขาไฟ ฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีก่อน สถานที่แห่งนี้เป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาชื่นชมธรรมชาติและเมืองโดยการขึ้นบอลลูนเป็นไฮไลท์ของเมืองนี้เลยก็ว่าได้ รับรองได้ว่าคุณจะได้เห็นวิวที่ไม่เหมือนที่ไหนๆ มาก่อนแน่นอน จองทัวร์ตุรกี กับ ทัวร์ครับ >>https://tourkrub.co/turkey-tour 12. Iguazu Fall (Argentina) น้ำตกอีกวาซู เป็นน้ำตกที่ติดรอยต่อพรมแดนระหว่าง 2 ประเทศทั้งบราซิลและอาร์เจนตินา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่นี่จะได้ชมวิวน้ำตกแบบใกล้ชิดแบบขอบหน้าผากันเลย ด้วยความแรงของสายน้ำที่ไหลมาจนเกิดเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีความยาวกว่า 4 กิโลเมตร สูงกว่า 269 ฟุต ชาวพื้นเมืองเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า อีกวาซู ซึ่งแปลว่า สายน้ำอันยิ่งใหญ่ เป็นภาษาของชนเผ่าพื้นเมืองดั่งเดิม ส่วนเรื่องความสวยนั้นไม่ต้องพูดเลยอยากให้ลองมาสัมผัสด้วยตัวเองดูจะได้รู้ว่าสมคมเคลมแค่ไหน 13. Victoria Falls (Zimbabwe and Zambia) มาถึง สระว่ายน้ำของซาตาน ที่มีความสูงถึง 355 ฟุต ตั้งอยู่ที่ชายแดนของประเทศแซมเบีย และซิมบับเวเป็นน้ำตกที่กว้างที่สุดในทวีปแอฟริกา ที่มีความสวยงามไม่แพ้น้ำตกอื่นๆ เป็นน้ำตกที่เรียกได้ว่าจะชวนให้คุณตกตะลึงกับความแปลกของน้ำตกแห่งนี้ และสถานที่แห่งนี้ยังถูกจัดอยู่ในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกทางธรรมชาติอีกด้วย 14. Trolltunga (Norway) อีกหนึ่งไฮไลท์ของประเทศนอร์เวย์อย่าง Trolltunga มีลักษณะคล้ายกับการแลบลิ้นออกมาจากภูเขาประมาณ 2,000 ฟุต เหมือนลอยอยู่บนอากาศอย่างใดอย่างนั้นเลย ต้องบอกเลยว่าสถานที่แห่งนี้กว่าจะได้วิวแบบนี้ก็เล่นเอาเหนื่อย แต่ถ้าคุณยอมปีนเขาที่สูงกว่า 700 เมตรนี้ได้ คุณจะเห็นวิวแม่น้ำ Ringedalsvatnet ที่มีความสวยงามอย่างมาก แต่ก็ต้องใช้เวลาเดินขึ้นเขาถึง 9 ชั่วโมงเลย และที่สำคัญสถานที่แห่งนี้สามารถมาเที่ยวได้ช่วงกลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกันยายนเท่านั้น จองทัวร์นอร์เวย์ กับ ทัวร์ครับ >>https://tourkrub.co/norway-tour 15. Whitehaven Beach (Australia) กลับมาที่ประเทศที่ขึ้นชื่ออย่างประเทศออสเตรเลีย ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง หาดไวท์ฮาเว่น ตั้งอยู่ในหมู่เกาะวิธซันเดย์ ชายหาดแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องเม็ดทรายที่เป็นผลึกซิลิการะยิบระยับถึง 98% นอกจากนี้ทรายที่นี่มีลักษณะเฉพาะเป็นทรายที่ไม่เก็บความร้อนทำให้เราสามารถเดินเท้าเปล่าริมหาดได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องทนร้อนเหมือนหาดอื่นๆ เลยก็ว่าได้ นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจ จองทัวร์ออสเตรเลีย กับ ทัวร์ครับ >>https://tourkrub.co/australia-tour 16. The Grand Canyon (United States) คงลืมสถานที่แห่งนี้ไปไม่ได้สำหรับ The Grand Canyon หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก ตั้งอยู่ในเมืองรัฐอริโซน่า ซึ่งบริเวณแห่งนี้มีแม่น้ำโคโลราโด ไหลผ่านทำให้เกิดเป็นภาพที่มีความสวยงามอย่างมาก สถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นราว 225 ล้านปีก่อน นอกจากนั้นบริเวณสถานที่แห่งนี้ยังพบร่องรอยอารยธรรมของชาวอินเดียแดงโบราณอีกด้วย นับว่านอกจากจะได้สัมผัสถึงธรรมชาติแล้วยังได้เรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์ไปด้วยอีกต่างหาก 17. Salar De Uyuni (Bolivia) มาถึง Salar de Uyuni สถานที่ขึ้นชื่อว่าเป็น กระจกเงาที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ซึ่งบริเวณแห่งนี้ประกอบด้วยเกลือจำนวนมหาศาลกินเนื้อที่กว่า 10,000 ตารางกิโลเมตร นับว่าเป็นทะเลเกลือใหญ่ที่สุดของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศโบลิเวีย ช่วงเวลาที่ควรมากสัมผัสคือช่วงหน้าฝนคุณจะได้สัมผัสเสมือนได้ยืนอยู่บนกระจกขนาดใหญ่สะท้อนแสงแดดและน้ำชวนให้คุณยืนตะลึงในความงามของสถานที่แห่งนี้ 18. Kelimutu Crater Lakes (Indonesia) มาถึงสถานที่ที่มีความมหัศจรรย์อย่าง ทะเลสาบ 3 สีประเทศอินโดนีเซีย เป็นทะเลที่ตั้งอยู่บนปล่องภูเขาไฟเคลิมูตู บนเกาะฟลอเรสของหมู่เกาะซุนดาน้อย ที่มีความมหัศจรรย์อย่างมากหรือจะเป็นเรื่องความสวยก็ไม่แพ้ใครเหมือนกัน ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายของของเหล่านักท่องเที่ยวจำนวนมาก และสถานที่แห่งนี้ยังถูกจัดอันดับเป็นสิ่งที่ควรมาสัมผัสของประเทศอินโดนีเซียอีกด้วย จองทัวร์อินโดนีเซีย กับ ทัวร์ครับ >>https://tourkrub.co/indonesia-tour 19. Antelope Canyon (United States) มาถึงสถานที่สุดท้ายอย่าง หุบเขาแอนทีโลพอยู่ที่เมืองเพจ รัฐอริโซน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยมของเหล่านักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ต้องการมาชมความแปลกของธรรมชาติที่เกิดเป็นภาพที่สวยงาม ซึ่งสถานที่แห่งนี้เป็นถือเป็นหุบเขาที่อันตรายที่สุด เนื่องจากบริเวณนั้นอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ตลอดเวลา และระดับน้ำสามารถสูงถึง 15 เมตร สถานที่แห่งเป็นที่ชื่นชอบของช่างภาพทั่วโลกต่างก็มาเก็บภาพอันสวยงามของหุบเขาแอนทีโลพ 20. แก่งชมดาว จังหวัดอุบลราชธานี ขอหลุดมาฝั่งประเทศไทยนิดนึง จริงๆ บ้านเราก็มีเที่ยวธรรมชาติสวยๆ เยอะมาก แต่ที่แก่งชมดาวคือสวยเป็นพิเศษ เพราะมีแก่งหินสวยงามอลังการเล็กใหญ่สลับกัน และวิวสวยๆ จากแม่น้ำโขงด้วย นักท่องเที่ยวที่มาจังหวัดอุบลฯ จะต้องปักหมุดที่นี่เป็นที่เที่ยวอยู่ในลิสต์ห้ามพลาดเด็ดขาด มาแล้วได้รูปสวยแน่นอน เที่ยวไทยยังไงให้เหมือนเที่ยวต่างประเทศ ก็มาเที่ยวที่แก่งชมดาวนี่แหละ ใช่เลย! ใครชอบเที่ยวธรรมชาติห้ามพลาดเด็ดขาดกับ 20 ที่เที่ยวที่เราแนะนำไปให้ ซึ่งถ้าไม่อยากทำแพลนเที่ยวให้เหนื่อยก็สามารถซื้อทัวร์และจองกับ ทัวร์ครับ (Tourkrub) >>https://tourkrub.coกันได้เลย เพราะเรามีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ให้ตามไปเที่ยวเพียบเลย